
ลิขิตรักบัลลังก์หัวใจ
ตอน 3
สิงขรรัฐ ภายใต้การปกครองของ เจ้าหลวงรัฐสิงห์สีหนาท เจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่งามสง่าผึ่งผายตามแบบทหารผู้กล้า ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขทุกหย่อมหญ้า ในเวลานี้เค้าลางแห่งความวุ่นวายเข้ามาเยือน เนื่องด้วยมธุรรัฐมิตรประเทศที่มีพรมแดนติดกันมีการผลัดแผ่นดิน ถ้าเป็นการผลัดแผ่นดินตามปกติก็คงไม่มีอะไรน่าวิตกกลับเป็นเรื่องน่ายินดีเสียด้วยซ้ำ แต่นี่เป็นการแย่งชิงบัลลังก์ของเจ้าพี่เจ้าน้อง ราษฎรหนีตาย นายทหารขอลี้ภัยการเมืองก็มาก ดินแดนทางเหนือที่ติดกับมธุรรัฐบัดนี้ต้องสั่งให้ตรึงกำลังอย่างแน่นหนาห้ามมิให้ผู้ใดลุกล้ำกล้ำกลายเข้ามาโดยเด็ดขาด
“ตอนนี้เราอยู่ตรงส่วนนี้ ใช่หรือไม่ อินทราชิต” รับสั่งถามองครักษ์คนสนิทที่ติดตามพระองค์มาตรวจเยี่ยมทหารตามชายแดน
“พระเจ้าค่ะ”
นายกองที่ลาดตระเวนอยู่ริมแม่น้ำซึ่งเป็นชายแดนที่ยาวที่สุดซึ่งติดกับมธุรรัฐ เข้ามารายงาน
“ขอเดชะฯ มีรายงานว่า ทหารหลวงของมธุรรัฐตามล่าบุรุษนิรนามข้ามเขตแม่น้ำเข้ามา แต่ทหารฝ่ายเรายิงธนูออกไปสกัดไว้ไม่ให้ลุกล้ำเขตแดนมาได้ พระเจ้าค่ะ”
“แล้วไอ้คนที่ถูกไล่ล่ามาเล่าเป็นหรือตาย “ ตรัสถามอย่างสนพระทัย
“แม่น้ำพัดร่างหายไป ทหารลงไปช่วยไม่ทัน พระเจ้าค่ะ แต่ดูจากร่องรอยการต่อสู้และสีของแม่น้ำ กระหม่อม คิดว่าน่าจะไม่รอด พระเจ้าค่ะ”
“ถ้าจะเป็นพวกขุนทหารหนีทัพมากระมัง”
“ท่านนายกอง สั่งทหารตรึงกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ข้าคิดว่าน่าจะมีพวกลี้ภัยเข้ามาอีก แต่ให้ตรวจตราให้ดี ห้ามมิให้ผู้ที่พกอาวุธเยี่ยมกลายเข้ามาโดยเด็ดขาด” อินทราชิตราชองค์รักษ์สั่งนายกองทหาร
“ใครเข้ามาดีก็ขอให้ช่วยไปตามสมควร” รัฐสิงห์ตรัสสุรเสียงเต็มไปด้วยพระเมตตา ในยามที่เพื่อนบ้านเดือดร้อน สิงขรรัฐก็ยินดียื่นมือโอบอุ้มผู้หนีภัยมา แต่การที่จะรับผู้ใดเข้ามาพักพิงย่อมต้องแน่ใจว่าจะไม่เข้ามาบ่อนทำลายประเทศและทำร้ายพสกนิกรใต้เบื้องยุคลบาท เจ้าหลวงที่ทรงรักพสกนิกรดั่งลูกหลานมีหรือจะปล่อยให้คนพวกนี้มาบ่อนทำลายได้
คุณอาจจะชอบ





