ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก

ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก

ห้าทศวรรษผ่านพ้นไปในสงครามกับสัตว์ประหลาดต่างดาว หน่วยพลีชีพจึงถูกตั้งขึ้นเพื่อเผชิญวิกฤตวันสิ้นโลก ทว่าทหารสามนายกลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เมื่อเพศรองปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนตายก็เริ่มสั่นคลอน สโนว์ที่เป็นอัลฟ่าหญิงไม่สมบูรณ์ต้องรับมือกับเพื่อนชายทั้งสองที่เป็นโอเมก้าสายดุร้ายซึ่งจ้องจะกดขี่เธอ ท่ามกลางสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต พวกเขาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่าเพื่อนและเอาตัวรอดจากสงครามครั้งนี้ไปพร้อมกันได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

[2] [ตายตอนนี้ก็คงมีแค่นรกที่เปิดรับ]

โลกมันช่างโหดร้าย สาเหตุที่ทำให้โลกตกอยู่ในสภาพนี้มันเกิดมาจากอุกกาบาตปริศนามากมายที่ตกลงมาบนโลกเมื่อห้าสิบปีก่อน อุกกาบาตไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับพื้นโลกและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่โดยรอบ มันยังได้พาปรสิตต่างดาวมาด้วย ปรสิตพวกนั้นจะเข้าไปควบคุมสมองของทุกสิ่งมีชีวิตและทำให้สิ่งมีชีวิตพวกนั้นกลายพันธุ์จากนั้นพวกมันก็จะฆ่าล้างทุกสิ่งมีชีวิตไม่เลือกหน้ารวมถึงทำให้สิ่งมีชีวิตพวกนั้นกลายเป็นพวกของมันด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นกะทันหันทั่วโลกเกือบทำให้อารยธรรมของมนุษย์ล่มสลาย แต่มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะยอมสูญพันธุ์ง่ายๆ พวกเขารวมตัวกันและต่อสู้กับผู้บุกรุกจากต่างดาว เริ่มแรกมนุษย์เสียเปรียบมากเพราะไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนพวกปรสิตจนกระทั่งหลายสิบปีให้หลังมนุษย์ได้ค้นพบสารพิเศษบางอย่างที่สามารถกระตุ้นร่างกายของมนุษย์ให้วิวัฒนาการจนแข็งแกร่งเทียบเท่ากับปรสิตได้

แต่มนุษย์ที่ได้รับเซรุ่มซึ่งเป็นสารกระตุ้นทำให้ร่างกายวิวัฒนาการจะไม่เพียงได้รับร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ปกติถึงห้าเท่าเท่านั้น พวกเขายังได้รับพลังพิเศษตามแต่ความพิเศษของแต่ละคนได้ด้วย อย่างเช่นพลังโล่ของวินเตอร์ พลังมิติของฟรอสต์ หรือพลังควบคุมน้ำของสโนว์

แต่ถึงแม้ว่าฝ่ายมนุษย์จะมีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับปรสิตได้แล้วฝ่ายมนุษย์ก็ยังไม่ถือว่าได้เปรียบพวกปรสิตเพราะในช่วงเวลานั้นจำนวนของฝ่ายมนุษย์เหลือน้อยมาก อีกอย่างการกระตุ้นร่างกายให้วิวัฒนาการก็มีข้อเสียที่สามารถสร้างจุดอ่อนได้เช่นกัน ข้อเสียนั่นมันเป็นปัญหาไม่น้อยเพราะมันมักจะทำให้กำลังรบฝ่ายมนุษย์อ่อนแอจนเกือบพลาดท่าบ่อยครั้ง น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถกำจัดข้อเสียนั่นได้แม้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตามถึงมนุษย์จะใช้สารกระตุ้นร่างกายให้วิวัฒนาการมาหลายรุ่นจนเข้าสู่ปีที่ห้าสิบแล้วนับตั้งแต่วันที่อุกกาบาตตกลงมาบนโลกสงครามระหว่างมนุษย์และปรสิตก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะไป จนในที่สุดฝ่ายมนุษย์ที่เริ่มเหน็ดเหนื่อยจากสงครามอันยาวนานก็ตัดสินใจใช้วิธีการบ้าระห่ำอย่างการใช้ทหารหน่วยพลีชีพบุกทะลวงเข้าไปในรังของพวกปรสิตเพื่อวางระเบิดมรณะ 

เพื่อฆ่าล้างพวกปรสิตให้หมดโลกแม้จะต้องเสียสละชีวิตของทหารจำนวนมากระหว่างทำภารกิจวางระเบิดในรังปรสิตเหล่าเบื้องบนก็ไม่สนใจและมุ่งมั่นดำเนินแผนการฆ่าล้างพวกปรสิตต่อไปอย่างไร้ซึ่งความเห็นใจ พวกสโนว์จึงถือว่าเป็นทหารรุ่นที่ซวยที่สุดแล้วเพราะพวกเขาถูกฝึกฝนตั้งแต่เด็กให้กลายเป็นทหารหน่วยพลีชีพรุ่นแรกและเพราะการฝึกฝนเพื่อภารกิจนี้เป็นพิเศษพวกเขาจึงไม่กลัวความตายและกล้าบุกเข้าไปในรังของพวกปรสิตอย่างที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนทำสำเร็จมาก่อน

เพราะไร้ความกลัวในความตายและมุ่งที่จะทำภารกิจให้สำเร็จเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดทหารหน่วยพลีชีพรุ่นแรกก็เหลือกันแค่สามคนจากหนึ่งร้อยคน

“ดวงแข็งชะมัด” สโนว์กำลังบ่นถึงความตายยากของพวกเธอสามคน กี่ครั้งแล้วที่พวกเธอรอดตายกันมาได้แค่สามคน

“ฉันดีใจนะที่พวกนายยังมีชีวิตอยู่” วินเตอร์กล่าวด้วยความรู้สึกจากใจจริงของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก” สโนว์ทำเป็นไม่สนใจแม้ว่ามุมปากจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างยินดี ฟรอสต์ก็ไม่ต่างกัน แม้จะทำเป็นหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจแต่ในใจของเขาก็ชอบใจไม่ต่างกัน

ในตอนนั้นสโนว์และฟรอสต์ก็คิดเหมือนกันว่ารอยยิ้มสดใสเหมือนลูกหมาของวินเตอร์มันช่าง ดีต่อใจจริงๆ พวกเธอหวังว่ารอยยิ้มนี้จะคงอยู่ตลอดไป

“ฉันง่วงแล้ว” สโนว์บอกและหลับตาลงเป็นการบอกว่าเธอจะนอนแล้ว

“เรามีเวลาอีกสามชั่วโมง” ฟรอสต์เอ่ยพลางเอาผ้าห่มออกมาจากกระเป๋ามิติของเขา

“อากาศค่อนข้างหนาวเรามานอนใกล้ๆ กันดีกว่า” วินเตอร์พูด จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ขยับเข้าหากันเพื่อมอบความอบอุ่นในกันและกัน เนื่องจากว่าพวกเขาอยู่ในสนามรบด้วยกันมานานการใกล้ชิดกันขนาดนี้จึงเป็นเรื่องปกติของพวกเขา

พวกเขานอนหลับสนิทอยู่ในหลุมหลบภัยชั่วคราวจนกระทั่งสามชั่วโมงให้หลังฟรอสต์ก็ตื่นขึ้นมาปลุกสโนว์และวินเตอร์เพื่อทำภารกิจต่อ แม้จะไม่เต็มใจพวกเขาก็ตื่นขึ้นมาจากฝันหวานและมาเจอฝันร้ายในโลกความเป็นจริง

“นี่เสื้อสำรองของเธอ และนี่หน้ากากกันแก๊ส” ฟรอสต์เอาเสื้อผ้ามาให้สโนว์เปลี่ยนเพราะตัวเก่ามันถูกวินเตอร์ฉีกซะกระจุยเพื่อทำแผลให้เธอ และเขาก็ไม่ลืมที่จะเอาหน้ากากกันแก๊สออกมาให้ทั้งสองคนด้วยเพราะภารกิจของพวกเขาหลังจากที่ทำภารกิจวางระเบิดสำเร็จก็คือการเข้าไปในรังของปรสิตอีกครั้งเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกปรสิตตายหมดแล้ว ซึ่งรอบบริเวณรังของพวกปรสิตน่าจะยังเหลือสารพิษอยู่ถึงแม้ว่าสารพิษที่มาพร้อมระเบิดมันจะส่งผลแค่กับพวกปรสิต แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่ควรสูดดมเข้าไปพวกเขาจึงจำเป็นต้องใส่หน้ากากแก๊ส

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วพวกเขาทั้งสามคนก็เดินฝ่าหมอกควันจากระเบิดไปยังทิศทางที่คาดว่าจะมีรังของปรสิตอยู่ ระหว่างทางพวกเขาระวังตัวมากเพราะมันอาจจะยังมีพวกปรสิตที่เหลือรอดโผล่ออกมาโจมตีพวกเขาก็ได้ แต่ดูเหมือนจะเป็นโชคดีของพวกเขาที่ไม่มีพวกปรสิตเข้ามาโจมตีพวกเขาเลย

พวกเขาเดินทางกันอย่างปลอดภัยจนกระทั่งมาถึงจุดที่พวกเขาคาดว่าเคยเป็นรังของพวกปรสิต เนื่องจากว่ารังของพวกปรสิตมักจะเหมือนกับรังของปลวกตรงที่ว่าพวกมันจะพยายามสร้างรังให้ดูสูงใหญ่และโดดเด่น รังของพวกมันจึงง่ายต่อการสังเกตเห็น ถึงแม้ว่าจะถูกระเบิดทำลายไปแล้วมันก็จะยังเหลือซากของรังอันใหญ่โตของพวกมันอยู่บ้าง

“ฉันว่าเราก็มาถูกทางนะ แต่ทำไมฉันไม่เห็นอะไรเลย?” วินเตอร์เงยหน้าขึ้นเพื่อมองหาซากรังของพวกปรสิต

“ฉันว่านายมองผิดทาง” สโนว์กล่าว เธอมองไปข้างหน้าที่เริ่มเห็นบางอย่างเลือนราง และก็ราวกับสายลมเป็นใจเพราะเมื่อพวกเธอเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นฝุ่นละอองก็ถูกลมห่าใหญ่พัดหายไปในทีเดียวทำให้ทุกอย่างถูกเผยออกมา

มันไม่เหลือรังที่ตั้งตระหง่านอีกต่อไปแล้ว แม้แต่ซากก็ไม่เหลือ นั่นเพราะว่าทุกอย่างมันได้ตกลงไปในหลุมยักษ์ตรงหน้าพวกเขาทั้งสามคนแล้ว

 “หลุมนี่เกิดจากระเบิดที่พวกเราวางเมื่อสามชั่วโมงก่อนเหรอ?” วินเตอร์กะพริบตาปริบๆ อย่างไม่เชื่อสายตาและเอ่ยอย่างสงสัย

“ไม่ใช่” ฟรอสต์ปฏิเสธความคิดเห็นของวินเตอร์ทันที “บางทีใต้รังพวกปรสิตอาจจะมีโพรงใต้ดิน เมื่อเราหย่อนระเบิดลงไปพื้นดินก็เลยทรุดตัวลง”

“โพรงพวกนี้เกิดจากพวกปรสิตรึเปล่า?” สโนว์พูด

“มีความเป็นไปได้” ฟรอสต์พยักหน้า

หลุมยักษ์ตรงหน้าของพวกเขาใหญ่มากและลึกมาก มากขนาดที่ว่าแม้ในหลุมจะมีซากรังของพวกปรสิตตกลงไปมันก็ยังไม่อาจเติมเต็มหลุมได้ นั่นหมายความว่ารังใต้ดินของพวกปรสิตมันใหญ่โตกว่ารังที่พวกเขาเห็นอยู่บนพื้นดินเสียอีก

“ฉันว่ามันไม่น่าใช่โพรงธรรมดานะ แต่มันน่าจะเป็นอุโมงค์มากกว่า” สโนว์กล่าวเมื่อสังเกตเห็นว่าผนังหลุมมีรูมากมาย ถ้าสภาพมันยังดีอยู่พวกมันน่าจะเป็นอุโมงค์ถ้ำใต้ดินที่มีเส้นทางซับซ้อนเหมือนรังมด

พวกเขาทั้งสามคนรู้ตัวทันทีว่าได้ค้นพบสิ่งที่เป็นความลับของพวกปรสิตแล้ว พวกเขาจะต้องนำเรื่องนี้ไปรายงานกับทางกองทัพโดยด่วน หลังจากสำรวจพื้นที่เสร็จสิ้นแล้วพวกเขาก็รีบกลับฐานที่มั่นของทหารที่อยู่ในเมือง S และรายงานเรื่องทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นภารกิจจนจบภารกิจกับผู้บัญชาการของพวกเขา

หลังจากรายงานทุกอย่างทั้งหมดแล้วมันก็ถึงเวลาพักผ่อนของพวกเขา แต่…

“หลังจากนี่อีกสามวันเราจะลงไปสำรวจในอุโมงค์ใต้ดินของพวกปรสิต อย่าลืมเตรียมตัวซะล่ะ” ผู้บัญชาการของพวกเขาได้กล่าวเช่นนั้น

ไอ้เฮงซวย! สามวันแผลก็ยังไม่หายสนิทเลยด้วยซ้ำนี่ไม่คิดจะให้พักเลยรึไง!?

โชคดีที่วินเตอร์ล็อกตัวสโนว์ไว้ทันเธอก็เลยไม่ถูกลงโทษโทษฐานกระโดดถีบหน้าผู้บัญชาการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายสีเพลิง
8.6
เมื่อนักฆ่าสาวผู้เชี่ยวชาญได้รับภารกิจสำคัญในการปลิดชีพสุลต่านหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งดินแดนอันมั่งคั่ง ทว่าแผนการลอบสังหารกลับนำไปสู่การเปิดเผยความลับอันดำมืดจากอดีตที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานแสนนาน ท่ามกลางอันตรายและการหักหลังที่รายล้อมอยู่รอบตัว ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเขากับเธอก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ บทสรุปของความแค้นและการทรยศในครั้งนี้จะจบลงเช่นไร ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นที่น่าติดตามจนหยดสุดท้าย
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
ปริม ทายาทสาวสุดเอาแต่ใจต้องมารับมือกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งมาดเถื่อนที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย แม้เขาจะขี้หงุดหงิดและอายุห่างจากเธอถึงสิบปี แต่เขากลับยอมสยบกลายเป็นทาสรักให้คุณหนูจอมวีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใกล้ชิดปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง ท่ามกลางการยั่วยวนและความดิบเถื่อนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด เธอจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทั้งดุดันและน่าหลงใหลขนาดนี้
หน้าปกนวนิยาย พยศรักปรารถนาเถื่อน
9.1
ศรินภัสร์ยอมรับภารกิจสายลับมือใหม่แฝงตัวเข้าไปสืบคดีไม้เถื่อนในปางไม้เพื่อพิสูจน์รักที่มีต่อชายคนหนึ่ง แต่เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ วาโย คู่หมั้นที่เธอเกลียดชังซึ่งเป็นเจ้าของที่นั่น เขาเข้าใจผิดว่าเธอมาเพื่อบีบบังคับเรื่องแต่งงาน จึงคอยกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธออย่างโหดร้าย เมื่อศรินภัสร์ไม่ยอมถอย วาโยจึงเริ่มใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนความอวดดี เขาใช้กำลังพันธนาการตัวเธอไว้พร้อมมอบจูบที่ดุดันเป็นการลงโทษจนหญิงสาวผู้อ่อนประสบการณ์แทบสิ้นเรี่ยวแรงและขาดใจ
หน้าปกนวนิยาย เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
8.5
ชะตากรรมของตระกูลต้องพลิกผันเมื่อถูกลงทัณฑ์เนรเทศและต้องหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอด ในยามสิ้นไร้หนทาง หมอหญิงอัจฉริยะได้ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลัก นางไม่เพียงมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ แต่ยังครอบครองพลังมิติเร้นลับที่ช่วยปกป้องเครือญาติจากภยันตราย ท่ามกลางความยากลำบาก นางไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา กลับใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลมวางแผนชำระแค้นอย่างรัดกุม พร้อมกับกอบกู้ฐานะสร้างความมั่งคั่งด้วยสองมือตนเอง นี่คือเส้นทางการต่อสู้ของสตรีผู้แข็งแกร่งที่มุ่งมั่นทวงคืนความยุติธรรมและพลิกวิกฤตให้เป็นความสำเร็จ