ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมีย(เก่า)ฉันเป็นเศรษฐี

เมีย(เก่า)ฉันเป็นเศรษฐี

ตลอดสามปีที่เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ กลับไม่เคยได้ใจเขาเลย เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของสังคมไฮโซที่คิดว่าเธอจะตกอับ แต่เธอกลับประกาศว่าจะกลับไปรับมรดกพันล้าน ทันทีที่ความจริงเปิดเผยว่าเธอคือมหาเศรษฐีระดับโลก ยู่จินเฉินที่เคยเย็นชากลับตามง้อเธอด้วยความหึงหวง พยายามเสนอทุกอย่างที่มีเพื่อขอโอกาสคืนดีจากอดีตภรรยาผู้เพียบพร้อมคนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ณ โรงพยาบาล

“… คนไข้ยังไม่ฟื้น ญาติเข้าไปไม่ได้นะคะ!”

“ไปให้พ้น อย่ามาห้ามฉัน ฉันรู้นะว่าเจียงซุ่ยอยู่ในนั้น!”

เจียงซุ่ยได้ยินเสียงโวยวายจึงพยายามลืมตาขึ้นมามอง

เมื่อหันไปมอง เธอก็เห็นยู่โหลผลักพยาบาลตัวเล็กออกให้พ้นทาง ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องพักด้วยความเกรี้ยวโกรธ แล้วจ้องมาที่เธอด้วยนัยน์ตาที่พร้อมจะกินหัวคน

“เจียงซุ่ยเธอนี่มันร้ายกาจจริง ๆ! เธอถึงขนาดจงใจฆ่าพี่เมิ่งหนิง ตอนนี้ไตของพี่เมิ่งหนิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอรอเข้าคุกได้เลย!”

“ฉันไม่ได้ทำ!” เจียงซุ่ยยันตัวขึ้นนั่งด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด

ยู่โหลกระแทกเสียงใส่คำพูดของอีกฝ่าย “เธอยังจะแก้ตัวอีกเหรอ? มีแค่เธอกับพี่เมิ่งหนิงที่อยู่ในครัวกันสองคนไม่ใช่หรือไง เธอจะบอกว่าพี่เมิ่งหนิงแทงตัวเองอย่างนั้นเหรอ? เธออิจฉาพี่เมิ่งหนิงที่ได้เป็นคนที่พี่ชายฉันชอบล่ะสิ เธอถึงได้อยากจะฆ่าพี่เขา จากนั้นเธอก็จะได้กอดตำแหน่งคุณนายยู่ต่อไป ฝันไปเถอะ!”

เจียงซุ่ยกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่ในขณะเดียวกัน ยู่จินเฉินก็เดินเข้ามา

ชายหนุ่มรูปร่างสูง คิ้วคมเข้ม ดวงตาเงาวับ ร่างกายแข็งแกร่งกำยำและหล่อเหลาราวกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ที่หลุดออกมาจากภาพวาดสีน้ำมันในยุคกรีกโบราณ

เจียงซุ่ยมองหน้าเขาด้วยสายตาราวกับว่าเธอกำลังจับฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้อยู่

“จินเฉิน ฉันไม่ได้ทำร้ายเสิ่นเมิ่งหนิงจริง ๆ นะคะ คุณเชื่อฉันไหม?”

ยู่จินเฉินก้มมองตอบเจียงซุ่ยด้วยแววตา ท่าทาง และน้ำเสียงเยือกเย็น

“เจียงซุ่ย ฉันไม่อยากได้ยินข้อแก้ตัว ถ้าเธอทำผิดจริง ๆ เธอก็ต้องยอมรับผิด เธอต้องไปขอโทษเมิ่งหนิง”

“แค่คำขอโทษจะไปพอได้ยังไง!” ยู่โหลตะคอกต่อ “พี่เมิ่งหนิงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ไต ก็ต้องให้เจียงซุ่ยบริจาคไตทดแทนสิ!”

ยู่โหลพูดด้วยท่าทางที่เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ จากนั้นก็หันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังยู่จินเฉิน “จับตัวเธอเข้าห้องผ่าตัด!”

บอดี้การ์ดตรงเข้ามาล้อมตัวเจียงซุ่ยทันที พร้อมกับล็อกข้อมือและเท้าของเธอเอาไว้

เจียงซุ่ยไร้เรี่ยวแรงขัดขืน หญิงสาวมองสามีของตนเองนิ่ง “จินเฉิน คุณเชื่อฉันไหม?”

เจียงซุ่ยหวังว่าสามีจะทำอะไรสักอย่าง แต่ยู่จินเฉินกลับยืนเฉย ๆ อยู่ที่เดิม ราวกับว่าเขายอมรับในคำตัดสินของยู่โหล

ตอนนี้หัวใจของเจียงซุ่ยแตกสลายอย่างสมบูรณ์แบบ

ความรักที่เธอมีให้ผู้ชายคนนี้หมดสิ้นลงแล้ว ไม่เหลือแม้แต่นิด

เธอพอแล้ว การแต่งงานในครั้งนี้ก็เหมือนเป็นงานแต่งของเธอคนเดียวมาตั้งแต่ต้น เธอไม่ได้อยู่ในใจของผู้ชายคนนี้แม้แต่นิดเดียว ไม่มีทางที่เขาจะเชื่อใจเธอเลย

ความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนเข้าถาโถมซัดโจมตีเจียงซุ่ย

เธอทนจมอยู่กับชีวิตแต่งงานที่น่าเศร้าและน่าสมเพชนี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

เธอยิ้มอย่างทุกข์ตรม “ยู่จินเฉิน พวกเราหย่ากันเถอะ”

เมื่อได้ยินคำว่า “หย่า” ยู่จินเฉินก็ขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับมองหน้าเจียงซุ่ยด้วยสายตาราวกับมองดูเด็กที่พูดจาไม่มีเหตุผล

ยู่โหลแสยะเย้ยหยัน “ถึงหย่าไปแล้วเธอก็หนีคดีไม่ได้หรอก!”

แววตาของเจียงซุ่ยเรียบนิ่งทันที “ทำไมฉันต้องหนีด้วย ในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด? ให้ฉันชดใช้ไต ฉันอยากจะรู้นักว่าเสิ่นเมิ่งหนิงบาดเจ็บสาหัสแค่ไหน!”

เจียงซุ่ยได้กำลังหนึ่งจากอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่อยู่ภายในตัว เธอดิ้นจนหลุดจากการจับกุมของพวกบอดี้การ์ด ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอก

จนเธอเจอห้องพักของเสิ่นเมิ่งหนิง

แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร ยู่จินเฉินก็ไล่หลังตามเธอได้ทัน เขาเข้ารวบตัวเธอเอาไว้ได้ในตอนที่เธอเข้าไปถึงข้างเตียงของเสิ่นเมิ่งหนิง

“เจียงซุ่ย เธอจะเล่นเล่ห์เหลี่ยมอะไรอีก?”

เสิ่นเมิ่งหนิงขดตัวกอดตัวเอง “จินเฉิง ฉันกลัวจังเลย…”

สีหน้าของยู่จินเฉินดำมืด ความโกรธภายในตัวของเขาก็กำลังพุ่งสูง เขาพูดกับเจียงซุ่ยด้วน้ำเสียงหยาบกระด้าง “คุกเข่าลงแล้วขอโทษซะ!”

เจียงซุ่ยกระตุกยิ้มมุมปากบาง ๆ เธอก้มหน้าลง แล้วเดินเข้าไปที่เตียง

ความเสแสร้งฉายชัดในดวงตาของเสิ่นเมิ่งหนิง เธอโน้มตัวไปข้างหน้า แล้วรอให้เจียงซุ่ยคุกเข่าลงขอโทษตัวเอง

แต่ในวินาทีต่อมา เจียงซุ่ยก็ยกมือขึ้นตบหน้าคนตรงหน้าอย่างรุนแรง

“เพี้ยะ!”

เสียงตบดังชัดก้องไปทั้งห้องพัก

เจียงซุ่ยไม่ได้รอให้ใครโต้ตอบ เธอดึงผ้าห่มออก ตามด้วยผ้าก๊อซที่แปะอยู่บนท้องของเสิ่นเมิ่งหนิง

ใต้ผ้าก๊อซมีเพียงบาดแผลเล็ก ๆ ไม่มีเลือดไหล และตกสะเก็ดไปแล้ว

ใบหน้าของยู่จินเฉินตึงขึ้นมาทันที

“บาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ เองนี่ แล้วแบบนี้ฉันถึงกับต้องชดใช้ไตให้เลยเหรอ คุณเสิ่น คุณคำนวณเกินราคาไปมั้งคะ!”

เจียงซุ่ยเดาเอาไว้แล้วว่าต่อให้เสิ่นเมิ่งหนิงจะใช้วิธีที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ เธอก็คงแทงตัวเองไม่ได้ลึกเท่าไหร่

เป็นไปตามที่คาดไว้ ตอนที่เธอมองแวบแรกเธอก็รู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติกับแผลนั่น มองยังไงก็ไม่มีทางที่ไตจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่นอน

เสิ่นเมิ่งหนิงรีบกุมท้องของตนเองด้วยความตื่นตระหนก

“เป็นอะไรไป?”

ยู่จินเฉินถามด้วยสีหน้าเย็นชา

เสิ่นเมิ่งหนิงหน้าซีดเผือด พร้อมกับอธิบายอย่างร้อนรน “ฉัน… ฉันไม่รู้ ฉันสลบไปตั้งแต่ตอนที่ถูกเจียงซุ่ยแทงแล้ว ฉันเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเอง ชดใช้ไตอะไรกัน หมอคงจะวินิจฉัยผิดพลาดไปเอง”

“บังเอิญดีจังเลยนะคะ นี่ถ้าฉันไม่มาเปิดโปงกลอุบายของคุณ ฉันคงต้องเข้าห้องผ่าตัดและถูกตัดไตทิ้งแบบงง ๆ ไปแล้ว”

เจียงซุ่ยยิ้มอย่างประชดประชัน

“อีกอย่างที่คุณต้องรู้เอาไว้ ถ้าอยากจะเสแสร้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บที่ไตนัก แทงจากด้านหลังจะสมจริงกว่านะคะ แต่เสียดายที่คุณลงมือเองก็ทำได้แต่แทงจากด้านหน้าไปเท่านั้น”

“พูดจาไร้สาระ!” เสิ่นเมิ่งหนิงมองยู่จินเฉินด้วยความตื่นตระหนก “จินเฉิน เชื่อฉันนะคะ! เจียงซุ่ยเป็นคนแทงฉันจริง ๆ!”

ยู่จินเฉินชายตามองเธอด้วยท่าทางว่างเปล่าจนเสิ่นเมิ่งหนิงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จากนั้นชายหนุ่มก็ลากสายตาไปมองเจียงซุ่ย

“ฉันจะหาหลักฐานมาช่วยเธออธิบายเอง และจะตอบแทนเธอทุกอย่างตามที่เธอต้องการ”

เจียงซุ่ยมองหน้าผู้ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ ซึ่งตอนนี้ไม่มีผลอะไรกับใจเธอแล้ว

เธอคาดหวังบางสิ่งบางอย่าง แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่เคยให้เธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว และตอนนี้สิ่งที่เขาเรียกว่า การตอบแทน ก็มีค่าไม่ต่างอะไรไปจากขยะในสายตาของเธอ

เจียงซุ่ยแสยะยิ้มเย้ยหยัน “ไม่จำเป็น ฉันเพียงแค่อยากจะหย่ากับคุณตอนนี้เลย!”

ยู่จินเฉินมองหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เขาเห็นภรรยาอยู่ในสายตา

แต่เจียงซุ่ยไม่สนใจ เธอหันหลังแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ทันทีที่เดินออกจากโรงพยาบาล ร่างกายของเจียงซุ่ยก็สั่นสะท้าน

การโต้กลับในเมื่อกี้เป็นเพียงอารมณ์ฉุนเฉียวที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย แต่ตอนนี้เธอหมดเรี่ยวแรงแล้ว

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออก

หลังจากนั้นไม่นาน รถลินคอล์นสีดำก็มาจอดอยู่ตรงหน้าเจียงซุย พร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีในชุดสูทเข้าคู่กับรองเท้าหนังก้าวลงมาจากรถ

ทันทีที่เจียงซุ่ยเห็นเขา เธอก็ทรงตัวยืนต่อไปไม่ไหว ในที่สุดหญิงสาวก็ล้มตัวไปด้านหลัง

ชายคนนั้นพุ่งเข้าไปรวบเอวของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว

เจียงซุ่ยก็เอ่ยเรียกเขา “อารอง…” จากนั้นหญิงสาวก็หมดสติในอ้อมแขนของชายคนนั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เธอคนนั้นกลับมา แต่ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ว
9.2
เมื่อความสัมพันธ์สองปีพังทลายลงเพราะการกลับมาของคนรักเก่าของสามี เนี่ยเหยียนเซินจึงตัดสินใจขอหย่ากับเหยียนซีอย่างไร้เยื่อใย พร้อมข้อเสนอให้เธอเรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่าง แม้จะรู้ดีว่าความผูกพันที่ผ่านมาไม่อาจสู้หยดน้ำตาของหญิงคนนั้นได้ แต่เหยียนซีกลับเลือกที่จะจากไปอย่างสงบโดยไม่โวยวาย ทว่าข้อแลกเปลี่ยนของเธอนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเธอเรียกขอทั้งซูเปอร์คาร์คันหรู วิลล่าราคาแพง และกำไรมหาศาลนับพันล้านที่เขาสร้างมาตลอดสองปีให้แบ่งกันคนละครึ่ง
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง เศรษฐีมาขอแต่งงานทุกวัน
8.2
ในคืนวิวาห์ที่ควรจะหวานชื่น เธอกลับถูกชายปริศนาพรากทุกอย่างไป มิหนำซ้ำยังต้องเผชิญกับแม่สามีที่คอยทำร้ายและสามีที่ไร้เยื่อใยจนถูกขับออกจากบ้าน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอคือทนายความสาวฝีมือฉกาจที่พร้อมจะฟ้องร้องเอาคืน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อชายที่ทำลายชีวิตเธอแท้จริงแล้วคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและเอาแต่ใจอย่างที่สุด เขากลับมาบีบบังคับให้เธอแต่งงานกับเขาด้วยสารพัดวิธี จนเธอเริ่มตระหนักว่าปัญหาระลอกใหม่ที่กำลังเผชิญอยู่นี้อาจร้ายแรงและยุ่งยากกว่าครั้งไหนๆ
หน้าปกนวนิยาย ราคีรักรอยสวาท
9.5
ห้าปีแห่งความแค้นของแมทเทียส คอสแทนทิโน สิ้นสุดลงเมื่อเขาตามหาลักษณ์นาราจนพบ อดีตคนรักที่เคยหลอกเอาเงินก้อนโตหนีหายไปพร้อมลูกแฝดในท้อง มหาเศรษฐีหนุ่มจึงยื่นคำขาดบีบบังคับให้เธอกลับมาอยู่ในคฤหาสน์เพื่อชดใช้ความผิดในฐานะเมียที่ไร้ค่า เขาต้องการเพียงแค่ลูกแฝดทั้งสองและตั้งใจจะเฉดหัวเธอทิ้งทันทีที่ครบกำหนดหนึ่งปี ลักษณ์นาราต้องทนแบกรับความเจ็บปวดในอเวจีที่เขาหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับการได้อยู่ใกล้ชิดลูกก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บบำเรอแค้น
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของสายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง เมมฟิส แคเมอรอน ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวตัดสินใจจบชีวิตตนเองลงเพราะความเสียใจจาก นีล เทอร์เนอร์ ดาราหนุ่มชื่อดัง เมื่อเขารู้ความจริงว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือ รีส เบคเลอร์ ดาราสาวสวยที่เป็นมือที่สามทำลายความรักจนเกิดโศกนาฏกรรม ความโศกเศร้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นไฟแค้นอันร้อนระอุ เขาพร้อมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่เธอทำ