
รักเธอคนเดียว
ตอน 3
แม่บอกว่า ในเมื่อรูปที่ส่งไปเป็นรูปของกู้หวานหว่าน งั้นก็ให้กู้หวานหว่านใช้ชื่อของเธอไปเป็นของเล่นให้คุณชายสามแซ่ลู่นั่นซะ หากใช้วิธีนี้ ตระกูลกู้ก็จะได้รับเงินจากตระกูลลู่ด้วย
ส่วนกู้หวานหว่าน เธอเป็นเพียงคนต่ำต้อยที่ไร้ประโยชน์ หรือว่าเธอจะกล้าต่อต้านหรือไง!
แม่แท้ ๆ ของเธอนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายปี ไหนจะพี่สาวแท้ ๆ ของเธออีก.....
กู้หวั่นเอ๋อร์ยกมุมปากขึ้นอย่างได้ใจ ยังคงพูดต่อด้วยน้ำตาคลอเบ้า “หนูแค่พูดกับเธอไม่กี่ประโยคเอง เธอก็มาตบหนูเฉยเลย! คุณย่า เอาเธอไปขังเลยค่ะ!”
“หนูเปล่านะคะ!”
กู้หวานหว่านพูดพลางสะอื้น เธอยกมือขึ้นมาถูรอยแดงบนคอ แล้วรอยนั้นหายไปแต่มาติดอยู่ที่นิ้วของเธอแทน
แค่ร้องไห้ มีใครทำไม่ได้บ้าง!
“คุณย่า เมื่อคืนหนูไปอยู่ที่บ้านมู่มู่มาค่ะ”
กู้หวานหว่านพูดอย่างคับข้องใจว่า “พี่หวั่นเอ๋อร์มาตะโกนเสียงดังกล่าวหาว่าหนูออกไปมั่วผู้ชายข้างนอกแบบนี้ หากเรื่องนี้ไปถึงหูของคุณชายสามของตระกูลลู่ขึ้นมา จะทำยังไงล่ะคะ!”
“เรื่องชื่อเสียงของหนูนั้นไม่ได้เป็นอะไร หากเขาเกิดมารู้อีกว่าคนที่พวกคุณย่าส่งไปไม่ใช่พี่หวั่นเอ๋อร์ คงแย่แน่เลยค่ะ!”
เธอออกไปหาผู้ชายข้างนอกให้มานอนด้วย แล้วมันจะทำไมเหรอ!
พวกเขายกเธอให้กับชายชราที่ไม่มีใครอยากจะแต่งงานกัน แล้วทำไมเธอจะหาผู้ชายหล่อ ๆ ให้ตัวเองบ้างไม่ได้ล่ะ!
“กู้หวานหว่าน!”
ตอนนี้กู้หวั่นเอ๋อร์แค่รอให้กู้หวานหว่านกับคุณชายสามแซ่ลู่มีอะไรเลยเถิดกันไปก่อน จากนั้นเธอก็จะเปิดเผยว่ากู้หวานหว่านเข้ามาแทนที่เธอ แบบนี้เธอจะได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับเซ่เชียนต่อสาธารณะได้ง่ายหน่อย
“หวานหว่าน!”
หลังจากฟังสิ่งที่หลานสาวทั้งสองของเธอพูดมาแล้ว สายตาของคุณย่าก็มองไปที่กู้หวานหว่านอย่างเย็นชา แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขึงขังอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เมื่อกี้ตระกูลลู่เพิ่งจะโทรมา บอกว่าจะมารับเธอไปแล้ว”
“เขามาแล้วเหรอ?” กู้หวานหว่านตัวสั่นขึ้นมาทันที แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่ทุกคนในห้องนั่งเล่นต่างก็รู้ว่าเธอหมายถึง ‘คุณชายสามของตระกูลลู่’
“อืม” คุณย่ากู้ตอบมาคำเดียว
“หวานหว่าน เธอรีบขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าซะเถอะ คุณชายสามของตระกูลลู่กำลังรอเธอไปปรนนิบัติอยู่นะ!”
เมื่อรู้ว่าตระกูลลู่กำลังจะรับกู้หวานหว่านไปแล้ว กู้หวั่นเอ๋อร์ก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจทันที
กู้หวานหว่านกำมือทั้งสองข้าง ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเธอขึ้นไปชั้นบน คุณย่าที่อยู่ข้างหลังเธอก็ยกชาร้อนที่คุณนายกู้ส่งให้ขึ้นมา จากนั้นก็พูดอย่างเย็นชาว่า “หวานหว่าน เธอควรเชื่อฟังหน่อยนะ!”
ประโยคนี้ทำให้กู้หวานหว่านนึกถึงบุคคลที่เธอต้องปกป้องขึ้นมาทันที เธอกำมือทั้งสองข้างแน่น แล้วก็ตอบขึ้นมาช้า ๆ ว่า “หนูจะเชื่อฟังคำสั่งของคุณย่าค่ะ”
——
“หวานหว่าน เธอคิดจะทำอะไร? จะไปบ้านตระกูลลู่จริงเหรอ?”
ในบาร์ที่มีเสียงดังอึกทึก มู่มู่เพื่อนสนิทของเธอถามอย่างเป็นกังวลหลังจากฟังกู้หวานหว่านเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จนจบ
“แล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะ?”
กู้หวานหว่านยิ้มเย้ยหยัน แล้วก็เทไวน์เต็มแก้วให้ตัวเอง “ถ้าฉันบอกว่าไม่ไป พวกเขาก็จะขังฉันไว้”
“อีกอย่าง……”
รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หวานหว่านดูกว้างขึ้น แต่กลับก็ดูเศร้ามากขึ้นด้วย “แม่ฉันหมดสติไปนานมากขนาดนี้ แล้วพวกเขาก็.....”
“ตกลงกันแล้วว่าจะช่วยพี่สาว”
“แต่ คุณชายสามของตระกูลลู่น่ากลัวมากเลยนะ”
มู่มู่ขมวดคิ้ว เธอพูดอย่างเป็นกังวล เธอได้ยินมาหลายครั้งแล้วว่าคุณชายสามแซ่ลู่ที่เมืองตี้นั่นเป็นชายชราที่โหดเหี้ยมและไร้ซึ่งความปราณีคนหนึ่ง
“ไม่ต้องกลัวหรอก!” กู้หวานหว่านยืนขึ้น เธอตบไหล่มู่มู่พลางพูดว่า “ฉันไปนอนกับผู้ชายที่หล่อมาก ๆ คนหนึ่งมาแล้ว ไม่ขาดทุนแล้วล่ะ!”
“หากชายชราแซ่ลู่นั่นรู้เรื่องนี้ จะได้รีบไล่ตะเพิดฉันกลับตระกูลกู้พอดีเลย”
แต่หลังจากกลับมาที่ตระกูลกู้แล้ว เธอน่าจะต้องโดนเล่นงานอีกเยอะเลย!
ในโลกนี้ จะมีใครปกป้องเธอบ้างไหม
เมื่อคิดถึงแม่ที่อยู่ที่โรงพยาบาลและวิธีการของพวกคุณย่า กู้หวานหว่านก็หยิบแก้วไวน์ที่อยู่ตรงหน้าเธอขึ้นมาดื่มจนหมด
“ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้วดีกว่า หาเงินก่อนเถอะ”
ที่มาที่นี่ เธอไม่ได้มาเที่ยว “วันนี้ต้องการให้ฉันจัดการใครดีล่ะ”
“อ๋อ!”
มู่มู่เปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้น แล้วก็หารูปถ่ายรูปหนึ่งออกมา จากนั้นก็เอาวางไว้ตรงหน้ากู้หวานหว่าน “โม่จื่อเหยี้ยน! ไอ้สารเลวนี่เหยียบเรือสองแคม ผู้จ้างต้องการให้เธอตบหน้าเขาสิบที แล้วก็ถ่ายรูปส่งไป ตบเสร็จจ่ายเงินทันทีเลย”
เมื่อได้ยินเรื่องเงิน ดวงตาของกู้หวานหว่านทั้งสองข้างก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอยังติดหนี้คุณอาสุดหล่อนั่นเอาไว้ตั้งเก้าพันกว่าบาทเลยด้วย
คุณอาจจะชอบ





