
การทรยศของเขา ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเธอ
ตอน 2
คิน POV:
โลกทั้งใบหมุนคว้าง เอริกา มาอยู่ที่นี่ ยืนอยู่นอกออฟฟิศของผม พร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ข้างๆ และแววตาที่สามารถแช่แข็งนรกได้ ในชั่วเสี้ยววินาที สมองของผมปฏิเสธที่จะประมวลผลภาพตรงหน้า มันเหมือนกับความผิดพลาดในระบบ เหมือนฉากจากชีวิตที่ผมไม่ควรจะใช้ชีวิตอยู่
เท้าของผมขยับไปก่อนที่สมองจะตามทัน ผมก้าวสามก้าวยาวๆ ไปหาเธอ แต่ผมไม่ได้กอดเธอ แขนของผมหนักอึ้งเหมือนตะกั่ว สัญชาตญาณแรกของผม สัญชาตญาณโง่ๆ คือการเหลือบมองไปที่คีร่า ซึ่งกำลังมองเราอยู่ด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก
“เอริกา” ผมพูดออกมาได้อีกครั้ง เสียงแหบพร่า “คุณมาทำอะไรที่นี่”
เธอไม่ตอบในทันที สายตาของเธอเย็นชาและแน่วแน่ และเธอเรียกผมด้วยความเป็นทางการที่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า “คุณคิน”
“อย่าทำแบบนั้นสิ” ผมพูดเสียงต่ำ “ทำไมคุณไม่บอกผมก่อนว่าจะมา” ผมเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางของเธอ เป็นท่าทีที่งุ่มง่ามและสิ้นหวังที่จะทำอะไรสักอย่างให้มันดูปกติ
“ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์คุณ” เธอพูด น้ำเสียงเรียบเฉย “ดูเหมือนว่าฉันจะทำสำเร็จนะ”
ผมพาเธอเข้าไปในออฟฟิศ ปิดประตูตามหลังเราอย่างแน่นหนา ผมพิงประตู เอามือลูบผม “คีร่า ช่วยพักสายทั้งหมดของผมสักครู่นะ” ผมตะโกนผ่านประตูไม้
เงียบ ผมหันกลับมาหาเอริกา เธอยืนอยู่กลางห้อง ท่าทางแข็งทื่อ สายตาของเธอกวาดมองทุกรายละเอียด เธอดูแตกต่างจากตอนที่เราวิดีโอคอลกัน เธอดูมีอำนาจและน่าเกรงขามกว่า ผู้หญิงที่อ่อนล้าและนุ่มนวลที่เผลอหลับไปพร้อมกับแล็ปท็อปบนหน้าอกได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยคนแปลกหน้าในชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างเฉียบคม
“คุณจะบอกผมได้ไหมว่าโกรธอะไร หรือจะให้ผมเดาเอาเอง” ผมพยายามทำน้ำเสียงให้ดูสบายๆ แต่มันกลับฟังดูฝืนๆ ในบรรยากาศที่ตึงเครียด
เธอไม่ตอบ สายตาของเธอจับจ้องไปที่โต๊ะทำงานของผม ที่กรอบรูปสีเงินเล็กๆ ซึ่งเคยใส่รูปของเราสองคนบนชายหาดที่ภูเก็ต ตอนนี้มันกลับใส่รูปทีมใหม่ของผม เป็นภาพทีเผลอจากงานเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์ล่าสุด คีร่ายืนอยู่ข้างๆ ผม ยิ้มแป้น มือของเธอวางอยู่บนแขนของผมอย่างสบายๆ
“เอ่อ ผมเอารูปนั้นมาตั้งไว้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมน่ะ คุณก็รู้” ผมพูดตะกุกตะกัก “มันเป็นทีมโปรเจกต์ คีร่าก็อยู่ในนั้นด้วย” คำอธิบายฟังดูอ่อนปวกเปียกแม้กระทั่งในหูของผมเอง
ในที่สุดเอริกาก็มองมาที่ผม และความผิดหวังในดวงตาของเธอก็เหมือนหมัดที่ชกเข้าเต็มๆ “ฉันจินตนาการถึงช่วงเวลานี้มาตลอดสองปีนะคิน” เสียงของเธอเงียบ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในคำแก้ตัวที่น่าสมเพชของผม “ฉันคิดว่าคุณจะเห็นฉันแล้วคุณจะ...ฉันไม่รู้สิ ฉันคิดว่าคุณจะดีใจ”
แทนที่จะตอบ เธอกลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไร เธอแค่กดเล่น
เสียงที่สดใสและไร้กังวลของคีร่าดังลั่นไปทั่วออฟฟิศที่เงียบเชียบ “แข่งกันขึ้นไปบนยอดเขานะคิน! คนแพ้เลี้ยงหมูกระทะ!”
หน้าของผมร้อนผ่าว “เอริกา มันไม่ใช่แบบที่คุณคิดนะ”
“เหรอ”
“เธอเป็นแค่ผู้ช่วยของผม! แล้วก็เป็นเพื่อน แค่นั้นแหละ มันเป็น...มันเป็นเรื่องปีนผา เธอเป็นคู่หูของผม คุณก็รู้ เหมือนเพื่อนที่ยิมน่ะ”
“เพื่อนที่ยิมแบบไหนกันที่เป็นผู้ช่วยของคุณด้วย แบบที่คุณไม่เคยคิดจะพูดถึงเลยตลอดสองปีที่ผ่านมา” เธอถาม เสียงของเธอเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ทำให้ผมกลัวยิ่งกว่าความโกรธ “ฉันเหนื่อยนะคิน ฉันเหนื่อยมากจริงๆ”
“ฟังนะ ผมรู้ว่าผมควรจะบอกคุณว่าผมจ้างเธอ มันเป็นเรื่องกะทันหัน ผู้ช่วยคนเก่าลาออก แล้วคีร่าก็ต้องการงาน มันก็เลย...สะดวกดี” ผมก้าวเข้าไปหาเธอ ยกมือขึ้นในท่าทีสันติ “เราเป็นแค่คู่หูกัน แค่...เพื่อนกัน นั่นคือสิ่งที่เราเรียกกันและกัน”
ในที่สุดผมก็เข้าไปใกล้และโอบกอดเธอ เธอตัวแข็งทื่อ ไม่ยอมโอนอ่อน “ห้าปีนะเอริกา” ผมกระซิบข้างหูเธอ เสียงของผมสั่นเครือด้วยความสิ้นหวัง “เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะแยะ อย่าให้เรื่องนี้...อย่าให้วิดีโอโง่ๆ มาทำลายทุกอย่างเลยนะ”
ผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แล่นผ่านร่างกายของเธอ และในชั่ววินาทีหนึ่ง ผมคิดว่าเธออาจจะพังทลายลงมา จมูกของเธอซบอยู่กับอกของผม และผมรู้สึกได้ถึงความชื้นจากน้ำตาของเธอที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตของผม หัวใจของผมเจ็บปวด ผมมันโง่เง่า เป็นไอ้โง่ที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด
“ผมกำลังจะไปเซอร์ไพรส์คุณ” ผมพูด พลางผละออกมาเล็กน้อยเพื่อมองหน้าเธอ ผมควานหาโทรศัพท์มือถือและโชว์การยืนยันเที่ยวบินให้เธอดู ตั๋วไปกลับเชียงใหม่สำหรับสุดสัปดาห์หน้า “ผมจองตั๋วนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมกำลังจะไปรับคุณ การที่คุณมาที่นี่ก่อน...มันเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ มันสมบูรณ์แบบเลยนะ”
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสับสน คำถามที่ผมรู้ว่าเธออยากจะถาม เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ เกี่ยวกับคืนนั้น เกี่ยวกับรูปถ่าย มันแขวนค้างอยู่ระหว่างเรา เธอเธอดูสับสนและเจ็บปวดมากจนผมทนดูไม่ได้
ผมใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของเธอเบาๆ “เรามา...เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ โอเคไหม”
ผมจูงมือเธอไปที่ประตู ผมต้องทำสิ่งนี้ ผมต้องทำให้มันชัดเจน
ผมเปิดประตู คีร่ายืนอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ แกล้งทำเป็นยุ่ง แต่เห็นได้ชัดว่ากำลังแอบฟังอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อเราออกมา สายตาของเธอจับจ้องไปที่มือของเราที่จับกันอยู่ทันที รอยยิ้มของเธอเกร็งขึ้น
“คีร่า” ผมพูด เสียงดังและหนักแน่น เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในระยะได้ยินได้ยิน “นี่เอริกา วรโชติ แฟนผมเอง”
ท่าทีของคีร่าไร้ที่ติ เธอยิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพ “ดีใจที่ได้เจอตัวจริงสักทีนะคะ คุณคินพูดถึงคุณตลอดเลย” สายตาของเธอเหลือบลงมาที่มือของเราอีกครั้ง “สวัสดีค่ะคุณเอริกา หรือว่าในอนาคตต้องเรียกว่าคุณนายธีรวัฒน์ดีคะ” เธอพูด น้ำเสียงของเธอหวานเกินไปนิดหน่อย
“เรียกเธอว่าเอริกาก็พอ” ผมพูด พยายามรักษาน้ำเสียงให้ดูสบายๆ แต่หนักแน่น “เธอจะทำงานกับทีมซอฟต์แวร์ที่ชั้นสาม ช่วยพาเธอลงไปที่แผนกปฏิบัติการหน่อยได้ไหม”
เอริกาสะบัดมือออกจากมือผมอย่างเย็นชา ขณะที่เธอเดินจากไป ไหล่ของเธอตก ผมรู้สึกผิดอย่างรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
ผมหันกลับไปที่โต๊ะทำงาน และคีร่าก็ยืนอยู่ที่ประตูออฟฟิศของผมแล้ว
“‘แฟนผมเอง’?” เธอกระซิบ เสียงของเธอเจือไปด้วยความขุ่นเคืองแกล้งๆ “เอาจริงดิคิน พูดซะฉันดู...เป็นทางการไปเลย”
ผมอดที่จะยิ้มไม่ได้ ความตึงเครียดบนบ่าของผมผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ก็เธอเป็นแฟนนี่นา จะให้ผมพูดว่าอะไรล่ะ”
“ไม่รู้อ่ะ” คีร่าย้อนกลับ พิงกรอบประตูพร้อมกับทำหน้ามุ่ยอย่างขี้เล่น “อาจจะไม่ต้องจับมือเธอเหมือนลูกหมาหลงทางก็ได้มั้ง สุดสัปดาห์นี้เรายังไปปีนผากันอยู่ไหม”
การหยอกล้อที่ง่ายดายเป็นเหมือนการปลดปล่อย เป็นจังหวะที่สบายๆ หลังจากพายุที่ชื่อเอริกาพัดผ่านไป “ผมไม่รู้สิคีร่า ตอนนี้เอริกาอยู่ที่นี่แล้ว มัน...”
“โอ๊ย อย่าทำตัวน่าเบื่อน่า” เธอครวญ “ให้เธอมาดูด้วยก็ได้ สนุกดีออก” เธอขยิบตา “อีกอย่าง คุณสัญญาว่าจะเลี้ยงหมูกระทะฉันนะ”
ความตั้งใจของผมพังทลายลง “ก็ได้ แต่คุณเลี้ยงนะ”
ผมมองแผ่นหลังของเอริกาที่หายเข้าไปในลิฟต์ ความหวาดกลัวเย็นเยียบเข้าเกาะกุมในท้องของผม ผมกำลังพยายามยึดเหนี่ยวโลกสองใบไว้ และผมรู้สึกได้ว่ามันทั้งสองกำลังเริ่มที่จะหลุดลอยไปจากมือของผม
คุณอาจจะชอบ





