
My teddy สามีติดดิน
ตอน 3
เอก อี เอ้ก เอ้ก
ไก่หลายตัวที่อยู่ในเล้าหลังบ้านของแดนไทย เริ่มส่งเสียงขันเมื่อเข้ารุ่งสางของเช้าวันใหม่ ดารารินทร์ที่ได้ยินเสียงอันน่ารำคาญก็เริ่มขมวดคิ้วหงุดหงิดหัวใจ เธอค่อยๆพลิกตัวควานหาทั้งมอนทั้งผ้าห่มปิดหูแต่ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานเสียงไก่พวกนั้นให้มาถึงหูของเธอได้ เมื่อทำอะไรกับเสียงพวกนั้นไม่ได้ก็เริ่มเปิดปากอาละวาด
“อืม มาขันอะไรตอนนี้ จะน้อนน”
สาวเจ้าไม่ชอบเอาเสียเลยในเวลาที่กำลังนอนสบายๆแล้วมีอะไรมารบกวน
“หึ่”
แดนไทยที่กำลังจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวรู้สึกขบขันคนบนเตียงพอสมควร เขาลุกยืนบิดขี้เกียจและเดินตรงไปหาหญิงสาวที่ควานผ้าห่มรวมถึงหมอนเอามาปิดหูเอาไว้ พอถึงตัวภรรยาตีทะเบียนได้ก็ยื่นมือไปจับหัวไหล่มนเขย่าเบาๆ
“นี่คุณ ตื่นไปทำกับข้าวให้ผมได้แล้ว”
“โอ้ย อะไรนักหนาฉันจะนอน ทั้งไก่ทั้งคนเลย หุ้ยย”
สาวเจ้าดีดตัวผึงลุกนั่งหัวฟู มือน้อยรีบปัดผมออกจากใบหน้าและเงยขึ้นมามองค้อนสามีหุ่นหมีที่ยืนเท้าเอวข้างเตียง เธอหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครมารบกวนเวลานอนของเธอแบบนี้ หากเจ้าไก่พวกนั้นอยู่ใกล้ไม้ใกล้มือเป็นได้คว้าหมับจับหักคอไปแล้ว
“ไปทำกับข้าวให้ผม”
แดนไทยไม่ได้สนใจเสียงบ่นและท่าทีหงุดหงิดของดารารินทร์ เขายังคงยืนเท้าเอวจ้องเธอไม่วางตา รู้ว่าย่าตนเสียค่าสินสอดให้สาวเจ้าหลายร้อยล้าน จึงอยากจะรู้นักว่าเธอจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระอะไรเขาได้บ้าง
“นี่ตีห้าครึ่ง คุณจะกินอะไรก็ไปทำกินเองฉันทำไม่เป็น”
มือเรียววาดไปหยิบมือถือมาดูเวลาได้ก็ตวัดสายตามองค้อนชายหนุ่มอีกรอบ พร้อมตอบกลับปฏิเสธเสียงแข็ง เอ่ยจบก็ฟุบนอนขดกับผ้าห่มผืนหนาต่อ ใครหิวก็ไปทำกินเองเธอไม่ใช่แม่ครัวและไม่คิดจะเป็นด้วย
“ทำหน้าที่ให้มันคุ้มกับค่าสินสอดหน่อยสิครับ”
แดนไทยเปลี่ยนจากการยืนเท้าเอวเป็นยืนกอดอก จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยัน นึกในใจถึงคนเป็นย่าที่จะหาเมียให้เขาทั้งทีก็หาให้มาช่วยแบ่งเบาภาราะของเขาหน่อยก็ไม่ได้
คนที่ถูกสบประมาทอย่างคุณหนูดาวหรือจะยอมอยู่เฉย สิ้นคำพูดของชายหนุ่มตากลมก็สว่างโล่หลับต่อไม่ลง ดีดผึงลุกขึ้นจากเตียงเท้าเอวจ้องหน้าคนตัวโตเขม็ง
“นี่ จะบอกอะไรให้นะ ฉันเสียสละมาเป็นเมียและแม่ให้ลูกคุณก็ดีเท่าไรแล้ว และบอกไว้เลยว่าฉันจะไม่ทำงานหนักเพราะต้องเตรียมตัวเป็นแม่คนเข้าจั๊ย”
“ถ้าคุณย่ารู้ว่าหลานสะใภ้ขยันขนาดนี้ยังจะปลื้มอีกหรือเปล่านะ”
แดนไทยเปรยสายตามองข้ามหัวหญิงสาวโดยที่ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเธอ เข้าใจว่าที่หญิงสาวพูดมาเพื่อที่จะหาข้ออ้างขี้เกียจมากกว่า ทำอย่างกับเขาไม่รู้ว่าคนท้องทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอจะเตรียมตัวเป็นแม่คนหรือเตรียมตัวในการเป็นอมพาตมากกว่า
“หื่ยย.. อยากกินอาหารฝีมือฉันมากใช่ไหม ได้”
ร่างบางระหงส์ในชุดนอนราคาแพงเดินสะบัดก้นออกมาจากห้องนอน เดินกระฟัดกระเฟียดมายังครัว เมื่อมาถึงก็ยืนพ่นลมหายใจระบายโทสะครู่ใหญ่ กวาดสายตามองกวาดรอบๆห้องครัวเล็กก็เริ่มบุ้ยปาก นึกไม่ออกว่าจะหยิบจับอะไรก่อนดีเพราะเธอไม่เคยทำกับข้าวมาก่อน แม้แต่เข้าครัวต้มบะหมี่เองเธอก็ไม่เคยทำ แต่ที่ออกมาเพราะความโมโหในคำสบประมาทของแดนไทยล้วนๆ
“ทำไม่เป็นล่ะสิ”
ชายหนุ่มล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินเข้ามาชะโงกหน้าดูหญิงสาวในห้องครัว เห็นว่าเธอยืนเก้ๆกังๆก็เดาออกว่าคงจะไม่เคยหยิบจับอะไรในครัวแน่นอน
“รู้แล้วก็ยังจะใช้”
คิ้วเรียวสวยขมวดผูกกันเป็นโบว์ บ่นอู้อี้ไม่คิดจะมองหน้าชายหนุ่ม เพราะยังเคืองใจที่เขารบกวนการนอนของเธอจนต้องมายืนหงุดหงิดอยู่ในครัวตอนนี้
“เดี๋ยวสอน วันหลังคุณจะได้ทำเป็น”
แดนไทยเปิดตู้เย็นหยิบไข่สองใบกับไส้กรอกสี่ชิ้นวางไว้ในจานที่เคาเตอร์ครัวและหยิบขนมปังในตู้ออกมาใส่เครื่องปิ้ง
“เห็นแล้วใช่ไหมว่าปิ้งขนมปังยังไง”
“อืม”
สายตาของสาวเจ้าเปรยมองไปยังเครื่องปิ้งขนมปังอย่างเต็มตาเท่าไรนัก เพราะไม่ได้ใส่ใจจะทำ สองหนุ่มสาวง่วนอยู่ในครัวร่วมครึ่งชั่วโมงอาหารเช้าก็เรียบร้อย ดารารินทร์ไปล้างหน้าล้างตาและกลับมานั่งทานอาหารเช้าพร้อมหน้ากับแดนไทย เธอมองคนที่นั่งตรงข้ามหั่นไส้กรอกเข้าปากอย่างชำนาญในการใช้มีดกับส้อมด้วยสายตาฉงน แปลกใจที่คนอยู่ไร่อยู่สวนจะทานอาหารเช้าแบบต่างชาติด้วย
“มองอะไร ทำไมไม่กิน”
แดนไทยจับสังเกตได้ว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้องมาครู่หนึ่งแล้ว จึงเริ่มวางมีดกับส้อมเงยหน้าจ้องมองหญิงสาว
“เปล่า แค่ไม่คิดว่าคุณจะกินอาหารเช้าแบบนี้”
“ผมก็กินแบบนี้ตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ทำไมคนบ้านไร่อย่างผมกินของแบบนี้ไม่ได้เหรอ”
“ป๊าวว ก็ไม่ได้ว่าอะไร”
ดารารินทร์เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้มหน้าหั่นไส้กรอก ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงเริ่มทานต่อได้ โต๊ะอาหารหลังจากนี้มีแต่ความเงียบเพราะไม่มีใครใส่ใจที่จะหาเรื่องสนทนากันนัก หลังจากแดนไทยทานอาหารเช้าเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกไปที่ไร่ทันที
“แล้วคุณจะกลับตอนไหน”
“ทำไม คิดถึงผมเหรอ”
“ทะลึ่ง ถามเฉยๆ”
ดารารินทร์ถลึงตาให้คนที่ชอบกวนประสาท ที่เธอถามเพราะอยากจะรู้เวลาที่ชายหนุ่มไม่อยู่ในบ้านแน่นอน จะได้ทำสิ่งที่คิดอยากจะทำสะดวกๆ
“คงเย็นๆ วันนี้ผมให้คุณพักผ่อนให้เต็มที่เลย พรุ่งนี้ค่อยเข้าไร่กับผม”
คนตัวโตเอ่ยขณะยกหมวกคาวบอยขึ้นมาสวม ดารารินทร์ที่รู้ตัวว่าจะได้เข้าไร่ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ วินาทีนี้แดนไทยเริ่มถอยหลังออกจากหญิงสาวสองสามก้าว เข้าใจว่าตัวเองจะต้องแสบแก้วหูเพราะเสียงของเธอแน่นอน
“ใครจะไปทำไร่ ฉันไม่ทำหรอกนะ”
แล้วก็เป็นเช่นนั้น สาวเจ้ายืนเท้าเอวทำหน้ายักษ์ยืนกรานว่ายังไงเธอก็ไม่ยอมเข้าไร่เข้ากงเด็ดขาด คนอย่างดารารินทร์เกิดมาก็ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูไฮโซมีพี่เลี้ยงรายล้อมคอยทำโน่นทำนี่ให้ทุกอย่างอยู่แล้ว แถมตอนนี้ยังเลือกที่จะมาแต่งงานกับคนรวยมีหรือเธอจะยอมทำสวนทำไร่ให้เหนื่อยเสี่ยงกับผิวพรรณที่จะเสีย ที่มากไปกว่านั้นหากคนรู้จักรู้ว่าเธอต้องมาเป็นชาวไร่ได้ถูกหัวเราะเยาะแน่
“อ้าว เป็นเมียผมก็ต้องทำไร่สิครับ จะมานั่งงอมืองอเท้าได้ยังไง”
แดนไทยยังคงหยอกคนที่กำลังโมโหเล่นไม่เลิก
“ก็บอกแล้วไงว่าเตรียมตัวเป็นแม่ฉันไม่คุยด้วยแล้ว”
ดารารินทร์ยืนกรานก่อนจะหันหลังสะบัดก้นเข้าไปในบ้าน ท่าทีหงุดหงิดของเธอทำแดนไทยยืนสบถขำ ท่าทีไม่สบอารมณ์ของดารารินทร์แดนไทยเห็นหลายครั้งเข้าเขาก็มองภาพนั้นเป็นภาพที่น่าขบขันไปโดยปริยาย ที่จริงเขาได้รับคำสั่งมาจากย่าตนแต่แรกแล้วว่า เมื่อดารารินทร์แต่งเข้ามาต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด หากจะให้หญิงสาวช่วยอะไรก็ขอให้เป็นแค่งานบ้านเท่านั้น แต่งงานไร่ไม่ให้เข้าไปช่วยเด็ดขาดนอกเสียอยากหญิงสาวขอไปเอง เพราะไม่อยากให้ทางบ้านของหลานสะใภ้เห็นว่าเธอพาหญิงสาวมาลำบาก
คุณอาจจะชอบ





