ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ราคีร้ายคนเถื่อน

ราคีร้ายคนเถื่อน

มุกตาภาลูกนอกสมรสที่ไร้การยอมรับจากบิดา ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนหลังความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนทำให้เธอตั้งครรภ์ เมื่อไร้ที่พึ่งและเกรงว่ามารดาจะเสียใจ เธอจึงตัดสินใจไปหาพ่อเลี้ยงมรุเดชเพื่อหวังความช่วยเหลือ ทว่าเขากลับตอบแทนความหวังด้วยเงินทำทานและถ้อยคำเหยียดหยามจนหัวใจเธอแตกสลาย ความเจ็บช้ำเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอจึงเลือกเดินจากมาพร้อมสิ่งล้ำค่าในครรภ์ โดยตั้งมั่นว่าจะลบเลือนรักแรกที่ฝากรอยมลทินนี้ทิ้งไป และขอตัดขาดจากเขาตลอดกาลตามที่เขาปรารถนา
ตอน
แชร์

ตอน 2

เรือนคนรับใช้อยู่หลังตึกใหญ่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมะลิลาเดินเร็วกว่าเคย “มุก มุกลูกอยู่ในห้องหรือเปล่าจ๊ะ” ถึงหน้าห้องพักมะลิลาเรียกลูกสาว

ไม่มีเสียงขานรับจึงเปิดประตูเข้าไป เห็นลูกสาวนอนอยู่บนเตียงตรงเข้าไปหา “ไม่สบายหรือลูก เหนื่อยงานเมื่อคืนใช่ไหม”

“เปล่าจ๊ะไม่เหนื่อยแค่เวียนหัว” มุกตาภาลุกขึ้นนั่ง “แม่อย่าห่วงเลยขอนอนอีกนิดเดียวนะ”

มะลิลาจับไหล่ลูก “กินข้าวหรือยังแม่ไปหาให้นะแล้วเราจะไปทำบุญกันหรือเปล่าแบบนี้”

วันเกิดเธอทุกปีหญิงสาวจะหาเวลาไปทำบุญ แต่วันนี้เห็นที่ต้องปฏิเสธแม่“เรียบร้อยจ๊ะ เรื่องไปทำบุญไว้วันหลังก็ได้นะแม่”

“ถ้าอย่างนั้นพักนะแม่ไม่กวนแล้ว” มะลิลาเดินออกจากห้อง คล้อยหลังแม่มุกตาภาชันเข่าคิดสับสน

“แม่จ๋าถ้าไม่ติดว่าแม่ไม่อยากไปจากที่นี่มุกไม่อยากอยู่ธนธรณ์อีกแล้ว ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเมื่อเจอคุณมรุเดช สายตาว่างเปล่าคงกลายเป็นความเกลียดชังรังเกียจ แถมหัวใจไม่รักดีเริ่มหวง อิจฉาคุณผริดามากขึ้นหลังจากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน มุกจะทำยังไงดี กับหัวใจไร่ค่าที่แอบรักคนซึ่งตอนนี้รังเกียจกันเสียแล้ว”

“เป็นไงแม่เจอยายมุกไหม” มุกสินีถามเห็นแม่เดินกลับมา สาวอวบแหงนมองบนตึกจนเมื่อยคอ ไม่มีเรื่องที่อยากให้เกิดเสียทีก็ชักสงสัย หรือจะไม่เป็นอย่างที่คิด

“น้องหลับอยู่”

“มันอยู่ในห้อง ในห้องหรือ”

“น้อง…จะไปไหนล่ะ” พูดจบลูกสาวเดินห่างออกไป มะลิลามองอย่างแปลกใจ มุกสินีนั้นหน้าบึ้งคิดจะเดินไปหาน้องสาวแต่สายตาเห็นเจ้านายสาวเดินออกมากับคู่หมั้นก็หยุดเท้าเดิน “ยังหวานกันจัง แบบนี้ก็ไม่มีใครจับได้ล่ะสิ” มุกสินีพึมพำ

“อะไรหึนี” มะลิลาเดินตามมาถามอย่างสงสัย

“อย่ายุ่งน่าแม่” มุกสินีหน้างอวิ่งไปหามุกตาภา

หน้าห้องมุกตาภา

“ยายมุกตื่นๆ” มุกสินีเคาะประตู

“พี่นีมุกขอพักนะ ถ้ายังไงจะไปช่วยงานตอนค่ำ” มุกตาภาช่วยงานพี่สาวเสมอเลยคิดว่าพี่มาตาม

“เปิดประตูก่อนพี่มีเรื่องอยากถาม เป็นไรหึนอนยังไม่ตื่น”

“แค่เวียนหัว”

มุกสินีไม่อยากพูดเสียงค่อย ไม่อยากรออีก ”จะเปิดไม่เปิดหา เปิดนะคุยแบบไม่เห็นหน้าไม่ชอบเลย อะไรกันนักหนา”

ประตูเปิดมุกสินีเดินตามมุกตาภาซึ่งเดินไปล้มตัวลงนอน “ลุกมาคุยกันก่อน”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องเมื่อคืน”

มุกตาภาเงียบ เริ่มสงสัยพี่สาว “เรื่องอะไรพี่มีเรื่องอะไรหรือ”

“ก็…” มุกสินีไม่กล้าถามกลัวน้องสาวจะรู้หากเรื่องราวที่เตรียมไว้บรรลุเป้าหมาย

“ว่าไงล่ะพี่นีรออยู่ ไม่ถามหรือ”

“แค่อยากถามแกกลับมานอนตอนไหน”

“ดึกแล้วล่ะพี่นอนไปแล้วมั้ง”

“ออ…แล้ว เอ่อ…”

มุกตาภากังขาความอยากรู้ของพี่อยากถามออกมาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เมื่อคิดถึงผลเสียที่อาจจะตามมาก็เลือกจะเงียบ

“พี่ มุกขอนอน” มุกตาภาไล่พี่ทางอ้อม

“ก็ได้ ก็ได้ ไปแล้ว” มุกสินีหันหลังไปเปิดประตู ในใจยังมีความสงสัย คิดจะรู้เรื่องเมื่อคืนให้ได้

พรหมเทพมหาเศรษฐีวัยหกสิบ รูปร่างค่อนข้างท้วมกำลังเดินออกมานั่งบริเวณสนามหญ้าซึ่งเมื่อคืนเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก ผริดาและมรุเดชเดินมาสมทบ ทรุดนั่งดื่มกาแฟด้วยกัน มะลิลาหลบออกไปเพราะไม่อยากอยู่ในสายตาผริดารู้ว่าเจ้านายสาวรังเกียจตน “เป็นไงคุณวุ่นวายไหมเมื่อคืน เพื่อนๆ ลูกดาเขาเยอะคุณต้องทำใจนะ” พรหมเทพถามว่าที่ลูกเขยเพราะเห็นฝ่ายชายแทบไม่ได้เข้าใกล้ลูกสาว

“ปกติครับผมเข้าใจ” มรุเดชตอบ

“คุณพ่อคะปีนี้ฉลองวันคล้ายวันเกิดต้องเต็มที่หน่อยเพราะปีหน้าอาจจะอุ้มตัวน้อยๆ หลานคุณพ่อค่ะ” ผริดาตรงไปตรงมา เพราะอีกสองเดือนเธอจะแต่งงานกับคนรัก พรหมเทพหัวเราะ

“ยายหนูดาอย่าอวดก่อนเลย เกิดไม่มีจะอายพ่อนะ”

“ไม่มีทางดาจะมีน้องทันทีที่แต่งงาน ใช่ไหมคะบอส” หันไปถามคนรักอย่างเอาใจเพราะรู้คนรักอยากมีลูก มรุเดชยิ้มพอใจ

“ฟาร์มกำลังขยายนี่น่าว่าที่เจ้าบ่าวอาจเปลี่ยนใจนะ” พรหมเดชเย้าลูกสาว

มรุเดช เครือเดชะไพศาล อายุ31 ปี ทายาทคนโตพ่อเลี้ยงไพรัตน์ มหาเศรษฐีเมืองเหนือ หนุ่มหน้าหยก หล่อเหลาขยี้ใจสาวทุกประเภท แม้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา ชายหนุ่มดูแลฟาร์มโคนม โคเนื้อ ไร่ชาหลายพันไร่ พบรักกับผริดาตอนเรียนปีสี่ทางบริหารธุรกิจที่กรุงเทพก่อนจะบินไปเรียนต่อเมืองนอกสามปี กลับมาดูแลธุรกิจตระกูล 5 ปีแล้ว ความรักหนุ่มสาวยังเหนียวแน่นเพราะไปมาหาสู่กันไม่ได้ขาด ที่สำคัญมรุเดชไม่เจ้าชู้

“คุณพ่อ อย่ามาเย้าลูก ไม่มีทางคะบอสอาจจะเปลี่ยนใจมาดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงเทพก็ได้เมื่อลูกแต่งงาน”

“จริงหรือก็ดีสิ” พรหมเทพหันหาว่าที่ลูกเขยบ้านนอกแต่ทรัพย์สมบัติทำให้มองข้ามคำนั้นไปโดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย

“คงไปๆ มาๆ ครับยังทิ้งที่โน่นไม่ได้ ไว้น้องชายกลับมาก่อนครับ” มรุเดชไม่ได้ให้คำตอบที่ผริดารอจนเธอแอบเสียใจ

พรหมเทพยิ้มให้กำลังใจลูกสาว

“คุณแม่มาแล้ว” ผริดาหันเห็นมารดาลุกขึ้นไปจูงมือ

ครอบครัวธนธรณ์หัวเราะหยอกเย้ากันมีว่าที่ลูกเขยร่วมด้วย มะลิลาที่ยังแอบมองเจ็บหัวใจยิ่งนัก ครุ่นคิดสับสนหรือเธอจะยอมแพ้เสียทีเรื่องที่หวังให้เกิดขึ้นเสียที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
9.4
เมื่อคำทำนายระบุว่าต้องแต่งงานภายในหกเดือน วันหนึ่ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมจึงต้องงัดสารพัดเล่ห์เหลี่ยมมาพิชิตใจ พ่อเลี้ยงน่านน้ำ ชายหนุ่มสุดเย็นชาและสุขุมลุ่มลึก เธอถึงขั้นยอมโกหกว่าไร้ที่พึ่งเพื่อแทรกซึมเข้าไปในชีวิตของเขา หวังจะคว้าตัวเขามาเป็นพ่อของลูกให้ได้ตามดวงชะตา ท่ามกลางความวุ่นวายและความน่ารักแสบซนของเธอ แผนการครั้งนี้จะสามารถเปลี่ยนใจพ่อเลี้ยงผู้แสนนิ่งเฉยให้กลายเป็นความรักสุดฟินได้หรือไม่ ติดตามเรื่องราวความโรแมนติกที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงได้ในเล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
หน้าปกนวนิยาย หวนรัก วิวาห์ลวง
8.1
เมื่อเจ้าสาวของวาโยหายตัวไปอย่างกะทันหัน เขาจึงต้องเข้าพิธีวิวาห์กับมุกไหม หญิงสาวที่เป็นทั้งรักฝังใจและเป้าหมายแห่งความแค้น แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนขอให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิมเพียงใด แต่หัวใจที่บอบช้ำของวาโยกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและแรงเกลียดชังที่มากกว่าความรักในอดีต ท่ามกลางความขัดแย้งและอารมณ์ที่อัดอั้น บทสรุปของวิวาห์ลวงครั้งนี้จะจบลงด้วยความเจ็บปวดหรือการให้อภัยจากใจที่พังทลายของคนทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย Kissing U : จูบปรารถนา
8.1
เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
หน้าปกนวนิยาย ซาตานย้อนรอยรัก
9.7
แม็กซิมัส โจนส์ มหาเศรษฐีเจ้าของร้านอาหารชื่อดังระดับโลก ผู้ใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบและมองผู้หญิงเป็นเพียงสต็อกในกรงปรารถนาที่เขาใช้เงินซื้อความพึงพอใจ ทว่าชีวิตที่เคยควบคุมได้กลับต้องสั่นคลอนเมื่อเขาได้พบกับ ทิชา นักเรียนทุนสาวเอเชียผู้แข็งแกร่งและยากจน อุบัติเหตุที่ทำให้เสียจูบแรกกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดึงทั้งคู่เข้าหากันอย่างประหลาด จากความรำคาญกลายเป็นความผูกพันที่แม็กซิมัสเริ่มวนเวียนเข้ามาในชีวิตเธอถี่ขึ้น จนทิชาไม่อาจหลีกหนีเสน่ห์อันตรายนี้ได้
หน้าปกนวนิยาย Engineering Stalker I วิศวะซ่อน(คลั่ง)รัก!
9.5
เรื่องราวความผูกพันที่ห่างหายไปเนิ่นนานระหว่างเด็กหนุ่มรุ่นน้องและพี่สาวตัวน้อยผู้เป็นที่รัก แม้เวลาจะผ่านไปจนเขาสูงใหญ่ขึ้นมากเพียงใด แต่เธอกลับยังคงตัวเล็กเท่าเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย ชายหนุ่มเฝ้ารอคอยวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นและคะนึงหา ทว่าเขากลับต้องลุ้นว่าเมื่อถึงเวลาที่เผชิญหน้ากันจริงๆ พี่สาวคนเดิมคนนี้จะยังจดจำเด็กชายในวันวานได้หรือไม่ หรือกาลเวลาจะทำให้ความทรงจำเหล่านั้นเลือนลางไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ หญิงสาวผู้งดงามและใสซื่อที่เติบโตมาจากการประคบประหงมของครอบครัวผู้มั่งคั่ง เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตามความฝันแม้พ่อแม่จะไม่เห็นชอบ จนกระทั่งได้รับขลุ่ยโบราณที่พ่อหามาให้เพื่อใช้ประกอบการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มฝันถึงแม่ทัพหนุ่มท่ามกลางสนามรบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยในฝันเธอได้ช่วยเหลือเขาไว้หลายครั้ง สิ่งที่น่าพิศวงคือความฝันเหล่านั้นเริ่มซ้อนทับกับความจริงอย่างประหลาด เขาเป็นใคร และขลุ่ยเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่