ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พิษรักนางบำเรอ

พิษรักนางบำเรอ

ไอรีณติดอยู่ในบ่วงรักของเลอันโดรในฐานะพี่เลี้ยงเด็กและนางบำเรอที่เขาจะเห็นค่าแค่ในยามค่ำคืน แม้เธอจะใฝ่ฝันถึงการแต่งงานกับชายที่รัก แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันยกย่องเธอ ยิ่งเมื่อภรรยาเก่าของเขากลับมา สถานะที่ไร้ค่าก็ยิ่งสั่นคลอน เมื่อเขารวมหัวกับลูกเพื่อขับไล่เธอออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำจากคำถามแทงใจดำเรื่องวิวาห์ที่ไม่มีวันเป็นจริงสำหรับผู้หญิงที่เป็นได้เพียงคนรับใช้ในบ้านเขา
ตอน
แชร์

ตอน 1

เด็กหญิงวัยสิบสามปีมองดูบ้านหลังใหญ่ที่มันใหญ่มากสำหรับเธอด้วยสายตาตื่นตะลึง มันใหญ่ยิ่งกว่าบ้านในละครไทยที่เธอเคยดูเสียอีก ใหญ่อย่างกับวังตามที่โบร่ำโบราณเปรียบเทียบ ไม่เพียงแค่ตัวบ้านเท่านั้นที่ใหญ่ บริเวณบ้านยังกว้างขวาง มีสนามหญ้าที่เธอคิดว่า เลี้ยงวัวเลี้ยงควายได้เป็นร้อยตัว มีต้นไม้น้อยใหญ่ปลูกรอบบ้าน ดอกไม้ที่เธอไม่รู้จักก็บานสะพรั่งตรงทางเดิน ไอรีณมองภาพที่ไม่เคยเห็นด้วยความตื่นตาตื่นใจ

ยังมีอีกเรื่องที่ไอรีณตื่นเต้นไม่แพ้กันคือ นั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต เธอยังจำวินาทีที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้ดี เด็กสาวมองอาคารใหญ่โตด้วยความตื่นตาตื่นใจ ยิ่งได้ขึ้นนกเหล็กลำใหญ่ ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นหลายเท่ากับยานพาหนะที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ขึ้น และโชคดีว่า ไอรีณไม่มีอาการแพ้เครื่องบินคือ คลื่นเหียนอาเจียนและเวียนศีรษะ เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างมองดูก้อนเมฆที่จับตัวเป็นก้อน เกาะกลุ่มกันเป็นแพผืนกว้างมันอยู่ใกล้สายตาด้วยความตื่นเต้น เยี่ยมหน้ามองลงไปเบื้องล่างที่แทบจะมองไม่เห็นอะไร นอกจากจุดเล็กๆ หรือไม่ก็ทะเลกว้างใหญ่ ภูเขาที่เรียงรายกันเป็นผืน เป็นประสบการณ์ที่ไอรีณไม่มีวันลืม

“ใหญ่โตกว่าบ้านเราใช่ไหมไอรีณ” มาลีผู้มีศักดิ์เป็นป้าเอ่ยถามหลานสาว เดิมทีมาลีไม่ได้เรียกชื่อไอรีณเต็มๆ นางจะเรียกว่า ขวัญ ซึ่งเป็นชื่อเล่นของไอรีณ ทว่าชื่อเล่นนี้เวลามาอยู่ต่างแดนเรียกค่อนข้างยาก นางจึงเรียกไอรีณแทน และเรียกให้ติดเป็นนิสัย

“จ้ะป้า ใหญ่ว่าเป็นพันเป็นหมื่นเท่า บ้านไอรีณเล็กเท่ามดไปเลยจ้ะ แถมสนามหญ้าก็ใหญ่มากด้วย ไอ้ทุยวิ่งลุยได้สบาย”

ไอรีณคิดไม่ออกว่า บ้านหลังนี้ใหญ่กว่าบ้านของตนกี่เท่า เพราะมันเทียบกันไม่ติดเลย บ้านของเธอเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว บนเนื้อที่ไม่กี่ตารางเมตร ทั้งเก่าทั้งเล็ก หากจะเปรียบเทียบ เปรียบกับห้องคนรับใช้บ้านหลังนี้จะเหมาะกว่า

“เขาเรียกว่าคฤหาสน์จ้ะ คฤหาสน์คาร์เรร่า” มาลีบอกหลานสาว “จำที่ป้าบอกได้ไหม”

“จำได้จ้ะ” ก่อนเดินทางมาประเทศอิตาลี มาลีส่งเงินให้ไอรีณเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาอิตาลีจนพูดได้พอสมควร ให้เธอได้เตรียมตัวก่อนมาอาศัยอยู่ในประเทศนี้ ประเทศที่จะต้องพำนักไปตลอดชีวิต และยังได้พร่ำสอนเรื่องการวางตัว และอ่อนน้อมถ่อมตน รวมทั้งความกตัญญูให้หลานสาวตระหนักถึงหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติกับทุกคนภายในคฤหาสน์หลังนี้

“ดีมากที่จำได้ เข้าไปข้างในกันได้แล้ว คุณท่านรอเราอยู่” มาลีถือกระเป๋าเดินทางของตนพาหลานสาวกำพร้าพ่อแม่เข้าไปในตัวคฤหาสน์ที่พอเข้าไปแล้ว ไอรีณถึงกับตาค้าง มองเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงที่ดูแปลกตา ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่ละอย่างสวยงามจนเธอไม่กล้าแตะต้อง เพราะเกรงว่ามันจะแตกหักและกลัวว่าจะชดใช้ไม่ไหว

“มาแล้วค่ะคุณท่าน” มาลีนั่งลงบนพื้นข้างสตรีวัยหกสิบปี ไอรีณนั่งลงข้างคนเป็นป้า “ไหว้คุณท่านสิไอรีณ ต่อไปนี้คุณอันนาคือเจ้านายของหลาน” ไอรีณทำตามที่มาลีสั่ง

“หน้าตาดีนะเนี่ย โตเต็มวัยคงสวยน่าดู” อันนารู้สึกเอ็นดูหลานสาวของมาลี คนรับใช้เก่าแก่ที่อยู่กับนางมากว่ายี่สิบปีตั้งแต่แรกเห็น ก่อนหน้านี้อันนาเกิดความสงสารในชะตากรรมของไอรีณที่ขาดทั้งพ่อและแม่ในระยะเวลาใกล้กัน แถมยังถูกญาติทางฝ่ายพ่อโขกสับยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย พอข่าวรู้ถึงหูมาลี คนเป็นป้าจึงขออนุญาตอันนาพาไอรีณมาอยู่ด้วย มาลีคิดว่า ไอรีณเป็นคนรับใช้ตระกูลคาร์เรร่ายังมีอนาคตกว่าอยู่กับญาติทางฝ่ายพ่อ อย่างน้อยก็ได้ที่พักอาศัยที่ดี เจ้านายก็ไม่เอารัดเอาเปรียบ แถมยังมีเมตตา จะส่งเสียไอรีณให้เรียนหนังสือ

“สวยเหมือนแม่ค่ะ” มาลีบอกผู้เป็นนาย

“มาลีบอกว่า เธอไม่ได้เรียนหนังสือใช่ไหม” อันนาถามลูกจ้างคนใหม่

“ใช่จ้ะ เอ๊ย! ใช่ค่ะ” ไอรีณลืมตัว

“ฉันจะส่งให้เธอเรียนต่อนะ จะได้มีความรู้ติดตัว พอเรียนจบมีงานทำ เธออยู่ที่นี่ต่อไปได้ ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่พอจะทำไหว หรือไม่ก็ไปทำงานในบริษัทของฉัน พอถึงตอนนั้นฉันจะหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้เธอทำ” อันนาผู้มีจิตใจเมตตา ไม่คิดปิดกั้นอนาคตใคร หากคนในอาณัติมีเส้นทางที่ดีกว่า นางพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ไม่หวังผลกับสิ่งที่หยิบยื่นให้ด้วย

“ขอบพระคุณคุณท่านมากค่ะที่เมตตาไอรีณ” มาลียกมือไหว้เจ้านาย ไอรีณจึงทำตามบ้าง

“พาหลานไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที”

“ค่ะคุณท่าน” มาลีกำลังลุกขึ้นยืน ทว่าเสียงของใครคนหนึ่งที่ดังมาพร้อมตัว ทำให้มาลีต้องนั่งตามเดิม

“คุณแม่ครับ ผมกลับมาแล้วครับ” เลอันโดร ฟลาวิโอ คาร์เรร่าบุตรชายของอันนาทรุดกายนั่งข้างมารดา กอดคนเป็นแม่และหอมแก้ม “คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลยครับ”

“มาถึงก็ปากหวานเลยนะ แต่แม่ได้ข่าวว่า ทริปนี้มีสาวไปเที่ยวด้วยหลายคน จะคิดถึงแม่จริงหรือ”

“สาวๆ ก็ส่วนสาวๆ สิครับ คุณแม่เป็นที่หนึ่งในใจผมเสมอครับ”

“เลอันมาก็ดีแล้ว แม่จะแนะนำให้ลูกรู้จักกับไอรีณ หลานสาวมาลีที่แม่เคยบอกเลอัน จำได้ไหมลูก”

“จำได้ครับ” เขาตอบขณะหันไปมองเด็กหญิงชาวไทยหน้าตาน่ารักสมวัย ดวงตากลมโต จมูกรั้นเชิดรับกับริมฝีปากสีชมพูเป็นกระจับ ก่อนจะหันมามองมารดา “หน้าตาไม่เหมือนน้ามาลีเลยนะครับ”

“มาลีบอกว่า ไอรีณเหมือนแม่” อันนาเป็นเจ้าของประโยค

“ชื่อไอรีณหรือครับ เพราะดีนะครับ เรียกง่ายด้วย”

“ไอรีณไหว้คุณเลอันสิลูก คุณเลอันเป็นลูกชายคุณท่าน” เสียงของคนเป็นป้า เรียกสติของเด็กสาวที่มองหน้าชายหนุ่มลูกชายเจ้าของบ้าน ที่หน้าตาหล่อเหลา ดวงตาของเขามีเสน่ห์ ดึงดูดหัวใจดวงน้อยให้เต้นถี่แรงยามได้สบตามองให้กลับคืนมา เธอรีบพนมมือไหว้เลอันโดรตามคำสั่ง เลอันโดรยิ้มให้ไอรีณ และรอยยิ้มนั้นทำให้ไอรีณถึงกับใจสั่นมากขึ้น เป็นรอยยิ้มที่กระชากหัวใจเด็กสาวก็ว่าได้

“ฉันขอตัวพาไอรีณไปห้องก่อนนะคะคุณท่าน” มาลีลุกขึ้นยืน โดยมีร่างเด็กสาวลุกขึ้นแล้วเดินตามป้าไปด้านหลังของคฤหาสน์ ระหว่างทางที่ไอรีณเดินไป เธอหันมามองเจ้านายหนุ่มรูปงามที่มีจังหวะหนึ่ง มองมายังเธอพอดิบพอดี ทำให้สายตาของทั้งคู่ประสานกัน แก้มไอรีณร้อนผ่าว เปื้อนสีชมพูระเรื่อขึ้นมาไม่รู้ตัว และเป็นฝ่ายหลบสายตาเลอันโดร รีบเดินตามมาลีโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หวานใจนายเพลย์บอย
9.3
ธันยธรณ์ รองประธานหนุ่มเจ้าของผับหรูวัย 35 ปี ผู้มีภาพลักษณ์เพลย์บอยต้องเผชิญกับบทเรียนครั้งใหญ่ เมื่อความไม่ชัดเจนในอดีตทำให้อลิสา หญิงสาวแสนดีที่รักตัวเองและไม่ยอมเป็นของเล่นใครต้องหลุดมือไป การกลับมาทวงคืนหัวใจครั้งนี้จึงไม่ง่าย เพราะแม้เขาจะร่ำรวยและรักจริงแค่ไหน แต่เธอก็ยังเคลือบแคลงในตัวเขา นิยายโรมานซ์ภาคต่อจาก หวานใจคุณพ่อลูกติด ที่จะพาคุณไปพบกับภารกิจพิสูจน์รักแท้ของชายหนุ่มขี้เล่นเพื่อพิชิตใจสาวสวยผู้เข้มแข็งอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่รัก
9.0
เนรัญชราเติบโตมาในฐานะลูกบุญธรรมของเอกธาดา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่กลับเย็นชาและห่างเหิน เขาเลี้ยงดูเธอด้วยเงินทองผ่านโรงเรียนประจำโดยไร้ซึ่งความผูกพัน จนกระทั่งเธอกลับมายังคฤหาสน์และพบความจริงอันน่าเศร้าว่าพ่อบุญธรรมกำลังเผชิญกับโรคร้ายที่ขโมยเวลาชีวิตของเขาไป ท่ามกลางมรดกมหาศาลที่เขามอบให้ ความรู้สึกลึกซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของทั้งคู่ แม้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ความตายกำลังพรากพวกเขาจากกัน แต่ปาฏิหาริย์แห่งรักครั้งนี้อาจมีจุดจบที่คาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย สัญญาสวาท
7.8
แพน เด็กสาวผู้อาภัพถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขายตัวให้กับมหาเศรษฐีเพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัวที่เธอไม่ได้ก่อ แต่โชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจที่คอยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน เขามองเธอเป็นเพียงสินค้าไร้ค่าที่ซื้อมาเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลน แพนต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมในฐานะนางบำเรอที่ไร้สิทธิเรียกร้องใดๆ ในชีวิตที่แสนสมเพชนี้
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักเพลิงเสน่หา
9.0
เมื่อนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทยโมร็อกโกเกิดตกหลุมรักกีรยา นักเขียนสาวชาวไทยผู้เลอโฉมเพียงแค่เห็นรูปถ่ายในใบสมัครงาน เขาจึงตัดสินใจเลือกเธอมาสัมภาษณ์เพื่อหาทางใกล้ชิด ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อหญิงสาวเข้าใจผิดและต่อว่าเขาอย่างรุนแรง ด้วยความโกรธเคืองและปรารถนาจะครอบครอง เขาจึงวางแผนปลอมตัวเป็นโจรบุกเข้าจี้ชิงตัวเธอไปเพื่อลงทัณฑ์ด้วยไฟรักและสนองความเสน่หาที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย ความลับของพ่อทูนหัว (น้ำเหนือ)
8.8
น้ำเหนือ ธนาลักษณ์ นักธุรกิจวัย 32 ปี ปิดตายหัวใจหลังถูกคนรักทิ้งไปแต่งงานกับมหาเศรษฐี ความเจ็บปวดทำให้เขาเชื่อว่าเงินสำคัญกว่าความรักและเลือกใช้ความสัมพันธ์ชั่วคราวแทนการผูกมัด ในขณะที่ทานตะวัน หญิงสาววัย 20 ปีผู้ซื่อสัตย์ในรัก กลับต้องเผชิญวิกฤตชีวิตเมื่อพ่อติดการพนันอย่างหนัก แม่ของเธอจึงต้องพาเธอไปฝากฝังไว้กับคุณนายจันทร์ฉายเพื่อช่วยให้รอดพ้นจากการถูกขายให้เจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่จ้องจะเอาตัวเธอไปชดใช้หนี้แค้น
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาสาวดุเหลือเกิน คุณลู่ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
9.8
ประธานลู่ผู้เคร่งขรึมและขี้หึงจำใจรับภรรยาสาวแสนซนเข้าบ้าน แม้ช่วงแรกเขาจะประกาศกร้าวว่าต้องหย่ากันทันทีเมื่อครบสัญญาในอีกสองปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น จากที่เคยผลักไสเขากลับกักขังเธอไว้ด้วยความรักและไม่ยอมเซ็นใบหย่าเด็ดขาด แม้เธอจะพยายามหนีหรือหาคนมาช่วยจัดการเรื่องแยกทาง เขาก็ขู่จะจัดการทุกคนที่เข้ามายุ่ง แต่พอภรรยาร้องไห้เขากลับใจอ่อนยวบและอ้อนวอนให้เธออยู่สร้างครอบครัวด้วยกันตลอดไป