ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทวงรักคนใจร้าย

ทวงรักคนใจร้าย

โชคชะตาเล่นตลกให้เธอต้องกลับมาเผชิญหน้ากับพ่อของลูกอีกครั้ง ทั้งที่ความทรงจำตลอดสองปีในฐานะคนข้างกายมีแต่ความเจ็บปวด แม้เขาจะตั้งกฎเหล็กห้ามแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่เธอกลับเผลอใจรักจนทนเห็นเขาอยู่กับหญิงอื่นไม่ได้ หลังเรียนจบเธอจึงเลือกหนีไปพร้อมกับลูกเพียงลำพัง เพื่อสร้างครอบครัวที่มีกันแค่สองคนแม่ลูกและตัดขาดจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นตลอดกาล ทว่าวันนี้เขากลับวนเวียนเข้ามาในชีวิตเธอใหม่อีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ยด..”

เด็กหญิงตัวกลมก้าวขาป้อมรีบเดินเข้ามาหาคนเป็นแม่เมื่อเห็นว่ามีรถเก๋งคันสีขาวขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพราวพิ้งค์ยิ้มต้อนรับคนที่มาใหม่หน้าระรื่นไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นปลายฝันว่าที่เจ้าสาวของพ่อเลี้ยงแดนไทยเพื่อนรักของเธอเอง

“ไงจ้ะ..เจ้าหมูอ้วนของน้าปลายมาให้น้าฟัดหน่อยเร็ว” ฟอดด ฟอดด

ปลายฝันหญิงสาวที่กำลังท้องโตหน้าตาจิ้มลิ้มเดินถือถุงกระดาษปรี่ตรงมาอุ้มหนูน้อยกอดหอมฟอดใหญ่คิดถึงไม่ได้เจอหน้าหลานสาวหลายวันเพราะต้องกลับไปเอาชุดแต่งงานที่กรุงเทพและอยู่กับครอบครัวต่อเป็นอาทิตย์

“ที่ไร่ไม่ยุ่งแล้วหรือถึงปลีกตัวมาที่นี่ได้”

“ไม่มีอะไรยุ่งแล้วล่ะที่จะวุ่นก็เห็นจะเป็นพรุ่งนี้เพราะต้องเตรียมตัวรับแขกที่บ้านฉันกับบ้านคุณแดน..เออ..วันนี้พ่อเลี้ยงคีรินฝากชุดมาให้”

ปลายฝันชี้ไปที่ถุงกระดาษข้างตัวที่ถือมาตั้งแต่ลงจากรถ

“ถ้าฉันไม่ใส่จะดูเสียมารยาทหรือเปล่า”

พราวพิ้งค์ว่าด้วยท่าทีลำบากใจ

“แน่นอน”

ปลายฝันรีบพยักหน้าสายตาของเธอบ่งบอกว่าอยากให้เพื่อนเธอนั้นรับรักพ่อเลี้ยงคีรินเสียที

“ทำยังไงพ่อเลี้ยงถึงจะเข้าใจว่าฉันไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่าพี่น้อง”

“พ่อเลี้ยงเค้าตามจีบเธอมาตั้งแต่เธอท้องยังไม่ยอมใจอ่อนกับเค้าอีกหรอ..ทั้งหล่อทั้งรวยทั้งแสนดีไม่มีตรงไหนเข้าตาบ้างเลยหรอพิ้งค์”

“เกินเลยไม่ได้จริงๆ..ฉันบอกเธอไปเป็นร้อยรอบแล้วหยุดเชียพ่อเลี้ยงให้ฉันได้แล้วไม่อย่างนั้นจะไม่คุยด้วยจริงๆด้วย”

พราวพิ้งค์มองค้อนปลายฝันตาเขียวเพราะดูท่าเพื่อนเธอจะทำลำบากใจอีกคน

“ก็ได้.ก็ได้..แค่นี้แม่เราก็ต้องดุน่าด้วยเนอะ”

“จ่ะ”

ปลายฝันยิ้มกริ่มเมื่อหลานตัวกลมหันมาพยักหน้าทำท่าเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่เค้าพูดกัน

ตกดึกหลังจากยัยหนูพลอยขวัญหลับลงได้คนเป็นแม่ก็นั่งเขียนไดอารี่ประจำวันเหมือนเดิมเช่นที่เคยทำการเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันเช่นนี้เธอทำมาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เพราะมันทำให้เธอเหมือนได้มีเพื่อนคุยระบายไม่ว่าเรื่องราวทุกข์สุขที่ผ่านมาแต่ละวันจะเป็นเช่นไรเธอก็จะจดบันทึกไว้ทั้งหมด

มือเรียวจับปากกาเขียนได้ประมาณครึ่งหน้าเธอก็พับเก็บสมุดเล่มหนาลงดวงตากลมโตมองลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกไปมองยังดวงจันทร์ที่สว่างไสวเต็มดวงนับว่าปลายฝันโชคดีเหลือเกินเพราะแม้นฤดูกาลนี้จะเป็นช่วงฝนลงหนักแต่สองสามวันมานี้ฟ้าเปิดตลอดไม่มีแม้ลมฟ้าลมฝนให้เห็นทำให้งานแต่งที่กำลังจะเริ่มไม่มีปัญหาอะไร

วันต่อมา

พ่อและแม่ของปลายฝันมาถึงที่บ้านของพราวพิ้งค์ในช่วงบ่ายทั้งสองและปลายฝันต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าจะมีพิธีแห่ขันหมากมารับตัวเจ้าสาวไปที่งานแต่งที่ไร่เหมวัต

“บ้านพิ้งค์ค่อนข้างเล็กคุณพ่อกับคุณแม่อาจจะไม่ค่อยสะดวกหน่อยนะคะ”

“พ่อกับแม่อยู่ได้สบายอยู่แล้วลูก”

เปรมสุดาและปกรณ์ไม่ได้มีปัญหากับพื้นที่แม้แต่น้อยกลับชอบบ้านหลังเล็กของพราวพิ้งค์มากเสียด้วยซ้ำเพราะทั้งร่มรื่นสะอาดสะอ้านดูสบายตาไปเสียทุกส่วนเพราะตัวบ้านเป็นสีขาวเฟอร์นิเจอร์เป็นสีน้ำตาลอ่อนผ้าม่านก็จัดตกแต่งโทนขาวครีมทั้งหมดคนที่มาที่นี่จึงชอบบ้านของพราวพิ้งค์กันทุกคน

“เมื่อตอนปลายฝันเล็กๆพ่อกับแม่ก็อยู่กันแบบนี้..”

ปกรณ์ชายวัยกลางคนร่างผอมสูงหันมาพูดกับพราวพิ้งค์ก่อนจะวาดแขนโอบกอดภรรยาตัวเล็ก

”ได้อยู่ที่นี่แล้วก็นึกถึงเมื่อตอนที่เราช่วยกันสร้างตัวนะคุณ”

“นั่นสิคะ..ตอนนั้นลูกเรายังเล็กๆอยู่เลยตอนนี้จะแต่งงานมีครอบครัวแล้วสิเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”

เปรมสุดานึกถึงวันเก่าๆก็ใจหายเพราะจูๆก็มารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าลูกสาวตัวเองตั้งท้องและกำลังจะแต่งงาน

พราวพิ้งค์เห็นสองสามีภรรยากำลังนึกหวนคำนึงถึงความหลังเธอก็ได้แต่ยืนอมยิ้มอ่อนก่อนจะค่อยๆปลีกตัวจากทั้งสองออกมาหายัยหนูที่วิ่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านกับปลายฝัน

เกือบที่จะเย็นหลังจากฝากลูกสาวกับปลายฝันได้พราวพิ้งค์ก็รีบขับรถเก๋งสีขาวคันเก่งของเธอออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้ออาหารที่ตลาดสดในตัวอำเภอเพื่อมาทำอาหารเย็นต้อนรับครอบครัวของปลายฝัน

หญิงสาวเดินเลือกซื้อของอยู่พักใหญ่จนได้ทุกอย่างครบแล้วจึงรีบกลับด้วยกลัวว่าจะทำอาหารไม่ทันมื้อเย็นรถเก๋งคันเก่งวิ่งกลับจากตลาดสดจนมาใกล้ปากทางเข้าซอยบ้านจู่ๆเครื่องยนต์ก็เกิดดับโดยที่ไม่มีสาเหตุทำคนที่ยิ่งรีบร้อนรนใจพอสมควร

“มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย..ยัยคนเก่งของฉัน”

พราวพิ้งค์ในชุดเดรสสั้นชมพูหวานเดินลงมาเปิดฝากระโปรงรถได้ควันก็พวยพุ่งออกมาจนเธอต้องรีบก้าวถอยหลังยกมือเรียวโบกปัดไปมาด้วยสีหน้าเหยเก

“คุณพิ้งค์...รถเป็นอะไรหรอครับ”

รถกระบะสี่ประตูสีดำเข้ามาจอดด้านหน้ารถของพราวพิ้งค์เป็นคีรินพ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่เพียงกมลหนุ่มหล่อที่สาวๆต่างก็หมายปองแต่เขาเลือกที่จะสนใจพราวพิ้งค์เพียงคนเดียวแม่นจะมีลูกติดมาแล้วเขาก็ไม่สนเพราะเอ็นดูยัยหนูพลอยขวัญมากด้วยเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JHH” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JHH
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคุณอา
9.0
เรื่องราวความผูกพันของหญิงสาวที่มั่นคงในความรักที่มีต่อคุณอาเพื่อนบ้านสุดที่รัก เธอเฝ้ารอคอยเขามานานแสนนานด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม โดยมีความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ว่าหากเป็นคู่แท้ต่อกันแล้ว ท้ายที่สุดโชคชะตาย่อมนำพาให้ทั้งสองได้กลับมาครองคู่กันอย่างแน่นอน เธอจึงยอมมอบหัวใจและความเชื่อใจทั้งหมดให้แก่ชายเพียงคนเดียวที่เธอรอคอยมาตลอดทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้จะไม่มีวันพรากจากกันไปไหน
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาสาวดุเหลือเกิน คุณลู่ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
9.8
ประธานลู่ผู้เคร่งขรึมและขี้หึงจำใจรับภรรยาสาวแสนซนเข้าบ้าน แม้ช่วงแรกเขาจะประกาศกร้าวว่าต้องหย่ากันทันทีเมื่อครบสัญญาในอีกสองปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น จากที่เคยผลักไสเขากลับกักขังเธอไว้ด้วยความรักและไม่ยอมเซ็นใบหย่าเด็ดขาด แม้เธอจะพยายามหนีหรือหาคนมาช่วยจัดการเรื่องแยกทาง เขาก็ขู่จะจัดการทุกคนที่เข้ามายุ่ง แต่พอภรรยาร้องไห้เขากลับใจอ่อนยวบและอ้อนวอนให้เธออยู่สร้างครอบครัวด้วยกันตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ระบำดอกดิน
7.9
หล้าเปรียบเสมือนดอกดินที่คนอื่นมองว่าไร้ค่า แต่เธอกลับเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเองและยึดถือความดีเป็นที่ตั้ง แม้จะเผชิญกับสิ่งยั่วยุหรือความลำบากในสังคม เธอก็ไม่ยอมให้ชีวิตตกต่ำลง เพราะเชื่อว่าการกระทำที่ดีจะนำพาไปสู่สิ่งที่ดีเสมอ เส้นทางชีวิตของเธอที่เต็มไปด้วยความทุกข์และสุขสลับกันไป จึงเปรียบเสมือนการเริงระบำที่งดงามซึ่งเธอเป็นผู้ลิขิตเอง โดยมีศรัทธาในความถูกต้องเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจให้พ้นจากอบายภูมิทั้งปวง