
สนมเอกอย่างข้า สง่างามเหนือผู้ใด
ตอน 2
ครั้นเงาทอดยาวสูงส่งย่างก้าวมาถึงเบื้องหน้า ร่างระหงอรชรก็ยอบกายอย่างสง่างามไร้จุดบกพร่อง สมฐานะสนมเอกลำดับที่หนึ่งที่เขามอบให้
สวนอุทยานแห่งนี้ มีเพียง หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี
สำหรับเขา ความหวานชื่นลึกซึ้งในอดีต เปรียบเสมือนรอยแตกร้าวในชาถ้วยเก่า
ไม่เพียงแต่ไม่น่ามอง ยังเป็นตำหนิรกสายตา ไม่อาจเชื่อมประสานได้อีกตลอดกาล
ยิ่งผู้คนรอบข้างพูดถึงความลุ่มหลงในอดีต เซี่ยเฉิงสวียิ่งนึกรังเกียจสตรีผู้นี้ หากไม่มีตระกูลฮวา ตระกูลใหญ่อันดับต้นของแผ่นดินอยู่เบื้องหลัง ฮวาซิงอีจะมีชีวิตถึงบัดนี้ได้อย่างไร!
“เจ้าช่างหาญกล้านัก เมี่ยวกุ้ยเฟย” สุรเสียงทุ้มกึกก้องขัดความฟุ้งซ่าน ดังมาจากบุรุษในอาภรณ์มังกรทอง เขาคือเซี่ยเฉิงสวี ฮ่องเต้คนปัจจุบันในแผ่นดินต้าโจว ผู้ซึ่งครองราชย์ได้เพียงสามปี ก็นำพาความรุ่งโรจน์เหนือคณานับสู่แผ่นดิน การค้าที่ซบเซามาเนิ่นนานพลันพลิกผันสู่รุ่งเรืองถึงขีดสุด
รูปลักษณ์หล่อเหลาสง่างาม ความสามารถโดดเด่นยากต่อการกังขา คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกด้าน
ทว่าน้ำเสียงของเขา กลับห่างเหินสุดประมาณ เยียบเย็นน่าขนลุก
เมื่อคำนึงถึงคำเล่าลือ ซึ่งขจรขจายขยายเป็นวงกว้างทั่วทั้งแผ่นดิน ในใจองค์จักรพรรดิยิ่งซับซ้อน สตรีตรงหน้านี้ คือสตรีที่เขาโปรดปรานจนดวงตามืดบอด เป็นดั่งรอยด่างพร้อยรอยใหญ่ในชีวิตของเขา
ดวงเนตรคมขององค์ฮ่องเต้ กวาดผ่านแผ่นหลังของสนมเอกสกุลฮวาอย่างละเอียด พลางตรัสอีกครั้ง “เจ้าคือเมี่ยวกุ้ยเฟย?”
ฮวาซิงอีกะพริบตาถี่ หลับตาพริ้มครู่หนึ่ง แสดงความชอกช้ำในดวงตา แล้วค่อยหมุนตัวเผชิญหน้า
ตามบทบาทที่ควรจะเป็น เมื่อคนรักกลายเป็นอื่น นางควรรู้สึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่
สิ่งที่นางทำต่อจากนั้น คือถอดหมวกสานลง พร้อมขานรับเสียงใสกังวาน ประหนึ่งไข่มุกกระทบหยกแก้ว “..เป็นหม่อมฉัน”
ฮวาซิงอีแสดงภาพลักษณ์หญิงงามผู้อ่อนโยน ในใจกลับก่นด่าคนแต่งอีกครั้ง
บัดซบนัก! เพื่อให้นางเอกได้เปรียบ กำจัดนางร้ายตัวแรกทิ้งอย่างง่ายดาย คืนก่อนหน้านี้เอง ฮวาซิงอีธาตุไฟเข้าแทรก สูญเสียความสามารถของเผ่าดอกท้อ เสน่ห์รักแท้ไม่อาจลืมเลือนถูกทำลาย ผลลัพธ์กลายเป็นถูกลืมอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หากเขาไม่นึกสงสัย คงแปลกประหลาดเต็มทีแล้ว
นางเกิดใหม่ได้ถูกเวลาเหลือเกิน!
ชั่วขณะที่หมู่มวลผีเสื้อบินโฉบเหนือดอกโบตั๋น เบื้องหลังโฉมสะคราญแห่งแผ่นดิน แสงทองอ่อนละมุนลอดผ่านต้นไม้สูง อาบไล้ทั่วดวงหน้างามพิศ ตั้งแต่ดวงตาหงส์คมสง่า ไปถึงริมฝีปากสีแดงสดดุจผลอิง ฮวาซิงอีเลื่อนนัยน์ตาชุ่มฉ่ำคลอด้วยหยดน้ำใส สบดวงเนตรแกร่งกล้า
‘ตะลึงพรึงเพริด’
สี่คำอันโดดเด่นเหล่านี้ ยังไม่อาจทัดเทียมความรู้สึกขององค์จักรพรรดิ
ตำแหน่งโฉมงามอันดับหนึ่งของแผ่นดิน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใดจะคว้าไว้ได้
ความงามอันสูงค่า ยากจะเปรียบเปรย เป็นจุดแข็งจุดใหญ่ของฮวาซิงอี ทว่ายังไม่ใช่ทั้งหมด
นางมีบุคลิกอันโดดเด่นไร้ที่เปรียบ ที่ไม่อาจหาผู้ใดทัดเทียมเป็นคนที่สองได้
กระนั้นสิ่งที่ทำให้เซี่ยเฉิงสวีฉงนใจ มิใช่เปลือกนอกที่งามเป็นพิเศษ แต่เป็นความคุ้นเคยอย่างลึกซึ้ง ลึกซึ้งจนภายในอกสั่นสะท้านเป็นระลอกคลื่นใหญ่
“เดิมพันครั้งนี้ของสกุลฮวา ช่วยให้ข้าได้เปิดหูเปิดตามากทีเดียว”
“ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยผิดแล้ว” ฮวาซิงอีหัวเราะเบาๆ ดวงตาหงส์สิ้นไร้ความเย่อหยิ่งถือตัว ไม่มีแม้แต่แสงประกายวับแววเช่นในอดีต มีเพียงความอ่อนล้าสุดจะหยั่งเท่านั้น
บัดนี้ไม่ว่านางจะกล่าวถ้อยคำใดออกไป ล้วนกลายเป็นเรื่องโป้ปดมดเท็จ
ดวงเนตรคู่นั้น ไฉนนางจะมองไม่ออก ฮ่องเต้วางนางไว้ในตำแหน่ง ‘อันตราย’ เสียแล้ว
ในสายตาของเขา นางได้กลายเป็นนางจิ้งจอกยั่วยวนราคะ ตามคำเลื่องลือทั่วแผ่นดิน
สถานการณ์พลิกผันกะทันหันอย่างยิ่ง ไม่กี่วันก่อนฮวาซิงอียังเป็นสนมเอก ผู้ถูกเลื่องลือถึงความโปรดปรานไร้ที่สิ้นสุด เป็นที่ริษยาของสนมนางในทั่ววังหลัง มาวันนี้ทุกอย่างกลับเป็นเพียงมายาฉากหนึ่ง
นัยน์ตาสุกสว่างเลื่อนลอย ผ่านร่างสูงโปร่งกำยำหนักแน่น ที่แม้นอยู่เบื้องหน้า แต่เสมือนห่างไกลออกไป
ห่างไกลอย่างยิ่ง..
เวลาเช่นนี้นางควรแสดงสีหน้าเช่นใดกันนะ?
พลันนั้น ดวงหน้างดงามเย้ายวนแฝงความเย็นชาซ่อนเร้น แปรเปลี่ยนเป็นซีดเซียวอย่างน่าสงสาร ดวงตาอ่อนล้าคู่งาม ไม่อาจกักเก็บหยดน้ำตาเม็ดโตได้อีกต่อไป
ชะตากรรมเช่นนี้ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือ?
เซี่ยเฉิงสวีทนมองต่อไปไม่ไหว เบือนดวงเนตรทอดผ่านออกไป ตรัสด้วยสุรเสียงทรงอำนาจ “ความผิดของเจ้า เกินกว่าจะอภัยได้”
จากบันทึกก่อนหน้านี้ เขาสั่งประทานยาพิษแก่หนิงเฟย ส่งตัวฉีกุ้ยเฟยเข้าตำหนักเย็น เป็นเหตุให้นางดื่มยาพิษหนีความอัปยศ อีกทั้งยังปลดฮองเฮาสกุลซินลงจากตำแหน่ง เหลือเพียงรอวันประหารหลังคลอดสายเลือดสวรรค์
กระทั่งการตายของจางผินและความวิปลาสของชุนกุ้ยเหริน ก็เกี่ยวพันกับโทษปลดฮองเฮาสกุลซิน
สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เคยเกิดขึ้น ตลอดการครองราชย์
โทษสถานหนักที่เขาเคยมอบให้แก่นางสนม ตลอดมามีเพียงลดขั้นและกักบริเวณ มิใช่โทษหนักถึงตาย!
ฮวาซิงอีรับรู้ได้ถึงความเคลือบแคลงในพระทัย นางทอดถอนหายใจกล่าวเสียงแผ่วเบา “..หนิงเฟยมีโทษหลอกลวงเบื้องสูง นางมีอาการครรภ์เป็นพิษ กลับสร้างสถานการณ์ใส่ความผู้อื่น หรือกล่าวให้ชัดก็คือใส่ความหม่อมฉัน จริงอยู่ที่หม่อมฉันทูลขอให้พระองค์ประทานยาพิษนาง แต่พระองค์มิใช่ซ่อนนางไว้หรือ?”
ครานั้น เบื้องหน้าองค์ฮ่องเต้รับสั่งประทานยาพิษหนิงเฟย เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เบื้องหลังกลับซุกซ่อนนางจากสายตาผู้คน งดเว้นโทษตายให้
สีพระพักตร์จักรพรรดิมืดคล้ำยิ่งขึ้น ฮวาซิงอีไม่รั้งรอให้รับสั่งใดทั้งสิ้น นางกล่าวต่อว่า “ความผิดของฉีกุ้ยเฟยมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้ไม่อาจโทษผู้อื่นได้ ส่วนการตายของจางผิน ไม่เพียงแต่มีหลักฐานเอาผิดฮองเฮา หม่อมฉันเองยังเกือบเสียลูกคนนี้...” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตัดพ้อเสียงสั่นสะท้าน “หรือฝ่าบาทคิดว่าหม่อมฉัน ‘เลือดเย็น’ ได้ถึงเพียงนั้นเชียว?”
เซี่ยเฉิงสวีมองตามมือนุ่มบอบบาง ซึ่งกำลังลูบครรภ์อายุห้าเดือนอย่างทะนุถนอม ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ให้ความสนใจต่อสิ่งใด นอกจากดวงตาคลอหยดน้ำ ทว่าเมื่อพิจารณาอย่างละเอียด จึงได้เห็นว่านางกำลังตั้งครรภ์
ดวงเนตรแข็งกร้าว พลันอ่อนยวบอย่างไร้สาเหตุ
นางตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนเศษ ตรงกับบันทึกของบัณฑิตเกา ผู้คนทั่วทั้งวังหลัง รู้ซึ้งถึงความโปรดปรานที่นางเคยได้รับ บางทีเขาอาจลุ่มหลงนางจริง กระทั่งยกนางไว้ในตำแหน่งสำคัญ
หากด่วนสรุปใช้ความเกรี้ยวกราด ตัดสินลงโทษในครั้งนี้
เขาอาจต้องเสียใจในภายหลัง
องค์ฮ่องเต้ทอดเนตรหญิงงามตรงหน้าอีกครั้ง เปล่งสุรเสียงนุ่มทุ้ม “ข้ายังมีงานราชกิจให้สะสาง เจ้าควรพักผ่อนให้มาก”
“น้อมส่งเสด็จเพคะ” ฮวาซิงอียอบกายอย่างอ่อนช้อยสง่างาม นางหลุบตามองฉลองพระองค์มังกรทองเคลื่อนตัวเลือนลับ หยดน้ำตาพลันรินไหลออกมา ราวกับสายธารสายหนึ่ง
ซ่งกงกงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล นางไม่ได้ตาบอด!
ดูเหมือนเส้นตายจะถูกเลื่อนออกไป สมกับที่อ่านนิยายเรื่องนี้มากกว่าห้ารอบ นางจำไทม์ไลน์เหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน!
คุณอาจจะชอบ





