ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฝากรักสุดปรารถนา

ฝากรักสุดปรารถนา

ภาคินฝังใจกับความเจ็บปวดในอดีตจนปฏิเสธการมีครอบครัวและความรักตามคำสอนของแม่ แต่เมื่อผกาผู้เป็นแม่ล้มป่วยและต้องการเห็นทายาทก่อนสิ้นลม เขาจึงต้องหาทางผลิตลูกโดยไร้พันธะภรรยา ขณะเดียวกัน ขนมผิงหญิงสาวที่กำลังมืดแปดด้านเพราะต้องการเงินรักษาพ่อที่ป่วยหนักจึงยอมรับข้อเสนอสุดฝืนใจ เธอต้องตกอยู่ในสถานะแม่ของลูกที่ไร้สิทธิ์เป็นคนรักหรือเมียที่ถูกต้อง ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานของสะปันที่มาพร้อมกับเงื่อนไขสัญญาจ้างที่บีบคั้นหัวใจของเธออย่างที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ไปหาซื้ออะไรมานั่งกินกันไหมดูแล้วคุณน่าจะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เย็น คนอื่นไม่รักเราก็เรื่องของเขาแต่ถ้าเรายังไม่รักตัวเองโทษใครไม่ได้เลยนะ”

คนพูดลอกคำพูดมาจากคำคมเว็บหนึ่งโดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่ค่อยอินกับคำพูดนี้เท่าไหร่เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจภาคินก็มักจะทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มเหล้าอดข้าวหรือไม่ก็นั่งเครียดข้ามคืนข้ามวันไม่ยอมหลับยอมนอนแต่เวลานี้เขาคิดว่าคำพูดที่เขาพูดออกไปน่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเข้มแข็งขึ้นมาบ้าง

“คุณดูเป็นผู้ใหญ่มากไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องให้คิดทุกข์ใจถึงกับต้องมานั่งที่นี่กลางดึกคนเดียวแบบนี้ ข้าง ๆ สวนสาธารณะมีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเปิด 24 ชั่วโมงเราไปหาอะไรกินกันเถอะ”

ชายหญิงสองคนเดินพูดคุยกันเรื่องทั่ว ๆ ไประหว่างเดินทางข้ามถนนเพื่อไปยังร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้ที่สุด ในสายตาของคนอื่นคงคิดว่าทั้งคู่เป็นคนรู้จักกันทั้งที่ความจริงแล้วทั้งสองเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่มีโอกาสคุยกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

“ปกติแล้วคุณชอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบนี้ไหม”

ชายหนุ่มหันมาถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกินบะหมี่แบบกระป๋องจนถึงขั้นยกน้ำซดจนหมดถ้วยด้วยหน้าตาที่ดูจะมีความสุขขึ้น

“ชอบกินมากเลยล่ะค่ะแต่ปกติแล้วจะชอบแบบต้มในถ้วยใส่ไข่ใส่ผักโดยเฉพาะเวลาไปนอนกางเต็นท์กับเพื่อน ๆ เมนูนี้จะเป็นเมนูยอดฮิตในตอนเช้าโดยเฉพาะเวลาที่อากาศหนาว

“คุณเป็นคนชอบเที่ยวเชิงธรรมชาติเหมือนกับผมเลยแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเพราะเพื่อนผมก็ไม่ใช่สายนี้ คุณแม่ผมเองท่านก็ป่วยอยู่ไปเที่ยวด้วยไม่ได้เวลาจะไปไหนทีก็ได้แต่ไปคนเดียว นอนกางเต็นท์คนเดียวบางครั้งก็ได้แต่อิจฉาเต้นท์ข้าง ๆ ที่เขาพาครอบครัวหรือไม่ก็เพื่อนมานั่งคุยกันสนุก”

ขนมผิงส่งยิ้มหวานเมื่อรู้สึกว่าชายแปลกหน้าที่เธอกำลัง คุยด้วยมีรสนิยมความชอบคล้าย ๆ เธอ ตั้งแต่สมัยเรียนเธอกับ แฟนหนุ่มมักจะชวนกันไปกางเต็นท์พร้อมเพื่อน ๆ ตามจังหวัดที่อยู่บนภูเขาสูง แต่ตอนเรียนจบคนรักของเธอได้ตำแหน่งเป็นถึง รองประธานบริษัทเขาก็มักจะให้เธอไปกับเพื่อนส่วนเขาเองไม่มีเวลาแม้แต่จะเที่ยวใกล้ ๆ ด้วยซ้ำ

“ก่อนมาอยู่ที่เชียงใหม่ฉันเรียนจบมาจากกรุงเทพฯที่นั่น ทุกคนก็รู้ว่าเป้นเมืองที่วุ่นวาย ฉันตั้งใจมาหางานทำที่นี่ด้วยเหตุผลแรกเพราะแฟนมีบริษัทอยู่ที่นี่กลับอีกเหตุผลคือบรรยากาศที่เชียงใหม่เต็มไปด้วยธรรมชาติแต่ตอนนี้ฉันคงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้วเพราะครอบครัวของแฟนฉันยื่นคำขาดถ้าฉันยังอยู่ที่เชียงใหม่เขาจะเอาฉันให้ตาย”

ขนมผิงรู้ว่าสิ่งที่ครอบครัวของคนรักเธอพูดไม่ใช่แค่คำขู่แต่พวกเขาเอาจริงไม่ใช่พูดแค่สร้างความกลัว เธอพยายามอธิบายว่าถึงแม้เธอจะอยู่ที่นี่แต่เธอก็ไม่มีทางที่จะกลับไปแย่งคนที่มีเจ้าของแล้วแต่ทางนั้นก็ยังยืนยันว่าเธอจะกลับมาที่เชียงใหม่ได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อตัวเองแต่งงานมีลูกมีครอบครัวแล้วเท่านั้น

“คุณจะอยู่ที่ไหนคนพวกนั้นไม่น่ามีสิทธิ์มาก้าวก่าย ผมไม่เชื่อว่าเขาจะทำอะไรคุณได้ บ้านเมืองเรามีกฎหมายถ้าคุณอยากจะอยู่ที่นี่ไปทำงานกับผมที่บริษัทนะผมช่วยคุณได้”

ภาคินคิดอย่างที่พูดตัวเขาเองก็มีบริษัทเป็นของตัวเองแถมเป็นท่านประธานของบริษัทไม่ใช่เป็นเพียงแค่รองประธานเหมือนคนรักเก่าของหญิงสาวการพาคนเข้าทำงานในบริษัทไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาและยิ่งเมื่อรู้ว่าหญิงสาวข้าง ๆ ต้องเจอเรื่องราวเลวร้ายมาแบบนี้เขายิ่งอยากจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

“อีกชั่วโมงเดียวก็จะเช้าแล้ว คุณไปพักผ่อนที่คอนโดผมก่อนไหมรับรองว่าผมไม่ทำอะไรคุณแน่นอนเพราะเราทั้งคู่ต่างก็เป็น คนแปลกหน้าสำหรับกันและกันแต่ถ้าคุณไม่ไว้ใจให้ผมไปส่งคุณที่ห้องนะเพราะผมไม่มีทางทิ้งคุณให้นั่งอยู่ที่นี่คนเดียวแบบนี้เพราะถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”

ท่าทางที่ดูอิดโรยใต้ดวงตาคล้ำเป็นสีน้ำตาลบ่งบอกว่า ขนมผิงร้องไห้มาเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงจึงทำให้ภาคินรู้สึก เป็นห่วงและอยากจะให้หญิงสาวตรงหน้าได้ไปพักผ่อน

“คุณจะว่าฉันเป็นผู้หญิงไวไฟก็ได้แต่ฉันอยากไปเที่ยวคุณพาฉันไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ไหมเราไปกางเต็นท์นอนกัน คุยกันมา ตั้งนาน....ขนมผิงค่ะ”

คนถามหยุดพูดหันมาสบตาคนฟังเหมือนต้องการหยั่งเชิงว่าสิ่งที่เธอกำลังร้องขออีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรเธอควรจะพูดต่อไปไหมหรือควรจะจบด้วยคำว่าล้อเล่นแต่เพียงเท่านี้

“ ผมภาคิน ก็ดีเหมือนกันผมเองก็จะได้ลืมเรื่องราว ความทุกข์ในช่วงนี้เอาร่างกายและหัวใจไปพักผ่อนบ้าง บางครั้งการที่เราสองคนเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมันก็ทำให้เราไม่ต้องสวมหน้ากากแห่งความเป็นคนดีตามที่เราเคยใส่ในสังคมของเรา คุณรู้ไหมผมกล้าเป็นตัวตนต่อหน้าคุณมากกว่าต่อหน้าเพื่อน ที่รู้จักกันมาเป็นสิบปีอีก”

ขนมผิงพยักหน้าเล็กน้อยยิ้มมุมปากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอเองก็ไม่ต่างจากเขาแต่ก่อนเวลาที่เธออยู่ที่บริษัทของคนรัก เธอมักจะทำตัวเป็นคนเรียบร้อยไม่กล้าพูดและคอยหลบตาผู้อื่นอยู่เสมอเหมือนกับคนที่มีความผิดที่ต้องปกปิดซ่อนเร้นตลอดเวลาแต่เวลานี้เธอกลายเป็นคนพูดเก่งและกล้าพอที่จะชวนอีกฝ่ายให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเธอได้

ภาคินขอที่อยู่และแลกไลน์กับหญิงสาวเพื่อตกลงนัดแนะกันว่าทั้งคู่จะเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดน่านในเช้าของวันถัดมาโดยที่ชายหนุ่มจะไปรับขนมผิงที่คอนโดของเธอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
8.2
วชิตารีย์ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้แต่งงานกับรามิล ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ทว่าความเย็นชาที่เขาแสดงออกกลับย้ำเตือนว่ารักข้างเดียวไม่มีวันสมหวัง แม้จะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลกจนท้อแท้หลายครา แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ เมื่อหนทางปกติใช้ไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหันพึ่งพาศาสตร์แห่งเวทมนตร์และคาถาอาคมเพื่อมัดใจเขา หวังเพียงให้ชายผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ยอมเปิดปากเผยความในใจออกมาให้เธอได้ยินสักครั้งในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนารัก เทพบุตรมาร
9.4
ฟรานเชสโก้ใช้คำว่ารักเป็นเครื่องมือล่อลวงเพื่อพันธนาการนาตาเชียไว้เคียงข้างเพียงเพื่อความสุขส่วนตัว ทว่าเมื่อนาตาเชียตระหนักว่าสิ่งที่ได้รับไม่ใช่ความรักที่แท้จริง เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากไป แม้ชายหนุ่มจะออกคำสั่งและพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความเอาแต่ใจว่าเธอเป็นสมบัติของเขาเพียงคนเดียวก็ตาม ท่ามกลางหยดน้ำตาที่ไหลริน นาตาเชียพยายามหนีจากอ้อมอกมัจฉราชที่ไร้หัวใจ ในขณะที่เขายืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80
7.9
เมื่อวิญญาณสาวต้องหลุดเข้าไปเผชิญความลำบากในโลกนิยายยุค 80 เธอพบว่าตนเองได้รับบทเป็นภรรยาที่ต้องพบจุดจบอันน่าสยดสยองตามที่นักเขียนลิขิตไว้ นอกจากต้องดิ้นรนเลี้ยงลูกแฝดให้เติบโตอย่างปลอดภัยแล้ว เธอยังต้องงัดทุกกลเม็ดเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของสามีผู้เป็นตัวร้ายสุดมหันตภัยในเรื่องอีกด้วย ชะตากรรมครั้งนี้ช่างเลวร้ายจนเธอได้แต่ตัดพ้อต่อสวรรค์ว่าจะมีใครที่ดวงซวยไปกว่าเธออีกหรือไม่ในโลกแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักแนวอีโรติกที่พาไปพบกับเรื่องราวต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความปรารถนาอันรุ่มร้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอไม่ได้เพียงแค่ลุ่มหลงในความสัมพันธ์ลับกับลูกเลี้ยงชายทั้งสามคนของตนเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบสร้างพันธนาการสวาทกับชายชู้อีกมากหน้าหลายตาอยู่นอกบ้านด้วยเช่นกัน เส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยกามารมณ์และความลุ่มหลงครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร เมื่อความลับสุดอื้อฉาวถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย ใต้เงาจอมมาร
9.1
เซร์คิโอ คุณานันท์ อะลอนโซ มหาเศรษฐีผู้โหดเหี้ยมดั่งจอมมาร ต้องมาเกี่ยวพันกับแก้วกัลยา หญิงสาวผู้งดงามแต่ไร้ทางเลือกจนต้องยอมแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเกมเล่ห์เหลี่ยมที่ทั้งคู่ต่างฟาดฟันเพื่อเป้าหมายของตน แก้วกัลยาพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าแลกเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ แม้จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นเธอในสายตา ทว่าภายใต้ความขัดแย้งและอารมณ์อันดุเดือด แรงดึงดูดมหาศาลกลับเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้