ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ผีผายามังกร

ผีผายามังกร

ชายหนุ่มผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ในดินแดนโบราณที่คล้ายคลึงกับพงศาวดารจีน ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยมรสุมตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งการสอบเข้าเป็นหมอหลวงในวัยสิบสี่ ต้องสูญเสียมารดาและคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ จนกระทั่งอายุยี่สิบหกเขากลับถูกส่งตัวไปสังเวยแก่เหล่าอสูรร้าย แม้จะรอดพ้นจากการถูกกินมาได้อย่างหวุดหวิด แต่สัตว์เทพเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยมือ พยายามหาโอกาสเขมือบเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ ๒ ไร้ยางอาย

“งิ้วใกล้จะแสดงแล้ว!”

เสียงป่าวประกาศที่ดังกังวานได้ยินโดยทั่วกันเรียกความสนใจจากผู้ฟังได้เป็นอย่างดี เหล่าประชาต่างแห่แหนมารวมกันที่จัตุรัสกลางเมือง บ้างยืน บ้างนั่ง บ้างก็ปีนขึ้นที่สูงเพื่อจะได้ชมงิ้วอันเลื่องชื่อ

เมื่อตัวแสดงเอกสวมชุดนางฟ้าเทพธิดาคลุมผ้าแพรพาดไหล่ออกมาเสียงปรบมือก็ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงสลับเสียงกู่ร้องตะโกนเยี่ยงชาวตลาด

เสียงอ่านบทบรรยายดังออกมาราวกับเสียงประกาศจากขันทีเฒ่าหม่ากงกงที่นำราชโองการจากโอรสสวรรค์มาป่าวประกาศ

‘ไป่เฟยถูกสาป โทษฐานกระทำผิดต่อกฎมณเฑียรบาลของสวรรค์

ถูกลงทัณฑ์ให้ลงมาเกิดเป็นหญิงอัปลักษณ์นามฉานฉู

ซ้ำยังคบชู้สู่ชายถึงสองคน

สามีคนแรกคือบุรุษสวมหน้ากากผู้ลึกลับ สามีคนที่สองกลับเป็นถึงโอรสสวรรค์

ทว่านางมีลูกอยู่หนึ่งคน ช่างน่าสงสัยว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรของชายคนใดกันแน่’

ขณะที่บทบรรยายกำลังกล่าวขานถึงเรื่องราวของหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้ พลันเกิดกระแสลมพัดผ่านให้ผ้าแพรของนางฟ้านางแสดงผู้นั้นลอยไปตามลม ก่อนที่ท้องฟ้าในยามนี้จะหวนกลับไปในยามที่สวรรค์ได้บันดาลทุกอย่างขึ้น...

แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มีได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่แล้วหากมิใช่การที่มีผู้สำเร็จการเป็นเซียนได้ขึ้นสวรรค์ก็ย่อมเป็นเทวดานางฟ้านางสวรรค์ตนใดถูกขับไล่ลงมา

นับสิบปีหรือรอบหลายร้อยปีจะปรากฏหนึ่งหน หรือตราบเท่าที่ยังมีเซียนทำผิดกฎสวรรค์จึงถูกขับไล่ไสส่ง

ทว่าไม่นานมานี้ มันเกิดขึ้นที่เมืองอู่ถง

ในป่าลึก ยามที่มีฝนฟ้าคะนองเช่นนี้สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างหาที่พึ่งพิงหลบห่าฝน ทว่ากลับมีหญิงชราผู้หนึ่งแอบอยู่หลังต้นไม้กลางป่าเขาลึกที่ในยามนี้มิมีผู้ใดสัญจรผ่าน นางกำลังเฝ้าดูและอยู่ในเหตุการณ์ของ ‘การพิพากษา’

ตุบ!

ร่างของสตรีนางหนึ่งร่วงลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมายังโคลนตมที่เปียกนองจากน้ำฝน

นางกอดบางสิ่งเอาไว้ในอ้อมอก เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง มันคือผีผา

ร่างระหงถูกกระชากผ้าแพรคลุมไหล่ออก พร้อมกับถูกช่วงชิงผีผาในอ้อมอกไป หากว่าการช่วงชิงคือการที่ผ้าแพรและผีผาลอยมาอยู่บนฝ่ามือของบุรุษผู้หนึ่งแทนอย่างง่ายดาย

บุรุษผู้นั้นมีร่างสูงตระหง่านลอยอยู่เหนือพื้น ร่างกายเปล่งรัศมีเจิดจรัสจนมิอาจมองเห็นใบหน้าได้ แสงสีทองเรืองรองจนมิอาจจ้องมองได้โดยตรง

เทพเซียนผู้นั้นเอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าไม่ดังมาก แต่กึกก้องในหูของนาง แม้ท่ามกลางลมพายุฝนพัดกระหน่ำก็ไม่อาจกลบเสียงพิพากษานั้นได้

“ความผิดของเจ้าคือช่วยเหลือเทพเซียนผู้หนึ่งให้กระทำผิดมหันต์ เช่นนั้นก็จงลงมาช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าเสียเถิด จงอยู่ด้วยรูปกายอัปลักษณ์ ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญ จนกว่าจะสำนึกความผิดบาปที่เจ้าได้ก่อ”

ทันทีที่เสียงกังวานสิ้นสุด ราวกับว่าฝนที่ตกลงมานั้นคือฝนพิษ หยาดน้ำฟ้าได้ชะล้างผิวนางจากที่เคยเต่งตึงผ่องใสกลับเหี่ยวย่นและหม่นหมอง แผลผุพองเป็นตุ่มไตตะปุ่มตะป่ำเยี่ยงคางคกที่อยู่ตรงหน้าของนาง

หญิงอัปลักษณ์แหงนหน้าขึ้นจ้องไปยังเทพเซียนผู้นั้นโดยพลัน

“ตลอดห้าร้อยปีที่ข้าคอยเป็นข้ารับใช้เหล่าเทพยดาทั้งหลาย ท่านเทพเซียนได้โปรดประทานพรให้ข้าด้วย ขอความเป็นธรรมแก่ เฟยเอ๋อร์ ผู้นี้ด้วย!”

ครั้นเมื่อพิจารณาแล้ว นางมีความดีความชอบหลายส่วน

แม้ไป่เฟยจะเป็นเพียงหนึ่งในเทพธิดาผู้บรรเลงเพลง แต่นางก็มีความรับผิดชอบในหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

เช่นนั้นเทพเซียนผู้นี้จึงพยักหน้า

นางจึงกล่าวขานถ้อยคำร้องขอ

“ให้ข้าร่ำรวยจากการช่วยเหลือคน—อร๊อก!”

เสียงร้อง ‘อร๊อก’ ของสิ่งมีชีวิตตัวกระจ้อยตนหนึ่งออกมาหากินในยามวัสสานฤดูชุ่มฉ่ำต่อท้าย ดังมาจากคางคกตัวนั้น ทำให้เทพเซียนผู้นี้เกิดความคิดบางอย่างด้วยความคิดที่อยากจะกลั่นแกล้งนางให้ได้รู้สำนึก

ปลายนิ้วจึงจรดลงบนกลางหน้าผากของนางพร้อมตวัดนิ้วเป็นตัวอักษรทั้งสี่ตัวพลางเอ่ย

“สำ รอก เงิน ทอง”

จากนั้นมันได้เรืองแสงราวกับพรล้ำค่าก่อนจะซึมลงไปในหน้าผากของนาง

ครั้นเมื่อร่างส่องสว่างราวกับโคมไฟเคลื่อนคล้อยลอยกลับสวรรค์ผกผันกับห่าฝนที่ตกลงมา

หญิงสาวผู้นั้นก็ลุกขึ้นพลันหัวเราะออกมาดังลั่นเยี่ยงคนวิปลาส แหงนหน้ามองฟ้า นิ้วมือชี้ขึ้นอย่างท้าทาย

“ย่อมได้! ข้าขอท้าว่าข้าจะร่ำรวยเงินทองและเสวยสุขบนโลกมนุษย์ มีความสุขเสียสิ่งกว่าการถูกเทพเซียนทั้งหลายอย่างเจ้าจิกหัวใช้แน่นอน!”

เสียงฟ้าร้องนั้นราวกับตอบรับคำท้าก่อนที่นางจะแผดเสียงขึ้นมาอีกครั้ง

“สวรรค์เฮงซวย!”

...ผีผานั้นก็เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของข้า ยังหน้าด้านแย่งไป!

ใจแคบใจดำ ดูแคลนความรักต่างเผ่าพันธุ์ถึงขนาดลงโทษข้าผู้เป็นแม่สื่อเยี่ยงนี้

บัดซบ!

ครืนนน!!

เสียงฟ้าร้องดังลั่นสนั่นไปทั่วปฐพี ตามมาด้วยอสนีบาตฟาดลงมากลางกบาลของนางราวกับสั่งสอน ‘นางฟ้าตกสวรรค์’ ผู้นี้ให้รู้จักสำนึก

ร่างของนางหงายหลังล้มตึงลงบนโคลนตม ก่อนจะสิ้นสตินางแค่นหัวเราะแล้วถ่มน้ำลายรดฟ้า

เป็นดังสำนวน... น้ำลายนั้นตกใส่หน้าของนางเอง

เสียงหัวเราะของหญิงอัปลักษณ์ค่อยๆ แผ่วลง คล้ายดั่งความเหนื่อยล้าเฉกเช่นมนุษย์ได้ถาโถมเข้าใส่ร่างกายทิพย์ที่มิเคยต้องเหน็ดเหนื่อยมาหลายร้อยปี

ไม่นานนักหญิงชราผู้เป็นหมอตำแยผู้หนึ่งก้าวออกมาจากที่ซ่อน

เทพเซียนผู้นั้นสังเกตเห็นนางนานแล้ว แต่แสร้งไม่สนใจราวกับจงใจให้นางคอยอยู่ช่วยแม่หนูผู้นี้

ไม้เท้าของนางหมอตำแยย่ำลงโคลน เข้าใกล้ร่างสลบไสลของนางแล้วใช้ไม้เท้าเขี่ยเจ้าของร่างที่มีผิวกายน่ารังเกียจเยี่ยงคางคกนั่น

มองดูทรวงอกของนางที่ยังขยับขึ้นลงเป็นอันเข้าใจได้ว่านางยังมีชีวิตอยู่เพื่อรับโทษทัณฑ์

จากเคยรังเกียจเดียดฉันท์ ยามนี้ชาวเมืองอู่ถงแห่งแคว้นต้าเหลียงกลับชื่นชอบ ‘หญิงอัปลักษณ์’ ผู้นี้เป็นที่สุด นางไปบ้านหลังใดย่อมมีเหตุให้โรคภัยไข้เจ็บหายไปและตามมาด้วยเงินทองไหลมาเทมา ราวกับว่านางคือเทพเซียมซู

เช่นนั้นแล้วแทนที่นางจะได้รับเงินสักตำลึงนางกลับได้เป็นเจ่งอั๊บ ติดไม้ติดมือมาแทน เป็นเพราะทุกครั้งที่นางได้ช่วยเหลือมนุษย์สักผู้สักคน นางก็จะอาเจียนสำรอกเอาเงินเอาทองออกจากปากมาจำนวนหนึ่งก่อนจะสลบไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม ระหว่างนั้นเงินทองที่ออกจากปากนางย่อมถูกกอบโกยไปหมดสิ้น จนไม่เหลือตกให้นางแม้แต่ตำลึงเดียว

เหอะ ๆ ... บิดาพวกเจ้าสิ!

แทนที่จะให้เงินที่สำรอกออกจากปากข้า กลับเอากล่องขนมไหว้เจ้านั้นมาแลกกับเงินที่ออกจากปากของข้าแทน จริงอยู่ที่ค่าหยูกยานั้นข้าไม่ได้เสียสักตำลึง หาเก็บมาจากป่าจากเขา แต่อย่างน้อยข้าก็เหนื่อยแรงเก็บและบด ตากและตำสมุนไพรเหล่านั้นเองกับมือ

ด้วยเหตุฉะนี้ พวกเจ้าจงจ่ายค่ายาของข้ามาซะดี ๆ !!

สุดท้ายแล้วนางก็ทำได้เพียงถอนหายใจพลางเดินกลับไปยังป่าท้ายหมู่บ้านที่นางจากมา

บ้านไม้เรือนนั้นเป็นบ้านหลังเก่าของยายเฒ่าที่ช่วยสั่งสอนนางถึงอาชีพที่สามารถเลี้ยงปากท้องตนเองได้อย่างอาชีพหมอตำแย

นามเดิมของนางคือ ‘ไป่เฟย’ ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาเป็นนามที่เรียกขานล้อกับชื่อของเทพคางคกคาบทองนั้นอย่าง ‘ฉานฉู’

นางได้ขึ้นสวรรค์เป็นเซียนตอนอายุสิบหกปี คงความเยาว์วัยเนิ่นนานจนกระทั่งเกิดเรื่องวิบัติเยี่ยงนี้ขึ้น เช่นนั้นเมื่อตกสวรรค์นางจึงกลับมาอายุสิบหกอีกครา

ฉานฉูแกว่งห่อผ้าที่หุ้มเจ่งอั๊บไปตามทาง ท่วงท่าเยี่ยงหญิงสาวแก่นแก้ว นางก้าวขาเดินไปในป่าทึบ รอบกายเต็มไปด้วยแมกไม้และสมุนไพรนานาชนิด ยอดไม้สูงบดบังแสงสีแดงยามเย็นของพระอาทิตย์ที่กำลังคล้อยหลับลับฟ้า

นางกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องแผนการกอบโกยเงินในอนาคต ทำเยี่ยงไรนางถึงจะเป็นเศรษฐีนีแห่งเมืองอู่ถง คงไม่พ้นต้องไปแต่งเป็นอนุให้ชายแก่วัยใกล้ลงโลงเป็นแน่ แต่สารรูปของนางในยามนี้งั้นรึ ใครจะเอา นางอาจจะตายก่อนวัยอันควรด้วยซ้ำ ยามนั้นเทพเซียนเหล่านั้นย่อมหัวเราะเยาะนางจนสำลักผลท้อแห่งความเยาว์วัยจนติดคอตาย

พูดถึงความตาย ความตายก็มาเยือน!

คบดาบพาดขวางที่คอของนางเตรียมจะตัดมันขาดอยู่รอมร่อ ฉานฉูกลั้นหายใจโดยพลัน ผู้เป็นเจ้าของดาบเล่มนั้นเข้าประชิดกายหญิงสาวพลางหอบหายใจใกล้กับใบหูของนาง

เสียงหอบหายใจนั้นไม่ต่างจากหมีป่าที่กำลังเหน็ดเหนื่อย แม้ไม่ต้องหันไปมองนางก็รับรู้ได้ว่านางสูงเพียงอกของบุรุษผู้นี้ด้วยซ้ำไป แผงอกกว้างขยับขึ้นลง ชีพจรของเขากำลังอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

นางค่อย ๆ ผ่อนลมและสูดหายใจเข้าไปใหม่อีกครั้ง พยายามไม่ให้คอเข้าไปใกล้คมดาบนั้น กลิ่นเหงื่อและกลิ่นเลือดคลุ้งกันไปหมดจนแยกไม่ออก

ทว่านางผู้มีประสาทสัมผัสดียิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป ยิ่งทำให้มึนเมากลิ่นปะปนนั้นคล้ายพะอืดพะอม จนใคร่อยากจะอาเจียน

เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างยากลำบาก

“...อย่า...ขยับ...ช่วยข้า...”

สิ้นคำพูดเขาก็ถาโถมน้ำหนักตัวราวกับหมีป่าใส่นาง ฉานฉูตั้งรับไม่ทันเกือบจะล้มลงให้ชายผู้นี้นอนทับ ทว่านางกัดฟันฮึดแล้วคว้าแขนของเขามาพาดคอของนางไว้อย่างไม่รู้ตัว

บัดซบ! …นี่ไงเล่าช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าเสียเทิด นี่ไงเล่า!

ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวซวยนี้เป็นพวกคนชั่ว! สภาพปางตายเสื้อผ้าขาดวิ่น! บาดแผลจากการฆ่าฟัน! เลือดอาบจนแทบหมดตัวเยี่ยงนี้!

นางทำได้แค่กัดฟันกรอด หมดคำจะด่าทอต่อสวรรค์และโชคชะตา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GPR” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GPR
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
9.5
เมื่อสาวร่างท้วมผู้เกลียดการกินผักเป็นชีวิตจิตใจกลับต้องเผชิญกับบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน เธอถูกส่งย้อนเวลากลับไปยังอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเกษตรกรที่ต้องคลุกคลีอยู่กับแปลงผักที่เธอเคยเบือนหน้าหนี การเดินทางครั้งนี้คือการดัดนิสัยสุดป่วนที่บีบบังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีเพาะปลูกและเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่ ท่ามกลางความวุ่นวายและเหตุการณ์สุดแปลกประหลาดที่ทำให้เธอต้องอุทานว่าอิหยังวะออกมาไม่หยุดหย่อนในทุกย่างก้าว
หน้าปกนวนิยาย ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวข้ามมิติมาสวมร่างกู้เจียว สตรีชนบทอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่เคยบังคับเซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยจนเขาเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยความลับว่าสามีผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เพื่อความอยู่รอดและอนาคตที่มั่นคง กู้เจียวคนใหม่จึงสลัดคราบเดิมทิ้ง นางใช้ไหวพริบปกป้องเขาจากภยันตรายและศัตรูรอบด้าน มุ่งมั่นขจัดทุกขวากหนามเพื่อผลักดันและปูทางให้เซียวลิ่วหลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ