ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ผีผายามังกร

ผีผายามังกร

ชายหนุ่มผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ในดินแดนโบราณที่คล้ายคลึงกับพงศาวดารจีน ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยมรสุมตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งการสอบเข้าเป็นหมอหลวงในวัยสิบสี่ ต้องสูญเสียมารดาและคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ จนกระทั่งอายุยี่สิบหกเขากลับถูกส่งตัวไปสังเวยแก่เหล่าอสูรร้าย แม้จะรอดพ้นจากการถูกกินมาได้อย่างหวุดหวิด แต่สัตว์เทพเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยมือ พยายามหาโอกาสเขมือบเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ ๒ ไร้ยางอาย

“งิ้วใกล้จะแสดงแล้ว!”

เสียงป่าวประกาศที่ดังกังวานได้ยินโดยทั่วกันเรียกความสนใจจากผู้ฟังได้เป็นอย่างดี เหล่าประชาต่างแห่แหนมารวมกันที่จัตุรัสกลางเมือง บ้างยืน บ้างนั่ง บ้างก็ปีนขึ้นที่สูงเพื่อจะได้ชมงิ้วอันเลื่องชื่อ

เมื่อตัวแสดงเอกสวมชุดนางฟ้าเทพธิดาคลุมผ้าแพรพาดไหล่ออกมาเสียงปรบมือก็ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงสลับเสียงกู่ร้องตะโกนเยี่ยงชาวตลาด

เสียงอ่านบทบรรยายดังออกมาราวกับเสียงประกาศจากขันทีเฒ่าหม่ากงกงที่นำราชโองการจากโอรสสวรรค์มาป่าวประกาศ

‘ไป่เฟยถูกสาป โทษฐานกระทำผิดต่อกฎมณเฑียรบาลของสวรรค์

ถูกลงทัณฑ์ให้ลงมาเกิดเป็นหญิงอัปลักษณ์นามฉานฉู

ซ้ำยังคบชู้สู่ชายถึงสองคน

สามีคนแรกคือบุรุษสวมหน้ากากผู้ลึกลับ สามีคนที่สองกลับเป็นถึงโอรสสวรรค์

ทว่านางมีลูกอยู่หนึ่งคน ช่างน่าสงสัยว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรของชายคนใดกันแน่’

ขณะที่บทบรรยายกำลังกล่าวขานถึงเรื่องราวของหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้ พลันเกิดกระแสลมพัดผ่านให้ผ้าแพรของนางฟ้านางแสดงผู้นั้นลอยไปตามลม ก่อนที่ท้องฟ้าในยามนี้จะหวนกลับไปในยามที่สวรรค์ได้บันดาลทุกอย่างขึ้น...

แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มีได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่แล้วหากมิใช่การที่มีผู้สำเร็จการเป็นเซียนได้ขึ้นสวรรค์ก็ย่อมเป็นเทวดานางฟ้านางสวรรค์ตนใดถูกขับไล่ลงมา

นับสิบปีหรือรอบหลายร้อยปีจะปรากฏหนึ่งหน หรือตราบเท่าที่ยังมีเซียนทำผิดกฎสวรรค์จึงถูกขับไล่ไสส่ง

ทว่าไม่นานมานี้ มันเกิดขึ้นที่เมืองอู่ถง

ในป่าลึก ยามที่มีฝนฟ้าคะนองเช่นนี้สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างหาที่พึ่งพิงหลบห่าฝน ทว่ากลับมีหญิงชราผู้หนึ่งแอบอยู่หลังต้นไม้กลางป่าเขาลึกที่ในยามนี้มิมีผู้ใดสัญจรผ่าน นางกำลังเฝ้าดูและอยู่ในเหตุการณ์ของ ‘การพิพากษา’

ตุบ!

ร่างของสตรีนางหนึ่งร่วงลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมายังโคลนตมที่เปียกนองจากน้ำฝน

นางกอดบางสิ่งเอาไว้ในอ้อมอก เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง มันคือผีผา

ร่างระหงถูกกระชากผ้าแพรคลุมไหล่ออก พร้อมกับถูกช่วงชิงผีผาในอ้อมอกไป หากว่าการช่วงชิงคือการที่ผ้าแพรและผีผาลอยมาอยู่บนฝ่ามือของบุรุษผู้หนึ่งแทนอย่างง่ายดาย

บุรุษผู้นั้นมีร่างสูงตระหง่านลอยอยู่เหนือพื้น ร่างกายเปล่งรัศมีเจิดจรัสจนมิอาจมองเห็นใบหน้าได้ แสงสีทองเรืองรองจนมิอาจจ้องมองได้โดยตรง

เทพเซียนผู้นั้นเอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าไม่ดังมาก แต่กึกก้องในหูของนาง แม้ท่ามกลางลมพายุฝนพัดกระหน่ำก็ไม่อาจกลบเสียงพิพากษานั้นได้

“ความผิดของเจ้าคือช่วยเหลือเทพเซียนผู้หนึ่งให้กระทำผิดมหันต์ เช่นนั้นก็จงลงมาช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าเสียเถิด จงอยู่ด้วยรูปกายอัปลักษณ์ ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญ จนกว่าจะสำนึกความผิดบาปที่เจ้าได้ก่อ”

ทันทีที่เสียงกังวานสิ้นสุด ราวกับว่าฝนที่ตกลงมานั้นคือฝนพิษ หยาดน้ำฟ้าได้ชะล้างผิวนางจากที่เคยเต่งตึงผ่องใสกลับเหี่ยวย่นและหม่นหมอง แผลผุพองเป็นตุ่มไตตะปุ่มตะป่ำเยี่ยงคางคกที่อยู่ตรงหน้าของนาง

หญิงอัปลักษณ์แหงนหน้าขึ้นจ้องไปยังเทพเซียนผู้นั้นโดยพลัน

“ตลอดห้าร้อยปีที่ข้าคอยเป็นข้ารับใช้เหล่าเทพยดาทั้งหลาย ท่านเทพเซียนได้โปรดประทานพรให้ข้าด้วย ขอความเป็นธรรมแก่ เฟยเอ๋อร์ ผู้นี้ด้วย!”

ครั้นเมื่อพิจารณาแล้ว นางมีความดีความชอบหลายส่วน

แม้ไป่เฟยจะเป็นเพียงหนึ่งในเทพธิดาผู้บรรเลงเพลง แต่นางก็มีความรับผิดชอบในหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

เช่นนั้นเทพเซียนผู้นี้จึงพยักหน้า

นางจึงกล่าวขานถ้อยคำร้องขอ

“ให้ข้าร่ำรวยจากการช่วยเหลือคน—อร๊อก!”

เสียงร้อง ‘อร๊อก’ ของสิ่งมีชีวิตตัวกระจ้อยตนหนึ่งออกมาหากินในยามวัสสานฤดูชุ่มฉ่ำต่อท้าย ดังมาจากคางคกตัวนั้น ทำให้เทพเซียนผู้นี้เกิดความคิดบางอย่างด้วยความคิดที่อยากจะกลั่นแกล้งนางให้ได้รู้สำนึก

ปลายนิ้วจึงจรดลงบนกลางหน้าผากของนางพร้อมตวัดนิ้วเป็นตัวอักษรทั้งสี่ตัวพลางเอ่ย

“สำ รอก เงิน ทอง”

จากนั้นมันได้เรืองแสงราวกับพรล้ำค่าก่อนจะซึมลงไปในหน้าผากของนาง

ครั้นเมื่อร่างส่องสว่างราวกับโคมไฟเคลื่อนคล้อยลอยกลับสวรรค์ผกผันกับห่าฝนที่ตกลงมา

หญิงสาวผู้นั้นก็ลุกขึ้นพลันหัวเราะออกมาดังลั่นเยี่ยงคนวิปลาส แหงนหน้ามองฟ้า นิ้วมือชี้ขึ้นอย่างท้าทาย

“ย่อมได้! ข้าขอท้าว่าข้าจะร่ำรวยเงินทองและเสวยสุขบนโลกมนุษย์ มีความสุขเสียสิ่งกว่าการถูกเทพเซียนทั้งหลายอย่างเจ้าจิกหัวใช้แน่นอน!”

เสียงฟ้าร้องนั้นราวกับตอบรับคำท้าก่อนที่นางจะแผดเสียงขึ้นมาอีกครั้ง

“สวรรค์เฮงซวย!”

...ผีผานั้นก็เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของข้า ยังหน้าด้านแย่งไป!

ใจแคบใจดำ ดูแคลนความรักต่างเผ่าพันธุ์ถึงขนาดลงโทษข้าผู้เป็นแม่สื่อเยี่ยงนี้

บัดซบ!

ครืนนน!!

เสียงฟ้าร้องดังลั่นสนั่นไปทั่วปฐพี ตามมาด้วยอสนีบาตฟาดลงมากลางกบาลของนางราวกับสั่งสอน ‘นางฟ้าตกสวรรค์’ ผู้นี้ให้รู้จักสำนึก

ร่างของนางหงายหลังล้มตึงลงบนโคลนตม ก่อนจะสิ้นสตินางแค่นหัวเราะแล้วถ่มน้ำลายรดฟ้า

เป็นดังสำนวน... น้ำลายนั้นตกใส่หน้าของนางเอง

เสียงหัวเราะของหญิงอัปลักษณ์ค่อยๆ แผ่วลง คล้ายดั่งความเหนื่อยล้าเฉกเช่นมนุษย์ได้ถาโถมเข้าใส่ร่างกายทิพย์ที่มิเคยต้องเหน็ดเหนื่อยมาหลายร้อยปี

ไม่นานนักหญิงชราผู้เป็นหมอตำแยผู้หนึ่งก้าวออกมาจากที่ซ่อน

เทพเซียนผู้นั้นสังเกตเห็นนางนานแล้ว แต่แสร้งไม่สนใจราวกับจงใจให้นางคอยอยู่ช่วยแม่หนูผู้นี้

ไม้เท้าของนางหมอตำแยย่ำลงโคลน เข้าใกล้ร่างสลบไสลของนางแล้วใช้ไม้เท้าเขี่ยเจ้าของร่างที่มีผิวกายน่ารังเกียจเยี่ยงคางคกนั่น

มองดูทรวงอกของนางที่ยังขยับขึ้นลงเป็นอันเข้าใจได้ว่านางยังมีชีวิตอยู่เพื่อรับโทษทัณฑ์

จากเคยรังเกียจเดียดฉันท์ ยามนี้ชาวเมืองอู่ถงแห่งแคว้นต้าเหลียงกลับชื่นชอบ ‘หญิงอัปลักษณ์’ ผู้นี้เป็นที่สุด นางไปบ้านหลังใดย่อมมีเหตุให้โรคภัยไข้เจ็บหายไปและตามมาด้วยเงินทองไหลมาเทมา ราวกับว่านางคือเทพเซียมซู

เช่นนั้นแล้วแทนที่นางจะได้รับเงินสักตำลึงนางกลับได้เป็นเจ่งอั๊บ ติดไม้ติดมือมาแทน เป็นเพราะทุกครั้งที่นางได้ช่วยเหลือมนุษย์สักผู้สักคน นางก็จะอาเจียนสำรอกเอาเงินเอาทองออกจากปากมาจำนวนหนึ่งก่อนจะสลบไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม ระหว่างนั้นเงินทองที่ออกจากปากนางย่อมถูกกอบโกยไปหมดสิ้น จนไม่เหลือตกให้นางแม้แต่ตำลึงเดียว

เหอะ ๆ ... บิดาพวกเจ้าสิ!

แทนที่จะให้เงินที่สำรอกออกจากปากข้า กลับเอากล่องขนมไหว้เจ้านั้นมาแลกกับเงินที่ออกจากปากของข้าแทน จริงอยู่ที่ค่าหยูกยานั้นข้าไม่ได้เสียสักตำลึง หาเก็บมาจากป่าจากเขา แต่อย่างน้อยข้าก็เหนื่อยแรงเก็บและบด ตากและตำสมุนไพรเหล่านั้นเองกับมือ

ด้วยเหตุฉะนี้ พวกเจ้าจงจ่ายค่ายาของข้ามาซะดี ๆ !!

สุดท้ายแล้วนางก็ทำได้เพียงถอนหายใจพลางเดินกลับไปยังป่าท้ายหมู่บ้านที่นางจากมา

บ้านไม้เรือนนั้นเป็นบ้านหลังเก่าของยายเฒ่าที่ช่วยสั่งสอนนางถึงอาชีพที่สามารถเลี้ยงปากท้องตนเองได้อย่างอาชีพหมอตำแย

นามเดิมของนางคือ ‘ไป่เฟย’ ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาเป็นนามที่เรียกขานล้อกับชื่อของเทพคางคกคาบทองนั้นอย่าง ‘ฉานฉู’

นางได้ขึ้นสวรรค์เป็นเซียนตอนอายุสิบหกปี คงความเยาว์วัยเนิ่นนานจนกระทั่งเกิดเรื่องวิบัติเยี่ยงนี้ขึ้น เช่นนั้นเมื่อตกสวรรค์นางจึงกลับมาอายุสิบหกอีกครา

ฉานฉูแกว่งห่อผ้าที่หุ้มเจ่งอั๊บไปตามทาง ท่วงท่าเยี่ยงหญิงสาวแก่นแก้ว นางก้าวขาเดินไปในป่าทึบ รอบกายเต็มไปด้วยแมกไม้และสมุนไพรนานาชนิด ยอดไม้สูงบดบังแสงสีแดงยามเย็นของพระอาทิตย์ที่กำลังคล้อยหลับลับฟ้า

นางกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องแผนการกอบโกยเงินในอนาคต ทำเยี่ยงไรนางถึงจะเป็นเศรษฐีนีแห่งเมืองอู่ถง คงไม่พ้นต้องไปแต่งเป็นอนุให้ชายแก่วัยใกล้ลงโลงเป็นแน่ แต่สารรูปของนางในยามนี้งั้นรึ ใครจะเอา นางอาจจะตายก่อนวัยอันควรด้วยซ้ำ ยามนั้นเทพเซียนเหล่านั้นย่อมหัวเราะเยาะนางจนสำลักผลท้อแห่งความเยาว์วัยจนติดคอตาย

พูดถึงความตาย ความตายก็มาเยือน!

คบดาบพาดขวางที่คอของนางเตรียมจะตัดมันขาดอยู่รอมร่อ ฉานฉูกลั้นหายใจโดยพลัน ผู้เป็นเจ้าของดาบเล่มนั้นเข้าประชิดกายหญิงสาวพลางหอบหายใจใกล้กับใบหูของนาง

เสียงหอบหายใจนั้นไม่ต่างจากหมีป่าที่กำลังเหน็ดเหนื่อย แม้ไม่ต้องหันไปมองนางก็รับรู้ได้ว่านางสูงเพียงอกของบุรุษผู้นี้ด้วยซ้ำไป แผงอกกว้างขยับขึ้นลง ชีพจรของเขากำลังอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

นางค่อย ๆ ผ่อนลมและสูดหายใจเข้าไปใหม่อีกครั้ง พยายามไม่ให้คอเข้าไปใกล้คมดาบนั้น กลิ่นเหงื่อและกลิ่นเลือดคลุ้งกันไปหมดจนแยกไม่ออก

ทว่านางผู้มีประสาทสัมผัสดียิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป ยิ่งทำให้มึนเมากลิ่นปะปนนั้นคล้ายพะอืดพะอม จนใคร่อยากจะอาเจียน

เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างยากลำบาก

“...อย่า...ขยับ...ช่วยข้า...”

สิ้นคำพูดเขาก็ถาโถมน้ำหนักตัวราวกับหมีป่าใส่นาง ฉานฉูตั้งรับไม่ทันเกือบจะล้มลงให้ชายผู้นี้นอนทับ ทว่านางกัดฟันฮึดแล้วคว้าแขนของเขามาพาดคอของนางไว้อย่างไม่รู้ตัว

บัดซบ! …นี่ไงเล่าช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าเสียเทิด นี่ไงเล่า!

ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวซวยนี้เป็นพวกคนชั่ว! สภาพปางตายเสื้อผ้าขาดวิ่น! บาดแผลจากการฆ่าฟัน! เลือดอาบจนแทบหมดตัวเยี่ยงนี้!

นางทำได้แค่กัดฟันกรอด หมดคำจะด่าทอต่อสวรรค์และโชคชะตา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หน้าปกนวนิยาย ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตที่ต้องหลุดมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวในยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดฝัน ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเผชิญกับบทลงโทษด้วยการถูกโบยอย่างทารุณในทันที ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและวิกฤตอันตรายที่ถาโถมเข้ามา สาวมั่นยุคใหม่จะสามารถใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันนี้ไปได้หรือไม่