ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้อยรักราคีชัง

ร้อยรักราคีชัง

ติณณ์มองว่าร้อยรักเป็นเพียงกาฝากที่น่ารังเกียจและแสดงออกว่าชิงชังเธอเสมอมา ทว่าความปรารถนาทางกายกลับสวนทางกับความรู้สึก จนกระทั่งเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่เมื่อร้อยรักตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ แทนที่เขาจะยอมรับ ติณณ์กลับโกรธจัดและตราหน้าว่าเธอจงใจปล่อยตัวให้ท้องเพื่อหวังจะจับเขา ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า แม่ของลูกคือผู้หญิงที่เขาไม่อยากรักที่สุดในชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 2

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องดังอยู่ด้านนอก แต่คนข้างในห้องไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้ฝนฟ้าพายุข้างนอกจะน่ากลัวแค่ไหน เพราะตัณหาราคะกำลังครอบงำพวกเขาทั้งสองอยู่ ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองเคลื่อนไหวบิดพลิ้วไปตามจังหวะโยกเร่าของร่างกายที่สอดประสานแทรกกลืนบดเบียดเสียดสีเร่าร้อนเข้าออกเป็นจังหวะ

“อ่า...อืม...ไม่ไหวแล้วติณณ์” เสียงครางกระเส่าหวานพร่าเปล่งออกมาแข่งกับเสียงฟ้าร้องข้างนอกพร้อมแอ่นเร่าร่างเปลือยของตัวเองขึ้นหาคนตัวโตเหนือร่าง

“อือ...ใจเย็นๆ จูลี่ อือ...” ไม่ใช่แค่หล่อนที่ร้อนรุ่มทรมานเสียวกลางร่าง เขาเองก็เสียวร้อนไม่แพ้หล่อน เคลื่อนไหวเข้าออกจังหวะเร่าร้อนหนักหน่วง เพื่อส่งตัวเองให้ถึงสวรรค์พร้อมกับเสียงฝนที่กระหน่ำตกอยู่ข้างนอกบ้าน

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังระเริงสวาทกันในขณะฝนตกอยู่นั้น หน้าห้องของติณณ์ก็มีใครบางคนเดินผ่านมาพอดี และเผอิญได้ยินเสียงครางพร่าของทั้งสองที่ประตูห้องปิดแนบไม่สนิท เท้าเล็กหยุดเดินมาแนบเอียงหูฟังเสียงของเจ้าของห้องอย่างไร้มารยาท โดยไม่สนใจร่างที่เปียกปอนของตัวเองแม้แต่น้อย แนบหูไปกับประตูห้องพร้อมกับแง้มประตูออกดู แล้วเธอก็ต้องปิดปากตัวเองไว้ทันทีเมื่อเห็นภาพเปลือยของทั้งสองแล้วรีบสาวเท้าเดินเร็วๆ ออกจากตรงนี้ เพราะว่าภาพของติณณ์กับคู่ควงคนล่าสุดของเขากำลังฟัดกันนัวบนเตียง

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

สาวน้อยปิดประตูห้องของตัวเองด้วยหัวใจที่สั่นรัวและเสียใจ หล่อนแอบรักชายหนุ่มเจ้าของห้องตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ ที่คุณท่านไปรับเธอมาจากบ้านเด็กกำพร้า ร้อยรัก เรียนคำ หรือรัก วัย 20 ปี เธอรู้แต่ว่าตอนเด็กแม่เอาเธอไปทิ้งหน้าบ้านเด็กกำพร้าและในเวลาต่อมาคุณท่านก็รับหล่อนมาเลี้ยงดูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง แต่หล่อนก็เจียมตัวรู้สถานะของตัวเองดีว่าตัวเองเป็นแค่กาฝากที่ท่านนำมาเลี้ยงดู และหล่อนก็รู้ดีว่าลูกชายของท่านนั้นไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้เขาก็ยังเกลียดเธอ ไม่ชอบหน้าเธอ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ทำไมเขาถึงเกลียดเธอ

“เธอน่าจะชินได้แล้วยัยรัก”

หล่อนบอกตัวเองแล้วปลดเปลื้องชุดนักศึกษาที่เปียกของตัวเองออกและอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ก่อนจะนำเสื้อผ้าที่เปียกใส่ตะกร้าเพื่อจะนำลงไปซักข้างล่างของตึก แม้อยู่บ้านหลังนี้จะได้รับการดูแลแบบคุณหนู แต่เธอก็เป็นแค่กาฝาก เธอจึงเลือกทำทุกอย่างเอง เช่น ซักผ้า รีดผ้า ช่วยแม่บ้านทำความสะอาดบ้านและทำอาหาร เวลาที่เธอว่างจะช่วยทุกคนในบ้านเสมอ

“กลับมาแล้วเหรอลูก ฝนตกหนักขนาดนี้หนูนั่งรถอะไรมาลูก” ปรางทิพย์กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบนเห็นร้อยรักเดินถือตะกร้าผ้าลงมาสุดทางบันไดพอดีจึงถาม เพราะตอนนี้ฝนยังคงตกแรงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เสียด้วย

“เพื่อนมาส่งค่ะคุณท่าน” เธอบอกผู้มีพระคุณ

“เพื่อนคนไหนลูก แล้วนั่นชุดเปียกเหรอลูก”

“อาร์มค่ะคุณท่าน พอดีเปียกตอนวิ่งเข้ามาในบ้านเลยจะเอาไปซักค่ะ”

“คนที่จีบลูกใช่ไหม ที่มาบ่อยๆ แล้วทำไมไม่ให้เขาเข้ามาส่งในบ้านเราล่ะลูก” นางถามเพราะว่าร้อยรักให้เพื่อนส่งแค่หน้าบ้านตลอด แม้ว่านางจะเห็นไกลๆ ว่าเป็นผู้ชายมาส่ง แต่ก็อยากให้หญิงสาวเชิญชวนอีกฝ่ายเข้ามาในบ้าน

“หนู...”

“ครั้งหน้าชวนเพื่อนมาดื่มน้ำที่บ้านด้วยนะถ้ามาส่งอีก เราเป็นเจ้าบ้านต้องมีมารยาท ไปซักผ้าเถอะหนูรัก เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปบนห้องสักหน่อย”

“ค่ะคุณท่าน” แล้วทั้งสองก็เดินแยกกันไปทางที่ต่างฝ่ายต่างตั้งใจแต่แรก

พอมาถึงห้องซักผ้า ร้อยรักก็แยกเสื้อผ้าของตัวเอง เสื้อสีขาวและตัวไหนสีตกเธอจะซักมือเอง เมื่อจัดการแยกเรียบร้อยก็นำเสื้อผ้าที่สีไม่ตกและเป็นผ้าสีนำปั่นในเครื่องซักผ้า ส่วนที่ซักมือก็จัดการซักเหมือนที่เคยทำ แต่ขณะกำลังนั่งซักขยี้ผ้าอยู่นั้นก็มีเสื้อลอยมาจากไหนไม่รู้กระแทกกับหน้าของเธอ

ตุ้บ!

“ซักให้ฉันด้วย” โยนเสื้อใส่หน้าคนที่นั่งซักผ้าพร้อมกับสั่ง

“ค่ะ” ร้อยรักตอบรับคำสั่งเพียงสั้นๆ ถึงจะไม่เข้าใจและงงที่เขามาห้องซักผ้าได้ยังไง และมาตอนไหน อีกอย่างเสื้อผ้าของเขาจะมีคนไปนำมาซักอยู่แล้ว เขาไม่น่าต้องลงมาเอง

“ซักให้สะอาดล่ะ เสื้อตัวนี้ตัวโปรดฉัน มันเปื้อนลิปสติกของจูลี่ ฉันกลัวมันซักไม่ออกเลยว่าจะมาซักเอง แต่ลงมาเห็นเธอกำลังซักอยู่เลยให้เธอซักให้ดีกว่า เพราะมันคงสะอาดกว่าฉันซักเอง”

น้ำเสียงห้วนๆ เปล่งลอดออกมาจากปากของติณณ์ กรอบการ หรือติณณ์ วัย 34 ปี เจ้าของโชว์รูมนำเข้ารถสปอร์ตรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในตอนนี้ ชายหนุ่มรับธุรกิจนี้มาจากผู้เป็นพ่อเมื่อ 5 ปีก่อน และเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พ่อของเขาก็เพิ่งมาจากไปโดยโรคหัวใจ และนั่นทำให้เขาเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัว ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนช่วยพ่อดูแลบริหารลับๆ เท่านั้น

“ค่ะ”

“ดี ถ้าไม่สะอาดเป็นเรื่องแน่” พูดจบก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาในห้องซักผ้าอีก ส่วนร้อยรักได้แต่มองเสื้อที่กำแน่นในมือและมองรอยลิปสติกรูปปากที่คอเสื้อและตามแขนเสื้อของเขาแล้วน้ำตาคลอ

หลังจากฝนหยุดตก จูลี่คู่ขาของติณณ์ก็กลับไปพร้อมกับมื้อเย็นที่ตั้งโต๊ะเสร็จพอดี ปรางทิพย์นั่งหัวโต๊ะมองเด็กสาวในอุปการะของตัวเองกำลังช่วยเด็กรับใช้ในบ้านจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะ เพราะร้อยรักเป็นเด็กดีแบบนี้ไง นางถึงรักและเอ็นดูและรู้สึกดีใจที่ในอดีตตัวเองรับเด็กสาวมาดูแล

“มานั่งเถอะหนูรัก ให้เด็กๆ ทำต่อก็ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณท่าน หนูอยากช่วย”

“ปล่อยยัยเฉิ่มเถอะครับแม่ปราง เขาอยากทำ อย่าไปห้ามเขาเลย” ติณณ์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้นสามส่วนเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารด้วยท่าทางสบาย

“ถ้าพูดดีๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดตาติณณ์” ปรางทิพย์เอ็ดลูกชาย

“ครับ ผมแตะไม่ได้เลยเด็กของคุณแม่เนี่ย ตักข้าวได้แล้วฉันหิว” แล้วก็หันไปตะคอกสั่งเด็กดีของคุณแม่ตัวเอง

“ค่ะ” ร้อยรักรีบตักข้าวให้เขาทันทีเมื่อเขาสั่งเสียงดัง

“นึกว่ากินแม่จูลี่นั่นอิ่มจนกินข้าวเย็นไม่ลงแล้วซะอีก” ปรางทิพย์อดเอ่ยเหน็บแนมลูกไม่รักดีของตัวเองไม่ได้

“อิ่มน่ะอิ่มกายครับแม่ปราง แต่อิ่มท้องต้องข้าว” แล้วก็ตักอาหารตรงหน้ามาใส่จานข้าวตัวเองที่ร้อยรักตักให้เสร็จ ทานโดยไม่สนใจจะพูดอะไรต่อ ส่วนร้อยรักก็ตักข้าวให้ผู้มีพระคุณของตัวเอง ก่อนจะตักให้ตัวเองแล้วไปนั่งที่ประจำของตนและเริ่มลงมือทานเช่นกันพร้อมกับตักอาหารให้กับผู้มีพระคุณ

“ขอบคุณจ้ะหนูรัก” ปรางทิพย์ตักอาหารให้เด็กสาวกลับบ้าง

หึ!

ภาพของแม่ของเขากับร้อยรักทำให้เขาอดขำในลำคอไม่ได้ แล้วคว้าแก้วน้ำมาดื่มจนหมดแก้วพร้อมกับลุกขึ้น

“อิ่มแล้วเหรอพ่อติณณ์” ปรางทิพย์เห็นลูกชายลุกขึ้น

“จะว่าอิ่มก็ไม่เชิง เพราะผมกินไม่ลงแล้วตอนนี้” พูดจบก็เดินออกไปจากตรงนี้ทันที

“อย่าใส่ใจพี่เขาเลยนะลูก” ปรางทิพย์ปลอบเด็กสาวที่ก้มหน้าเศร้า เพราะรู้ดีว่าสาเหตุมาจากตนที่ทำให้เขาทานข้าวไม่ลง

“หนูไม่เป็นไรค่ะคุณท่าน หนูชินแล้ว” ใช่...ชินแล้ว เพราะเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เธอเรียนมหาวิทยาลัยปีสองแล้ว

“ทานต่อเถอะลูก อย่าไปสนใจคนนิสัยไม่ดีเลย สนใจก็มีแต่จะเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ” นางบอกเด็กสาวพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวทุยเล็กของเด็กสาวเบาๆ

“ค่ะคุณท่าน”

เธอตักกับข้าวให้ท่านพร้อมกับตักให้ตัวเอง แม้จะบอกไม่คิด แต่ใจเธอก็คิดอยู่ดี เธออยากให้เขาสนใจ ใส่ใจ พูดเพราะๆ ด้วยเหมือนกับผู้หญิงที่เขาชอบควงและชอบพามาค้างที่บ้าน การที่เขาพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามานอนค้างอ้างแรมที่บ้านด้วย ใช่ว่าคุณท่านจะเห็นด้วย ท่านก็เคยบอกห้ามแล้ว แต่ติณณ์ไม่ยอมฟังก็ยังพามาค้างด้วยตลอด จนตอนนี้ท่านปลงแล้ว ไม่สนใจแล้ว อยากทำอะไรก็เชิญเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร
8.0
ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายนายวิศวะ
8.2
รีนลดาตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเธอไม่ได้ครองตัวโสดอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่ความสัมพันธ์ที่มีอยู่นั้นกลับซับซ้อนเกินกว่าจะเรียกว่าแฟน เพราะเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดบางอย่างไปไกลแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับรุ่นพี่วิศวะจอมบงการที่เคยสั่งห้ามไม่ให้เธอทำตัวสนิทสนมหรือแม้แต่ทำเป็นรู้จักกันในที่สาธารณะ ความอึดอัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายเมื่อเธอตัดสินใจเชิดหน้าสู้เพื่อพิสูจน์จุดยืนของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ข้อเสนอรักเมียตีทะเบียน
8.7
ห้าปีที่แล้ว มิลา เลียม เซเลปสาวชื่อดังเผชิญวิกฤตตั้งครรภ์เพียงลำพัง แต่เธอเลือกเชิดหน้าเลี้ยงดูลูกสาวอย่างมิลินโดยไม่สนคำนินทา โดยมีภูมิเพื่อนสนิทคอยช่วยเหลือ จนกระทั่งเธอก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงของคอนนอร์เทรด ทว่าชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์กลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ เอเดน คอนนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทผู้เป็นพ่อที่แท้จริงของลูกสาว แม้เขาจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่มิลากลับต้องการปกป้องความลับนี้และรักษาลูกสาวไว้เป็นของเธอเพียงคนเดียวโดยไม่ให้เขาเข้ามาวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย สงครามรักต่างแดน (WAR OR LOVE)
8.4
กล้วยไม้ต้องเผชิญกับค่ำคืนอันโหดร้ายเมื่อถูก อาเล็ก เจ้าพ่อกาสิโนผู้บ้าคลั่งทำร้ายและพยายามขืนใจในสภาพที่ไร้ทางสู้ ทว่าในขณะที่เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงขีดสุด เดวิด พี่ชายต่างมารดาของอาเล็กก็ได้ก้าวเข้ามาขัดจังหวะด้วยความโกรธแค้น แม้เดวิดจะไม่เคยรู้จักหญิงสาวคนนี้มาก่อน แต่เขากลับรู้สึกสงสารและต้องการปกป้องเธอจากน้ำมือของน้องชายสารเลวอย่างประหลาด ท่ามกลางความขัดแย้งของสองพี่น้อง กล้วยไม้ที่บอบช้ำทั้งกายและใจกลับเริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่างจากฤทธิ์ยาที่ซ่อนเร้นอยู่
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์บำเรอสวาท
7.9
ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความแค้นเดินทางกลับไทยเพื่อร่วมงานศพบิดาที่ตัดขาดความสัมพันธ์ แต่เขากลับต้องเผชิญกับเงื่อนไขในพินัยกรรมที่ระบุให้รับหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือเมียลับของพ่อจึงตั้งเป้าจะทำลายชีวิตเธอให้พังพินาศเพื่อเป็นการแก้แค้น ทว่าเมื่อได้สัมผัสและลิ้มลองเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ ความเกลียดชังกลับแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นบ่วงสวาทที่เขาไม่อาจสลัดทิ้งได้แม้จะเคยเหยียดหยามเธอเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ดาวคะนึงรัก
8.4
เนตราลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่หายไปเหลือเพียงช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทว่าข้างกายเธอกลับมีชวินทร์คอยดูแล เขาเปิดเผยความจริงที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ชวินทร์กลับพยายามรุกเข้าหาและใกล้ชิดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนเนตราอดสงสัยไม่ได้ว่าสาวธรรมดาอย่างเธอลงเอยกับเพลย์บอยตัวพ่อที่โด่งดังอย่างเขาได้อย่างไร ความสัมพันธ์ที่ดูไม่เข้ากันนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่