ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินใหญ่

ฮูหยินใหญ่

อวิ๋นซือ บุตรสาวสายตรงของขุนนางผู้สูงศักดิ์ เติบโตมาอย่างเพียบพร้อมเพื่อรับตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่สง่างาม เมื่ออายุได้สิบห้าปี นางเข้าพิธีวิวาห์อย่างสมเกียรติด้วยเกี้ยวแปดคนหามสู่ตระกูลสามี ทว่าตำแหน่งที่ใครต่างอิจฉากลับไร้ความหมาย เมื่อสามีมอบใจให้อนุตัวน้อยจนหมดสิ้น ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงเลือกทิ้งเกียรติยศจอมปลอม ถือหนังสือหย่าก้าวออกจากจวนด้วยความทระนง ในเมื่อความเป็นภรรยาเอกไม่เคยได้รับความสำคัญ นางก็พร้อมจะสลัดทิ้งมันไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

อากาศในเดือนสี่ยังคงอบอุ่น

ในที่สุดงานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าก็เวียนมาถึง อวิ๋นซือเลือกชุดเครื่องประดับตามฐานะ ชุดกระโปรงตัวยาวสีม่วงอ่อนกับเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและไม่เป็นทางการจนเกินไป งดงามสง่า ไม่ขาดและก็ไม่เกินแม้แต่น้อย

แขกส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางมาถึงแล้ว ในฐานะฮูหยินใหญ่ หญิงสาวจึงต้องคอยยืนต้อนรับ ระหว่างรอฮูหยินผู้เฒ่ากับสามีมาถึง แน่นอนว่าไม่ใช่งานง่ายเลย ไหนจะต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน อีกทั้งยังต้องหมั่นดูความเรียบร้อยของบ่าวไพร่ สลับกับต้อนรับแขกเป็นระยะ อวิ๋นซือวิ่งวุ่นจนร่างกายแทบแยกเป็นส่วนเพราะความเหนื่อย

ทว่า… ไร้เงาคนเป็นสามี

อวิ๋นซือรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังมาไม่ถึง เพราะยามเดินมาที่เรือนจัดเลี้ยงต้องผ่านเรือนอนุคนใหม่ นางยังเห็นเงาร่างสองสายที่แทบแยกกันไม่ออกอยู่เลย แต่อย่างที่ทุกคนพูดกัน อนุเจียวผู้มาใหม่คนนี้งดงามอ่อนหวานจับใจนัก คงไม่แปลกหากนายท่านหลันจะใช้เวลากับคนงามอย่างอ้อยอิ่งสักเล็กน้อย

และก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังสำเริงสำราญกับอนุที่โปรดปราน คนที่เหนื่อยสายตัวแทบขาดย่อมต้องเป็นนาง อวิ๋นซือถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าแย้มยิ้มตามมารยาทอย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างที่เคยคิดไว้เลย ตำแหน่งฮูหยินใหญ่นั้นเป็นงานที่หนักอย่างยิ่ง ต้องคอยดูแลทุกเรื่องราวภายในบ้าน ปรนนิบัติรับใช้สามีและมารดาอีกฝ่าย ไหนจะยังมีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้เหล่าสตรีเรือนหลัง ยิ่งพอมีงานเสริมก็ต้องเหนื่อยเป็นเท่าตัวอย่างยามนี้

จนบางทีนางก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าตัวเองกำลังทำงานที่ได้ค่าตอบแทนไม่สมน้ำสมเนื้ออยู่…

ไม่นานเกินรอฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินเข้ามาในงานด้วยการประคองของบุตรชาย เมื่อมาถึงงานใบหน้าชราก็แต้มไปด้วยรอยยิ้ม นางมองแขกส่วนใหญ่ที่เป็นสหายหรือบรรดาญาติห่างๆ แล้วชวนกันเข้าไปนั่งคุย

แม้สกุลหลันจะเป็นสกุลใหญ่ในเมืองหลวง ทว่านายผู้เฒ่าคนก่อนกลับมีหลันชิงเป็นทายาทเพียงคนเดียว อีกทั้งหลันชิงเองก็ยังไม่มีบุตรอีกด้วย จึงไม่แปลกที่บรรดาเมียใหญ่เมียเล็กจะพยายามแข่งขันกันเอาเป็นเอาตาย อวิ๋นซือคิดพลางถอนใจ เมื่อนึกได้ว่าตนก็เป็นฮูหยินใหญ่ของเขาเช่นกัน

อวิ๋นซือมองฮูหยินผู้เฒ่าทักทายผู้คนที่มาอวยพรพร้อมของขวัญอย่างสงบ เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้วจึงเอ่ยถามเพื่อขอความเห็น

“ท่านแม่ อีกเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว ให้เรียกพวกอนุมาอวยพรก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ เสร็จแล้วจะได้เริ่มงานเลี้ยงต่อ”

เพราะอนุเป็นเพียงเมียที่ไร้ศักดิ์จึงมิเหมาะที่จะอยู่ร่วมงาน อีกทั้งอนุของสามีนางก็เยอะแยะมากมายเกินจะให้พวกนางอยู่ได้ทุกคน จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงจัดให้พวกนางมาโขกศีรษะก่อนจะแยกย้ายกลับเรือนของตนเอง

เหล่าขบวนอนุเข้าอวยพรและมอบของขวัญตามลำดับก่อนหลังที่มา ก่อนจะตามด้วยฮูหยินรองทั้งสี่ จนมาถึงนางผู้เป็นฮูหยินใหญ่ อนุเจียวที่มาใหม่มีกิริยาท่าทางสมเป็นสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง นางเป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมงานได้

ครั้นเห็นว่าถึงคราวอวิ๋นซือต้องมอบของขวัญให้บ้างแล้ว นางก็พลันเอี้ยวหน้ามาทางอวิ๋นซือพร้อมส่งเสียงร้องอ๊ะขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าหลุบตาลงอย่างขวยเขินที่ตนเองเสียมารยาท บุรุษในงานไม่เว้นแม้แต่หลันชิงต่างก็มองอาการหน้าแดงนั้นด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงพากันหันมาจับจ้องอวิ๋นซืออย่างสนใจใคร่รู้

หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ มือรับกล่องไม้สลักลายประณีตจากสาวใช้ ก้าวออกมาด้านหน้าฮูหยินชราแล้วยื่นส่งให้ ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของผู้คนที่อยู่ในงาน

ของขวัญที่ขนาดสาวน้อยผู้หนึ่งยังตกใจคงจะเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา

อวิ๋นซือยังคงมีรอยยิ้มยามฮูหยินผู้เฒ่ารับของขวัญไปเปิด เจียวที่มีความหมายว่าน่ารักอ่อนหวานงอย่างนั้นหรือ ช่างสมตัวเสียจริงเมื่อได้ยลโฉมความงามนั้น หญิงสาวไม่นึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย หากสามีของตนจะพึงพอใจอีกฝ่าย

แต่ถ้าบอกว่าอ่อนหวานคงเป็นความอ่อนหวานที่เคลือบแฝงด้วยยาพิษเสียมากกว่า เพราะกิริยาที่จงใจแสดงให้ผู้คนสนใจของขวัญนางเมื่อครู่ บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายคงรู้ดีอยู่แล้ว เรื่องที่สองอนุตบตีกันจนรูปสลักเทพธิดาเสียหาย

อวิ๋นซือคิดว่าอีกฝ่ายคงคาดการณ์ไว้แล้วว่า เวลาน้อยเช่นนี้นางย่อมไม่มีเวลาหาของขวัญดีๆ ได้ จึงพยายามแสดงท่าทางให้คนอื่นสนใจเมื่อครู่ ในฐานะฮูหยินใหญ่ของคฤหาสน์ หากนางมอบของขวัญที่ไม่สมฐานะ สายตาผู้คนก็จะเปลี่ยนไปและดูถูก แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ต้องมีโทสะที่เสียหน้าต่อแขกเหรื่อในงาน

เห็นอายุยังน้อย ด้วยวัยเพียงสิบห้าหนาวเท่านี้ก็คิดเป็นแล้วหรือ ที่แท้ก็ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่แสดงออก อวิ๋นซือคิดพลางส่งรอยยิ้มหวานที่ถูกฝึกมาอย่างดีกลับไป เมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มหยีตามาให้

อวิ๋นซือนับถือคนเก่งเสมอ โดยเฉพาะคนเก่งที่ฉลาดคิด!

ทุกสายตามองรูปสลักพระโพธิสัตว์ในมือฮูหยินผู้เฒ่าด้วยแววตาประหลาดใจ นั่นหรือคือของขวัญจากฮูหยินใหญ่สกุลหลัน จะบอกว่าธรรมดาก็ไม่ใช่ หากดูจากขนาด ไม้จันทน์หอมที่ใช้สลักต้องมีอายุหลายร้อยปีเป็นแน่

ทว่าจะบอกว่าล้ำค่าก็เป็นคำพูดที่ออกจะเกินไป เพราะแม้จะเป็นของหายาก แต่ใช่ว่าจะหาไม่ได้นี่นา หลายคนมองมาแล้วซุบซิบกัน ฮูหยินผู้เฒ่าให้อึดอัดใจเล็กน้อย นางรู้เรื่องที่สองอนุทำให้ของขวัญสะใภ้เอกเสียหายแล้ว แต่การจะนำมาพูดตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าอับอายจนเกินไป จึงต้องแสร้งนิ่งเงียบเพื่อรักษาหน้าตาสกุลไว้ ด้วยการปล่อยให้ผู้คนหันไปตำหนิอวิ๋นซือแทน

หญิงสาวยังคงแย้มยิ้มเช่นเคย นางมิใช่ไม่รู้ เรื่องที่แม่สามีคิดใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือรักษาหน้าตาของสกุล อย่างไรเสียหากเทียบระหว่างการให้ผู้คนตำหนิสะใภ้คนหนึ่งที่ไร้หัวคิด ก็ยังขายหน้าน้อยกว่าให้ผู้อื่นรู้ว่าในตระกูลมีเรื่องน่าขัน ที่แค่อนุสองคนยังกำราบไม่ได้ ถึงขนาดปล่อยให้ทำลายของขวัญวันเกิดมารดาประมุข

อวิ๋นซือหาได้โกรธเคืองอีกฝ่ายไม่ แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะเอ็นดูตนเพียงใด แต่ถ้าให้เลือกระหว่างนางกับบุตรชายและหน้าตาของตระกูล เกรงว่าคงไม่ผิดถ้าแม่สามีจะเลือกอย่างหลัง

ดวงตาสีนิลเหลือบมองไปทางร่างสูงของผู้เป็นสามีเล็กน้อย นางไม่ได้วาดหวังว่าเขาต้องออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแค่เกิดความสงสัยในใจขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทางหรือแสดงออกอย่างไร

เพราะถ้าพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ต้นเหตุมาจากเขาที่จงใจใช้นางเป็นโล่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาเมียอื่น ไม่ให้มารุมทึ้งเนื้อแม่กวางสาววัยขบเผาะผู้นั้นแท้ๆ

ทว่าสิ่งที่เห็นมีเพียงรอยยิ้มอบอุ่นที่ฉายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเสมอ แม้จะเพียงเสี้ยวเวลา อวิ๋นซือก็มองทันว่าสายตาของเขาอยู่ที่ใด ยิ่งมองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของอนุเจียวที่แดงก่ำทั้งยังก้มลงอย่างขวยเขิน ก็พลันแน่ใจว่าอีกฝ่ายหาได้สนใจจะช่วยนางไม่

อวิ๋นซือนั้นร่ำเรียนอ่านเขียนมาตั้งแต่เด็ก ย่อมรู้จักบทกวีกาพย์กลอนจนทะลุปรุโปร่ง รู้จักคำนิยามของบุรุษที่ดีเป็นอย่างดี ผู้คนมักขนานนามชายหนุ่มผู้กล้าหาญและซื่อตรงด้วยคำว่า ‘วีรบุรุษ’ ทว่านางสามารถนิยามสามีตนเองได้เพียงสองคำเท่านั้น นั่นคือ... ‘สวะ!’

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GGQ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GGQ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
วิญญาณหญิงสาวในสภาพเปียกโชกเฝ้าตามติดอดีตคนรักด้วยความสับสน เพราะเธอจำไม่ได้เลยว่าความตายของตนเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมกันแน่ ท่ามกลางปริศนาที่มืดมน มีเพียงแฟนใหม่ของเขาเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริงครั้งนี้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและชิงชังผู้หญิงคนนี้มากเพียงใด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาศัตรูหัวใจเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายของชีวิตที่ถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา
หน้าปกนวนิยาย สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ
7.9
หญิงสาวผู้หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายจากนิยายที่เพิ่งจะก่นด่าไปหยกๆ ชีวิตใหม่ของเธอเริ่มต้นด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรผู้ลงมือสังหารพี่สาวแท้ๆ ของตนเอง ท่ามกลางศัตรูที่จ้องจะเอาชีวิตรอบด้านและความลับที่ซ่อนอยู่ เธอต้องพยายามหาทางรอดพ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ พร้อมกับความปรารถนาเดียวคือการหนีออกไปจากโลกนิยายที่แสนอันตรายแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
8.8
เชโรมคือแวมไพร์สายมังสวิรัติผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตขัดกับภาพลักษณ์อันเคร่งขรึม เขาเลือกที่จะดูแลกระต่ายแทนการล่าเหยื่อ ทว่ามาศิตาหญิงสาวผู้พิทักษ์กลับมองว่าวิถีชีวิตนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาและเชโรมต้องเผชิญกับความตาย มาศิตาจึงตัดสินใจสละเลือดของตนเองผ่านรอยจูบเพื่อช่วยชีวิตชายที่รัก ทันทีที่เลือดผู้พิทักษ์สัมผัสริมฝีปาก พลังมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ก็ตื่นขึ้น เปลี่ยนแวมไพร์ผู้อ่อนแอให้กลายเป็นนักล่าที่ทรงพลังเกินกว่าใครจะคาดถึง
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ชาติใหม่ไม่โง่รัก! ผัวเลว เมียน้อย ลูกมันเลี้ยงเองสิ
7.5
อดีตชาติเธอทุ่มเทให้ครอบครัว ยอมเลี้ยงดูเด็กที่เกิดจากสามีกับหญิงชู้ แต่ความซื่อสัตย์กลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เมื่อได้ย้อนเวลากลับมาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เธอจะไม่ยอมเป็นผู้หญิงหัวอ่อนที่หลงงมงายอีกต่อไป ชาติใหม่นี้เธอขอเลือกเส้นทางของตัวเอง ลุกขึ้นจัดการชายสารเลวและเมียน้อยอย่างเด็ดขาด เธอพร้อมสะบั้นรักและโยนภาระกลับไปให้พวกเขารับผิดชอบ เด็กที่เกิดจากความมักมากก็ให้พ่อแม่ที่แท้จริงดูแลกันเอง ส่วนเธอจะมุ่งสร้างชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์และมีความสุขด้วยสองมือของตนเอง