
ลิขิตฟ้ามายารัก
ตอน 2
”คุยอะไรกันอยู่จ๊ะ พ่อ ลูก”
วาลิยาห์ถามขณะเดินเข้ามาหาลูกสาวกับสามีที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้องโถงของบ้านหลังใหญ่ที่เพื่อนของนางมักจะเรียกว่าคฤหาสน์สีขาว เพราะความสวยงามหรูหราของตึกก่ออิฐผสมโมเสกสีขาวอายุเก่าแก่หลายร้อยปี อันเป็นสถาปัตยกรรมสวยงามที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษยุคอัศวินที่ลูกหลานรุ่นต่อมาได้บำรุงรักษาให้คงทนสวยงามด้วยความรักภาคภูมิใจ
“ไม่มีอะไรค่ะแม่" อาร์ยานาลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่กับบิดามารับมารดาพาไปนั่งแทน แล้วเปลี่ยนไปนั่งโซฟาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคนทั้งสอง
“ลูกของเรามีคำถามแปลกๆอยู่นะ" พ่อของเธอเอ่ยขึ้น
อาร์ยานาเห็นอยู่บ่อยๆที่พ่อเอื้อมแขนโอบไหล่แม่ดึงเข้ามาชิดตัวมากขึ้น เธอชื่นชมที่ทั้งสองแสดงความรักห่วงใยต่อกันอยู่เสมอ และเธอก็ชื่นชอบที่เป็นที่รักห่วงใยของคนทั้งสองเช่นกัน
“อะไรจ๊ะ อัญญ่า" แม่ของเธอขมวดคิ้วอย่างกังวล นางเรียกลูกสาวด้วยชื่อที่สามีกับเพื่อนของบุตรสาวเรียกกันติดปากจนแทบจะลืมชื่อ...อาร์ยานา...ชื่อจริงของบุตรสาว
“ไม่มีอะไรสำคัญค่ะ แค่บางเรื่องที่หนูอยากรู้" เธอปฏิเสธ
เด็กสาวมองสบตากับพ่อที่เลิกคิ้วเหมือนจะถามว่า...จะไม่เล่าให้แม่ฟังหรือ...เธอตั้งใจจะไม่บอกเล่าเกี่ยวกับความฝันใดๆให้แม่ฟัง เพราะกลัวทำให้แม่ไม่สบายใจ
“แล้วอัญญ่าอยากรู้เรื่องอะไร" แม่ของเธอซักไซ้ มองหน้าลูกสาว แล้วหันมายิ้มให้สามีสบตากันด้วยแววรักใคร่
“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกค่ะ เอ้อ แม่คะ พ่อคะ หนูกับเพื่อนๆตกลงกันได้แล้วค่ะ สรุปว่าพวกเราจะเดินทางไปเที่ยวประเทศโปแลนด์กันสุดสัปดาห์นี้นะคะ" เธอเปลี่ยนเรื่อง
“วันเสาร์นี้หรือ เร็วไปหรือเปล่า ฤดูหนาวยังไม่หมดดีเลย อากาศน่าจะยังแปรปรวนอยู่นะลูกรัก" อาร์เธอไม่ขัดข้องที่บุตรสาวกับเพื่อนจะเดินทางท่องเที่ยว แต่เขาไม่สนับสนุนให้ไปในช่วงคาบเกี่ยวฤดูอย่างนี้
“ไม่เป็นไรหอกค่ะ พวกเราอยากเที่ยวช่วงคาบเกี่ยวฤดูแบบนี้ เขาว่าที่นั่นสวยมาก”
“อีกสิบกว่าวันเองนะ แม่ว่ารออีกสักเดือนน่าจะเดินทางปลอดภัยกว่า พายุหิมะชอบมาช่วงเปลี่ยนฤดูเสียด้วย”
“พายุหิมะที่คุณแม่ว่ามักจะมาช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเป็นฤดูหนาวไม่ใช่หรือคะ ที่ลูกกับเพื่อนๆอยากไปช่วงนี้เพราะยังมีหิมะให้เล่นสกีกันได้ หิมะบนเทือกเขาทาทรากำลังละลาย บางที่ต้นหญ้าต้นไม้ก็เริ่มผลิดอกออกใบให้ได้เก็บภาพสวยๆได้แล้วนะคะ" เธอมองพ่อแม่ที่กำลังสบตากัน
“ถ้าลูกกับเพื่อนๆชอบแบบนั้นก็ตามใจนะ ถือว่าเป็นของขวัญที่ต้องเรียนหนักมาหลายเดือน เสร็จงานรับปริญญาเรียบร้อยไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้างก็ดี”
“แต่แม่ยังห่วงเรื่องอากาศแปรปรวนอยู่เลย”
“ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะแม่”
“นั่นสิ คุณอย่าห่วงไปเลย”
“เราคาดเดาไม่ได้นะคะว่ามันจะเกิดหรือไม่เกิด ควรระมัดระวังไว้ก่อนดีกว่า เอาอย่างนี้สิ ลูกชวนเพื่อนๆมาพักผ่อนที่นี่ดีไหม จะอยู่สักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก็ได้ บ้านเรามีสวนดอกไม้สวนผลไม้ที่กำลังออกดอกผลดีมีธารน้ำให้ตกปลาเล่นกันสนุกสนานเหมือนปีก่อนไงจ๊ะ มิกซ์กับไมค์เคยบอกแม่ว่าอยากกลับมาตกปลาที่นี่อีกนะ เรื่องเที่ยวต่างประเทศรอไว้ช่วงกลางฤดูค่อยเดินทางน่าจะดีกว่า”
“พวกเราอยากเที่ยวกันก่อน เอาไว้กลับมาแล้วค่อยมาได้ไหมคะ”
“ทำไมลูกถึงต้องไปโปแลนด์ล่ะ ประเทศอื่นก็มีที่ท่องเที่ยวสวยๆมากมาย ออสเตรียสวีตเซอร์แลนด์ไงพ่อกับแม่เคยไปมาแล้วมีธรรมชาติสวยๆให้เที่ยวดูมากเลยนะ”
“ค่ะ ที่เราเลือกโปแลนด์เพราะเราเห็นเมืองสวยๆของที่นั่น แถมยังมีสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากเลยนะคะ แค่ย่านเมืองเก่าของกรุงวอซอร์ก็สวยสุดใจแล้วค่ะ โดยเฉพาะเมืองซาโคเพนมีที่ท่องเที่ยวมากมาย เราอยากไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติทาทรา อยากเที่ยวถ้ำวิลก้าชนิชน่าที่ยาวถึงสิบเอ็ดไมล์ แล้วก็... " อาร์ยานาหยุด
เปลี่ยนใจที่จะพูดถึงป่าสนต้นโค้งงอหรือครุ๊กฟอเร้สท์ที่ตนเคยฝันเห็นป่าสนคล้ายป่าแห่งนี้ เพราะป่าสนในความฝันของเธอมีลำต้นโค้งงอใหญ่โตขนาดคนธรรมดาทั่วไปโอบแขนไม่รอบ และบรรยากาศบริเวณป่าสนก็เต็มไปด้วยสายหมอกสีรุ้งเจือจาง
“อะไรจ๊ะ อ้ำๆอึ้งๆอย่างนี้มีอะไรที่ไม่อยากบอกแม่หรือเปล่า" วาลิยาห์เริ่มกังวลท่าทีของลูกสาว
“ไม่ค่ะ ไม่มี คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ" อาร์ยานายิ้มแป้นให้แม่ ไม่กล้าบอกถึงป่าโบราณที่ตนฝันเห็น
“นั่นสิ ประเทศโปแลนด์น่าเที่ยวไม่น้อยเลยนะ ถ้าพ่อกับแม่ไม่ติดงานต้องเร่งส่งของให้เสร็จทันสิ้นเดือนนี้ก็จะตามลูกไปเที่ยวด้วยหรอก เอ วันนี้คุณทำอะไรกินบ้าง ผมหิวแล้ว" อาร์เธอเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ภรรยาเป็นกังวลกับเรื่องการเดินทางไกลของลูกสาว
“หนูก็หิวเหมือนกันค่ะ แม่ทำพายร์แอปเปิ้ลใช่ไหมคะ ของโปรดของหนูเลย”
อาร์ยานาลุกจากโซฟาที่นั่งเข้าดึงตัวมารดาให้ลุกตามมาส่งหน้าห้องครัวก่อนจะขอตัวขึ้นห้องนอนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ มื้อค่ำอันแสนอร่อยผ่านไปด้วยความสุขของสามชีวิตในคฤหาสน์สีขาวอันเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยสง่างดงามอีกแห่งหนึ่งของอังกฤษ
คฤหาสน์เป็นบ้านที่อาร์ยานาหรืออัญญ่าอยู่มาตั้งแต่ออกจากครรภ์มารดา อาร์ยานาเป็นลูกสาวคนเดียวที่พ่อแม่รักและภาคภูมิใจ แต่การเติบโตเข้าสู่วัยสาวของอาร์ยานากลับเสมือนมีบางสิ่งคอยสะกิดเตือนถึงการพรากของพวกเขาอยู่เสมอ ซึ่งทำให้วาลิยาห์แม่ของอาร์ยานาไม่อยากให้ลูกสาวไปไกลจากบ้านตามลำพัง...แต่ไม่มีใครฝืนลิขิตจากฟ้าได้...
คุณอาจจะชอบ





