
STARCIN
ตอน 3
ภาคที่1 HIN ตอนที่ 3 เริ่มการฝึกของจริง
29 พฤษภาคม พ.ศ. 2575
…เสียงนกหวีดดังลั่นไปทั่วทั้งอาคาร นักเรียนส่วนใหญ่ตกใจตื่นกันหมด ถึงจะเป็นทีมเดียวกันแต่พวกผู้หญิงจะได้พักแยกกันแต่ห้องทั้งสองจะติดกัน
ซึฮากิที่ตื่นมาเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว ที่ทำได้เพราะปกติเขาก็ตื่นไวอยู่แล้ว หลังจากเสียงนกหวีดดังก็ผ่านไปหลายนาที แต่เซนก็ยังคงหลับต่อไม่สนใจ เขาคงคิดว่าอยู่ที่บ้านแน่ ๆ เลย
อยู่ในป่าแถมไม่มีสายไฟหรือท่อน้ำเลย แล้วไฟฟ้ากับน้ำประปามาจากไหนหรือจะใช้ระบบสายดินหมดแล้ว นั่งเหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่บนที่นอนที่พับเก็บเรียบร้อยแล้ว
“คุณเซนครับ ๆ” เสียงปลุกจากแซมที่กำลังเขย่าตัวของเซนอยู่ ไม่นานเซนก็ตื่นขึ้นพร้อมทั้งมองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทางที่สะลึมสะลือ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ลุกขึ้นมาแต่เดินไปที่ประตูห้องและเปิดออกไป
“พี่ตื่นได้แล้วเดี๋ยวจะสายเอานะ” เขาได้เดินไปที่ห้องของพวกผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ กัน และเปิดประตูเข้าไปทันที ถึงแม้จะยังสะลึมสะลืออยู่ก็ตาม
“กรี๊ด!!!” พวกผู้หญิงที่กำลังแต่งตัวกันอยู่ต่างก็ตกใจ ช็อกยืนนิ่งไปสักพักก่อนที่จะมีเสียงร้องดังลั่นไปทั่วทั้งอาคาร
“…พี่บ้านเอ็งสิไอ้โรคจิต!!!” เสียงของที่นาริตะโกนขึ้นมาและพุ่งเข้าถีบยอดหน้าเซนจนกระเด็นตกระเบียงทางเดินร่วงลงตรงพุ่มไม้ข้างอาคารพอดี เสียงร้องที่ดังไปทั่วอาคารทำให้พวกนักเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ ออกมาดูกันหมด ส่วนทางนาริก็รีบปิดประตูทันที เซนที่กำลังสะลึมสะลืออยู่ก็ตาสว่าง เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
“โอย ๆ ๆ ทำไมปวดหัวอย่างนี้ หน้าก็รู้สึกชา ๆ ยังไงไม่รู้สิ” เซนปีนกลับขึ้นมาและเดินกลับเข้าห้องตัวเอง โดยที่แซมและซึฮากิก็ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด
“คุณเซนครับ เมื่อคืนสมองคุณคงไม่ได้โดนอะไรกระแทกมาใช่ไหมครับ” แซมถามขึ้นมาขณะที่เซนกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า มีหัวเราะเยาะนิดหน่อย
ถึงเขาจะดูไม่ปกติแต่ไม่คิดเลยว่าจะขนาดนี้นะ แซมแต่งตัวต่อ
“ก็ไม่นะ” เซนตอบกลับทันที
เสียงนกหวีดที่สองดังขึ้นหลังจากครั้งแรกประมาณสิบนาทีพร้อมกับเสียงตะโกน
“อีกห้านาทีฉันจะเป่าครั้งที่สามถ้าตอนนั้นใครยังไม่อยู่ที่จุดรวมตัวล่ะก็โดนดีแน่ ๆ” นายทหารคนเดิมที่ตะโกนมาสุดเสียง พวกนักเรียนต่างก็รีบออกจากห้องและไปที่จุดรวมตัวอย่างร้อนรน พอมองไปรอบ ๆ ที่เป็นป่าก็มืด ๆ อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็คงขึ้นแล้ว
และเสียงนกหวีดครั้งที่สามก็ดังขึ้นพวกทหารหลายนายเข้าไปค้นตามห้องเพื่อดูคนที่ยังไม่มา โชคดีที่ทุกคนมากันหมดแล้ว ซึ่งเสื้อผ้าที่ใส่จะเป็นชุดที่เหมือนกับชุดลำลองทั่วไปเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น สีเขียวทั้งหมด
“ต่อจากนี้เราจะไปกินข้าวเช้ากันเพราะฉะนั้นพวกที่ถูกบทลงโทษเมื่อวานให้แยกตัวออกไป ข้าง ๆ ถ้าฉันนับแล้วไม่เหมือนเดิมล่ะก็ พวกนายทุกคนจะติดร่างแหไปด้วย” สิ้นเสียงจากทหารเสียงฝีเท้าก็เริ่มดังขึ้นพวกนักเรียนที่ถูกลงโทษต่างก็แยกตัวออกมา พวกทหารนับดูก็ครบพอดีจึงไม่มีปัญหาอะไร
“มื้อนี้อาจเป็นมื้อสุดท้ายที่พวกฉันจะทำอาหารให้พวกแกกิน ต่อไปจะมีเวรทำอาหารไม่ต้องห่วงเรื่องวัตถุดิบเพราะทางเรามีเตรียมไว้ให้แล้ว” นักเรียนยี่สิบกว่าคนและพวกทหารสิบกว่าคนเห็นจะได้ พวกเขานั่งกินข้าวเช้าซึ่งเป็นข้าวต้มที่มีผักชีโรยหน้าแค่นั้น ส่วนพวกเราสิบคนที่ถูกทำโทษต้องนั่งเฉย ๆ ดูพวกเขากินข้าวกัน เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีทหารได้เรียกพวกเรามารวมตัวกันอีกครั้ง
“ในวันนี้จะมีการฝึก 6 รูปแบบ หรือจะเรียก 6 ฐานก็ได้ โดยพวกฉันจะคอยควบคุมการเปลี่ยนทีมและการฝึกทุกอย่าง เอาละ เริ่มได้!!!” พวกเราทั้ง 6 ทีมต่างก็แยกกันไปซึ่งจะมีทหารที่คอยนำทางให้อยู่ ทางที่ทีมซึฮากิมานั้นค่อนข้างโล่งเหมือนกับลานอะไรสักอย่างหนึ่ง
“เอ่อ…พวกเธอเป็นอะไรไปเอาแต่เมินฉันตลอดเลย?” เซนที่หันไปถามพวกนาริ แต่เธอ ฟรานและคานะต่างก็ไม่สนใจพร้อมกับรีบเร่งฝีเท้าเดินนำพวกเราไป
“ฉ-ฉันทำอะไรผิดไปใช่ไหมหรือเพราะว่าฉันหล่อเกินไป? ถ้าไม่ยอมพูดกันแบบนี้จะเข้าใจกันไหม หะ!! พวกเธอ” เซนเริ่มหงุดหงิดเดินไปก็เตะก้อนหินไปเอาแต่ก้มหน้ามองพื้น
“หยุด” จุดที่เรายืนอยู่คือกลางแจ้งพื้นดินแห้งๆ แม้แต่หญ้าก็ไม่มีขึ้นเลยจะเป็นการฝึกแบบไหนกันนะ “ตรงนี้เป็นการฝึกความอดทน โดยวิธีง่าย ๆ ก็คือฉันจะฝังพวกนายทุกคนให้เหลือแค่หัวออกมาเพื่อหายใจ”
นายทหารหนึ่งคนที่พูดกับเราและอีกหนึ่งคนที่กำลังเตรียมการอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลังถึงแม้จะไม่นานแต่เมื่อเราได้หันหลังกลับมา หลุมหกหลุมขนาดพอดีตัวก็ปรากฏตรงหน้าทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเป็นที่โล่งแจ้งไม่มีอะไรเลย แต่กลับมีหลุมอยู่ตรงนี้ได้
นายทหารคนนั้นขุดในระหว่างที่เราหันไปฟังที่เขาอธิบายงั้นเหรอ? แต่ไม่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ในเวลาแค่นี้ หรืออาจจะมีเครื่องพิเศษอะไรสักอย่างก็ได้
แต่ในวินาทีนั้นฟรานเธอก็ยกมือขึ้น “คุณคะหลุมพวกนี้พวกคุณขุดกันได้ยังไงเหรอคะ? ทั้งที่เมื่อกี้ไม่เห็นจะมีเลย” เป็นคำถามที่พวกเราทุกคนกำลังสงสัยกัน
“ก็แค่ใช้เวทระดับ 2 เองนะ” ทหารนายนั้นที่กำลังถือไม้แปลก ๆ อยู่อันหนึ่ง พวกเราต่างก็รู้สึกตกใจแสดงสีหน้าของความสงสัยอย่างชัดเจน แต่มีแค่เซนที่ไม่ได้ตกใจอะไรขนาดนั้น
ใช้เวทงั้นเหรอ? ซึฮากิพยายามมองด้วยความสงสัยและจ้องไปที่ตาของนายทหาร
สายตาของเขาไม่ได้โกหก ฉันมั่นใจในเรื่องการมองคนเหมือนกับเมื่อวานที่บังเอิญเจอกับพีช เธอก็โกหกตอนที่เธอฝืนวิ่ง อาณาจักรเซียที่ไม่เคยได้ยินที่ไหน หลุมที่ไม่สามารถขุดได้ในเวลาอันสั้นแบบนี้อาจจะเป็นโลกอื่นที่มีวิทยาการก้าวหน้ามาก ๆ หรืออาจจะมีการเตรียมหลุดไว้แล้วเพียงแค่พรางตาไว้เท่านั้น ยังไงก็ตามฉันต้องเห็นด้วยตาของตัวเองเท่านั้นถึงจะเชื่อเรื่องพวกนี้ได้ ครุ่นคิดอย่างเอาเป็นเอาตาย
“แสดงให้ดูสิ ช่วยแสดงให้เห็นอีกทีสิ” ฟรานที่พูดเสียงดังขึ้นมาพอดี ทำให้สายตาทุกคนจับจ้องไปที่ฟรานทันที
สมแล้วยังคงหัวไวเหมือนเดิมเลยนะฟราน
“ก็ได้ ๆ ดูให้ดี ๆ ละ” ถอนลมหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปอีกทางพร้อมกับชี้ไม้นั่นลงไปที่พื้น ถึงมองไม่ชัดแต่เขากำลังพึมพำอะไรสักอย่างอยู่ จากนั้นไม่นานนัก ดินที่พื้นก็เริ่มยุบลงและกลายเป็นหลุมในเวลาอันสั้น
อืม…อาจจะเป็นทริคอะไรก็ได้ ถ้าเป็นเวทมนตร์จริงก็ต้องทำอย่างอื่นได้อีกสิ
“ลุงคะ ใช้เวททำอย่างอื่นได้อีกไหมคะ” ฟรานถามแทรกขึ้นมาอีกแล้ว ทำให้ทหารอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ เราถึงกับตกใจ
เธออ่านใจฉันได้หรือไงเนี่ย!! ในใจกำลังกุมขมับแต่ความเป็นจริงยังคงหน้านิ่งอยู่
“ก็ได้ ๆ เซ้าซี้จริง ๆ เลยเธอเนี่ย แล้วใครให้เรียกลุง หา!!” หันมาตะคอกใส่ฟราน
“ขอโทษค่า” มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาแนบชิดติดกันเกิดเสียงดังเหมือนกับตบมือและค้างไว้ที่ระดับสายตาชิดกับใบหน้าพอดี
ทหารนายนั้นเริ่มพึมพำอีกครั้งและชี้ไม้แท่งนั้นไปด้านหน้า และไม่นานนักก็มีกำแพงที่เป็นดินผุดขึ้นมาจากพื้นด้านหน้าของเขา ทำให้พวกเราทุกคนต่างตกตะลึง
โห เอาเป็นว่าเชื่อไว้ก่อนแล้วกัน
“นั่นมันอะไรกัน? แค่ชี้ด้วยไม้นั่นก็มีกำแพงดินโผล่ออกมาด้วย มันคือเวทมนตร์จริง ๆ เหรอเนี่ย” ท่าทางของนาริที่ตกตะลึงปนไปกับความตื่นเต้นจนตาวาวขึ้นมาทันที
“อย่างกับในเกมเลย นี่คงไม่ใช่ฝันใช่ไหมเนี่ย?” แซมที่มีท่าทีเหมือนกับนาริไม่มีผิด แต่กลับกันเซนไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย ฟรานก็เช่นกัน ส่วนคานะเธอเอาแต่ก้มหน้าแถมตัวสั่น
“รู้สึกเราจะนอกเรื่องมามากแล้ว ตอนนี้พวกนายรีบลงไปในหลุมนั่นซะ” พวกเราที่ลงไปในหลุมที่พอดีตัวรออยู่พักหนึ่ง ทหารนายนั้นก็ใช้เวทอีกและกลบดินในหลุมจนแน่นไปหมดไม่สามารถขยับอะไรได้เลยเหลือไว้เพียงแค่หัวที่โผล่ขึ้นมาหายใจ
เพราะดินมันถูกอัดจนแน่นเลยหายใจลำบาก มันคือการฝึกตรงไหนเนี่ย? หายใจแบบสั้น ๆ แต่ถี่
“นี่มันการฝึกอะไรกันเนี่ยไร้สาระเป็นบ้า” จากตอนแรกที่นิ่งเงียบ แต่ตอนนี้เซนกลับมาโวยวายเหมือนปกติและยังคงบ่นอยู่ยังงั้นตลอด
ดูจากพระอาทิตย์ เราน่าจะถูกฝังมาหนึ่งชั่วโมงแล้วโดยประมาณ ตอนเช้าที่แยกแต่ละทีมออกไปหมายความว่ามีที่อื่นที่ต้องไปอีก การฝึกทั้ง 6 ฐาน ถ้าหากจะให้ฝึกในหนึ่งวันแต่ละฐานก็จะมีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ถ้ามีการฝึกในช่วงกลางคืนด้วยก็อาจจะมากกว่านั้น ซึฮากิคิดไปเพลิน ๆ ระหว่างที่ถูกฝังจนไม่มีอะไรจะทำ
“น่าเบื่อ ๆ ๆ ๆ น่าเบื่อจริง ๆ เลยเว้ย!!” เซนยังคงตะโกนโวยวายอยู่
“หนวกหูจริง ๆ ไอ้บ้านี่ เมื่อไหร่จะเงียบสักที!!” นาริที่ถูกฝังอยู่ข้าง ๆ เริ่มรำคาญเซนและตะคอกใส่ทันที
“ว่าไงนะ ยายทอม!!” เซนโต้กลับทันที ทั้งคู่จ้องกันด้วยสายตาที่ดุร้าย
“พอแล้ว ๆ ทั้งคู่นั่นแหละ” ฟรานพูดแทรกขึ้นมาทันทีเธออยู่ต่อจากนาริ
197…198…199…200 ซึฮากิไม่ได้สนใจใครเอาแต่นับเวลาเล่น ๆ ฆ่าเวลา
“นายคนนั้นน่ะ แซมใช่ไหม นายก็ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ ฉันเห็นเงียบมานานแล้วนะ!!” แซมที่อยู่ต่อจากฟรานเอาแต่เงยหน้าขึ้นฟ้าอยู่ตลอดตั้งแต่ถูกฝังได้ไม่นาน
“แซม ๆ เธอได้ยินหรือเปล่า” ฟรานที่อยู่ข้าง ๆ ได้พยายามเรียกแซม พอมองได้อยู่สักพักแต่แซมก็ยังคงนิ่งอยู่
“ให้ตายสิ ซึฮากินายก็ด้วย เอาแต่นิ่งเงียบอยู่ได้ไม่เบื่อบ้างหรือไง? เรามาหาเรื่องคุยกันดีกว่า” เซนหันมาถามซึฮากิซึ่งอยู่ข้าง ๆ กัน
“ฉันว่าเราไม่มีเรื่องที่ต้องคุยกันนะ” ซึฮากิตอบกลับทันที เซนถึงกับทำหน้าเซ็ง
เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ เอ่อ 225…226…227 ยังคงนับเวลาต่อไป
“เอ่อ แล้วเธอคนนั้นล่ะ ชื่ออะไรนะฉันจำไม่ได้” เซนมองไปที่คานะซึ่งอยู่ต่อจากซึฮากิ เธอค่อนข้างขี้กลัวมองไปมาตลอดเวลา ดูเหมือนตัวจะสั่นนิด ๆ ด้วย
“ค-คานะ” ถึงเธอจะตอบกลับมาแต่ก็ไม่ยอมมองหน้าแม้แต่น้อย
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นตัวสั่น ๆ หรือว่าไม่สบาย” น้อยครั้งที่เซนจะพูดด้วยเสียงปกติไม่เสียงดังจนหนวกหู
“…...” เธอไม่ตอบอะไรทำเพียงแค่ส่ายหน้าเท่านั้น
“แน่ใจนะ? งั้นฉันไม่รบกวนแล้วล่ะ” หลังพูดจบเซนก็ดูจะนิ่ง ๆ ไปสักพักแล้วก็กลับมาบ่นต่อ
และเวลาก็ล่วงเลยไปอีกเกือบชั่วโมง เวลาประมาณ 8.00 น. ทหารที่ถือไม้ ได้ใช้เวทอีกครั้งทำให้ดินแยกตัวออกจนพวกเราสามารถขึ้นมาได้ แต่ก็มีคานะที่ปีนขึ้นไม่ได้จนทหารต้องไปช่วยดึงขึ้นมา จากนั้นทหารที่นำทางเรามาตอนแรกก็ได้เดินตรงไปออกจากบริเวณที่โล่งเข้าสู่ดงป่าและเดินไปเรื่อย ๆ จนมาเจอที่โล่งใหม่
“นั่นมันอะไรวะ?” เซนตะโกนขึ้นมาหลังจากที่เห็นนายทหารคนหนึ่งนั่งรออยู่และมีกล่องเหล็กที่ใหญ่มากพอสำหรับเอาคนเข้าไปได้หลายคน
“ถอดรองเท้าไว้แล้วเข้าไปซะ” เมื่อเดินมาถึงก็ไม่ได้พักแต่อย่างใด นายทหารคนนั้นสั่งให้เราเข้าไปในกล่องทันที ถึงรูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนกล่องแต่มีประตูเหล็กและข้างในก็กว้างมากพอที่จะเรียกว่ากระท่อมได้เลย โดยเมื่อพวกซึฮากิได้เข้ามาทหารนายนั้นก็ปิดประตูทันที
“ฉันว่าในนี้มันร้อนแปลก ๆ นะว่าไหม?” เซนถามขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้มองมาทางเรา เอาแต่มองไปรอบ ๆ ผนังและเพดานด้านบน จึงสังเกตได้ว่ามีรูที่ถูกเจาะไว้อยู่บนเพดาน ถึงพวกเขาจะรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออกแต่คงเพราะมีรูพวกนี้จึงสามารถอยู่ได้
ถ้าประมาณเวลาในแต่ละฐาน 2 ชั่วโมง ก็หมายความว่าจะใช้เวลาทั้งหมด 12 ชั่วโมงในการฝึกฐานสุดท้ายจะสิ้นสุดตอนเวลา 18.00 น. โดยประมาณ เหม่อลอยในขณะที่เซนถามพอดี
เวลาผ่านไปสักพักเหล็กทั้งผนังและพื้นที่เหยียบอยู่ก็เริ่มร้อนขึ้นจนถึงกับต้องขยับเท้าขึ้นลงสลับซ้ายขวาไม่สามารถทนอยู่เฉย ๆ ได้ด้วยความที่ว่าทั้งตัวกล่องเป็นเหล็กอุณหภูมิข้างในเริ่มพุ่งสูงขึ้น แต่ละคนเหงื่อไหลเต็มไปหมดเสื้อผ้าเปียกแฉะจนเห็นข้างในหมด ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งร้อนขึ้น
“อ๊าก!! ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!!” เซนยังคงโวยวายอยู่ตลอด อากาศที่มีให้หายใจก็น้อยนิด เท้าก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วด้วย
ขนาดเท้าฉันด้าน ยังร้อนขนาดนี้ คนอื่น ๆ จะไหวหรือเปล่า? เท้าของทุกคนแดงมากจนถึงพองในบางจุด
“เอ่อ ผมว่าเราถอดเสื้อเอามารองเท้าดีกว่าไหมครับ?” ท่ามกลางความแสบร้อนแซมก็ได้เสนอไอเดียสุดบรรเจิดออกมา ทุกคนต่างก็ชะงักพักหนึ่ง
“สุดยอด” เสียงอันพร้อมเพรียงจากเซน ฟราน นาริ และไม่รอช้าเริ่มถอดเสื้อเพื่อเอามารองที่เท้ากันทันที
“เดี๋ยวก่อนสิ พวกนายหันหน้าไปทางโน้นเลยนะ” นาริที่กำลังจะถอดเสื้อหันมาชี้นิ้วสั่งก่อน
“ครับ ๆ ผมไม่อยากเห็นหน้าอกเล็ก ๆ ของยายทอมหรอก” น้ำเสียงเหนื่อย ๆ ของเซนที่เหมือนมันยั่วโมโหนาริเข้าเต็ม ๆ
“แกว่าไงนะ ไอ้ปัญญาอ่อน” ทันทีที่เซนพูด นาริก็ยันหัวด้วยฝ่าเท้าอีกแล้วจนหน้าไปแนบกับผนังร้อน ๆ
“อ๊าก!! ร้อน ๆ ๆ ๆ นี่เล่นบ้าอะไรของเธอเนี่ย? ห้ะ!!” เซนรีบถอยออกมาจากผนังทันทีด้วยแก้มที่แดงจนบวมไปข้างหนึ่งเลย และด้วยความตกใจก็เลยเซมาทางพวกผู้หญิงและก่อนที่จะล้มลงหน้าเขาก็ไปชนกับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่
อะไรมันนุ่มนิ่ม ๆ เซนพยายามคว้ามันไว้และเงยหน้าขึ้นมาดู
“อ-เอ่อ ช่วยออกไปจะได้ไหมคะ?” คนที่อยู่ตรงหน้าเซนคือคานะ เขามองไปที่คานะ ซึ่งคานะก็พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เขิยอายหน้าแดงอาจจะเพราะร้อนและหลบสายตาในขณะที่พูดด้วย
“ไอ้ปัญญาอ่อนโรคจิต!!” นาริที่อยู่ข้าง ๆ ถีบเซนจนกระเด็นไปแนบชิดติดผนังอีกครั้ง
“ขอโทษครับ” เซนที่ตั้งตัวได้ก็ขอโทษคานะทันที ด้วยใบหน้าที่แก้มทั้งสองข้างแดงและบวม
“ยังไม่หันไปอีก!!” นาริตะคอกใส่เซนก่อนที่เซนจะหันหลังกลับไปเหมือนเดิม
เวลาผ่านไปอุณหภูมิเริ่มลดลงจนกระทั่งนายทหารที่มาเปิดประตูให้พวกเราออกไป ทุกคนรู้สึกโล่งมากสูดอากาศจนเต็มปอด พวกผู้หญิงรีบใส่เสื้อผ้ากันอย่างไว
“ถ้าไม่ได้นายก็คงเท้าพองหมดแน่ ๆ” นาริพูดกับแซมด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“ต้องขอบคุณจริง ๆ นะ” ฟรานพูดกับแซมด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“ยินดีช่วยครับผม” ยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตร
พักได้แป๊บเดียวทหารก็พาไปต่อ เดินผ่านป่าอีกแล้ว ระหว่างที่เดินไปนั้นซึฮากิสังเกตเห็นฟรานที่กำลังก้มเก็บอะไรบ้างไป แต่เขาก็ไม่ได้ถามและเดินต่อไป ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ก็มาถึงสะพานแขวนซึ่งมีทหารนายหนึ่งรออยู่
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นแต่ป่าที่อยู่ไกลออกไป พอได้เดินเข้าใกล้ ๆ จะเห็นด้านล่างของสะพานนั้น จึงได้เห็นคลองที่มีความใหญ่และกว้างขวางมากและไม่เห็นทางที่จะสามารถขึ้นมาได้ถ้าหากตกลงไป เพราะมีแต่หน้าผาล้อมรอบคลองไว้
“เดินไป” ทันทีที่เดินมาถึงทหารนายนั้นก็บังคับให้เราเดินไปที่หน้าผา เขาพยายามเดินเข้ามาเรื่อย ๆ
“ขอให้โชคดี” ไม่ทันไรก็มีเท้าลอยเข้าที่ท้อง ทหารนายนั่นถีบเซนจนตกลงไปในคลอง วินาทีที่ตกก็ได้ยินเสียงร้องจากเซน
คราวนี้น้ำเหรอ? มีดิน ร้อน ต่อด้วยน้ำ อีกเดี๋ยวก็ต้องมี ลม น่ะสิ แต่ละคนต่างก็ยืนเกร็งและสั่นด้วยความกลัว แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร จนพวกเรายอมกระโดดลงไปเอง ถึงจะเป็นหน้าผาแต่ก็ไม่ได้สูงมากมายอะไร ราว ๆ เกือบ 20 เมตรได้
“ทำไมมีฉันคนเดียวที่โดนถีบล่ะ แล้วทำไมฉันถึงต้องโดนถีบอยู่ตลอดเลยเนี่ย” เซนยังคงโวยวายต่อทันทีที่พวกเราลงมา น้ำในคลองค่อนข้างลึกพอสมควร
อืม ประมาณ 4 เมตร ถ้าแค่ลอยคออยู่เฉย ๆ ก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ – ซึฮากิที่ดำลงไปจนถึงก้นบ่อและว่ายกลับขึ้นมา
“เดี๋ยว! คานะ ๆ ล่ะ คานะ!!!” ฟรานที่สังเกตได้ว่ามีคนหายไปซึ่งนั้นก็คือคานะ พวกเขาช่วยกันตะโกนเรียกแล้วแต่ไม่ได้ผล
ท่ามกลางความวุ่นวายแต่ละคนหน้าเริ่มซีด แยกกันไปหา แต่ก็มีซึฮากิที่ว่ายขึ้นมาพร้อมกับคานะด้วย โชคดีเธอยังมีสติอยู่
“เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” นาริที่รีบเข้ามาช่วยพยุงตัวทันทีด้วยความร้อนรน
“เธอถูกสาหร่ายแปลก ๆ พันขาอยู่น่ะ” ซึฮากิบอกทุกคน ถึงจะพาขึ้นมาได้แต่ก็ยังคงน่าเป็นห่วง
ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่พอได้สัมผัสดูก็น่าจะใช่สาหร่ายแต่ว่ามันทั้งใหญ่แล้วก็ยาวกว่าที่เคยรู้จักมาก กว่าจะดึงออกก็ลำบากเอาการ ว่ายออกห่างจากกลุ่มขณะที่แต่ละคนเข้าไปดูอาการของคานะด้วยความเป็นห่วง
“ฉ-ฉันไม่เป็นไรแล้ว” คานะที่ยังคงมีสติได้ตอบกลับและพยายามฝ่าวงกลุ่มชนออกมาอยู่คนเดียวด้วยท่าทางเขินอายไม่ยอมสบตาใครทั้งนั้น แต่คนอื่น ๆ ก็ยังดูเป็นห่วงอยู่
“ค่อยรู้สึกสดชื่นขึ้นหน่อย ตอนแรกก็โดนฝังจนเลอะดินแล้วไหนจะยังกล่องอบนั้นอีกเอาซะเหงื่อคลุกเคล้ากับดินจนเละไปทั้งตัวเลย” เซนเริ่มบ่นอีกแล้ว
“คนอย่างนายถึงตัวจะสะอาดแต่จิตใจก็ยังสกปรกอยู่วันยังค่ำแหละ” นาริพูดแซะเซนด้วยความคับแค้นเคืองใจ
“เหรอ? จิตใจฉันไม่สะอาดตรงไหนมิทราบ ไหนลองบอกมาหน่อยสิ” เซนตอบกลับด้วยท่าทีประชดประชันและยังสะบัดหน้าหนีหันหลังใส่ด้วย
“เหอะ คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไปนั่นแหละที่ผิด” นาริสะบัดหน้าหันหลังใส่เหมือนกัน
และทั้งสองคนก็ไม่ยอมพูดกันเลยจนเวลาผ่านไป พวกเราลอยคอกันอยู่อย่างนั้นจนเริ่มเมื่อย แต่ก็ใช้วิธีการลอยตัวได้ไม่มีปัญหาและสามารถอยู่ได้นานเป็นชั่วโมง
ดูจากพระอาทิตย์นี้ก็ประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว อีกไม่นานก็น่าจะไปฐานต่อไป มองท้องฟ้าไปเพลิน ๆ ระหว่างลอยตัว
“เฮ้ย!! ขึ้นมากันได้แล้ว” เวลาผ่านไปจนทหารนายนั้นเหวี่ยงบันไดเชือกลงมาตามหน้าผา พวกเราใช้มันปีนขึ้นมาจนถึงที่เดิมที่ยืนตอนแรก ทหารได้นำทางไปต่อทันทีไม่มีการพัก
พวกเราได้เดินข้ามสะพานแขวนกันไปและเดินตรงเข้าป่าจนออกมาจากป่าอีกครั้งและก็ได้เห็นหน้าผาสูงใหญ่ตรงหน้า สูงมากกว่าเมื่อกี้หลายเท่า พร้อมด้วยเชือกใหญ่หนึ่งเส้นที่ห้อยลงมาที่ปลายเชือกก็มีทหารนายหนุ่มหนึ่งยืนรออยู่
“ปีนขึ้นไป” ทหารหนุ่มสั่งมา ทุกคนต่างก็เริ่มหน้าซีดยกเว้น ซึฮากิ เชือกเส้นเดียวมีแค่ตะขอกับเส้นเชือกที่ต่อออกมาไว้เกี่ยวกับกางเกงแค่นั้น ถ้าพลาดด้วยความสูงระดับนั้นตกลงมาได้ตายแน่นอน โดยลำดับการปีนคือ คานะ เซน นาริ แซม ฟรานและซึฮากิที่อยู่ท้ายสุด
ทหารที่คอยนำทางให้ไม่ได้ตามมาด้วยแต่เดินไปอีกทางแทน ก่อนที่จะปีนทหารหนุ่มได้บอกไว้ว่าตะขอสามารถรับน้ำหนักได้แค่ 70 กิโลกรัมเท่านั้น
ฐานนี้คงจะยากสุดแล้วมั้ง จะให้เด็กมัธยมมาปีนเขาแบบนี้เป็นอะไรที่บ้าสุด ๆ ทุกคนพยายามปีนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมือเริ่มพองและเลือดออก ราว ๆ ประมาณ 50 เมตร จากพื้น ทุกคนเริ่มเหนื่อยล้าจนแทบจะขยับแขนไม่ได้
เสียงฟืดสั้น ๆ ของเชือกที่ขาด พร้อมด้วยเสียงกรีดร้องจากคานะเธอกำลังตกลงมา ทุกคนต่างพยายามคว้าคานะไว้ จนมาถึงฟรานที่คว้าไว้ได้แต่ก็ลืมไปว่าตะขอรับน้ำหนักไม่ไหวและขาดตกลงมาด้วยกันทั้งสองคน ซึฮากิได้พยายามคว้าทั้งสองคนให้ได้ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องจากคนอื่น ๆ
ถ้าตะขอรับน้ำหนักไม่ไหวก็ต้องจับไว้ด้วยมือของเรานี่แหละ – ซึฮากิสามารถคว้าทั้งสองคนไว้ได้และพยายามกอดไว้ให้แน่นที่สุด ทาง ฟรานและคานะก็พยายามเกาะซึฮากิสุดแรง
แต่มือข้างเดียวของซึฮากิที่กำลังกำเชือกไว้ให้แน่นที่สุดเลือดก็เริ่มไหลออกมาไม่กี่วินาทีก่อนที่ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า มือข้างเดียวของซึฮากิไม่สามารถรับน้ำหนักทั้งสามคนไหวและร่วงหล่นลงมาด้วยกัน
แต่ซึฮากิก็ได้กอดพวกเขาทั้งสองคนไว้และเอาตัวเองลงกระแทกพื้นแทน ซึ่งมันก็ควรเป็นแบบนั้นแต่ในขณะที่หลังห่างจากพื้นประมาณ 3 เมตร พื้นด้านล่างก็เกิดระเบิดขึ้นและแรงกระแทกจากระเบิดก็ทำให้พวกซึฮากิกลิ้งกระเด็นออกมาจนเนื้อตัวมอมแมม แต่ก็รอดตายมาอย่างหวุดหวิด
ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เราก็รอดแล้ว ลุกขึ้นยืนและมองไปทางระเบิดที่มีแต่ควันตลบอบอวลไปทั่ว ทหารหนุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ ก็รีบวิ่งมาดูด้วยสีหน้าที่ตกใจจนซีด
เราตกลงจะไม่ยื่นมือมาช่วยพวกมันแล้วนี่ แล้วใครเป็นคนทำกัน? เห็นทีคงต้องเล่นไม้แข็งแล้วล่ะ เดินเข้ามาคว้าตัวคานะไปพร้อมกับการชักมีดสั้นออกมาด้วยท่าเตรียมพร้อมที่จะปาดคอทันที เขารัดคานะไว้แน่นมากในขณะที่เขาเหมือนจะกลัวอะไรสักอย่างอยู่
“ใครก็ตามที่ใช้เวทระเบิดเมื่อกี้รีบเสนอหน้าออกมาซะ!! ก่อนที่ฉันจะฆ่านังนี่!” เขามองไปรอบ ๆ หาใครบางคนที่ทำระเบิด โดยที่ซึฮากิและฟรานได้แต่ยืนดูเฉย ๆ โดยเฉพาะฟรานที่ตัวสั่น ๆ และมีเหงื่อออกมาทั่ว อีกทั้งหน้ายังซีดอีกด้วย
“ชิ งั้นดูเอาไว้ละกัน!!” เขาเริ่มลงคมมีดไปที่คอของคานะ เธอทั้งตัวสั่น เหงื่อออกและหน้าซีด พยายามจะเอามือที่รัดคอเธออยู่ออก แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะสู้แรงไม่ได้ เลือดเริ่มไหลออกมาแต่ดูเหมือนจะยังปาดไม่ลึก
คงต้องรีบจัดการแล้วสิ ในระหว่างที่เขาเอาแต่มองหาคนทำระเบิด ค่อย ๆ ก้มตัวลงไปหยิบก้อนหินขนาดพอมือ และพยายามเข้าไปใกล้ ๆ ตัวทหารจากด้านหลังเพื่อให้ทหารไม่เห็นตัวเขา
ต้องเล็งไปที่ก้านสมองซะ เมื่อระยะใกล้พอ ซึฮากิเริ่มง้างมือทั้งสองข้างขึ้นไปให้สุด และทุ่มแรงทั้งหมดไปที่ต้นคอของทหารหนุ่มนายนั้น
อะ! ซวยละ เขาหันมาเห็นพอดีและพยายามเบี่ยงหลบทำให้ไม่โดนที่ต้นคอแต่โชคดีที่มันไปโดนแขนที่จับคานะไว้พอดี ทำให้คานะหลุดออกมาและฟรานก็มาพยุงคานะออกไปทันที
“หน็อยแก!” เขาหันมาหาซึฮากิใช้มีดเล่มนั้นเข้าจู่โจมทันที
ถึงจะเป็นทหาร แต่การใช้มีดยังดูทื่อ ๆ อยู่ เขาพยายามแทงเข้ามาหลายครั้ง และฟันไปมาขวาซ้าย แต่ถึงอย่างนั้นซึฮากิก็สามารถหลบได้หมด ทำเอาทหารหัวเสียสุด ๆ จนกัดฟัน คิ้วขมวด
“พอกันที เวทลม [คมเขี้ยวไร้รูป]” เขาหยุดฟันอย่างบ้าระห่ำและพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะเข้าโจมตีซึฮากิอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แม้ระยะจะไม่ถึงแต่เขาก็ยังฟันมา
เสียงเหมือนมีของมีคมลากผ่านเนื้อไปด้วยความรวดเร็ว ถึงแม้จะยังไม่รู้สึกตัวในตอนแรกแต่แล้วเลือดก็พุ่งออกมาตามแนวยาวของรอยอะไรบางอย่างที่คาดกลางระหว่างอกลงมาถึงเอวในแนวเฉียง
นี้มัน อย่าบอกนะว่าเวทมนตร์ ซึฮากิทรุดตัวลงไปนอนกองกับพื้นทันทีเลือดที่ไหลออกมามากจนทำให้ซึฮากิสติเริ่มเลือนและกำลังจะหมดสติ
นั้นใครน่ะ? ใครกำลังเดินมามองแทบไม่เห็นเลย ฟรานที่พาคานะไปซ่อนก็ได้เดินตรงเข้ามาหาเขาและพยายามเรียกแต่ก็สายเกินไปซึฮากิหมดสติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเลือดที่นองไปทั่วบริเวณ
“กิ…จัง ๆ ๆ ๆ” เธอยังพยายามเรียกเขาอยู่น้ำตาที่ไหลพรากออกมามากพอที่จะล้างรอยเลือดที่ท้องออกไปบ้างเธอเอาแต่กุมมือซึฮากิไว้ ถึงแม้จะพยายามกลั้นมันไว้แค่ไหนก็ตามสุดท้ายเธอก็ร้องไห้ออกมาอีก เสียงของเธออาจดังไปถึงพวกเซนที่อยู่ข้างบนเลยก็ว่าได้
31พฤษภาคม พ.ศ. 2575
หืม ตาที่พร่ามัวจากการถูกแสงก็ค่อย ๆ ชินกับมัน เมื่อซึฮากิตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนอยู่บนเตียง เขาได้มองไปรอบ ๆ จึงได้รู้ว่านี้เป็นภายในเต็นท์ ๆ หนึ่ง เมื่อมองมาที่ข้าง ๆ ตัวก็เห็นมือคู่หนึ่งที่ได้กุมมือของเขาไว้แน่นพอได้ลองมองดูเจ้าของมือนั้นที่กำลังหน้าฟุบอยู่กับที่นอนเหมือนจะหลับอยู่ เธอคือฟรานที่ตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นและยังมีคราบน้ำตาที่เห็นได้ชัด อีกทั้งยังตาบวมด้วย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทันใดนั้นฟรานก็ตื่นขึ้นมาพอดีและกอด ซึฮากิไว้ไม่ถึงกับแน่นจนเจ็บแผลแต่มันกลับอบอุ่นมากพอที่จะแสดงให้รู้ว่าซึฮากิมีค่ากับเธอขนาดไหน เธอได้หลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้งและไม่ได้พูดอะไรเอาแต่กอดไม่ยอมปล่อย ซึฮากิเห็นอย่างนั้นจึงกอดฟรานกลับ ทั้งคู่กอดกันนานเป็นนาทีจนมีทหารเดินเข้าทำให้ฟรานแยกตัวออกไปจากเต็นท์
“ดูเหมือนจะไม่เป็นไรแล้วนะ รอแค่แผลสมานแค่นั้น ระหว่างนี้ก็ห้ามขยับร่างกายมากนักแล้วกัน” น้ำเสียงที่ฟังแล้วดูนุ่มนวลจนทำให้ลืมคิดไปว่าเป็นเขาทหาร ทั้งน้ำเสียงสีหน้าที่แสดงถึงความจริงใจตั้งแต่ถูกพามาก็เพิ่งได้เห็นนี่แหละ
“มันเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่ผมหมดสติไป?” เขานิ่งไปสักพักก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ ๆ
“ทำไมไม่ลองถามเธอคนเมื่อกี้ดูล่ะ” กระซิบที่ข้างหู
ให้ถามกับฟรานงั้นเหรอ? มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ พยายามจะลุกขึ้นจากเตียงถึงมันจะทำให้เจ็บแผลก็ตาม
“ไม่ได้ ๆ ระหว่างนี้ฉันจะคอยดูแลเธอตลอดเอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็บอกฉันได้เลย” เขาเข้ามาห้ามซึฮากิที่จะลุกขึ้นยืนและให้นั่งลงก่อนโดยเอามือกดไหล่ลงมา
ไม่ได้โกหก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนนิสัยดีแบบนี้อยู่ในหมู่พวกทหารด้วย จ้องตาทหารนายนั้นก่อนที่จะกลับมานอนเหมือนเดิม
“วันนี้นอนพักผ่อนก่อนเถอะ จะทำอะไรค่อยว่ากันใหม่พรุ่งนี้” เดินออกจากเต็นท์ไป
เฮ้อ ได้นอนพักผ่อนโดยที่ไม่มีใครมาหาอีกเลย จนกระทั่งรุ่งเช้าวันต่อมา
“สวัสดีจ้ะ” ทหารใจดีคนเดิมพร้อมกับอาหารเช้าและอุปกรณ์สำหรับล้างแผล เมื่อเปิดเสื้อและแกะผ้าพันออก แผลนั้นก็เริ่มสมานมานิดหนึ่ง และเขาก็จัดการล้างแผลและพันผ้าให้ใหม่
“เธอคงต้องพักผ่อนอีกหลายวันแหละ” กำลังเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อนครับ” ซึฮากิรีบตะโกนเรียกกะทันหันทำให้เจ็บแผล
“มีหนังสืออะไรให้อ่านไหมครับ? เอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียงมันน่าเบื่อน่ะครับ” เขาหยุดอยู่ตรงทางออก
“งั้น เดี๋ยวฉันเอามาให้นะ” และเขาก็เดินออกไป
คนอื่น ๆ กำลังทำอะไรอยู่นะ? นอนเหม่อมองไปเรื่อย ๆ
“นี่จ๊ะ หนังสือ” เขายกกล่องที่เต็มไปด้วยกองหนังสือเป็นตั้ง ๆ หลายสิบเล่ม แต่สิ่งที่ได้เห็นคือก็คือภาษาที่ไม่รู้จัก ตัวหนังสือที่อ่านไม่ได้ ก่อนที่จะได้บอกอะไรเขาก็เดินออกไปแล้ว
มีแต่ภาษาที่เราไม่รู้จักทั้งนั้น คงต้องอาศัยดูแต่ภาพเอาและก็แกะอักษรออกมา ไล่อ่านหนังสือทุกเล่มเพราะดูแต่ภาพเลยอ่านจบไวมาก
1 มิถุนายน พ.ศ. 2575
บันทึกของแอล? ซึฮากิที่ค้นและอ่านไปเรื่อย ๆ ก็ต้องหยุดผงะเมื่อเขาพบหนังสือที่สามารถอ่านชื่อมันได้
เจอแล้วภาษาที่เราสามารถอ่านได้ ถึงแม้จะมีแค่เล่มเดียวแต่มันก็น่าตื่นเต้นสุด ๆ หนังสือมากมายที่ไม่รู้จักภาษาแม้แต่รูปภายในหนังสือยังเป็นรูปอย่างกับในจินตนาการ ทั้งสัตว์ที่มีรูปร่างหลากหลายในตัวเดียว ปีศาจที่เข้าโจมตีและต่อสู้กับมนุษย์ล้วนแต่จะเป็นเรื่องในเทพนิยาย
ตอนที่มาถึงที่นี่ก็ยังไม่เชื่อจนได้เห็นการโจมตีของทหารนั่น ฉันจึงแน่ใจ ที่นี่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เท่าที่สังเกตดู การจะใช้จำเป็นต้องมีของบางอย่างจึงจะใช้เวทมนตร์ได้ แสดงว่านั่นเป็นข้อจำกัดสินะ?
ซึฮากิเริ่มเปิดหนังสือเล่มนั้น บันทึกของแอล กระดาษที่บางและหยาบเต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะมากมาย หน้าแรกที่เปิดและกางออกมา ทำให้ซึฮากิถึงกับชะงักไม่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเปิดหน้าต่อ ๆ ไป และต่อ ๆ ไป จนเขาอ่านมันหมดทั้งเล่ม และยังคงอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ ถึงแม้เวลาจะใช้เวลาทั้งหมดของการพักฟื้นไปหลายวัน จนแผลของเขาสมานเสร็จและพร้อมที่จะออกไปรวมทีมอีกครั้ง
3 มิถุนายน พ.ศ.2575
“ขอบคุณในหลาย ๆ อย่างเลยนะครับ” ซึฮากิก้มหัวลงด้วยความนอบน้อมและเดินออกจากเต็นท์นั้นไปสู่แสงสว่างและการฝึกที่ไม่ได้เจอมาหลายวัน
[เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย วิธีการลอยตัวในน้ำ 1. นอนหงายหลังแผ่ไปกับน้ำ กางแขนออก 2. สูดหายใจเข้าเก็บไว้สัก 5 วินาทีก่อนค่อยปล่อยออก เวลาปล่อยลมออกต้องปล่อยให้ไว 3. รักษาสมดุลของตัวและการหายใจไว้ โดยจุดศูนย์ถ่วงจะอยู่ประมาณช่วงท้องน้อย]
คุณอาจจะชอบ





