
สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น!
ตอน 2
ท้ายที่สุดก็จับพลัดจับผลูพาหญิงสาวแปลกหน้าเข้าห้องซะงั้น แต่เอาเถอะยังไงก็ผู้หญิงเหมือนกันอยู่แล้วด้วย เซเลสทีนเดินตามมาจนถึงห้องฉันก็สังเกตบางอย่างได้
นี่เดินเท้าเปล่ามาตลอดเลยเรอะ! ไม่มีอะไรติดตัวมาจริงๆ ด้วย นี่ถ้าฉันไม่ให้พักก่อนจะทำยังไงละนั่น
‘โจ๊ก~’
เป็นอีกครั้งที่ท้องร้องดังก้อง แต่คราวนี้เป็นการประสานเสียงของเราสองคน นั่นสินะ ดึกป่านนี้แล้วยังไม่ได้กินข้าวเลยแถมข้าวปั้นก้อนเดียวก็คงไม่พออิ่มด้วยละมั้ง แม่สาวคอสเพลย์จึงยังหิวอยู่
“มากินข้าวกันก่อนค่อยอาบน้ำแล้วกันนะ หิวไส้กิ่วกันทั้งคู่แล้วเนี่ย”
ฉันถอดเสื้อนอกของเครื่องแบบที่เป็นชุดเบลเซอร์ออกพลางเดินเข้าไปข้างในห้อง สังเกตเห็นเซลีสทีนที่ตามหลังมากำลังเปิดตากว้างแสดงความประหลาดใจ
“ทานข้าวกันในห้องเก็บของรึ?”
“อุ ขอโทษแล้วกันที่ห้องฉันมันเล็กน่ะ”
แถมไม่ได้เก็บห้องเป็นระเบียบขนาดนั้นด้วย ถ้ามองผิวเผินยังไงก็คงคิดว่าเป็นห้องเก็บของนั่นแหละ ฉันเมินคำแซวนั้นแล้วต้มน้ำหยิบบะหมี่แห้งออกมาแกะสองอัน
ถ้าคิดในแง่รับแขกก็รู้สึกอายอยู่นิดหน่อยแต่ก็พยายามถือตัวว่าฉันเป็นคนให้ที่พัก ไม่มีสิทธิ์บ่นหรอกนะ!
“ท่านคุโรมิ ข้าขอบคุณอีกครั้งที่ให้พำนักชั่วคราว และเพื่อแสดงความจริงใจข้ามีเรื่องต้องบอกให้ท่านทราบเอาไว้ก่อน”
ฉันหยุดมือที่กำลังแกะซองเครื่องปรุงไปมองเซเลสทีนตาค้าง อะไรเนี่ยแม่สาวคนนี้ จู่ๆ ก็ยืนตัวตรงน้ำเสียงเคร่งเครียดเชียว แต่ถึงอย่างนั้นถ้าพูดถึงความจริงใจที่มาอยู่ด้วยกัน ฉันก็ถอนหายใจเบาๆ
“ก่อนหน้านั้นขอรู้ชื่อจริงก่อนได้ไหม”
“อา นั่นคือสิ่งที่ข้าจะกล่าว เกรงว่าท่านคุโรมิจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้าไปไกลโข”
ว่าจบเธอก็จับซิปเสื้อวอร์มก่อนจะรูดลงเผยให้เห็นด้านในที่มีเพียงผ้าขาดๆ บังได้บางส่วน ถึงจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันแต่การมาเปิดโชว์แบบนี้ก็ทำเอาหลบตาไม่มองหน้าอกตรงๆ
แต่แล้ว
‘แควก!’
“เดี๋ยวๆ แล้วจะฉีกเสื้อตัวเองทิ้งทำไม!”
เธอดันจับเสื้อที่มีน้อยชิ้นอยู่แล้วฉีกออกจนไม่เหลืออะไรปิดเรือนร่างท่อนบน เอ๊ะ ไหนว่าจะไม่ทำอะไรไง! นี่ฉันเผลอไปเก็บอะไรมาเนี่ย!!
ในระหว่างที่กำลังตกใจกับการกระทำที่คาดเดาไม่ได้ เซเลสทีนก็พูดดึงสติ
“ข้าไม่ใช่คนของโลกนี้ ด้วยคำสาปจากจอมปีศาจทำให้ข้าไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ ตราบใดที่อาคมนี้ยังอยู่”
เธอพูดแบบนั้นพลางแตะที่ลำตัวของตัวเอง พอเป็นแบบนั้นก็หันไปตั้งใจมองตามที่บอก เหนือสะดือของสาวผิวงามขึ้นมาเล็กน้อย มีรอยสักรูปแพะห้าหัวคล้ายสัญลักษณ์ซาตานประทับอยู่
เอ๊ะ นี่เสพติดถึงขั้นไหนเนี่ยลงทุนสักเลยเหรอ
“พอทีเถอะน่า อย่ามัวแต่พูดอะไรแปลกๆ สิ”
“ด้วยความสัตย์จริงท่านคุโรมิ ข้าไม่เคยโกหกท่านสักหน”
ถึงจะบอกให้เชื่อก็เถอะ แต่เรื่องเพ้อฝันแบบนั้นใครจะไปเชื่อลงในทันทีกัน ฉันเทน้ำร้อนลงในบะหมี่แล้วตั้งเวลาเอาไว้
“ถ้างั้นก็พิสูจน์สิ รอยแบบนี้ใครๆ ก็สักได้ทั้งนั้น แล้วก็อายบ้างเถอะถือว่าฉันขอนะ!”
“เข้าใจแล้ว”
พูดจบเซเลสทีนก็กลับมาสวมเสื้อวอร์มปิดร่างตัวเองไว้อีกครั้ง ก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างเอาไว้แล้วพึมพำบางอย่างแผ่วเบาจนไม่ได้ศัพท์
ฉันได้แต่ถอนหายใจนั่งมองแม่สาวคอสเพลย์ที่พยายามสวมบทบาทสุดใจ แต่ยอมใจในความพยายามที่ถึงขั้นสักแถมยังท่องบทร่ายได้จนหมดด้วย
ทว่า
ผ่านไปเพียงครู่เดียว เธอก็คลายมือและแยกออกกัน ในตอนนั้นเองก็มีแสงสว่างจ้าออกมาจากใจกลางมือ ภายในแสงนั้นเซเลสทีนกำลังจับบางสิ่งอยู่
มันคือดาบ มีดาบถูกดึงออกมาจากมือซ้ายของเซเลสทีนอย่างน่าประหลาดใจ ฉันเป็นคนจับเธอใส่เสื้อเองจึงมั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีของเล่นตุกติกมายากลแน่นอน
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันคือดาบที่มีแสงออกมาฉาบย้อมทุกอย่างในห้องเป็นสีขาวจนตาแทบบอดอย่างกับหลอดไฟสปอตไลต์ เพียงแต่ว่าเจ้าสิ่งนั้นออกมาจากมือหญิงสาวตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ไม่ได้ความขนาดไหนก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกัน
มันคือเวทมนตร์
“เป็นอย่างไรบ้างท่านคุโรมิ แบบนี้พอใช้พิสูจน์ได้รึเปล่า”
เธอเก็บดาบเข้าไปในมือตนเองทำให้ห้องกลับมาสู่ความปกติ แต่ฉันก็ยังคงพูดอะไรไม่ออก ทำได้แค่อ้าปากค้างมองภาพที่ยังติดอยู่ในตา
หะ อะไรนะ คนจากอีกโลก? อัศวินที่ปราบจอมมาร? แถมยังโดนสาปให้กลับไปไม่ได้? ดาบเวทมนตร์ที่ออกมาจากมือ?
ทั้งหมดคือเรื่องจริงเรอะ!!
‘ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ’
“เหวอ! ของจริงจริงด้วย”
สติฉันกลับมาอีกครั้งหลังจากตัวจับเวลาส่งเสียงว่าบะหมี่ได้ที่แล้ว และคนตรงหน้าฉันคือเซเลสทีน อัศวินสาวจากต่างโลกที่กำลังมีสีหน้าเป็นกังวล
“ข้าทำให้กลัวรึเปล่า หากท่านไม่สบายใจกับคนจากอีกโลกเช่นข้า ข้าก็จะไม่รบกวนไปมากกว่านี้”
“อะ ไม่ๆๆ เมื่อกี้แค่ตกใจเกินไปหน่อย โทษที มะ- มากินข้าวกันก่อนดีกว่า”
ฉันส่งบะหมี่ที่หอมฉุยใส่มือเซเลสทีนแล้วพามานั่งรอบโต๊ะเตี้ยกลางห้อง เพื่อไม่ให้ดูน่ากังวลฉันจึงรีบโซ้ยบะหมี่หนีความจริงชั่วขณะ โดยที่สติฉันแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เอาจริงดิ!? บ้าๆ ไอ้เรื่องเพ้อฝันแบบนั้นจะเกิดขึ้นในวันนี้เนี่ยนะ? โอ๊ยจะบ้าตาย แค่เรื่องโรงเรียนก็เหนื่อยจะตายแล้ว นี่ยังมาเจออัศวินจากต่างโลกอีกเหรอเนี่ย
ช็อกจนรู้สึกว่าไม่อึ้งแล้ว!
“โอ้! ท่านคุโรมิ! ตั้งแต่ของที่ท่านให้ข้าเมื่อครู่แล้ว สิ่งนี้ก็ช่างรสล้ำยิ่งนัก! โลกท่านช่างวิเศษจริงๆ ที่มีของอร่อยขนาดนี้”
แล้วฉันที่กำลังช็อกโลกอยู่ก็ได้สติอีกครั้งเพราะเสียงตื่นตาตื่นใจจากเซเลสทีน เธอกำลังกินกลุ่มก้อนโซเดียมอันเป็นอาหารขยะด้วยสีหน้าซาบซึ้งกับอาหารชั้นเลิศ
จนฉันโยนเรื่องประหลาดที่คิดในหัวออกแล้วเริ่มน้ำตาไหล
“ขอโทษค่ะ สำนึกผิดแล้วค่ะ คราวหน้าจะทำของดีๆ กว่านี้ให้กิน เพราะงั้นอย่าซาบซึ้งกับอาหารขยะเลยนะคะ!!!”
คุณอาจจะชอบ





