ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี

ยักษ์ครุฑี

เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ณ ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่และงดงาม พระตำหนักต่างๆ ประดับประดาด้วยทองคำและเพชรพลอยอย่างวิจิตรตระการตา

สวนสวยที่มีดอกไม้นานาพรรณ ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว เป็นอาณาจักรที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาใหญ่ นั่นคือ เมืองพนาราพณ์ ถิ่นฐานของเหล่าอสุราและอสุรี

อาณาจักรของกษัตริย์อสุราที่มีนามว่าพระสุวรรณเมฆา อสุราหนุ่มรูปงามที่มีอิทธิฤทธิ์มากจนมิมีผู้ใดกล้าต่อกร กษัตริย์อสุราหนุ่มมีสนมงามที่เป็นอสุรีสาว 2 นาง และสนมที่เป็นธิดามนุษย์อีก 2 นางด้วยกัน

เมื่อกษัตริย์อสุรากลับมาถึงเมืองพนาราพณ์พร้อมกับโอบอุ้มร่างครุฑีสาวตนหนึ่งไว้ในอ้อมแขนมาด้วย เหล่าสนมที่มายืนรอต้อนรับต่างคับข้องใจกับภาพที่เห็นเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเหล่าสนมไม่เคยเห็นผู้เป็นสวามีของตนโอบอุ้มใครเฉกเช่นนี้มาก่อน แม้แต่กับตนเองก็ไม่เคยสักครั้ง

พระสุวรรณเมฆาโอบอุ้มครุฑีสาวมาจนถึงห้องบรรทมของตน ก่อนจะค่อยๆวางร่างครุฑีสาวนิศามณีลงบนพระแท่นบรรทมของตนอย่างเบามือไม่ให้บอบช้ำ

“ ให้กระหม่อมไปตามหมอหลวงดีหรือไม่พะยะค่ะ องค์เหนือหัว?...”

อินสูรย์และมนทกที่เดินตามหลังมา นั่งหมอบลงกับพื้นก่อนจะเอ่ยถามพระสุวรรณเมฆา

อินสูรย์และมนทก หันมามองหน้ากัน เมื่อรู้สึกได้ ถึงความใส่ใจของพระสุวรรณเมฆาที่มีต่อครุฑีสาวตนนี้ เนื่องจากห้องบรรทมใหญ่นี้ ไม่เคยมีสนมนางใดได้ย่างกรายเข้ามาแม้แต่ตนเดียว

ครั้นเมื่อพระสุวรรณเมฆาจะเรียกใช้สนมนางไหน ก็จะใช้ห้องหับอีกห้องหนึ่งที่ไม่ใช่ห้องบรรทมใหญ่นี้

“ เราจักรักษานางเอง พวกเจ้าออกไปก่อน แลอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเราเป็นอันขาด..” พระสุวรรณเมฆารับสั่งกับทหารอสุรา

“ พะยะค่ะ องค์เหนือหัว..”

อินสูรย์และมนทกขานรับพระบัญชาของกษัตริย์อสุรา ก่อนจะหมอบกราบแล้วคลานถอยหลังออกจากห้องไป

ดวงตาสีนิลเพ่งพินิจดวงหน้าครุฑีสาว ก่อนสายตาจะเลื่อนมองไปที่ปีกสีมณีราค ที่มีร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากพระแสงหอก

พระสุวรรณเมฆาขยับกายนั่งที่ตรงข้างๆพระแท่นก่อนจะยกพระหัตถ์ขึ้นพนมแล้วร่ายคาถาก่อนจะก้มลงเป่าเข้าตรงปีกสีมณีราค

เพียงครู่เดียวรอยบาดแผลที่ปีกก็ค่อยๆจางลงทีละน้อยจนหายไป ก่อนที่พระสุวรรณเมฆาจะร่ายคาถาอีกครั้ง ปีกสีมณีราคนั้นก็หายไปจากเรือนร่างครุฑีสาวทันใด

ดวงตาสีนิลเอาแต่จับจ้องใบหน้านวลที่ยังคงหลับใหล ฝ่ามือใหญ่เอื้อมสัมผัสกับพวงแก้มเนียนอย่างห้ามใจไม่ได้

“ เรามิเคยเห็นนางใด งามเฉกเช่นเจ้ามาก่อนเลย ครุฑีน้อยเอ๋ย..”

“.....”

“ แลกลิ่นกายของเจ้า ช่างหอมหวนนัก ”

พระสุวรรณเมฆาพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาคมไม่ยอมละออกจากใบหน้าเนียนของครุฑีสาว

ณ ศาลาใหญ่กลางบึงบัว

สนมกุสุมาลย์เดินไปเดินมาไม่หยุดใจกระวนกระวายว้าวุ่น จนอยู่นิ่งไม่ได้ สนมมาณวิกามองตามจนเกิดเวียนเศียรเกล้า

“ กุสุมาลย์เจ้ากังวลเรื่องอันใดกัน ถึงได้เดินไปมาเยี่ยงนี้ เจ้าหยุดเดินก่อนเถิดข้าเวียนหัว..” สนมมาณวิกาพูดขึ้นเมื่อกุสุมาลย์ยังไม่ยอมหยุดเดิน

“ เจ้าเห็นหรือไม่?มาณวิกา ท่านพี่โอบอุ้มครุฑีตนนั้น..”

“.....”

“ แล้วพระองค์ ยังพาเข้าไปในห้องบรรทมใหญ่อีก เจ้ามิรู้สึกอันใดบ้าง หรืออย่างไรเล่ามาณวิกา?..”

“ ข้าเห็น แล้วเจ้าจักให้ข้ารู้สึกอย่างไรเล่า? กุสุมาลย์ ” สนมมาณวิกาตอบ

“ ท่านพี่มิเคยโอบอุ้มสนมนางใด แลสายพระเนตรท่านพี่ ที่จ้องมองครุฑีตนนั้น ข้ามิเคยเห็นมาก่อน ท่านพี่ทรงดูห่วงใยครุฑีตนนั้น ” กุสุมาลย์ยังคงพร่ำบ่นไม่หยุดปาก

“ หากท่านพี่จักมีสนมเพิ่มมาอีกตนนึง แล้วเจ้าจักทำกระไรได้เล่ากุสุมาลย์...” มาณวิกาพูดออกมา เมื่อไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เนื่องจากตนเป็นสนมตนแรก และพระสุวรรณเมฆาก็มีสนมเพิ่มตามมาเรื่อยๆ อีก 3 ตน

“.....”

“ แลข้าเห็นว่าครุฑีตนนั้นบาดเจ็บ ท่านพี่อาจจักแค่เพียงช่วยเหลือนางไว้ก็เป็นได้..”

“.....”

“ แต่ข้ามิคิดเช่นนั้นมาณวิกา..” ทันใดนั้น เสียงของวัจณาก็ดังแทรกขึ้นมา

“.....”

วัจณาและจัณฑีก้าวเดินเข้ามาในศาลา เมื่อจู่ๆเหล่าบรรดาสนมต่างมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย แม้จัณฑีไม่อยากจะมาแต่ก็ขัดใจวัจณาไม่ได้

“ เฮ่อ.. พวกเจ้าจักคิดเช่นไร ก็เรื่องของพวกเจ้าเถิดหนา ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็ขัดพระหทัยท่านพี่มิได้ จริงหรือไม่? ข้าขอกลับตำหนักก่อนจักดีกว่า..” มาณวิกาพูดออกมาอย่างเบื่อหน่าย

“.....”

“ พวกเจ้าอย่าลืม...ว่า เราเป็นเครื่องบรรณาการจากท่านพ่อท่านแม่ แลมิได้เป็นเมียตบเมียแต่งหนา ”

“.....”

“ เจ้าจักกลับตำหนักหรือเจ้าจักอยู่ จัณฑี?..” มาณวิกาพูดเตือนสติกุสุมาลย์กับวัจณาก่อนจะเอ่ยถามจัณฑี

เนื่องจากที่ผ่านมากุสุมาลย์และวัจณาไม่มีใครยอมใคร จะมีก็แต่จัณฑีที่ไม่มีปากเสียงกับผู้ใด

“ ข้าว่ามาณวิกาพูดถูก พวกเจ้าขัดพระหทัยท่านพี่มิได้ดอกหนา ข้าจักกลับตำหนักเช่นกัน..”

จัณฑีพูดออกมาก่อนจะเดินออกจากศาลากลางน้ำไป เมื่อใจอยากกลับอยู่แล้ว

กุสุมาลย์และวัจณาหันมาจ้องมองกัน ก่อนจะสบัดหน้าใส่กัน สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องแยกย้ายกันกลับตำหนักอย่างไม่สบอารมณ์

ดวงตากลมคู่สวยค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนที่ดวงตานั้นจะเบิกกว้าง แล้วรีบหยัดกายลุกขึ้นทันทีด้วยความตกใจ เมื่อจำได้ว่า ตนและเหล่าทหารองครักษ์ถูกตามล่าหมายเอาชีวิต และตนถูกอาวุธซัดเข้าที่ปีกก่อนที่จะหมดสติไปกลางอากาศ

“ เจ้าตื่นแล้วหรือ ครุฑีน้อย?...” นิศามณียังไม่ทันได้สำรวจตัวเอง ก็ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยถามดังขึ้น

“.....”

“ เจ้ามีชื่อว่าอย่างไร?..”

“.....”

“ แลเจ้าคือผู้ใดกัน เหตุใดเหล่าทหารครุฑาถึงตามล่าเอาชีวิตเจ้าเฉกเช่นนี้?..”

พระสุวรรณเมฆาถามพร้อมกับโน้มกายเข้าใกล้นิศามณี ดวงตาสีนิลจ้องมองครุฑีน้อยนิ่งเพื่อรอคำตอบ

“.....” ไม่มีคำตอบใดจากครุฑีน้อยตรงหน้า

นิศามณีขยับกายกระถดถอยหนีไปจนสุดพระแท่น ดวงตากลมคู่สวยกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหันมาจ้องมองสบสายตากับพระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราหนุ่มรูปงามด้วยท่าทีตื่นตระหนกและหวาดกลัว

“ จะ..เจ้าคือผู้ใดกัน?..”

๐๐๐๐๐๐๐๐

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FVR” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FVR
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินถูกจับตัวไปผจญภัยในทะเลทรายอันร้อนระอุโดยพระเอกหนุ่มที่ต้องการเอาคืนหลังถูกเธอใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง แม้จะรู้ภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังบังคับให้เธอทำงานหนักเพื่อแลกกับอาหารและที่พัก ท่ามกลางอันตรายจากโจรทะเลทรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด ความใกล้ชิดในกระโจมพักกลับค่อยๆ เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นความเสน่หา จากคู่กัดที่พร้อมจะข่วนหน้ากันจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปทั่วผืนทราย
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย คนที่โชคดี
8.3
คำสาบานรักของหยานเส้าคุนท่ามกลางสงครามคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวใจของทางเหยา หญิงสาวยอมสละทุกสิ่งเพื่อเคียงข้างเขาโดยไม่นึกเสียดาย ทว่าความผูกพันลึกซึ้งกลับไม่อาจต้านทานความหวาดระแวงในใจเขาได้ เมื่อความเคลือบแคลงเข้าครอบงำ หยานเส้าคุนมองผู้หญิงที่รักเขาหมดใจว่าเป็นเพียงคนทรยศ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในวินาทีที่เขายกกระบอกปืนขึ้นจ่อหน้าผากเธออย่างเย็นชา การกระทำนั้นบดขยี้ศรัทธาและความรักให้แหลกสลายไม่มีชิ้นดี ทิ้งไว้เพียงบาดแผลในจิตวิญญาณและความเจ็บช้ำที่ฝังรากลึกจนไม่อาจลบเลือน
หน้าปกนวนิยาย สยบรักมาเฟีย
9.1
ความบาดหมางยาวนานแปดทศวรรษระหว่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่า สองขั้วอำนาจแห่งกรุงโรมกลับมาระอุอีกครั้งหลังเหตุลอบวางเพลิงโกดังสินค้า ท่ามกลางเพลิงสงครามที่ปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อตามหาและปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลของเฟรโด การกระทำที่ท้าทายนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่คำสั่งล้างแค้นด้วยการเผาคฤหาสน์คืน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรักและหยดเลือดที่ยากจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ