ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ใต้พัลลภ

ใต้พัลลภ

เมื่อวิญญาณต้องตื่นขึ้นในร่างของคนแปลกหน้า ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการสวมรอยเป็นผู้อื่น คือการที่เจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนไม่ไปไหน พร้อมกับพยายามทวงคืนสังขารของตนเองอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยปริศนาและการเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณที่ตามอาฆาต เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์บีบคั้นนี้ไปให้ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย
ตอน
แชร์

ตอน 1

ณ พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ดินแดนอันเลื่องชื่อจากการมีรถไฟลอยน้ำบนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สะพานผุดกลางแม่น้ำ ทุ่งทานตะวันเหลืองอร่ามไปทั่วทั้งเมือง ก็ยังมีอีกของดีอีกอย่างหนึ่งที่รอวันถูกค้นพบ

 มนุษย์ที่เป็นมิตรกับสรรพสิ่งบนโลก ไม่เว้นแม้แต่...

 “หนูลูก มาหาพี่เร็ว อย่าไปทางนั้นเลย พวกพี่สาวเขาตกใจ”

 พนักงานคนหนึ่งของร้านนั่งชิลเบะปากออกคล้ายอยากร้องไห้ ซ่อนตัวเองอยู่หลังเสาพลางตะโกนบอกกับอีกฝ่าย “อย่ามัวแต่คุยได้ไหม คนอื่นจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว”

 ชายหนุ่มกลับยิ้ม ไม่ได้ถือสาอะไรที่เจ้าหล่อนพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์

 “น่า ใจเย็นๆ ต้องให้เวลาน้องเขาด้วย”

 เหล่าพี่สาวต่างก็ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายไม่รู้จักหยุดเมื่อ ‘น้อง’ ตัวนั้นไม่ยอมเลื้อยเข้าขวดสักที

 สายตาทุกคู่มองดูงูเห่าตัวเล็กที่หัวดื้อไม่ยอมให้ ‘คีรี’ จับง่ายๆ ยังคงดึงเชิงประวิงเวลาอยู่อย่างนั้น ถ้าปากขวดอยู่ทางซ้ายงูก็จะเลื้อยไปทางขวา ถ้าปากขวดอยู่ทางขวางูก็จะเลื้อยไปทางซ้าย เป็นแบบนี้มาหลายนาที คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ลุ้นตัวโก่ง เพราะแม้จะเป็นลูกงูแต่ก็เป็นงูเห่าที่มีพิษร้ายแรง บางจังหวะน้องของคีรียังชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อๆ อยู่เลย

 มันน่าเอ็นดูตรงไหนทำไมเจ้านั่นถึงยังมองสัตว์ชนิดนี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนกัน

 ห้านาทีให้หลังลูกงูเห่าก็เลื้อยเข้าไปอยู่ในขวดที่เจาะรูระบายอากาศเรียบร้อย ทำให้พนักงานของทางร้านพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะจวนจะถึงเวลาเปิดร้านแล้ว หากเจองูช่วงที่มีลูกค้าคงได้วุ่นวายกว่านี้ ดีที่พนักงานขนส่งนำพัสดุชิ้นสุดท้ายที่ลูกค้านัดรับมาส่งให้พนักที่ร้านพอดี ผนวกกับมีทักษะอยู่บ้างเลยช่วยจับงูไว้ได้โดยไม่ต้องถึงมืออาสากู้ภัย

 “ขอบใจแกมากนะคีน”

 “ไม่เป็นไรครับพี่ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมพาน้องไปไว้ที่ศูนย์ก่อนแล้วกันครับ”

 ใช้เวลาไม่กี่นาทีคีรีก็มาถึงที่หมาย ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปในมูลนิธิร่วมกตัญญูพร้อมขวดพลาสติกที่บรรจุเจ้างูน้อยไว้หนึ่งตัว เมื่อเจอกับใครสักคนที่ทำงานอยู่ในนี้ก็ส่งขวดที่ว่าให้ “ผมฝากพี่พาน้องไปปล่อยด้วยนะครับ”

 อีกฝ่ายก็รับมาถือไว้อย่างไม่อิดออด เพ่งพินิจเพียงครู่สั้นๆ ก็เอ่ยปากถาม “งูเห่ารึ”

 “ครับพี่ ไปได้มาจากร้านเฮียผา”

 “เอ็งจับงูเป็นตั้งแต่เมื่อไร”

 “เคยเห็นในเน็ตครับ เลยเอามาปรับใช้”

 “ครั้งแรก?” เขาพยักหน้ารับ “คนจริงว่ะ ไงก็ขอบใจเอ็งมาก เอาๆ กลับบ้านไปนอนได้แล้ว”

 คีรีรับปากพี่กู้ภัยเสียดิบดี แต่แล้วก็มาติกแหง็กอยู่ด้านหน้าศูนย์กับสุนัขหลังอานแสนขี้อ้อนที่เดินมาพันแข้งพันขา พอเขายอบกายลงไปหาพลางยื่นมือไปเกาพุงให้เท่านั้นล่ะ ดูเหมือนเจ้าด่างนี่จะชอบใจมากทีเดียว

 คล้อยหลังการเกาพุงน้องหมาเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พี่ชายใจดีก็กล่าวเสียงอ่อน “ไว้พี่มาเล่นด้วยนะคนเก่ง”

 แล้วจึงได้ฤกษ์กลับสำนักงานเพื่อทำเรื่องเลิกงาน

 มอเตอร์ไซค์คู่ใจเคลื่อนไปบนท้องถนนอย่างไม่เร่งรีบ แต่ไม่นานก็มาถึงที่ทำงาน คีรีนำพัสดุที่ส่งไม่สำเร็จในวันนี้ไปเก็บ เนื่องจากลูกค้าไม่สะดวกที่จะรับของและเลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้แทน เขาจัดการทุกอย่างด้วยใบหน้าเจือรอยยิ้มบางๆ แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

 คีรีเดินทางกลับบ้านช่วงหนึ่งทุ่มเศษๆ เขาแวะซื้ออาหารสำหรับคนเดียวเพื่อนำกลับไปทานที่บ้านเช่า

 เกิดมายี่สิบห้าปีคีรีไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง เขาอยู่บ้านเช่ามาตั้งแต่จำความได้ ในบ้านหลังนั้นเคยมีเขา พ่อ แม่และย่า แต่ตอนนี้เหลือแค่เขาคนเดียวแล้ว โดยที่สมาชิกของครอบครัวคนสุดท้ายเพิ่งจากไปเมื่อสองปีที่แล้วเพราะโรคชรา ในขณะที่พ่อและแม่เสียไปเมื่อช่วงโรคระบาดหนักๆ ทั้งโลกเมื่อห้าปีที่แล้ว

 การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินใจจะทำ

 ระหว่างทางกลับบ้านต้องผ่านคลองสายเล็กๆ สายหนึ่ง ปกติแล้วเขาก็แค่ต้องขี่รถข้ามสะพานไป แต่วันนี้ต่างไปจากเดิมเมื่อมีรถหรูทะเบียนกรุงเทพฯ คันหนึ่งจอดอยู่ที่เชิงสะพานซึ่งไม่ค่อยมีใครนิยมจอดรถตรงนี้ พอขี่ผ่านมาครู่หนึ่งสายตาก็สบเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ราวสะพาน

 คีรีผ่อนความเร็วลงในขณะที่สายตาไม่ละไปจากแผ่นหลังนั้น ในที่สุดล้อรถก็หยุดหมุน พร้อมชายหนุ่มที่ตวัดขาลงไปยืนอยู่ที่พื้น เขาก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ คนที่อายุน่าจะไล่เลี่ยกัน

 ชายผู้นั้นหันหน้ามามองคนมาใหม่ ก่อนหันกลับไปทางเดิม

 ความเงียบปกคลุมพื้นที่อยู่นาน ก่อนเจ้าถิ่นจะเอ่ยขึ้นหวังชวนคุย “สวัสดีครับ ผมคีนนะ คุณล่ะ” อีกฝ่ายไม่ตอบโต้ “มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียวครับ ลมแรงออก”

 ชายหนุ่มผิวพรรณดีชำเลืองมองคนปากมากเป็นระยะ “ยุ่ง”

 “กินข้าวยังครับ กินข้าวก่อนไหม ที่นี่มีร้านอาหารอร่อยๆ เยอะเลย” เพราะคำว่ายุ่งหรือท่าทีไม่เป็นมิตรนั้นไม่สามารถพรากความมีไมตรีจิตของคีรีไปได้ เขาก็แค่อยากให้คนคนนี้ได้มีชีวิตอยู่ต่อเท่านั้น “ผมไม่รวยหรอกนะ แต่มื้อนี้ผมเลี้ยงคุณได้”

 “อย่ามายุ่ง จะไปไหนก็ไป”

 คงจะเจอเรื่องไม่ดีมาสิท่า

 “นั่นรถคุณเหรอ คันหรูๆ นั่นน่ะ” คนเจ้าอารมณ์ยังคงเงียบ “ไปนั่งบนรถแพงๆ แบบนั้นเถอะ อย่ามายืนตากลมตรงนี้เลย”

 “โคตรน่ารำคาญ” ว่าจบก็หมุนตัวเดินกลับไปทางซีดานสีขาว

 คีรีไม่ยี่หระกับคำตำหนิ แค่เห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะเปลี่ยนใจไม่มายืนสุ่มเสี่ยงตรงราวสะพานก็พอใจแล้ว เขาตะโกนไปว่า “นี่คุณ ถ้าไม่ให้ผมเป็นเจ้ามือก็อย่าลืมหาข้าวอร่อยๆ กินสักมื้อนะ”

 แล้วจึงควบมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้ากลับบ้านของตน ทว่ายังไม่ทันจะพ้นเชิงสะพานอีกฝั่ง เสียงวัตถุบางอย่างก็ตกกระแทกผืนน้ำจนเกิดเสียงดังสนั่น เขารีบพาตัวเองเข้าไหล่ทางพร้อมกับที่ได้ยินเสียงชาวบ้านแถวนั้นตะโกนพูดว่ามีคนกระโดนสะพาน

 หัวใจกระตุกวูบ

 เป็นคนคนนั้นหรือ คนที่เขาเพิ่งคิดว่าได้ช่วยไว้แล้ว

 คีรีว่ายน้ำเป็น และเขาก็ห้ามขาตัวเองไม่ทันถึงได้รีบถอดรองเท้าแล้วกระโดดลงไปในน้ำ ก่อเกิดเสียงกระแทกไม่ต่างจากเมื่อครู่ เขาออกแรงว่ายสุดแรงเกิดเพื่อไปให้ถึงจุดที่มีมือของผู้ประสบภัยชูขึ้นหวังขอความช่วยเหลือ เขาคว้าตัวของชายผู้นั้นไว้ได้ในที่สุด แต่แล้วพ่อหนุ่มหน้ายุ่งก็กอดรัดรอบลำคอและพยายามตะเกียกตะกายเพื่อพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เพราะนอกจากจะต้องช่วยคนอื่นแล้ว คีรียังต้องช่วยตัวเองให้ไม่จมดิ่งสู่ใต้น้ำ

 ไม่ทันที่คีรีจะได้พาอีกฝ่ายขึ้นฝั่ง ร่างทั้งสองก็จมดิ่งไปพร้อมๆ กัน

 จริงอยู่ที่คีรีว่ายน้ำเป็น แต่เขาไม่เคยช่วยคนจมน้ำ เขาลืมไปชั่วขณะว่าหากไม่มีความเชี่ยวชาญก็ไม่ควรเสนอตัวทำเรื่องเกินความสามารถ แต่นาทีนั้นมันยั้งขาตัวเองไม่ทัน

 เขายังไม่อยากตาย แต่ความทรมานนี้บอกเขาว่าตัวเองใกล้สิ้นใจแล้ว

 พ่อ แม่ ย่า ผมกำลังจะไปหานะ

 ในท้ายที่สุดภาพทุกอย่างก็ดับลง...

⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เตชินท์ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพิมพ์ชนกคนรักจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นทำให้เขามุ่งทำลายชีวิตฟ้าลดาผู้ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทว่าปาฏิหาริย์กลับนำดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกมาเข้าร่างศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอต้องพยายามพิสูจน์ตัวตนภายใต้รูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เขาปรารถนาจะล้างแค้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา พิมพ์ชนกจะสามารถทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งหรือไม่ในร่างของคนที่เขาจองเวร
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย ยอดหญิงบ้านนายุค70
8.5
เมื่อนักวิจัยสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถระดับอัจฉริยะ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เธอย้อนเวลากลับไปสู่ปี 1970 ในร่างของเด็กสาวชาวไร่ผู้ยากจนท่ามกลางบรรยากาศชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เธอจะสามารถปรับตัวและใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีเพื่อพลิกผันโชคชะตาอันยากลำบากในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนี้ได้อย่างไร ติดตามการเดินทางสุดท้าทายเพื่อสร้างชีวิตใหม่ของยอดหญิงผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาในยุคอดีต
หน้าปกนวนิยาย เมื่อตัวประกอบทะลุมิติมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียวยุค 80's
9.3
หลินเหยาซื่อประสบอุบัติเหตุในปี 2023 แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันช่วงปี 1980 พร้อมบทบาทคุณแม่ลูกแฝดวัยสามขวบ เมื่อกั๋วคังเหรินผู้เป็นสามีที่เคยหายสาบสูญเดินทางกลับมา เขากลับพบว่าภรรยาจดจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสับสนเหยาซื่อพยายามเอ่ยปากขอหย่าขาดจากเขาเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยจุมพิตที่เผ็ดร้อนและคำประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่มีวันยอมให้การแยกทางเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนอย่างเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย จิ้งจอกเก้าหาง
8.9
มหาสงครามระหว่างสวรรค์และเผ่ามารลุกลามจนยากจะดับมอด เพื่อยุติความบาดหมาง ภาระอันหนักอึ้งจึงตกเป็นของนางพญาจิ้งจอกเก้าหาง นางต้องรับภารกิจลับโดยใช้เสน่หาและความงามเป็นเครื่องมือเจาะทะลวงหัวใจจอมมารผู้เลื่องชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้เมตตา เป้าหมายคือทำให้เขาหลงใหลจนยอมยุติสงครามและคืนความสงบสุข ทว่าการเข้าใกล้บุรุษผู้เย็นชาผู้นี้กลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อการหลอกลวงอาจทำให้นางถลำลึกเสียเอง ศึกนี้ไม่ได้วัดกันที่กองกำลัง แต่วัดกันว่าใครจะพ่ายแพ้ต่อความรักก่อนกัน