ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กัปตันอัจฉริยะ ยอดหัวใจคือเธอ

กัปตันอัจฉริยะ ยอดหัวใจคือเธอ

เมื่อรักแรกหวนคืน สือโย่วอี๋กลับถูกสวี่ถิงจือข่มขู่ให้เจียมตัวในฐานะตัวแทน เธอจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาด้วยการชวนกัปตันอัจฉริยะอย่างเผยซิงหลินไปจดทะเบียนสมรสทันทีเพื่อทำตามสัญญาหมั้นหมาย แม้จะเริ่มต้นด้วยข้อตกลงที่เย็นชา แต่หลังแต่งงานตัวตนที่แสนอดทนของเขากลับมลายหายไป กัปตันหนุ่มรุกหนักจนเธอตั้งตัวไม่ติด แม้แต่ในห้องนักบินเขายังขู่จะเปิดเสียงอ้อนวอนของเธอให้ศูนย์ควบคุมได้ยิน หากเธอยังขัดขืนสัมผัสที่เร่าร้อนของเขาในค่ำคืนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ด้วยความที่เธอสูงประมาณไหล่ของเผยซิงหลิน สือโย่วอี๋จึงถูกเขาต้อนจนมุม สายตาของเธอมองไปอยู่ในระดับของกระดูกไหปลาร้าที่ดูสวยของเขาพอดี

รังสีของความกดดันอันหนักหน่วงทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เธอจึงทำได้เพียงอ้อนวอนด้วยความประหม่าว่า “คุณปล่อยฉันก่อนสิ”

“คุณก็ตอบผมมาก่อนสิ” เผยซิงหลินดูรุกหนักผิดปกติ

สือโย่วอี๋หลับตา เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันและพยักหน้าในที่สุด

เพื่อที่จะหนีออกมาจากสวี่ถิงจือ เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ทันทีที่เธอพยักหน้า เผยซิงหลินก็ถอยหลังไปครึ่งก้าว เวลานี้เธอถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

เขานั่งลงบนโซฟาโดยไม่สวมเสื้อและใช้ผ้าขนหนูที่เธอเพิ่งให้มาไปเช็ดผมอย่างเป็นธรรมชาติมาก ท่าทางเขาดูผ่อนคลายและชิลมากซะยิ่งกว่าเธอที่เป็นเจ้าของคอนโดแห่งนี้ซะอีก

ทันใดนั้นความคิดของสือโย่วอี๋ก็หวนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาเมื่อสามปีก่อน ตอนที่เธอพบกับเขาเป็นครั้งแรก

ในงานสังคมที่สวี่ถิงจือจัดขึ้น เพราะสวี่ซื่อ กรุ๊ปต้องการจะเข้าแวดวงของการบิน จึงจงใจเชิญเผยซิงหลินที่เป็นกัปตันอัจฉริยะมาเป็นพิเศษ

ตอนนั้นเผยซิงหลินสวมชุดยูนิฟอร์มของสายการบินสีเทาอมฟ้า เหมือนเพิ่งลงจากเครื่องบินและรีบมาที่งานเลี้ยงเลยอย่างไรอย่างนั้น

ในตอนนี้เขามีออร่าของความขึงขังจริงจังและเย็นชา ดูเป็นคนที่ไม่มีกิเลสตัณหาใดๆ เลย…… ซึ่งแตกต่างกับภาพลักษณ์ที่เซ็กซี่ของการไม่สวมเสื้อของเขาในตอนนี้อย่างสิ้นเชิงเลย

ในงานสังคมนั้น ถึงแม้ว่าสวี่ถิงจือหวังที่จะแนะนำธุรกิจบางอย่างให้เขา แต่ลึกๆ ก็รู้สึกดูถูกที่เขาเป็นเพียงแค่กัปตันธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น สวี่ถิงจือจึงวางท่าทีเหมือนผู้ที่เหนือกว่า

ส่วนเผยซิงหลินไม่ได้ดูนอบน้อมจนเกินงามหรือหยิ่งยโสจนเกินไป ตลอดงานเขาไม่ได้สนใจสวี่ถิงจือเลย แต่กลับเดินมาหาสือโย่วอี๋ก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิก แล้วก็ขอแลกช่องทางการติดต่อกับเธอ

สือโย่วอี๋กังวลว่าสวี่ถิงจือจะถือสา แต่ความรักที่เธอให้มันไร้ค่าและมากจนเหลือล้น ทำให้สวี่ถิงจือรู้สึกว่าเธอเป็นเหมือนสุนัขที่ซื่อสัตย์ตัวหนึ่ง เขาไม่กังวลว่าเธอจะไปตกหลุมรักคนอื่นเลยสักนิด

ถึงขนาดที่ว่าสวี่ถิงจือเป็นฝ่ายผลักดันให้เธอเข้าหาเผยซิงหลินเองเลยด้วยซ้ำ

แต่สายตาของเผยซิงหลินที่เหลือบมองไปยังสือโย่วอี๋กลับแฝงไปด้วยความโกรธเคือง ราวกับว่า…… ราวกับรู้สึกผิดหวังอย่างมาก

เธอกับเขาจึงได้แลกช่องทางการติดต่อกัน

ซึ่งหลังจากนั้นมาเผยซิงหลินก็แค่เล่าถึงความเป็นมาระหว่างเธอกับเขาให้เธอฟังเท่านั้น……

ที่แท้แม่ของเขากับแม่ของสือโย่วอี๋ก็เป็นเพื่อนสนิทกัน แถมยังทำการหมั้นหมายลูกของกันและกันเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังเล็กอีกด้วย

เนื่องจากตอนนี้คุณแม่เผยสุขภาพย่ำแย่จึงกังวลว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกไม่นาน เธอจึงขอให้เผยซิงหลินรีบแต่งงานกับสือโย่วอี๋โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะช่วยเธอให้ออกมาจากตระกูลที่สูบเลือดสูบเนื้อนั่น

ในตอนนั้นสือโย่วอี๋สนอกสนใจแต่สวี่ถิงจือเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอจึงปฏิเสธข้อเสนอของเผยซิงหลินโดยแทบจะโดยไม่ลังเลเลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้……

พอนึกย้อนกลับไปถึงความหลงใหลในตอนนั้นแล้ว สือโย่วอี๋ก็รู้สึกว่าตัวเองตลกสิ้นดี

ไม่กี่นาทีต่อมาก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

มีคนนำเสื้อผ้าและเอกสารชุดหนึ่งมาส่งให้เผยซิงหลิน

สือโย่วอี๋คิดว่าน่าจะเป็นพนักงานส่งของ

แต่ทำไมพนักงานส่งของคนนี้ถึงใส่สูทผูกเนกไทด้วยล่ะ?

เผยซิงหลินค่อยๆ แต่งตัวอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันก็โยนเอกสารมาให้สือโย่วอี๋

สือโย่วอี๋ที่ดึงสติกลับมาได้แล้วถึงได้เห็นชัดๆ ว่า เอกสารนั้นคือข้อตกลงก่อนการแต่งงาน

ในข้อตกลงระบุเอาไว้ว่า หลังจากแต่งงานแล้วสือโย่วอี๋จะต้องแสดงบทบาทเป็นภรรยาของเผยซิงหลินให้ดี ห้ามให้แม่ที่ร่างกายอ่อนแอของเขารู้เด็ดขาดว่าพวกเขาแต่งงานกันตามสัญญาเท่านั้น

ในฐานะผู้ว่าจ้าง เขาจะจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมเป็นจำนวนเงินหนึ่งล้านให้เธอทุกเดือน

พอเห็นตัวเลขนี้ สือโย่วอี๋ก็ทึ่งไปเล็กน้อย

เผยซิงหลินเป็นกัปตัน รายได้เขาต้องสูงมากอยู่แล้ว

แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือน การที่เขาจะต้องจ่ายหนึ่งล้านทุกเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

การที่เขาให้ค่าตอบแทนที่สูงขนาดนี้กับเธอ น่าจะเป็นเพราะตอนนั้นโดนสวี่ถิงจือยั่วยุ ก็เลยอยากจะกู้หน้าคืนมาแน่ๆ

สือโย่วอี๋ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เงินจากเขามากมายขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเธอจะไม่มีทางยอมปล่อยให้เขาต้องเป็นหนี้สินแค่เพราะรักษาหน้าตาทางสังคมเอาไว้เด็ดขาด

เธอจึงพูดขึ้นว่า “ฉันเห็นด้วยกับเงื่อนไขอื่นๆ ทุกอย่างเลย แต่เรื่องค่าตอบแทนฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ หลังแต่งงานฉันจะไปหางานทำ……”

สีหน้าของเผยซิงหลินมืดลงเล็กน้อย

จู่ๆ สือโย่วอี๋ก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา

หรือว่าเผยซิงหลินจะห้ามไม่ให้เธอออกไปทำงานเหมือนกับสวี่ถิงจือ?

เผยซิงหลินพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “เงินที่คุณหามาได้ก็ถือว่าเป็นของคุณ มันไม่ได้มาขัดแย้งอะไรกับการที่ผมจะจ่ายค่าตอบแทนให้คุณเลยสักนิด”

สือโย่วอี๋แอบชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ถอนหายใจอยู่ภายในใจ……

ผู้ชายนี่ก็นะ ห่วงศักดิ์ศรีตัวเองมากจนยอมลำบากได้ทุกอย่างเลยจริงๆ

เธอได้แต่อธิบายว่า “ที่ฉันไม่รับเงินของคุณ ประเด็นหลักเลยก็เพราะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง ฉันไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูก…… ถูกคุณเลี้ยงดูอยู่น่ะ”

“ในเมื่อเรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะสัญญาหรือไม่ก็ตาม คุณก็คือภรรยาของผม” เผยซิงหลินมองเธออย่างเย็นชา เมื่อเห็นว่าเธอยังคงมีทีท่าที่จะปฏิเสธอยู่ เขาก็จึงพูดเสริมขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ในช่วงเริ่มต้นของการทำงานมีเรื่องที่ต้องใช้จ่ายเยอะมาก คุณคิดจะไปเริ่มทำงานมือเปล่าหรือไง แม้แต่เงินซื้อชุดทำงานดีๆ สักชุดก็ยังไม่มีปัญญาซื้อเนี่ยนะ?”

สือโย่วอี๋ก้มหน้ามองตัวเอง แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเขินอายเจือความขมขื่น

ช่างมันเถอะ รับเงินเอาไว้ก่อนแล้วกัน ไว้มีโอกาสค่อยคืนให้แม่ของเผยซิงหลินไปก็สิ้นเรื่องแล้ว

เมื่อเห็นว่าในที่สุดเธอก็ยอมเชื่อแล้ว เผยซิงหลินจึงบอกให้เธอรีบกรอกเอกสารขอจดทะเบียนสมรสให้เสร็จ

สือโย่วอี๋ก็รีบทำตามทันที

หลังจากทำเรื่องพวกนี้เสร็จ เขาก็ลุกขึ้นเตรียมจะกลับ เธอจึงไปส่งเขาตามมารยาท

“คุณไม่ไปกับผมเหรอ?” เผยซิงหลินแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

“เริ่มเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” สือโย่วอี๋ถามด้วยความเขินอายว่า “พอดีฉันยังมีธุระบางอย่างที่ต้องจัดการอีก……”

เผยซิงหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย “สามวัน”

“คือว่า…… ก็ได้ค่ะ” สือโย่วอี๋ก้มหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง

เผยซิงหลินเหลือบมองเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากคอนโดไป

เวลาสามวันนั้นสั้นมาก สือโย่วอี๋ไม่กล้าที่จะเสียเวลาเลยแม้แต่นาทีเดียว วันรุ่งขึ้นเธอจึงเริ่มเก็บข้าวของเหล่านั้นที่สวี่ถิงจือซื้อให้ทันที

ขณะที่กำลังยุ่งหัวหมุนอยู่นี้เอง จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งมาเยือน

บุคคลที่มาบอกว่าตัวเองชื่อสือเฉิงเป็นเลขาของเผยซิงหลิน เจ้านายสั่งให้มาช่วยเธอขนของ

สือโย่วอี๋มองพิจารณาหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวตรงหน้า แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า……เป็นกัปตันต้องมีเลขาด้วยเหรอ?

แต่ด้วยความที่เธอเป็นพวกประหม่าเวลาต้องเข้าสังคมจึงไม่ได้ถามอะไรมาก ได้แค่ยิ้มและตอบ “ขอบคุณ” กลับไป

ทันทีที่สือเฉิงเข้าประตูมา เธอก็ขมวดคิ้วและเยาะเย้ยในความตระหนี่ของสวี่ถิงจือว่า “คุณสือ แฟนเก่าคุณเป็นคนขี้เหนียวอะไรขนาดนี้คะเนี่ย ของถูกๆ แบบนี้ก็ยังจะกล้าให้มาอีกเหรอ?”

เธอจูงมือสือโย่วอี๋ออกไปนอกประตูอย่างรวดเร็วพลางพูดว่า “ไปค่ะไป ฉันจะไปเลือกของที่มันดูดีมีระดับเป็นเพื่อนคุณเองค่ะ! ถ้าเจ้านายมาเห็นขยะพวกนี้เข้า เขาได้ถลกหนังฉันทั้งเป็นแน่เลยค่ะ”

สิ่งของที่สวี่ถิงจือซื้อให้เธอถือว่าไม่ใช่สินค้าหรูหราราคาแพงอะไร แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นของที่มีคุณภาพสูงทั้งสิ้น

ทว่าสือเฉิงกลับบอกว่า ของเหล่านี้เป็นเพียง ‘ขยะ’ ในสายตาของเผยซิงหลินเท่านั้น

แต่เผยซิงหลินเป็นแค่กัปตันคนหนึ่งเท่านั้น เขาไปเอาเงินทองมาจากไหนกันถึงได้ใช้เงินมือเติบขนาดนี้?

หรือว่าที่เขายอมฝืนใช้เงินเกินตัวเพื่อหน้าตาอีกแล้ว?

สือโย่วอี๋ไม่อาจคัดค้านสือเฉิงได้ ไม่นานพวกเธอจึงไปห้างกัน พอเข้าประตูไป ภาพแผ่นหลังที่ใกล้ชิดกันของคนสองคนก็ทำให้เธอตกใจราวกับถูกกระแทกอย่างแรง

พวกเขาคือสวี่ถิงจือ แล้วก็เจียงหว่านที่สวมชุดแต่งงานอยู่

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GKE” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GKE
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ประธานขาหนูไม่ไหว
8.2
ความอยากรู้อยากเห็นนำไปสู่ความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ เมื่อเธอเฝ้าจินตนาการถึงใบหน้าและท่าทางของท่านประธานหนุ่มในยามที่เขาปลดปล่อยอารมณ์ดิบออกมา แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนเข้าถึงยากและเคร่งขรึมต่อหน้าคนอื่น แต่สำหรับเธอนั้นเขากลับมีมุมลับที่น่าค้นหามากกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและการลองเชิงเริ่มต้นขึ้น เมื่อกำแพงที่เขาสร้างไว้ไม่ได้สูงชันเกินกว่าที่เธอจะก้าวข้ามไปค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอสะดุดรัก
8.5
เมื่อพริ้งพราวถูกมอมยาในผับโดยไม่ตั้งใจ โชคชะตาทำให้เธอได้พบกับวายุภักษ์ หมอหนุ่มเจ้าเสน่ห์วัย 35 ปี ผู้บริหารโรงพยาบาลที่ต้องย้ายมาประจำการที่กรุงเทพฯ ชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือน้องชายอย่างเหนือเมฆ ซึ่งกลายเป็นคนอารมณ์ร้อนหลังประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้ ในขณะที่วายุและพริ้งพราวเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นจากการพบกันในคืนนั้น ด้านเหนือเมฆกลับต้องเผชิญหน้ากับข้าวหอม พยาบาลสาวจบใหม่ที่ยอมรับเงื่อนไขพิเศษเพื่อดูแลเขาตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ปราณปริยา
9.4
ปราณปริยาจำใจตกเป็นผู้หญิงของปรานต์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่งที่เลี้ยงดูเธอไว้เพื่อความใคร่ แต่เมื่อตั้งท้องเขากลับไม่ใยดีจนเธอต้องหนีไปพร้อมลูกในครรภ์ หลายปีผ่านไปปรานต์กลับพบเธออีกครั้งในฐานะว่าที่เจ้าสาวของรุ่นพี่ที่เขาเคารพรัก ความโกรธแค้นและหวงก้างปะทุขึ้นทันที เมื่ออดีตผู้หญิงของเขาที่เคยอุ้มท้องลูกเขาคิดจะชุบตัวเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น เขาจึงทำทุกทางเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธอคืนมาแม้ว่าเรื่องราวจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
8.6
เว่ยเหยียนตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงที่สุดในฐานะของเล่นลับๆ ของเหลียงเย่ถิง นั่นคือการลอบตั้งครรภ์ลูกของเขา เพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ เธอจึงทำทุกทางให้เขาขับไล่เธอออกไปจนสามารถพาลูกหนีไปได้สำเร็จ ทว่าเมื่อเขาตระหนักถึงความจริงจึงตามล่าจนจับตัวเธอกลับมาได้อีกครั้ง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมทนอยู่อย่างไร้ค่าอีกต่อไป แต่เหลียงเย่ถิงกลับเสนอที่จะเป็นคนดูแลทั้งเธอและลูกน้อยในอ้อมแขนนั้นไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของท่านประธาน และ ภรรยาคุณหมอ
9.4
ในวันแรกของการเป็นหัวหน้าแพทย์ เอลด้าได้พบความลับอันเจ็บปวดเมื่อคนไข้เด็กวัยสี่ขวบคือลูกลับๆ ของภาคิน สามีที่เธอรัก ท่ามกลางความขัดแย้งในงานเลี้ยง ภาคินทำร้ายเธอจนแท้งลูกเพื่อปกป้องเด็กคนนั้นและเมียน้อยอย่างเลือดเย็น เขาเมินเฉยต่อการสูญเสียของเธอจนความรักห้าปีกลายเป็นเพียงคำลวง หลังรอดชีวิตจากการถูกลอบฆ่าที่หน้าผา เอลด้าตัดสินใจทิ้งอดีตที่แหลกสลายและตัวตนเดิมเพื่อบินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ซูริกโดยไม่หวนกลับมามองอีก