
องค์หญิงสามของท่านแม่ทัพจาง
ตอน 3
คนที่ยืนมุงเห็นอย่างนั้นบางคนก็เบือนหน้าหนี บางคนกระซิบคุยด้วยถ้อยคำวาจาสนุกปาก
“คราวนี้นางเรียกร้องด้วยการกระโดดสระน้ำหรือ”
“เหตุใดจึงต้องเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทด้วยการกระโดดลงสระน้ำด้วยเล่า ไม่คิดสั้นไปหน่อยหรืออย่างไร”
“ใครก็รู้กันทั้งนั้นว่านางเป็นธิดาในองค์ฮ่องเต้ที่ไม่ได้รับความรัก ความใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว”
“นางฟื้นหรือไม่”
“ข้าว่านางไม่ฟื้น”
“น่าจะคงตายไปแล้วล่ะข้าว่า”
เด็กหนุ่มนี่เป็นใครกันจึงได้กล้าโผงผางพูดเช่นนี้
“ซงหยวน ไยเจ้ามาอยู่ตรงนี้ แล้วทำไมตัวเปียกปอน”
“ไป เร็วเข้าซงหยวน นายกองเรียกแล้ว หากช้าอยู่ พวกเราได้โดนวิ่งลากซุงและปีนผาตรงหุบเขาหลิวหลิงอีกเป็นแน่ ไป เร็วเข้า”
เด็กหนุ่มมองร่างเล็กที่ตนเพิ่งช่วยขึ้นจากสระน้ำด้วยสายตาเรียบนิ่ง แม้เขาจะเป็นคนเฉยชา แต่ไม่เคยเห็นความเป็นความตายของคนอื่นเป็นเรื่องที่ทำเพิกเฉยได้
ยิ่งเป็นแม่นางน้อยผู้นี้แล้วด้วย เขาทำเช่นนั้นมิได้
จางซงหยวนยังคงไม่ไปไหน เขารอจนเห็นว่านางสำลักน้ำออกมาอีกและกำลังฟื้นสติขึ้น จึงได้คลายใจลง ยอมหันหลังแล้วเดินออกจากตรงนั้นไป
“จะไปแล้วหรือ เดี๋ยวสิ รอข้าด้วย”
ร่างเล็กที่ถูกผลักตกน้ำด้วยมือที่มองไม่เห็นค่อย ๆ สำลักเอาน้ำออกมาจากปอด ก่อนจะดันตัวลุกนั่งอีกครั้ง
“ไม่ตายหรอกหรือ”
“น่าจะตายตามแม่ของนางไปนะ อยู่ก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำของฝ่าบาท”
เสียงใสเย่อหยิ่งจากการเลี้ยงดู เบ้ปากเมื่อเห็นว่าคนที่ตกน้ำรอดชีวิตขึ้นมาแล้ว ก็เตรียมหันหลังจากไป พร้อมกล่าวกับน้องสาวที่ยืนขนาบข้าง
“ไปกันเถิด”
ผู้เป็นน้องรั้งแขนแล้วพยักหน้าให้รอ “เดี๋ยว รอดูอะไรสนุกก่อนเถิดท่านพี่”
เมื่อเห็นว่าหลี่เยี่ยนถิงลุกขึ้นมาแล้วก็เอ่ยกับนางกำนัลที่ยืนมุงยืนมองตรงนั้นด้วย
“เจ้าจงนำเรื่องนี้ไปเล่าต่อในทั่ว”
นางในตรงนั้นค้อมตัวรับคำสั่งทันที “เรื่องใดหรือเพคะ”
“เรื่องนี้อย่างไรเล่า เรื่องที่องค์หญิงสามลักลอบเล่นสนุกสนานตาม บ้ากาม เล่นรักตามประสาชายหญิงกับพวกทหารชั้นต่ำ”
หลี่เยี่ยนถิงยืนกอดตัวเองด้วยความหนาวสั่นนางอ้าปากเล็ก ๆ อย่างยากลำบากกล่าวแทนตนเองออกไปเป็นประโยคแรก
“เหตุใดจึงได้กล่าวเช่นนั้น ข้าไม่ได้…”
“ดูที่ขาเจ้าเถอะ น้ำเลือดไหลอาบขาขนาดนั้น สนุกมากหรือไม่เล่าเมื่อครู่นี้”
เหล่านางกำนัลที่เพิ่งเดินมาตรงนั้น ได้ยินคนพูดเรื่องสนุกเข้าหูตนเช่นนั้น ก็รีบเข้าร่วมวง มามุงแล้วกล่าวถามทันที
“ตายแล้ว เรื่องจริงอย่างนั้นหรือเพคะองค์หญิง”
“ดูเลือดที่ขาของนางเป็นอย่างไร” องค์หญิงเจ็ดได้ทีรีบพูดบ้าง
“ทุกคนจงฟังข้า เมื่อครู่ข้ามาทันได้เห็นองค์หญิงสามลักลอบเล่นสนุกกับทหารชั้นต่ำพอดี จนเลือดอาบไปทั้งขา นางช่างน่ารังเกียจนัก หญิงบ้าตัณหา”
หลี่เยี่ยนถิงส่ายหน้า ร่างเล็กที่ซีดไปทั้งตัวหอบเอาร่างอมน้ำลุกจากพื้นเดินโซซัดโซเซกลับไปยังวังร้างที่ท้ายสุดของทิศตะวันตก หญิงใบ้ บ่าวเพียงคนเดียวที่ถูกลงโทษให้มาอยู่ในตำหนักแห่งนี้แสดงสีหน้าระอาใจเมื่อเห็นสภาพของเด็กสาว
ก่อนจะลากสายตาลงมายังปลายเท้าของนาง
สายตาเศร้ากวาดมองตามก่อนที่หัวใจจะแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาเป็นทางปนน้ำที่ไหลหยดจากชุดของนางเป็นทางยาว
หลี่เยี่ยนถิงลืมตาตื่นพร้อมกับอาการปวดเมื่อยไปทั้งร่าง นางเจ็บเนื้อตัวไปหมด นางขยับจะลุกก็เจ็บแปลบตรงร่างกายท่อนล่างของนางเอง
เกิดเหตุอันใดขึ้น หลี่เยี่ยนถิงคิดทบทวนช้า ๆ เหตุใดเมื่อสติของนางกลับคืนมาแล้วนั้นจึงได้มีอาการปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวเช่นนี้ อีกทั้งเนื้อตัวยังเปลือย ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว เห็นสภาพของตนแล้วก็นึกอดสู
เท่าที่จำได้เมื่อคืนนี้นางพบกับจางซงหยวนที่ทางลัดออกนอกวัง แล้วเขาก็ดึงเอาสาส์นของนางไปแล้วยัง...ยังพานางออกจากนอกวัง ตอนนั้นสติของนางดับวูบไป
“ตื่นแล้วหรือเจ้าคะคุณหนู”
เสียงถามอ่อนโยนเอาใจดังมาจากประตูห้องที่นางนอนพัก หลี่เยี่ยนถิงขยับตัวนั่งใหม่ดึงเอาผ้าปิดตัวจนมิดชิดยิ่งกว่าเดิมด้วยท่าทางตกใจ ตั้งแต่เกิดจนโตไม่เคยมีใครมาคอยถาม ไม่มีใครมาคอยรอให้นางตื่นหรือหลับมาก่อน ไม่เคยมีเสียงพูดคุยด้วยอย่างใส่ใจ อย่างจงรักภักดีเช่นนี้
และนี่ก็คงไม่ใช่ที่ที่เป็นของนางอย่างแน่นอน แล้วที่นี่คือที่ใด
“ท่านแม่ทัพต้องออกไปที่ภูเขาหนานฝู่ ท่านให้บ่าวคอยดูแลคุณหนูที่ในห้องนี้ รอจนกว่าท่านแม่ทัพจะกลับมาเจ้าค่ะ”
คำตอบจากปากสาวใช้ที่ยืนรอคำสั่งทำเอาหัวใจขององค์หญิงหลี่เยี่ยนถิงแกว่งไกวไม่น้อย นางคงไม่ต้องเอ่ยคำถามแล้วว่าที่นี่คือที่ใด
ที่แท้ห้องนี้ก็คงเป็นจวนของจางซงหยวน
เมื่อคืนขณะที่นางลอบเอาสาส์นออกนอกวัง นางพบกับเงาร่างดำเงานั้น ไม่ใช่ใครที่แท้เป็นแม่ทัพจาง เขาไม่ใช่ว่าพยายามจะเอาความลับจากนางให้ได้หรอกหรือ แล้วยังจะพาไปพบองค์ฮ่องเต้อีกด้วย เขาให้นางเลือกว่าจะไปที่ใด
“มีหนทางให้องค์หญิงสามเลือกสองทาง” เสียงทุ้มกล่าวขึ้นอีกครั้ง “ให้กระหม่อมนำสาส์นในมือกล่าวทูลต่อฮ่องเต้เดี๋ยวนี้เลยหรือ...”
เสียงห้าวหยุดชั่วขณะ หลี่เยี่ยนถิงช้อนดวงตาจากม้วนไม้ไผ่ในมือมองไปยังเขา สบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่อ่านแววตานั้นไม่ออกก็พลันรู้สึกราวกับกำลังถูกดูดเข้าไปในดวงตาคู่นั้นแล้ว
ความเงียบทำงานอย่างรู้หน้าที่ของมันดี นานจนนางหายใจไม่ออกจำต้องหลุดเสียงแผ่วเบาถามออกไป
“หรืออะไร”
คุณอาจจะชอบ





