
ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
ตอน 3
วันนี้เป็นเช้าที่สดใส แต่เสียงที่ปลุกให้ตื่นจากนิทรา ไม่ใช่เสียงแม่นมเหลียนที่คุ้นเคยตลอดหนึ่งปี กลับเป็นเสียงแปลกหูที่ขานเรียกนางว่า ‘นายหญิง’
‘เกิดอะไรขึ้น’ ทันทีที่ตื่นขึ้นมา อ้ายปิงก็อยากจะตะโกนออกมา แต่เพราะนึกขึ้นได้ว่าตนเองเป็นเพียงเด็กมนุษย์อายุปีเดียวเท่านั้น จึงได้แต่ร้องตะโกนอยู่ในใจ
[นายหญิง ข้าคือระบบปลูกผักทำฟาร์มขั้นเทพ ที่ท่านเทพแห่งการเพาะปลูกได้สร้างขึ้นเพื่อเตรียมส่งไปทำภารกิจชั้นสูงในแดนมนุษย์ที่แร้นแค้น และท่านก็กลายเป็นนายหญิงของข้า ดังนั้นจึงถูกส่งมาทำภารกิจตามประสงค์ของสวรรค์ขอรับ]
อ้ายปิงชะงักไปเล็กน้อย มองซ้ายมองขวาไม่พบว่ามีใครอยู่ในห้องเล็ก ๆ ของตนจริง ๆ สุดท้ายจึงเพ่งมองเข้าไปในจิต ก่อนต้องแปลกใจเมื่อเห็นบางสิ่งในห้วงจิตของตน
‘เจ้าเป็นใคร หรือเป็นอะไร’
[นายหญิง ข้าเป็นจิตวิญญาณอาวุธขั้นสูงที่ถูกเรียกว่าระบบ คอยให้ความช่วยเหลือในการทำภารกิจของท่านให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี]
‘ระบบ เจ้าพูดว่าระบบงั้นหรือ’ อ้ายปิงเบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าควรมองที่ไหน จู่ ๆ ตรงหน้าก็สว่างวาบ จอสีฟ้าปรากฎขึ้น ซ้ำยังคุ้นตาจนความทรงจำแปลก ๆ ผุดขึ้นมาในหัว
‘อ่า เจ้าคือระบบจริงๆ นี่คือหน้าจอระบบ เกมปลูกผักที่ข้าเคยเล่นจริง ๆ ด้วย’ อ้ายปิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางไม่คิดว่าก่อนที่ตนเองจะกำเนิดเป็นเซียนน้อยไปอยู่ข้างกายท่านเทพ แท้จริงแล้วนางยังมีอีกตัวตนหนึ่ง
‘โปรแกรมเมอร์สาว’ นั่นคือตัวตนของนางและเป็นผู้สร้างเกมปลูกผักชื่อดังที่มียอดขายถล่มทลาย และภาพหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าตรงหน้า ก็มีรูปลักษณ์เหมือนเกมปลูกผักที่นางสร้างในชาตินั้นพอดี
อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ บังเอิญจนนางไม่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
‘เกมปลูกผักของฉัน…ของข้า ระบบ และ ภารกิจ นี่ข้าต้องทำอะไรกันแน่ระบบ’
[นายหญิงมีหน้าที่เก็บเกี่ยวค่าความอุดมสมบูรณ์ของดาวดวงนี้ ซึ่งก็คือเงินตราของโลกเพื่อส่งมอบเป็นค่าความดีที่ท่านได้กระทำ เมื่อค่าความดีครบตามเป้าหมาย ท่านจึงจะสามารถจุติกลับคืนเป็นเทพที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง]
‘แปลว่าข้าต้องปลูกผักและขายแลกเงิน เพื่อกลับไปยังแดนเทพงั้นสิ’
[เป็นเช่นนั้น แต่เป้าหมายหลักของระบบคือการช่วยเหลือมนุษย์โลกที่แร้นแค้น ดังนั้นราคาของผลผลิตจะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว]
อ้ายปิงนิ่งไปชั่วขณะ กระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้น ก่อนแม่นมเหลียนจะเดินเข้ามาข้างเตียง
“คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ นายท่านและนายหญิงรอท่านอยู่ มาเถอะเจ้าค่ะ”
อ้ายปิงถูกอุ้มให้ลุกขึ้น นางได้รับการปรนนิบัติจากแม่นมเหลียนอย่างดี ล้างหน้าและแต่งกายพร้อมทำผมให้ ก่อนจะอุ้มออกไปยังห้องทานอาหารในเรือนหลัก ขณะที่อ้ายปิงยังทำใจรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้เลย
จวนสกุลหนี่ว์นั้นมีพื้นที่กว้างพอสมควร แม้จะยากจนแต่นั่นก็เพราะพื้นที่ทำการเกษตรของจวนแห้งแล้ง แต่ต้นตระกูลหนี่ว์มองการณ์ไกล
เมื่อต้องติดตามท่านอ๋องผู้ถูกเนรเทศมาชายแดนทางเหนือ พวกเขาก็ตัดสินใจใช้เงินที่ขนมาจากเมืองหลวงซื้อที่ดินปลูกจวนนอกเมือง แทนที่จะซื้อจวนขนาดกลางในเมือง
จวนสกุลหนี่ว์ไม่ได้ไกลจากในเมืองมากนัก ซ้ำยังเป็นทางไปยังค่ายทหาร อยู่ตรงข้ามกับหน้าด่าน ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย
แต่จวนแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านหน้ามีเรือนหลัก ด้านข้างมีเรือนรับรอง เรือนสี่ประสานของจวน ด้านตะวันออกเป็นเรือนของบุตรชาย ด้านตะวันตกเป็นของบุตรสาว ขณะที่เรือนหลักเป็นที่พำนักของนายท่านและหนี่ว์ฮูหยิน
ทุกวันหนี่ว์อ้ายปิงมักถูกพาไปยังห้องอาหารในเรือนหลัก ก่อนถูกมารดาพากลับไปยังห้องนอนของมารดา
วันนี้บรรยากาศในห้องอาหารคึกคัก นับตั้งแต่บิดาอย่างหนี่ว์ซวงกลับมา หนี่ว์อ้ายหรงก็ดูร่าเริงขึ้นมาก แม้จะเห็นว่ามีรอยช้ำบนร่างกายมากขึ้น แต่เขากลับมีรอยยิ้มอยู่เสมอ
“น้องสาวเจ้ามาแล้ว” หนี่ว์อ้ายหรงเดินไปต้อนรับน้องสาวด้วยท่าทางยินดี อ้ายปิงทำเพียงแปะๆ มือให้เขาพอเป็นพิธี ประมาณว่าขอบคุณที่มาต้อนรับนาง
ไม่นานท่านพ่อก็เริ่มกินอาหาร บนโต๊ะอาหารเงียบสนิท กระทั่งถ้วยจานเปล่าถูกยกเก็บ นายท่านหนี่ว์ซวงผู้เป็นประมุขของบ้านจึงกล่าวขึ้น
“พ่อเดินทางกลับมาคราวนี้ เนื่องจากมีการพักรบชั่วคราว แต่เพราะข่าวที่หน้าด่านไม่ดีนัก อีกสองสามวันพ่อก็คงต้องไปออกรบอีกครั้ง อาหรง พ่อหวังว่าเจ้าที่เป็นบุรุษคนเดียวในบ้าน จะดูแลมารดาและน้องสาวให้ดี”
“ท่านพ่อ ลูกจะดูแลท่านแม่และน้องสาวเองขอรับ” อ้ายหรงนั้นสมเป็นบุตรชายของทหาร แม้เขาจะอายุเพียงห้าขวบ แต่กลับดูรู้ความอย่างยิ่ง ทั้งยังมีกลิ่นอายทรงพลังตั้งแต่ยังเล็ก บ่งบอกว่าได้เริ่มฝึกฝนการต่อสู้บ้างแล้ว
อ้ายปิงนั้นมีความทรงจำจากยุคเทคโนโลยี และช่วงเวลาที่อาศัยอยู่กับท่านเทพ ดังนั้นนางจึงตื่นเต้นกับวิชาการต่อสู้ของคนในยุคโบราณนี้พอสมควร
‘ข้าคงต้องหาโอกาสแอบไปดูพี่ชายและบิดาฝึกซ้อมสักวัน’ นางตั้งมั่นไว้ในใจ
“เอาล่ะ พ่อไว้ใจเจ้า พ่อบ้านฉิน ข้าได้ยินว่าปีนี้น้ำจะแล้งอย่างมาก ที่ดินของเราคงเก็บเกี่ยวได้ผลไม่ดีนัก นอกจากส่วนที่ต้องส่งภาษี ก็แบ่งส่วนให้แรงงานมากหน่อยเถอะ”
ในยุคนี้เจ้าของที่ดินนิยมให้ชาวบ้านมาเป็นแรงงานและแบ่งส่วนแบ่งจากที่ดินให้ แทนการซื้อทาสมาดูแล เพราะมีการปลดทาสในแผ่นดินแคว้นโจวเมื่อราวร้อยปีก่อน ตอนนี้แคว้นโจวไม่เหลือทาสให้เห็นอีกแล้ว
“ขอรับนายท่าน”
“ส่วนที่ดินรอบๆ ก็ให้คนสวนฉินดูเหมือนเดิม ปีนี้ให้ปลูกผักเก็บดองไว้มากสักหน่อย หากทางการขาดแคลนยังสามารถส่งขายได้ในราคากันเอง”
“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านฉิน และคนสวนฉิน ก็คือบ่าวชายที่อยู่ในบ้านหนี่ว์นี่เอง เนื่องจากจวนสกุลหนี่ว์ยากจนจึงมีข้ารับใช้แรงงานเพียงคนเดียว ส่วนพ่อบ้านต้องคอยดูแลเรื่องที่ดินของบ้านหนี่ว์ซึ่งก็เป็นงานหนักมากพอแล้ว
หลังจากท่านพ่อสั่งการเสร็จสิ้น ก็หันมายิ้มหวานให้นาง อ้ายปิงเพียงหัวเราะเบา ๆ อย่างเอาใจเขา ก่อนถูกท่านพ่ออุ้มออกจากห้องหลักไปโดยมีพี่ชาย ท่านแม่ และแม่นมเหลียนเดินตาม
สองวันต่อมา เมื่อนางตื่นขึ้นเพราะเสียงของระบบที่ดังปลุกเช่นทุกวัน เสียงฝีเท้าม้าก็ควบออกจากจวนไปพอดี อ้ายปิงปีนขึ้นไปบนหน้าต่าง เปิดกลอนอย่างยากลำบากและมองออกไปเพื่อหวังจะได้มองส่งบิดาในชาตินี้เป็นครั้งสุดท้าย
เพราะแม้จะมีความทรงจำของโปรแกรมเมอร์สาว แต่ก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับนิสัยหรือการใช้ชีวิต มีเพียงความรู้เกี่ยวกับเรื่องบางอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่นการเกษตร ความรู้ทั่วไป และเรื่องเกี่ยวกับเกม
สามวันที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้รู้จักกับจิตวิญญาณอาวุธระดับสูงที่เรียกตนเองว่า ‘ระบบ’ ในที่สุดวันนี้หลังอาหารเช้า อ้ายปิงก็ยอมหันมาสนใจมันเสียที
เพราะสามวันที่ผ่านมา นางต้องการทุ่มเทเวลาให้กับบิดาที่ต้องไปออกรบและไม่รู้จะกลับมาอีกครั้งเมื่อใด หรืออาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลยก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไม่สนใจเกี่ยวกับระบบปลูกผักทำฟาร์มอะไรนั่นไปช่วงเวลาหนึ่ง
ตอนนี้นางถูกวางไว้ในคอกไม้ที่อาฉินทำให้ อาฉินคือ คนสวนที่ชอบมาแอบมองเวลานางถูกแม่นมเหลียนอุ้มเดินไปมาในจวน เขาเป็นบุตรชายบุญธรรมของพ่อบ้านฉินแต่เพราะพิการจึงกลายเป็นบ่าวใช้แรงงานในจวนหนี่ว์
คอกไม้ขนาดยาวหนึ่งจั้งทุกด้านวางอยู่กลางห้องนอนของมารดา นางหนี่ หลี่เอินผู้เป็นมารดานั่งปักผ้าอยู่บนเตียง ไม่ก็บนโต๊ะน้ำชาที่วางอยู่ข้างหน้าต่างในทุก ๆ วัน อ้ายปิงทำทีเป็นหยิบจับบล็อกไม้ที่อาฉินทำให้ แต่ในใจนางกำลังพูดคุยกับระบบ
‘ระบบ เปิดหน้าจอขึ้นมาที’ ทันทีที่คิดหน้าจอสว่างก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง อ้ายปิงยังมีความรู้ว่าหน้าจอนี้มีนางมองเห็นได้เพียงผู้เดียว
จากความทรงจำในฐานะผู้สร้างเกมปลูกผักนี้ รูปแบบด้านในนั้นคุ้นตาอย่างยิ่ง มีแปลงเพาะปลูกผักเป็นช่องๆ หนึ่งช่องเก็บเกี่ยวได้หนึ่งหน่วย พืชแต่ละชนิดเก็บเกี่ยวได้แตกต่างกันออกไป บ้างมีขนาดหนึ่งกงจิน[ กงจินเป็นหน่วยน้ำหนัก 1 กงจินเท่ากับ1กิโลกรัม]ต่อหน่วย บ้างก็เป็นเพียงหัวเดียวหรือผลเดียวต่อหน่วย
คุณอาจจะชอบ





