
เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก
ตอน 3
“พี่เขื่อน มานี่หน่อย ซ่อมก๊อกน้ำได้ไหม”
ภาวรีตัดสินใจเรียกเขา เมื่อเห็นว่าเกินความสามารถของตัวเองแล้ว และก็เป็นเวลานานหลายนาทีทีเดียวกว่าที่ลัพธวิทย์จะเดินมาหาเธอ
“อะไร” เขาถาม ทั้งมองมาที่เธอด้วยสายตารำคาญ ภาวรีเอียงหน้าหนีน้ำจากก๊อกที่หลุดและน้ำก็พุ่งมาที่เธอไม่หยุดพร้อมกับชี้มือบอกเขาไปด้วย
“ท่อมันหลุดอะพี่เขื่อน ซ่อมได้ไหม”
ลัพธวิทย์ไม่พูดอะไร เขายกมือปาดเธอให้พ้นจากทาง แล้วเดินเข้าไปดูก๊อกเจ้ากรรมนั่นใกล้ ๆ แล้วค่อยเดินเลี่ยงไปทางหลังบ้าน ถอดปลั๊กได้แล้วก็ค่อยหยิบอุปกรณ์มาซ่อมเจ้าก๊อกน้ำอันนั้น
ภาวรียกมือขึ้นปาดน้ำออกจากหน้า เธอโยกตัวไปมาเพื่อดูว่าเขาจะเรียกให้หยิบอะไรให้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่ได้เรียกใช้เธอ เห็นซ่อมอยู่พักใหญ่ก็เดินกลับไปเสียบปลั๊กใหม่อีกครั้ง
ลัพธวิทย์เห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว ถึงได้หันมาทางเธอ แต่แล้วกลับพบว่าภรรยาของเขาตัวเปียกปอนไม่แพ้กัน
“แผนของเราหรือไงอบเชย” เขาถามพร้อมกับเดินมาหยุดที่ตรงหน้าเธอ ภาวรีเงยหน้าขึ้นมองเขา ถามด้วยเสียงงุนงง
“แผนอะไรอ่ะพี่เขื่อน”
เขายกมือขึ้นประคองที่ใบหน้าของเธอ ตรึงไว้ในท่านั้นก่อนจะก้มหน้าลงจูบ เนื้อตัวเปียก เสื้อเน้นรูปทรวงขนาดนั้น เขาจะโทษว่าเป็นเพราะแผนการยั่วอารมณ์ของภาวรีก็แล้วกัน จะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองเอาแต่ต้องการเซ็กซ์จากหญิงสาวอยู่นั่น
หลังจากผละออกเมื่อตอนสาย เขาอุตส่าห์เอาตัวเองเลี่ยงไปอยู่อีกฟากของบ้าน แต่ภาวรีก็ก่อเรื่อง เรียกหาเขามา เรียกร้องให้เขาเข้ามาใกล้เธอแบบนี้อีก ไม่เรียกว่านี่คือแผนการ จะเรียกว่าอะไร
แล้วยิ่งพอได้อยู่ใกล้ ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวของภาวรี เขาบดจูบ ดันลิ้นเข้าไปเกี่ยวลิ้นของเธอ ภาวรีจูบตอบสามีของตัวเอง และที่เหลือทุกอย่างก็เกิดขึ้นอีกครั้งที่ภายในห้องครัว ก่อนจะลามไปยังกลางบ้านในนาทีต่อมา
“เชย”
“หืม”
พัชรินทร์ยื่นหน้าเข้ามามองเธอแล้ว ค่อยถามจับผิด “ยิ้มอะไรน่ะ”
ภาวรีหุบยิ้ม แล้วบอกปัดเพื่อนออกไปว่า “เปล่า แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ”
“อย่าบอกนะว่าที่ยิ้มอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่เนี่ย เพราะพี่เขื่อนเขา...จะไม่หย่าแล้ว”
ภาวรีอมยิ้มน้อย ๆ แล้วเมินไปมองทางอื่นแทน เรื่องนี้เธอเองก็แอบคาดหวังอยู่ลึก ๆ เช่นกัน ได้แต่ภาวนาขอให้เขาไม่หย่า ในเมื่อเรื่องของเธอกับเขาไปไกลกว่าเดิมตั้งเยอะแล้ว เธอไม่อยากให้เขาพูดเรื่องหย่าอีกแล้ว
ญาดาที่มองคนนั้นคนนี้คุยกัน ยื่นหน้าเข้ามาถามเธอด้วยเสียงเกือบเหมือนจะกระซิบ “แล้วพี่เขื่อนรู้ไหมว่าเชยแอบรักพี่เขาน่ะ”
“รู้มั้ง ต้องรู้บ้างแหละ ขนาดที่ว่าตอนก่อนแต่ง ไปขอร้องให้พ่อกับแม่ตัวเองช่วยปิดหนี้ให้บ้านผัว แล้วให้เขาเอาตัวเข้าแลก พี่แกคงต้องเอะใจแล้วไหม” พัชรินทร์บอกเสียงหมั่นไส้ ที่หมั่นไส้นั่นคือเพื่อนตัวดี ที่แอบรักลัพธวิทย์มากเสียจนทำอะไรแบบนั้นลงไป หวังว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่เกลียดเพื่อนของตนคนนี้ก็พอแล้ว
“แล้วไหนจะตอนสมัยที่ผัวไปเรียน ยัยนี่ก็ตื่นแต่เช้ามืด แอบเอาข้าวกล่องไปวางรอ เพราะกลัวผัวจะอด พอแม่ผัวมาขอยืมตังค์ก็ยังแสลนไปกดเงินให้แม่ผัวจนเกลี้ยงบัญชี พี่แกคงต้องรู้บ้างแหละ ทำถึงขนาดนี้น่ะ”
พัชรินทร์ที่รู้เรื่องของเธอดี พูดเหน็บไม่เลิก มินตราที่ฟังอยู่เงียบ ๆ บอกขึ้นบ้าง “ถึงพี่เขื่อนรู้ แต่ก็ใช่ว่าคนอย่างพี่เขื่อนจะรักตอบเชยนะ เออนี่ มินลืมเล่าให้ฟังเลย...เดือนก่อน มินไปแฮงเอ้าท์กับพวกวีวี่ จำได้ใช่มะ นั่นแหละ ๆ แล้วมินก็เห็นพี่เขื่อนแกไปดื่มที่ร้านนั้นด้วยนะ”
“ปกติไหมอะ เขาต้องไปกับลูกค้าบ้างอะไรบ้าง”
พัชรินทร์เบรกมินตราเพราะดูท่าแล้ว เพื่อนคงจะเล่าเรื่องอะไรไม่น่าฟังแน่ ๆ แต่มินตราไม่ยอมหยุดเล่าง่าย ๆ
“ไม่ไง คือที่มินเห็นอะ คือเห็นพี่เขื่อนยืนโอบกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ หน้าชีสวยมาก ยังกับพวกดารา”
“จริงดิ ใช่พี่เขื่อนจริงหรือ คนหน้าเหมือนหรือเปล่า” ญาดาถามเสียงเบา พอถูกพัชรินทร์ส่งสายตาดุ ๆ มาให้ ทำนองว่าอย่าไปถามยืดยาวสาวความไม่ยอมจบ เลยรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้
มินตรายังคงยืนยันในสิ่งที่ตัวเองเห็น “จะมาหน้าเหมือนอะไร ก็วันนั้นมินเห็นฟ้าครามไปด้วย”
ภาวรีหน้าเจื่อน เมื่อได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังถึงเรื่องของสามี
คุณอาจจะชอบ





