ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นางหน้าพระพักตร์ ห้ามรักฝ่าบาท

นางหน้าพระพักตร์ ห้ามรักฝ่าบาท

เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเย้ายวนในโลกแฟนตาซีที่อาจทำให้คุณต้องใจสั่นหวั่นไหวไปกับฉากรักอันร้อนแรง นิยายเรื่องนี้คัดสรรเนื้อหาที่เน้นความสัมพันธ์ลึกซึ้งและฉากบนเตียงที่จัดเต็มจนอาจไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่อ่อนไหวต่อเรื่องราวแนวอีโรติกหรือผู้ที่กำลังเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสความรัญจวนใจและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่หาท่ามกลางรั้วรอบขอบชิดของราชสำนัก ขอเชิญก้าวเข้าสู่โลกของนางหน้าพระพักตร์ที่ความรักและความปรารถนาถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เจ้า วันนี้ เข้าถวายตัว”

อันอันชี้มือยังร่างบางทว่าหน้าอกหน้าใจบะเริ่มเทิ่มอีกทั้งสะโพกงอนงามเพียงแต่ใบหน้านางไม่ได้งดงามเท่าที่ควร แต่ว่าก็พอที่จะถูไถ ในเมื่อวันนี้อันอันยุ่งกับการมาของคณะราชทูตและเครื่องบรรณาการแม้อินจิ่นจะอนุญาตให้อันอันไปทำเรื่องที่ต้องทำ ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องพิธีการ

“นายหญิง ขอบคุณเจ้าค่ะ”

สาวน้อยน้ำตาปริ่มขอบตา การแข่งขันเรื่องการถวายตัวเข้มข้นยิ่งนัก บางคนถึงกับตบตีวางยา แต่สุดท้ายก็อยู่ที่อันอันเพียงคนเดียว ว่าวันนี้จะส่งใครเข้าไปในห้องบรรทมของอินจิ๋น

“ต่อไปอาจเป็นข้าที่ต้องเรียกเจ้าว่านายหญิงหากฝ่าบาทพึงใจเจ้า ทำให้เต็มที่ตั้งใจปรนนิบัติฝ่าบาท แค่นี้ที่ข้าอยาจะบอกไว้ ความจริงข้าอยากจะส่งพวกเจ้าเข้าไปทุกคน แต่พวกเจ้าต้องเข้าใจ ฝ่าบาทหากวันไหนเหนื่อยล้าหรือราชกิจมากหน่อยก็ไม่รับนางใน วันไหนทรงมีอากาศร้อนก็ไม่รับนางใน วันไหนที่ เมามายมากหน่อยก็ไม่รับนางใน มีเพียงวันที่อากาศหนาวหรือวันที่ดื่มสุราเพียงแค่ปลุกกำหนัด และ…”

จะบอกว่าหื่น …ก็กระดากปากวันไหนที่อินจิ๋นพบนางในคนไหนถูกใจเป็นพิเศษจะมากระซิบกับอันอันว่าคืนนี้ ส่งนางในคนนั้นเข้ามาให้เขา วันนั้นเป็นวันที่อันอัน ถอนหายใจแบบโล่งอกไม่ต้องคัดสรรนางในด้วยตัวเองให้ปวดขมอง

“พวกเจ้ายังไม่รีบขอบคุณนายหญิงอีก ได้ยินไหมรีบคุกเข่าขอบคุณนายหญิงเสีย นายหญิงเท่านั้นชี้เป็นชี้ตายพวกเจ้า”

ขันทีแอบสาวที่คอยฝึกทั้งกิริยามารยาทและเรื่องอย่างว่า พร้อมสอนวิธีปฏิบัติตัวในตำรากามสูตรจีบปากจีบคอพูด

“ขอบคุณนายหญิง พวกเราซาบซึ้งใจในเมตตาของนายหญิงยิ่งนัก”เปล่งเสียงแซ่ซ้องพร้อมกัน อันอันยิ้มแห้งๆ

“พวกเจ้าต้องเชื่อฟังนายหญิง เรื่องรู้ใจฝ่าบาทนายหญิงอันอันขึ้นชื่อว่ารู้ใจฝ่าบาทที่สุด อีกทั้งเรื่องบนแท่นนอนของฝ่าบาท พวกเจ้าถามนายหญิงได้ไม่มีปิดบัง”

คราวนี้อันอันยิ้มอายๆ เดินนำนางในที่คัดแล้วเข้าไปยังเขตตำหนักชั้นในของอินจิ๋น กลิ่นหอมจากเรือนร่างของนางช่างหอมหวนยิ่งนัก อันอันเสียอีกที่จนป่านนี้ยังไม่ได้อาบน้ำ

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว อินจิ๋นนั่งอ่านฎีกาในห้อง

“ฝ่าบาท”

นางในก้มหน้าเขินอายตามแบบที่อันอันสั่งสอนมา

“หือ วันนี้ จัดว่าเด็ดไหม”

ถามเหมือนเป็นเรื่องทั่วๆ ไปเช่นเครื่องเสวยเย็นนี้หรือกำยานหอมวันนี้กลิ่นดอกอะไร

“เพคะ”ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อืม เก็บกองฎีกาให้ข้าที แล้วเจ้าก็กลับไปพักผ่อนเสีย วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ข้ามีนางคอยปรนนิบัติก็คงอยู่ดึกเหมือนเช่นทุกคืน” 

อันอันประสานมือ ดันหลังนางในเข้าไปด้านใน นางหันมามองอันอันด้วยสายตาละห้อย อันอันยิ้มให้กำลังใจนางก้มลงเก็บกองฎีกาบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ

อินจิ๋นหันมามองอันอันทั้งๆ ที่กำมือเย็นเฉียบของนางในอยู่

“อันอัน เจ้าอยู่รอที่นี่ก่อน ข้าเสร็จกิจมีเรื่องจะหารือกับเจ้า”

“เจ้าค่ะฝ่าบาท”ยังคงประสานมือ

เสี่ยวจื้อเปิดและปิดประตูถึงสามชั้น ก่อนจะหันกลับมาช่วยอันอันเก็บกองฎีกา

“นายหญิง ท่านขุนพลฝากมาขอบคุณท่าน”

ส่งกำไลหยกให้อันอัน

“ถึงกับมอบกำไลหยกเลยหรือไร กำไลหยกสำหรับคนรัก”

“ท่านขุนพล ความจริงปีนี่เพิ่งจะสามสิบสาม อีกทั้งบุตรีของท่านขุนพลเป็นเพียงบุตรบุญธรรมก็เท่านั้น ท่านขุนพลหามีชายาไม่”อันอันยิ้ม

“เสี่ยวจื้อเจ้าเป็นพ่อสื่อหรือไร”

อดขำ ท่าทีกระตือรือล้นของเสี่ยวจื้อเสียไม่ได้คงรูว่านางหน้าพระพักตร์ยิ่งแก่ตัวยิ่งหาคู่ครองยาก

“นายหญิง ท่านขุนพลองอาจผึ่งผาย อีกอย่างเป็นคนที่มีใจภักดีและสมชายชาตรีอีกทั้งใบหน้าหล่อเหลา นายหญิงข้าหวัง…เพียงว่า..”

อันอันส่ายหน้าไปมา

“อืมข้ายังไม่เคยพบหน้าท่านขุนพลแม้แต่ครั้งเดียว เขานำทัพดูแลชายแดนตลอดมาพอกลับมาถึงนี่ ฝ่าบาทก็ทรงกริ้วคิดคาดโทษเขาว่ายกทัพกลับวังหลวงโดยไม่ได้มีบัญชา แต่ความจริงข้ารู้ดีว่า ท่านขุนพลจงเจี้ยน ภักดีไม่เปลี่ยน เพียงแค่เห็นว่าตอนนี้บ้านเมืองสงบอีกทั้งชายแดนร่มเย็นไม่คิดว่าฝ่าบาทจะทรงกริ้ว เอาไว้ข้าพูดกับฝ่าบาทเรื่องนี้ ไม่ช้าไม่นานฝ่าบาทจะเข้าใจท่านขุนพล แต่จะให้ข้ารับไมตรีของท่านขุนพลคงต้องใช้เวลา ตอนนี้ข้ามุ่งมั่นในการทำงานรับใช้ฝ่าบาทเท่านั้น”

เสี่ยวจื้อยิ้มน้อยๆ

“อันอัน อันอัน เข้ามานี่หน่อย”

อันอัน ถอนหายใจยาวเหยียดคิดว่าไม่พลาดแล้วทำไมยังมีเรื่องมากวนใจอีก นางทำอะไรผิดอีกหนอ รีบวิ่งเข้าไปในห้องบรรทม ผ่านประตูทั้งสามชั้นเข้าไปยืนสงบนิ่งตรงหน้า อินจิ๋น

นางในอกบะระเฮิ่มนั่งร้องไห้กระซิกๆ

“ฝ่าบาท นางทำสิ่งใดให้ขุ่นเคือง”

 อินจิ๋นยืนกอดอกแน่น อันอันมองบนพื้นที่มีเปลือกล้วยหอมลูกใหญ่ถูกทิ้งไว้เกลื่อนพื้น

“ฝ่าบาท อันอัน ไม่ได้ขู่แต่จะบอกไว้ก่อน ต่อไปคงไม่มีใครอยากเข้ามาปรนนิบัติ หากฝ่าบาทจะทำแบบนี้บ่อยครั้ง”

อินจิ๋นหันหน้ามามองอันอันเต็มตา

“มีหน้าที่จัดหานางใน แต่สองวันมานี้เจ้าบกพร่องเมื่อวานถือว่าข้าผิดที่ใจไม่เย็นพอ แต่วันนี้เจ้าดูรึนางทำเรื่องง่ายๆ ให้ข้านางกลับทำไม่ได้”

“เรื่องใดกัน”

หันไปถามนางในที่ร้องไห้กระซิกๆ

“ฝ่าบาทให้ข้าน้อยกินกล้วยจนอิ่มจนจุก กินกล้วยหมดไปทั้งหวียังไม่พอพระทัย”พูดไปสะอื้นไป

“ช่างกล้าฟ้องนาง เจ้ามันไร้สามารถแค่เพียงข้าให้กินกล้วยหอมลูกใหญ่ราดน้ำผึ้งเจ้าก็ยังไม่อาจทำให้ข้าพึงใจได้ แล้วเรื่องอื่นเจ้าจะได้เรื่องหรือไหนเจ้าบอกข้าว่าจัดว่าเด็ด”

หันไปทางอันอันที่ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาใจ

“อันอันพานางกลับไปก่อน”

“ไม่ เจ้าต้องรับผิดชขอบเรื่องนี้ในเมื่อเจ้าเป็นคนจัดหานางมา อีกทั้งยังเป็นคนที่เสี้ยมสอนพวกนางให้ข้าพึงใจ เจ้าจะไม่แสดงให้นางดูหน่อยหรือว่ากินกล้วยหอมอย่างไรให้ข้าพึงใจพวกนาง”

 อันอันถอนหายใจ

“เจ้ากินแบบไหน”

หันไปถาม นางในที่ยังสะอื้นแต่ไม่มีน้ำตาแล้ว

“ฝ่าบาทให้กินกล้วยข้าน้อยก็กิน กัดกินทั้งลูกจนหมดแต่ฝ่าบาทก็บอกว่ายังไม่พึงใจท่าทางการกินกล้วยราดน้ำผึ้งของข้าน้อย ข้าน้อยจึงกินไปอีกหลายลูกเพื่อเอาใจฝ่าบาท ในที่สุดฝ่าบาทก็ทรงกริ้วเรียกหานายหญิง” 

อินจิ๋น ลอยหน้าลอยตาทำท่าทีว่าไม่พอใจอย่างที่สุด

อันอันเหลือบตามองไหน้ำผึ้งกับกล้วยหอมอีกหวีหนึ่งที่วางไว้ตรงหน้าไปเอามาตอนไหน ห้องบรรทมมีของแบบนี้ด้วยหรือ เหมือนจัดเตรียมไว้เพื่อสิ่งใดกัน

“เจ้าดูข้า”

ดึงกล้วยออกจากหวีง่ายดาย ปอกเปลือกกล้วยจุ่มผลกล้วยที่ปอกเปลือกแล้ว ลงไปในไหน้ำผึ้งที่หยาดเยิ้ม น้ำผึ้งไหลชโลมไปทั่วแท่งกล้วยหอมใหญ่ อันอันอ้าปากออกทว่าน้ำผึ้งกับหยดลงพื้น จึงแลบลิ้นเลียผิวเนื้อที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำผึ้งหยาดเยิ้ม ใช้ลิ้นตวัดเลียจนกระทั่งอินจิ๋นตัวแข็งทื่อ มิเพียงแค่ตัวเท่านั้นที่แข็ง ปากอ้าค้างแลบลิ้นออกมาช่วยลุ้นการเลียน้ำผึ้งที่หยาดเยิ้มไปพร้อมกับอันอัน ก่อนที่หยาดน้ำผึ้งจะหมดไป อันอันก็อ้าปากกว้างสุดกว้างงับเอาเนื้อกล้วยเสียเกือบครึ่งลูกเคี้ยวงับๆ แล้วกลืนลงไปในทันที อินจิ๋นกลืนน้ำลายลงคอยากเย็นก้าวขาเดินอย่างยากลำบาก เอื้อมมือคว้ามือของอันอันไว้ อันอันรู้สึกถึงมือเย็นเฉียบของอินจิ๋น

“ยะ อย่าเพิ่งกลืนมันเสียหมด"

 ดึงกล้วยหอมอีกครึ่งลูกในมือของอันอันมาใส่ปากตัวเอง กัดกินกล้วยหอมเหมือนเป็นของอร่อยเสียเต็มที

“เจ้า จำต้องสอนนางอีกครั้ง ข้าว่านางยังไม่อาจจดจำท่าทีเมื่อครู่ของเจ้าได้หมด”

“ขะขะข้าน้อยจำได้ขึ้นใจ จะต้องเลียเสียก่อนใช่หรือไม่ ไม่น่าเชื่อเลยว่านายหญิง อันอันจะรู้ใจฝ่าบาทที่สุดอย่างที่เขาร่ำลือกัน”

อันอันหน้าแดงแปร๊ด เพิ่งจะนึกได้ว่าการกินกล้วยในแบบที่อันอันทำอยู่เป็นเพียงกลลวงของอินจิ๋นในการปลุกกำหนัดก่อนที่จะให้นางในอุ่นเตียง รีบหันหลังก้าวเดินออกจากห้อง

“เดี๋ยว”

อันอันหันหลังไม่กล้าหันมาสบตาอินจิ๋นเพราะแก้มแดงหน้าแดงเพราะความเขินอายที่หลงกลของอินจิ๋นเข้าอย่างจัง แสดงท่าทียั่วยวนออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“พานางกลับไปเสียให้นางไปฝึกกินกล้วยมาเสียใหม่ คืนนี้ข้าพอใจกับท่าทีกินกล้วยของเจ้าแล้ว …คงไม่มีแรงที่จะดูนางกินกล้วยได้อีก”

พูดอย่างมีเลศนัย แต่อันอันเข้าใจได้ดีว่าท่าทีกินกล้วยในแบบของอันอัน ทำเอาฝ่าบาทสูญเสียน้ำไปเสียแล้วในคืนนี้คงไม่อาจเสียน้ำได้อีกในคืนเดียวกัน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HKL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HKL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อเข้ามาอยู่ในนิยายที่อ่านจบแล้ว ชีวิตของฉันก็หวานหมูเลยสิ
8.6
เมื่อโอฟีเลียลืมตาขึ้นในโลกนิยายที่เคยอ่านจบ เธอตัดสินใจขอลิขิตชีวิตใหม่เพื่อหลีกหนีจากจุดจบแห่งความตาย เป้าหมายเดียวของเธอคือการก้าวขึ้นเป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในจักรวรรดิเพื่อความมั่นคงและสุขสบาย ทว่าแผนการใช้ชีวิตอันแสนราบรื่นกลับต้องสะดุดลง เมื่อจู่ๆ ท่านแม่ของเธอกลับพาตัวร้ายสุดอันตรายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เส้นทางเศรษฐีนีของเธอจะวุ่นวายแค่ไหนเมื่อต้องอยู่ร่วมชายคากับตัวอันตรายเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
8.5
หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกมานานถึงสี่สิบปี มนุษยชาติได้วิวัฒนาการจนสามารถเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายได้สำเร็จ ทว่าจู่ๆ ชายผู้หนึ่งกลับได้รับโอกาสที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหายนะอีกครั้ง ในร่างของเด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น เขาต้องเผชิญกับจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นซ้ำรอยเดิมด้วยความทรงจำจากอนาคตที่ติดตัวมา