ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน

ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน

ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 3

หลังจากที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สองลุงหลานก็เดินทางออกจากป่าแสงจันทร์เพื่อออกไปสำรวจโลกมนุษย์ที่อยู่ภายนอก ตลอดเดินทางของสองลุงหลานนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงหยอกล้อซึ่งกันและกัน การกระทำของทั้งคู่แม้จะไม่ได้ทำให้ผู้เป็นบิดาของเด็กน้อยพอใจเท่าใดนัก แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ หากไม่เพราะผู้ที่อุ้มบุตรสาวของตนอยู่นั้นคือผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูภรรยาของเขามา มีหรือที่เขาจะปล่อยให้แตะตัวของบุตรีได้

“คอยก่อนเถอะเมิ่งเมิ่ง อีกไม่นานเกินรอบิดาจะสั่งสอนเจ้าด้วยตัวเอง รอเจ้าหมดเคราะห์กรรมในครั้งนี้ บิดาจะชดเชยให้เจ้าเองไม่ต้องห่วงหรอก” เทพเหมันต์ลู่หานเสวี่ยได้เพียงเอ่ยกับตนเองอยากแผ่วเบา แต่มีหรือที่เทพหงส์อย่างซือเฟยเทียนจะไม่ได้ยินสิ่งที่ลู่หานเสวี่ยเอ่ยออกมา จึงจงใจเอ่ยให้คนที่หลบซ่อนตัวอยู่ได้ยินเข้า

“หานเสวี่ยเจ้ารอไปก่อนเถอะ ตอนนี้เป็นข้าที่อาเมิ่งรักมากที่สุดรองจากมารดาของนาง”

“ท่านลุงว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” ลู่เมิ่งหลิงที่ได้ยินไม่ค่อยชัดและไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดคนที่ตนเรียกว่าลุงนั้นต้องการให้ผู้ใดได้ยินกันแน่

“ไม่มีอะไรหรอกอาเมิ่งลุงแค่พูดไปเท่านั้นเอง ไม่ต้องการให้ผู้ใดได้ยินหรอก"ซือเฟยเทียนบอกเด็กน้อยในอ้อมแขนของตน

“งั้นหรือเจ้าคะ ท่านลุงอีกนานแค่ไหนเราจึงจะไปถึงเมืองภายนอกกันหรือเจ้าคะ” ลู่เมิ่งหลิงเอ่ยถามผู้เป็นลุงก่อนจะถูกมือหนาบีบเข้าที่จมูกเล็กเบาๆ

“เจ้ารีบมากหรืออาเมิ่ง อีกไม่นานหรอกเมื่อถึงที่นั่นแล้ว ลุงจะพาเจ้าไปเที่ยวเล่นก่อนไปตามหาสัตว์เสียหน่อยดีไหม” เทพหนุ่มถามหลานสาวของตน

“ดีเจ้าค่ะ” เด็กน้อยลู่เมิ่งหลิงตอบด้วยน้ำเสียงดีใจ

“งั้นหรือ หากเจ้าชอบหลังจากนี้ลุงจะพาเจ้ามาบ่อยๆ ดีหรือไม่”

“อาเมิ่งรักท่านลุงที่สุดเลยเจ้าค่ะ” ลู่เมิ่งหลิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็โผเข้ากอดผู้เป็นลุงอย่างเต็มแรง การกระทำนั้นยิ่งทำให้ผู้เป็นบิดาอย่างเทพเหมันต์ได้แต่ยืนอิจฉาอยู่ไกลๆ เพราะไม่อาจทำอะไรได้ เมื่อเห็นว่าเทพเหมันต์ผู้ที่เป็นบิดาของเด็กน้อยที่มีศักดิ์เป็นหลานของตน กำลังยืนอิจฉาตาร้อนอยู่นั้นยิ่งทำให้ซือเฟยเทียนมีความสุขเป็นอย่างมาก

สองลุงหลานเมื่อถึงเมืองใหญ่ที่อยู่นอกป่าแสงจันทร์ ก็เลือกเข้าพักที่โรงเตี๊ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มากที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณตลาดเท่าไรนัก เพราะคืนนี้ซือเฟยเทียนตัดสินใจว่า จะพาเด็กน้อยลู่เมิ่งหลิงมาเดินเล่นเสียหน่อย อีกทั้งคืนนี้เหมือนว่าในเมืองจะมีงานเทศกาลบางอย่างจัดขึ้นด้วย ซือเฟยเทียนได้เพียงแต่หวังไว้ในใจว่าขอให้งานที่กำลังจะจัดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้จะมิใช่เทศกาลชีซีหรอกกระมัง

“เถ้าแก่ ข้าขอห้องที่ดีที่สุดของโรงเตี๊ยมของท่านสองห้อง” ซือเฟยเทียนบอกกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยม

“ขอรับนายท่าน”

“เถ้าแก่ พวกข้าต้องการเหมาโรงเตี๊ยมของท่านนี่เงิน” ผู้ที่เข้ามาใหม่พูดขึ้นก่อนจะโยนถุงเงินลงบนโต๊ะอย่างแรง

“เอ่อ นายท่านรบกวนพวกท่านไปใช้บริการโรงเตี๊ยมข้างๆ นี้ๆ ได้หรือไม่ พอดีนายท่านกับคุณหนูท่านนี้ได้เปิดห้องที่ดีที่สุดของเราไว้แล้ว” เถ้าแก่ร้านบอกผู้ที่มาใหม่ อย่างไรก็ดีที่เถ้าร้านเลือกที่จะบริการลูกค้าที่มาก่อน ไม่เลือกลูกค้าที่มาทีหลังและใช้อำนาจ

“แล้วอย่างพวกข้าจ่ายเงินไปแล้ว จะไม่บริการพวกข้างั้นหรือ”

“ท่านลุง” ลู่เมิ่งหลิงเรียกเทพหนุ่มพลางมือน้อยๆ นั้นก็ดึงชายชุดของเทพหนุ่มไว้แน่น

“ไม่เป็นไรอาเมิ่ง ไม่ต้องกลัว” แม้จะรู้ดีว่าพวกตนไม่ได้ผิด แต่เพราะเสียงของบุรุษผู้นั้นที่เอ่ยออกมาค่อนข้างที่จะเสียงดัง ทำให้เด็กน้อยตกใจกลัวขึ้นมา

“พวกข้าเป็นฝ่ายที่มาก่อน จะให้พวกข้าออกไปแล้วเสียสละให้เจ้างั้นหรือ” ซือเฟยเทียนพูดออกมา

“แล้วอย่างไร พวกข้าจ่ายเงินไปแล้วพวกเจ้าจะทนอยู่กับพวกเรางั้นหรือ” ชายหนุ่มผู้นั้นค่อนข้างไม่พอใจกับสิ่งที่เฟยเทียนเอ่ยออกมา จึงได้พยายามยั่วโมโหอีกฝ่าย

“เป็นพวกเจ้าที่เป็นฝ่ายผิดหาได้เป็นข้าไม่ อีกอย่างต่อให้เจ้าเหมาโรงเตี๊ยมแห่งนี้แล้วอย่างไร พวกข้าสองลุงหลานมาก่อน อีกทั้งยังเปิดห้องพักที่นี่แล้ว หากพวกเจ้าไม่พอใจก็หาทำอะไรได้ไม่” ซือเฟยเทียนพูดเสียดแทงอีกฝ่ายก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา เพื่อขึ้นไปด้านบนโดยมีเสี่ยวเอ้อเป็นคนนำทาง

“เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องไป รู้หรือไม่พวกข้าเป็นใคร” เสียงของผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น

“พวกเจ้าเป็นใคร ข้าจำเป็นต้องรู้จักงั้นหรือ” ซือเฟยเทียนตอบกลับพร้อมปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างมหาศาล

“ท่านลุง หยุดปล่อยแรงกดดันก่อนเถอะนะเจ้าคะ” ลู่เมิ่งหลิงเตือนผู้เป็นลุง ก่อนที่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของเทพหนุ่มไปด้วย

“อาเมิ่งเป็นอันใดหรือไม่ ลุงขอโทษลุงลืมตัวไปหน่อย”

“เจ้า...เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดแรงกดดันจึงได้รุนแรงเช่นนี้ได้” เสียงของผู้มาใหม่เอ่ยถามซือเฟยเทียน

“อาเมิ่งอย่า” เทพหนุ่มดึงแขนของหลานสาวเอาไว้ก่อนที่นางจะเดินเข้าไปจัดการกับผู้ที่มาใหม่

“แต่ท่านลุง คนพวกนั้นหยามท่านนะเจ้าคะ”

“พวกเจ้ารีบไปจากที่นี่เสียเถอะ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนลงและฆ่าเจ้าทิ้ง” ซือเฟยเทียนเตือนคนเหล่านั้นก่อนที่ตนจะทนไม่ไหวจริงๆ เพราะคนเหล่านี้ทำให้หลานสาวเพียงคนเดียวของตนกลัว

“ข้าไปแน่ แต่เจ้าต้องบอกนามของเจ้ามาก่อน” เสียงของสตรีที่เหมือนว่าจะเป็นเจ้านายของคนที่เข้ามาหาเรื่องซือเทียนเฟยและลู่เมิ่งหลิงถาม

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาถามชื่อของท่านลุงข้ากัน”

“หุบปาก เจ้าก็แค่เด็กอย่าริอาจมายุ่งเรื่องของข้า” สตรีนางนั้นตวาดใส่ลู่เมิ่งหลิง ก่อนจะหันมามองที่เทพหนุ่มด้วยสายตาเย้ายวน หวังให้บุรุษตรงหน้านึกสนใจตน แต่หารู้ไม่ว่าบุรุษตรงหน้าตอนนี้แทบจะข่มอารมณ์ไม่อยู่แล้ว ก่อนที่เทพหนุ่มจะได้ทำอะไรสตรีผู้นั้น เด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างนั้นก็ไม่สามารถควบคุมความโกรธของตนได้อีกต่อไปแล้ว สตรีผู้นี้เป็นใครกัน ถือดีอะไรมาพูดกับนางเช่นนี้ แม้แต่บิดามารดาของนางยังไม่เคยแม้แต่ดุด่านาง ไหนเลยสตรีน่ารังเกียจผู้นี้จึงมีสิทธิ์ เพราะความโกรธที่มีไม่อาจควบคุม พลังในร่างที่หลับใหลอยู่ก็ย่อมไม่อาจควบคุมได้แล้วเช่นกัน

“อาเมิ่งอย่า"

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเอ่ยกับข้าเช่นนี้ ต่อให้บิดามารดาเจ้าไม่สั่งสอน เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์พูดกับผู้อื่นเช่นนี้ ถูกต้องข้าเป็นเด็กแล้วอย่างไร เด็กเช่นข้าก็มีมารยาทมากกว่าเจ้าเป็นไหนๆ หากไม่มีผู้ใดสั่งสอนเจ้าวันนี้ ข้าลู่เมิ่งหลิงจะสั่งสอนเจ้าแทนบิดามารดาของเจ้าเอง” ลู่เมิ่งหลิงที่หมดความอดทนแล้วจึงเอ่ยเช่นนั้นออกไป ทางด้านของซือเฟยเทียนที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีเท่าไรนักจึงตัดสินใจใช้พลังของตนเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมิให้เกิดขึ้น

“ท่านลุง ท่านอย่าได้คิดจะช่วยพวกเขาเลย อย่าได้ลืมว่าพลังของท่านไม่อาจยับยั้งข้าได้หรอก” ลู่เมิ่งหลิงที่ล่วงรู้ความคิดของเทพหงส์จึงเอ่ยบอกก่อนที่เทพหนุ่มจะใช้พลังเพื่อหยุดยั้งตน

“อาเมิ่งอย่ารุนแรงนัก” เมื่อห้ามมิได้เทพหนุ่มจึงเอ่ยเตือนแทน เพื่อมิให้ลู่เมิ่งหลิงนั้นทำเกินเหตุ

“ท่านลุงใหญ่ ท่านอย่าได้ห่วงเลยว่าอาเมิ่งจะไม่ทำอะไรที่รุนแรงเกินไป อีกอย่างอาเมิ่งเป็นแค่เด็กอายุเจ็ดหนาวเท่านั้นจะทำอันใดพวกเขาได้กัน” ลู่เมิ่งหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ชวนน่าขนลุก เมื่อเทียบกับอายุของนางแล้วนางถือว่าน่ากลัวเป็นอย่างมาก

'เมิ่งหลิง บิดาขอเถอะอย่าได้ทำร้ายพวกเขาเลย พวกเขาก็แค่คนโง่เขลาเท่านั้น'

“ใครกัน ท่านคือท่านพ่อข้างั้นหรือ” ลู่เมิ่งหลิงเอ่ยถามเจ้าของเสียงปริศนา

‘ถูกต้องเมิ่งหลิง ข้าคือบิดาของเจ้า เช่นนั้นตอนนี้เจ้าจะฟังพ่อได้หรือยัง’

“ก็ได้ข้าจะฟังท่าน แต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากท่านแน่ใจว่าท่านทำได้ก็รับปาก หากทำไม่ได้ก็กลับไปยังที่ของท่านเสียเถอะ” แน่นอน หากมีผู้ใดได้ยินคำพูดของนางในตอนนี้ คงจะไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากของเด็กน้อยอายุเพียงเจ็ดหนาวเท่านั้น

‘บิดารับปากเจ้าเพียงแค่เจ้าถามมา ข้าก็พร้อมจะตอบคำถามของเจ้าทุกข้อ ขอเพียงแค่เจ้าต้องการบิดาจะทำให้เจ้า’

“งั้นข้าขอถามท่านว่า เพราะเหตุใด ข้าจึงไม่เคยแม้แต่จะได้เจอหน้าท่านเลย ทั้งในตอนที่มีความสุข หรือแม้แต่ตอนที่ข้าต้องการพวกท่านมากที่สุด พวกท่านไปอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมพวกท่านสองคนถึงทิ้งข้าไว้ ทิ้งให้ข้าเผชิญหน้ากับปัญหาคนเดียว ตอบข้าสิ ตอบไม่ได้ ใช่หรือไม่ หากท่านตอบไม่ได้ก็กลับไปเสียเถอะ” เด็กน้อยลู่เมิ่งหลิงถามเทพเหมันต์ แม้ตอนนี้นางจะเป็นเพียงแค่เด็กเจ็ดขวบแต่ในชาติก่อนนางก็เคยเป็นผู้ใหญ่ เคยเผชิญปัญหาต่าง ๆ มามากเช่นกัน

‘มิใช่มิอยากเจอ แต่เจอไม่ได้ต่างหาก บิดามิเคยคิดทอดทิ้งเจ้า ทอดทิ้งมารดาของเจ้า แต่เหตุผลนั้นต่อให้เจ้ารู้ตอนนี้เจ้าก็ไม่อาจเข้าใจได้หรอก เมิ่งเมิ่งอีกไม่นานเกินรอหรอก เจ้าจะรู้ว่าเพราะเหตุใดบิดามารดาจึงต้องให้ซือเฟยเทียนดูแลเจ้า’

“พวกท่านก็แค่หาข้ออ้างให้ตนเองเท่านั้นแหละ ข้ออ้างที่ไม่อยากให้ข้าเกิดมาเท่านั้นเอง”

‘เมิ่งเมิ่ง บิดามารดามิได้ไม่ต้องการเจ้า เมื่อเจ้าอายุครบยี่สิบปี จำไว้เมื่อนั้นสวนสวรรค์จะเปิดอีกครั้ง ด่านเคราะห์ครั้งนี้ของเจ้าจะผ่านไปด้วยดี’

“งั้นหรือ หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าจะเชื่อท่าน ท่านพ่อ”

“พวกเจ้าไปเสีย ก่อนที่ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทุกคน” เด็กน้อยหันไปพูดกับคนกลุ่มนั้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาท่านลุงของตนที่รออยู่

“ฝากไว้ก่อนเถอะ เจอกันครั้งหน้าข้าจะจัดการเจ้า”

“งั้นจำชื่อของข้าไว้ด้วยล่ะ ชื่อของข้าคือลู่เมิ่งหลิง” เด็กน้อยหันไปบอกสตรีนางนั้น ก่อนที่จะถูกผู้เป็นลุงอุ้มขึ้นและเดินจากไปจากตรงนั้นทันที

เมื่อสังเกตได้ว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนของตนนั้นเงียบไปตั้งแต่มาถึงห้อง ในฐานะลุงเทพหนุ่มจึงอดมิได้ที่จะเอ่ยถามถึงสาเหตุที่ทำให้หลานสาวเศร้าลงเช่นนี้

“อาเมิ่งเจ้าเป็นอะไร เจ้าดูเงียบไปตั้งแต่คนพวกนั้นจากไปแล้วนะ บอกลุงมาใครที่ทำให้เจ้าเป็นเช่นนี้ ลุงจะไปจัดการมันผู้นั้น”

“ท่านลุงใหญ่ ท่านพ่อท่านแม่ไม่ได้ไม่ต้องการข้าจริงหรือ” เด็กน้อยเอ่ยถามเทพหนุ่มพลางน้ำตาก็คลออยู่ในแววตาใสด้วย

“บิดามารดาของเจ้ามีเหตุผลที่เจ้าไม่เข้าใจอยู่ อาเมิ่งเชื่อลุงเถอะ บิดามารดาเจ้าคิดถึงเจ้ามาก แม้พวกเขาไม่อาจเคียงข้างเจ้าในยามนี้ แต่อีกไม่นานพวกเขาจะมาเคียงข้างเจ้าในที่สุด” เทพหงส์แม้จะสงสารเด็กน้อยจับใจ แต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้ นางก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อยวัยเจ็ดหนาวเท่านั้น กลับต้องมาแบกรับเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้ แต่หากจะโทษใครสักคนแล้วละก็ คนผู้นั้นก็คือเทพสวรรค์ที่กีดกันสองสามีภรรยาแต่แรก ทำให้เด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรอย่างลู่เมิ่งหลิงต้องมารับเคราะห์กรรมในครั้งนี้ไปด้วย

ตอนเย็นแม้ว่าภายนอกนั้นจะครึกครื้นมากเพียงใด แต่จิตใจของเด็กน้อยเจ็ดหนาวผู้นี้กลับว้าวุุ่นยิ่งนัก เดิมทีที่ตกลงกันไว้ว่าจะออกไปเดินเล่นในตอนกลางคืนเพื่อสำรวจเมือง ตอนนี้ก็คงต้องยกเลิกไปก่อน

“ท่านลุงใหญ่ พวกเราออกไปเดินเที่ยวกันหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าอยากไปหรืออาเมิ่ง”

“เจ้าค่ะ หากข้ายังคิดเล็กคิดน้อยอยู่เช่นนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เช่นนั้นข้าออกไปเที่ยวเล่นไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ” คำตอบของลู่เมิ่งหลิงนั้นทำให้หัวใจของผู้ที่ถูกเรียกว่าลุงนั้นพองโตขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ

“งั้นเจ้ารีบไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวลุงจะพาเจ้าไปเดินเล่นในเมืองเสียหน่อยดีหรือไม่”

“เจ้าค่ะ” ลู่เมิ่งหลิงรีบวิ่งด้วยความดีใจที่จะได้ออกไปเที่ยวเล่น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GCD” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GCD
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามชาติ สองภพ จบปรารถนา
9.3
โชคชะตาที่ผูกพันผ่านกาลเวลาถึงสามชาติภพและการเดินทางข้ามผ่านสองดินแดนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวที่สลักลึกอยู่ในก้นบึ้งของดวงใจ เมื่อสายใยแห่งรักและพันธนาการจากอดีตนำพาให้ดวงวิญญาณกลับมาบรรจบกันอีกครั้งในเส้นทางที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์และการรอคอยที่ยาวนานเพื่อบทสรุปของหัวใจที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาพรากจากกันได้ในท้ายที่สุดของเรื่องราวแสนตราตรึงใจนี้
หน้าปกนวนิยาย ได้เกิดใหม่ข้าจะร่ำรวย
9.5
เมื่อสาวโสดสุดสวยอย่างลูกปลาจากยุค 2022 ต้องย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดคิด เธอตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นที่แสนรันทดและสามีจอมหื่นที่จ้องจะเผด็จศึกเธออยู่ตลอดเวลา งานนี้ลูกปลาต้องใช้ไหวพริบทั้งหมดที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายรอบด้าน พร้อมกับภารกิจสำคัญในการสร้างฐานะให้ร่ำรวยเพื่อพลิกชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ถูกเมทปฏิเสธ  ถูกอัลฟ่าศัตรูครอบครอง
9.7
หลังทุ่มเทสิบปีให้สิงหา อัลฟ่าแห่งจันทราเงิน ฉันกลับถูกหักหลังในวันสถาปนาลูน่า เขาประจานว่าฉันไร้ค่าและชูชู้รักที่ตั้งครรภ์ขึ้นแทนที่ ฉันถูกใส่ร้ายว่าทำร้ายเธอจนต้องโทษโบยด้วยแส้เงินและถูกโยนทิ้งให้ตายในป่า ทว่าท่ามกลางความตาย ฉันกลับตื่นขึ้นมาในเงื้อมมือของคิรากร อัลฟ่าศัตรูผู้ทรงอำนาจ เขามองบาดแผลฉกรรจ์ของฉันด้วยสายตาเย็นชาพลางทวนคำดูถูกที่กัดกินใจฉันมาตลอดว่าหมาป่าไร้ค่า พลิกผันโชคชะตาจากจุดต่ำสุดสู่พันธนาการครั้งใหม่ที่ไม่อาจคาดเดาได้
หน้าปกนวนิยาย ข้าเก็บสามีได้กลางป่า
9.3
โชคชะตาของเยี่ยนหลิง หญิงสาวชาวบ้านผู้ยากไร้ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อนางตัดสินใจช่วยชีวิตเซียวชินหย่วน ซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์ที่บาดเจ็บจากการลอบทำร้ายกลางป่าลึก ในขณะที่นางกำลังเผชิญวิกฤตถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อหาเงินมารักษาพี่ชาย นางจึงทวงถามคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ โดยการขอให้เขามาเป็นสามีเพื่อปกป้องนางจากงานแต่งที่ปราศจากความรักครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันท่ามกลางอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด
หน้าปกนวนิยาย ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็นสาวงามอันดับหนึ่ง
9.7
ย้อนรำลึกถึงรัชศกปีที่สิบ ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ที่สลักลึกในใจไม่ลืมเลือน ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็นสตรีผู้เลอโฉมที่สุดในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ไพศาล เดิมทีข้าคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงความฝันที่เลือนหาย แต่ความจริงกลับพิสูจน์ว่าทุกเหตุการณ์คือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น ความสุขล้นปรี่ในอดีตกลายเป็นสรณะเพียงหนึ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตข้าในปัจจุบัน เพื่อประคองลมหายใจและเฝ้ารอการกลับมาของใครบางคนอย่างมีความหวังท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่าน
หน้าปกนวนิยาย อนุชายาบรรณาการ(Boy Love)
8.5
จ้าวชิงเฟิง องค์ชายไร้อำนาจแห่งแคว้นเป่ย ถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการยังแคว้นหนานในฐานะอนุชายาของชินอ๋องผู้เกรียงไกร แม้เป็นบุรุษเขาก็ยังมิวายถูกกลั่นแกล้งด้วยความริษยาจากคนรอบข้าง จนกระทั่งถูกใส่ร้ายว่าคบชู้และรับโทษโบยอย่างทารุณ โดยหวังให้เสียชีวิตด้วยการฟาดศีรษะในไม้สุดท้าย ชีวิตที่ถูกเหยียดหยามท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายในวังวนอำนาจจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างโหดร้ายและแสนสาหัส