ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Doctor.Love me love my dog.

Doctor.Love me love my dog.

หมอใบบัวคือแพทย์หญิงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถที่เลือกใช้ชีวิตโสดท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างเกี่ยวกับลูกน้อยที่เป็นเสมือนโซ่ทองคล้องใจ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าพ่อของเด็กคือใครหรือเธอตั้งครรภ์ตอนไหน จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อพิสูจน์ความรักครั้งใหม่นี้ ทว่าการจะชนะใจเธอนั้นเขาต้องยอมรับพันธะที่เธอมีให้ได้ ตามเงื่อนไขสำคัญที่ว่าหากจะรักเธอแล้วก็ต้องรักลูกของเธอด้วยเช่นกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเป็นเครื่องนำทาง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ภายในบ้านที่ตกแต่งเอาไว้อย่างเรียบง่าย แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย แพทย์หญิงใบบัวตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพื่อวิ่งออกกำลังกาย ก่อนที่เธอจะเข้าครัวทำมื้อเช้าเองในทุกๆ วัน จนเริ่มชินกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ

เมื่อหญิงสาวต้องดูแลหนูน้อยของขวัญเพียงลำพัง แต่ทว่าเธอก็ไม่เคยหวั่น เพราะการมีลูกสาวนั้นมันคือความสุขด้วยซ้ำ ของขวัญไม่ใช่ภาระของเธอ แต่หนูน้อยคือกำลังใจที่ทำให้เธออยากตื่นขึ้นมามีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ในทุกๆ วัน

“คุณแม่ขา...” เสียงหวานของหนูน้อยวัยหกขวบกว่าดังขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้ามาในครัว ขณะที่พี่เลี้ยงตามของขวัญแทบไม่ทัน แน่นอนเวลาตื่นนอน หนูน้อยมักจะวิ่งมาหาแม่ในครัวเป็นประจำ

“คุณหนูของขวัญอย่างวิ่งค่ะ เดี๋ยวล้ม” เสียงของริตาพี่เลี้ยงของเธอดังขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนูน้อยหยุดวิ่ง

“ตื่นแต่เช้าเลย รู้ใช่ไหมคะคนสวย วันนี้เราจะไปไหนกัน” จังหวะที่หนูน้อยวิ่งมาถึง ทำให้แพทย์หญิงใบบัวผละจากหม้อข้าวต้ม แล้วก้มลงไปถามด้วยถ้อยคำที่แสนหวาน

“เราจะย้ายไปจากที่นี่ ย้ายไปอยู่ที่ไร่ของพ่อเลี้ยงเมืองรามใช่ไหมคะ” หนูน้อยพูดจาฉะฉานเงยหน้าขึ้นไปถามผู้เป็นมารดา

“ใช่แล้วค่ะ”

“เราจะย้ายไปอยู่ที่บ้านของคุณพ่อ แล้วจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกใช่ไหมคะ” หนูน้อยเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าและแววตาที่ดูใสซื่อ

“ของขวัญ!” หญิงสาวถึงกับอุทานเรียกชื่อลูกสาวออกมาเสียงดัง เมื่อหนูน้อยนั้นกำลังคิดว่าพ่อเลี้ยงเมืองรามคือบิดาของเธอ

“ฟังแม่นะลูก” แพทย์หญิงใบบุญนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของขวัญ ก่อนจะคว้ามือเล็กนุ่มมากุมเอาไว้ พลางลูบเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาหนูน้อย

“พ่อเลี้ยงเมืองรามไม่ใช่พ่อของหนู การที่หนูไม่มีพ่อแต่มีแม่คนนี้ไม่ดีเหรอคะ ถ้าหนูมีพ่อแต่ไม่มีแม่ หนูจะเลือกแบบไหน” ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวพยายามทำความเข้าใจกับความรู้สึกของลูกสาว แต่ทว่ายิ่งของขวัญโตขึ้น หนูน้อยก็มีทีท่าพร่ำหาผู้เป็นบิดามากขึ้น

“หนูเลือกที่จะมีแม่ใบบัวค่ะ แต่ถ้ามีพ่อด้วยก็คงดี” ถ้อยคำที่ลูกสาวพูดออกมาทำให้แพทย์หญิงจุกในอกไม่น้อยไปกว่าของขวัญ เธอทำได้เพียงแค่โอบหนูน้อยเข้ามากอด เพื่อปลอบโยนให้หายเศร้า แต่ทว่าอ้อมกอดของเธอคงทดแทนอ้อมกอดของบิดาที่หนูน้อยเฝ้ารอไม่ได้

“เราจะไปกันหรือยังคะ”

“เราแค่สองคนหนูกับแม่ ส่วนพี่ริตาไม่ได้ไปด้วยนะ”

“หนูอยากให้พี่ริตาไปด้วย ได้ไหมคะคุณแม่” หนูน้อยทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกใจหาย

“พี่ริตาต้องเดินทางไปทำงานกับแฟนของเขาที่กรุงเทพ ทุกคนต่างมีหน้าที่และเส้นทางการใช้ชีวิตของตัวเอง สักวันของขวัญเองก็อาจจะต้องเลือกระหว่างแม่กับ...”

หญิงสาวพูดออกมาแค่นั้น ความรู้สึกจุกในอกก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอคิดว่าสักวันหนูน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ต้องเดินจากไปกับใครคนนั้น คนที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะทักท้วงความเป็นมารดาของลูกสาว เพราะแม่อย่างเธอทำได้แค่มอบความรักความเอาใจใส่ คอยอบรมเลี้ยงดูของขวัญให้เติบใหญ่ เป็นคนดีของสังคม มีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิต ก่อนที่หนูน้อยจะออกไปเผชิญกับโลกกว้าง

“คุณแม่ขา... ของขวัญไม่ให้พี่ริต้าไปด้วยก็ได้ แต่คุณแม้ต้องหยุดร้องก่อนนะคะ ของขวัญรักคุณแม่นะคะ” หนูน้อยเอามือเล็กปาดน้ำตาออกจากแก้มของมารดา พลางพูดจาเอาอกเอาใจ

“แม่ก็รักลูกจ้า”

ภาพของสองแม่ลูกกอดกันอยู่ในห้องครัว ทำให้ริต้าอดยิ้มออกมาไม่ได้ แม้ว่าเธอจะเศร้าใจที่ต้องจากไปไกล แต่เมื่อแฟนยื่นคำขาดจึงทำให้เธอต้องยอมจำนนตามเขาไปทำงานที่กรุงเทพฯ

“พี่เก็บกระเป๋าให้คุณหนูของขวัญเรียบร้อยแล้วนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะพี่ริต้า เราทานมื้อเช้าเสร็จค่อยออกจากบ้านนะคะ เดี๋ยวใบบัวจะขับรถไปส่งพี่ริต้าที่สนามบินก่อน แล้วค่อยเลยไปที่ไร่ของคุณเมืองราม”

“ความจริงคุณหมอไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ พี่ไปเองได้ ตั๋วเครื่องบินก็ซื้อให้ บอกตามตรงพี่เกรงใจ” ริต้าพูดออกมาจากใจ ซึ่งเธอเองก็ใจหายไม่น้อย ที่ต้องเดินทางไปอยู่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ทั้งที่หญิงสาวไม่ชอบชีวิตของคนเมืองที่แสนจะวุ่นวาย

“พี่ก็ไม่ต่างจากคนในครอบครัวของบัวนะคะ ห้าหกปีที่เราอยู่ด้วยกันมา บัวคิดว่าพี่ได้ทำอะไรให้บัวมากกว่าเงินเดือนที่บัวจ่ายให้พี่ด้วยซ้ำ” แพทย์หญิงใบบัวมักจะเรียกแทนตัวเองว่าบัวกับคนที่เธอสนิทด้วย แน่นอนว่าริต้าเป็นเหมือนญาติมิตรที่มีไมตรีกันมายาวนาน เพราะริต้าคือคนที่คอยดูแลของขวัญมาตั้งแต่หนูน้อยแบเบาะ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งของขวัญเข้าเรียนในชั้นอนุบาลแล้ว

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ ถ้าพี่ไปอยู่ที่โน่นคงคิดถึงคุณหนูของขวัญกับคุณหมอมากแน่ๆ เลยค่ะ” ริต้าเริ่มน้ำตาคลอ เมื่อคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา สำหรับเธอแล้วคงหานายจ้างที่ไหนดีเท่าแพทย์หญิงใบบัวไม่ได้แล้ว

“คิดถึงก็กลับมา บัวยินดีต้อนรับพี่เสมอนะคะ บัวคงไม่กล้าจ้างใครให้มาดูแลของขวัญ เพราะบัวเชื่อว่าคนที่รักของขวัญเหมือนลูกเหมือนหลานคงมีแต่พี่ริต้านี่ละค่ะ”

“ไปอยู่ที่ไร่ของพ่อเลี้ยงเมืองราม คงดีกว่าที่นี่ ก็ดีเหมือนกันนะคะ คุณหนูของขวัญจะได้ไม่เหงา แล้วยังมีพื้นที่วิ่งเล่นอีกด้วย” ริต้าพยายามหาข้อดีของการย้ายไปจากที่นี่ เพื่อให้แพทย์หญิงใบบัวรู้สึกดี ถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากไปก็ตามที แต่เมื่อมันคือการขอร้องของนายแพทย์ปราโมทย์ เธอจึงไม่สามารถปฏิเสธได้

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทุกคนได้ขนของขึ้นรถ เพื่อแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีทางเดินเป็นของตัวเอง

เวลาผ่านไปได้สักพักในใจของแพทย์หญิงใบบัวรู้สึกเป็นกังวล เพราะเธอไม่รู้ว่าเจ้าของไร่ เขาจะปฏิบัติกับเธอและลูกยังไง ทุกคนที่นั่นจะต้อนรับเธอไหม หญิงสาวเคยได้ยินมาว่าพ่อเลี้ยงเมืองรามค่อนข้างเคร่งขรึม ไม่ชอบให้ใครล้ำเส้น

โดยเฉพาะผู้หญิงเขาเกลียดสาวๆ เข้าไส้ ทั้งที่ทุกคนต่างปรารถนาอยากได้เขามาควงคู่ ผู้ชายแบบนี้ถ้าไม่ถูกผู้หญิงทิ้งมาก่อน ก็คงเป็นเกย์ละมั้ง นั่นคือสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของแพทย์หญิงใบบัว ขณะที่เธอขับรถตรงไปที่ไร่ของพ่อเลี้ยงเมืองราม หลังจากที่ไปส่งริต้าที่สนามบิน

บางทีโชคชะตาอาจนำพาให้เธอเดินทางมาที่ไร่นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงที่ดูสมบูรณ์แบบอย่างเธอ จะยังคงโสดสนิท ในขณะที่ผู้ชายอย่างพ่อเลี้ยงเมืองรามเอง ก็ไม่คิดที่จะรักใคร ดูเหมือนว่าฟ้ากำลังเป็นใจให้พวกเขาสองคนได้โคจรมาพบกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อีหนูของเสี่ย
8.7
อีหนูเอาหลีมาให้กูจับสิ อยากจับหลีหนูค่าครูมาก่อน เท่าไหร่มึงว่ามากูพร้อมเปย์ สิบล้าน อีสัส กูคิดว่าหลีทองทองคำ ___________________________________- > สิบนิ้วพนมมือก้มกราบหว่างขา"ผัวจะไปทำงานกระผมขอเบิกเงินหน่อยครับคุณภรรยาทีรัก" "50บาทพอไหม" "เอาไว้ตีหม้อมึงเถอะ!!" ช่างกล้าให้ค่าน้ำมันรถยังไม่พอเลย "แล้วจะเอาเท่าไหร่" "10,000ครับ" "10บาทพอ" น้ำตากูจะไหล หนักกว่า50อีกกู ชีวิตผมทำไมมันช่างน่าสงสารเยียงนี้ นี่กูคิดผิดหรือคิดถูกที่เอาอีหอยสังข์มาเป็นเมียเนี่ย แม่งให้กูมาได้สิบบาทใครเขารู้กูอายเขาตาย "เสียดีใจถึงกับชึ้งน้ำตาคลอเลยเหรอ"เอียงคอถาม เดี๋ยวอีพ่อฟาดก้านคอหักเลยนิ น้ำตากูคลอเบ้าก็เพราะเงินมึงนี่แหละ "ถามจริงๆคิดจะให้เงินเหรอเปรี้ยว สิบบาทจะเอาไปทำอะไรได้ เป๊ปซี่ขวดนึงยังไม่ได้เลยขาดตั้ง2บาทแน่ะ" "สรุปจะไม่เอาใช่ไหม" เปรี้ยวเลิกคิ้วขึ้นถาม " ถ้าไม่เอาสิบบาทงั้นหนูจะให้5..." "5 พัน!! สัก5พันก็ยังดี เวลากลับบ้านจะได้ซื้อขนมมาฝาก" "ใครบอกหนูจะให้เสี่ย5พัน หนูจะให้เสี่ยแค่5บาทต่างหากล่ะ อะ!10บาทไม่เอางั้นเอาไป5บาทพอ เสี่ยไม่ได้ซืัออะไรอยู่แล้วนิ ข้าวเช้าก็กินที่บ้านส่วนข้าวเที่ยงหนูสั่งให้แม่บ้านห่อไว้ให้แล้วของใช้ทุกอย่างก็มีครบ อาหารการกินไม่ขาดเหลือ เกินไปซะด้วยซ้ำ" "__"มึงอะเกินไป น้ำตากูจะไหล "วงจรในแต่ละวัน เสี่ยก็ไม่ได้หยิบจ่ายใช้สอยอะไรอยู่แล้ว เวลาไปพบปะไปกินกับลูกค้า หนูบอกเลขาของเสี่ยทำการเบิกเงินผ่านจากหนูไว้แล้ว ส่วนน้ำมันรถหนูให้พี่จอมเติมไว้ให้แล้วเต็มถังใช้ไม่จำกัดหมดตรงไหนก็เข็นเอา" "__"กรรมของกูแท้ๆ "เอาไปห้าบาทนั่นล่ะ นี่หนูใจดีกับเสี่ยมากแล้วนะ จิบอกให้" "___"กูล่ะเกลียดคำนี้ฉิบหาย
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวอสูร.
9.5
เมื่อความแค้นบดบังใจ รัชชานนท์จึงเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้แก่ นทิชา หญิงสาวผู้ต้องกลายเป็นหมากในเกมที่ตนไม่ได้ก่อ ทว่าเสน่ห์อันหอมหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างไม่คาดคิด แม้สมองจะสั่งให้เกลียด แต่หัวใจกลับโหยหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือได้ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ตลอดไป โดยที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
หน้าปกนวนิยาย เพียงรัก
8.5
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งทุ่มเทมอบความรักและความภักดีให้จนหมดหัวใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมามีเพียงความว่างเปล่าไร้ค่า ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงแค่ความใคร่และความปรารถนาทางกาย โดยไม่เคยมอบความจริงใจหรือใส่ใจความรู้สึกของคนข้างกายแม้แต่น้อย เมื่อทิศทางของหัวใจสวนทางกันตั้งแต่ก้าวแรก บทสรุปสุดท้ายของความรักที่เต็มไปด้วยรอยร้าวครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร มีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้คำตอบใน เพียงรัก
หน้าปกนวนิยาย คนขับรถกับคุณหนูใจแตก
9.4
ปั้นหยาตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความทรมานอันแสนหวานขณะที่ไทเกอร์รุกเร้าอย่างหนักหน่วง เขาจับจ้องใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของเธอพร้อมกับใช้ปลายลิ้นกระตุ้นจุดอ่อนไหวในรอยแยกอย่างเร่าร้อน ยิ่งหญิงสาวส่งเสียงครางระงมด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งตอบสนองด้วยจังหวะที่รัวเร็วและดุดันมากขึ้นเท่านั้น จนความปรารถนาของทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย แด็ดดี้ ที่รัก
8.2
เรื่องราวความรักลับๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งที่เผลอใจไปตกหลุมรักชายหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้มีศักดิ์เป็นถึงคุณพ่อของเพื่อนสนิท ทว่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องของสถานะหรือความเหมาะสม แต่เป็นสายตาของเขาที่มักจะมองเห็นเธอเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่ยังไม่โตในสายตาเขาเสมอ เธอจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนมุมมองนั้นและพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าความรู้สึกของเธอนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่ความชื่นชมแบบเด็กๆ
หน้าปกนวนิยาย ล่อลวงเธอ
8.2
มินามิเอดะและฟู่ฮั่นโจวถูกมองว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายชายคือนักลงทุนผู้เยือกเย็นที่มุ่งเน้นเพียงผลกำไรจนดูเหมือนไร้หัวใจ ทว่าความจริงเขาเฝ้ารอเวลาล่อลวงเธอมานานหลายปี เพราะเธอคือความปรารถนาเดียวที่สิงสู่อยู่ในใจเสมอมา แม้จะมีข้อตกลงเรื่องความสัมพันธ์ที่ปราศจากความรัก แต่สุดท้ายเขากลับยอมสยบแทบเท้าเธออย่างหมดรูป ในเกมเดิมพันที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่นี้ ทั้งคู่ต่างถลำลึกจนไม่มีใครสามารถถอนตัวออกไปได้แม้แต่คนเดียว