
รอให้คุณ...บอกว่ารัก
ตอน 2
‘ห้าทุ่มดึกไปไหม’
‘ไม่ค่ะ’
‘ผมรอที่เดิม ห้องเดิม’
ปัญญารัตน์มองที่หน้าจอแล้วส่งข้อความตอบกลับไปว่าตกลง รอจนใกล้ถึงเวลา คนอื่น ๆ ทยอยออกจากงาน ค่อยเดินตามพวกเขาไป แต่ไม่ได้กลับไปยังหอพักที่เช่าไว้ตรงข้างโรงพยาบาล
หญิงสาวเรียกรถให้ไปส่งยังโรงแรมที่ซึ่งเป็นจุดนัดพบของเธอและเขาเสมอ ใกล้ถึงจุดหมาย หญิงสาวมองที่ข้างทางแล้วบอกให้คนขับจอดเพื่อลงตรงนั้นแทน เธอเลือกที่จะเดินไปยังโรงแรมแทนที่จะให้รถไปส่งยังด้านหน้า
ปัญญารัตน์เริ่มต้นคบหากับเขาแบบเงียบ ๆ มาสามปี และทุกอย่างเป็นไปด้วยความสมัครใจ เต็มไปด้วยความพึงพอใจของทั้งเธอและเขา
“คุณหมอทานอะไรหรือยังคะ”
เธอถามเขาเมื่อเข้ามาในห้องแล้ว ทั้งยังชูห่อผัดไทยตรงร้านข้างทางให้เขาดู อนลแทบไม่สนใจห่ออาหารที่เธอกัดฟันซื้อมาในราคาแพงลิบ เพื่อนำมาฝากเขา
“ผมบอกแล้วไง อย่าเรียกผมว่าหมอ เวลาเรามีเซ็กซ์กัน”
อนลย้ำคำห้ามกับเธอ เดินเข้ามาดึงเอาเธอเข้าไปกอด ซุกไซ้ใบหน้าขาวที่ร้อนราวกับซ่อนไฟเอาไว้ตามลำคอของเธอ ก่อนจะจบลงที่บนเตียงแบบทุกที
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอนล เกิดขึ้นแบบง่ายดายในคืนงานเลี้ยงของโรงพยาบาลเมื่อสามปีก่อนหน้า
คืนนั้นเธอถูกจับแต่งตัวเพื่อลงประชันโฉมกับแผนกอื่น ๆ บนสเตจของงาน จนได้รางวัลชมเชยมาครอง ก่อนจะถูกคนในแผนกชวนไปดื่มต่อที่ร้านเหล้า ไม่ห่างจากสถานที่จัดงานเลี้ยงของโรงพยาบาล ปัญญารัตน์ไปด้วย เธอดื่มนิดหน่อย ตามคำชวนของเพื่อน ๆ
และในตอนนั้นเอง ที่เธอสังเกตเห็นนายแพทย์อนลจากเพื่อนต่างแผนกที่ไปดื่มด้วยกัน สาว ๆ ที่ร่วมวงพากันส่งสัญญาณให้มองไปยังโต๊ะของกลุ่มหมอ ที่นั่งห่างออกไป
เธอมองตามเพื่อนไปหยุดลงที่เขา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายแพทย์อนลกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้าน และสบสายตาเข้ากับเธอพอดี นาทีต่อจากนั้น เขาก็เพียรมองมาที่เธออยู่ตลอด
นายแพทย์อนลเดินตามเธอมา ตอนที่เธอปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาเดินตามจนแซงหน้า แล้วก้มลงคุยด้วยใกล้ ๆ เพราะเสียงในนั้นค่อนข้างดัง เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา ไม่ได้ตอบคำใดออกไป แล้วตรงเข้าห้องน้ำไปก่อน พอออกมาก็ยังคงเห็นเขายืนรอที่ตรงนั้นแบบเดิม เขาเดินเข้ามายืนตรงหน้าเธอ ก้มหน้าลงหาเธอจนใกล้ และปล่อยให้ใบหน้าอยู่ใกล้กันแบบนั้น โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงเห็นว่าเธอไม่ผละหนี ค่อยยื่นมือมาจับจูงเธอให้ออกจากร้าน ไปขึ้นรถด้วยกัน เขาขับไปยังโรงแรมใกล้ ๆ ตรงนั้น และจบทุกอย่างลงที่บนเตียง
“ต้องการเงินไหม” เสียงขรึมเอ่ยถามตอนที่เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง และมองหาเสื้อผ้าของเขา ปัญญารัตน์ยิ้มเจื่อน เธอตอบเขาไปว่า “ไม่ค่ะ”
อนลชะงักมือของเขาแล้วหันมามองหน้าเธอแบบตรง ๆ
“หรืออยากได้อะไรเป็นพิเศษ”
ปัญญารัตน์ก้มหน้าลงมองแค่มือของตัวเอง ก่อนจะรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นถาม “คุณมีใครแล้วหรือยังคะ เอ่อ แพงหมายถึง แฟน หรือ ภรรยา”
อนลกดมุมปากลึกลงไปพร้อมด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ ส่ายหัวบอกตอบเธอว่า “ไม่มี”
“อย่างนั้น เรา...คบกันแบบนี้ได้ไหมคะ”
อนลมองสบตาเธอ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มคล้ายกำลังดูแคลน สะดุดหูกับคำว่า ‘คบกันแบบนี้’ เลือกที่จะปล่อยให้คำกลุ่มนั้นคลุมเครือต่อไป
คุณหมอหนุ่มมองค้นหาบางอย่างในดวงตาคู่ที่ดูเหมือนมีดวงดาวเป็นประกายประดับคู่นั้นแล้ว ตอบกลับไปว่า “ได้สิ”
พร้อมกับคิดไปว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่มีความต้องการคนหนึ่ง เขาเป็นอิสระ ไม่ได้มีพันธะผูกพันกับใคร และแน่นอนว่าคนระดับเขา ไม่เคยคิดคบหาจริงจังกับผู้หญิงที่รู้จักผิวเผินก็จบลงบนเตียงได้แบบ
ง่ายดายอย่างนี้ จนสานสัมพันธ์เป็นคู่ชีวิตตลอดไป
แต่ในเมื่อเขาเมาและหัวใจสั่นไหวกับสายตาหวานซึ้งของเธอ จนอาจเผลอไผลไปมีความสัมพันธ์ด้วยแล้ว ก็จะแสดงความรับผิดชอบออกไปก่อน ระหว่างนี้เขาคงต้องตักตวงหาประโยชน์เข้าตัวจนพอใจ เมื่อไรที่เขาเจอผู้หญิงที่พึงใจมากกว่า หรือถึงช่วงเวลาเหมาะสมต้องสละโสด เขาอาจจะให้เงินเธอสักก้อนหนึ่ง แล้วก็จากลากันไป
อนลคิดเพียงเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของปัญญารัตน์
คุณอาจจะชอบ





