
ความรักเป็นพิษ
ตอน 3
ตอนเย็น เจี่ยนเยวลากร่างกายที่เหนื่อยล้าของเธอกลับบ้านไป แล้วก็เห็นโหลวยวี่ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาและทำงานในคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังอยู่
ผู้ชายเวลาที่ทำอะไรอย่างจริงจังนั้นหล่อที่สุดแล้ว เจี่ยนเยวเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างมาก แม้ว่าสิ่งที่เขาทำไว้ในวันนี้จะทำให้เธอเสียใจมาก แต่หัวใจของเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเต้นแรงขึ้นมาบ้างอยู่ดี
แต่ตอนที่เธอเห็นชุดอยู่บ้านสีดำที่เขาสวมอยู่ ใบหน้าของเธอก็กลับมาเป็นซีดเผือดอีกครั้ง
ฉากที่เธอเห็นในตอนกลางวันมันน่าอายมาก ถึงขนาดที่เจี่ยนเยวไม่มีเวลาไปสนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
แต่เมื่อเธอย้อนนึกขึ้นมาได้ในภายหลัง เธอก็ตระหนักได้ว่าใบหน้านั้นดูจะคุ้น ๆ อยู่
ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เฉียวอี่เจิน นักร้องที่กำลังโด่งดังทั้งทางด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ แล้วก็การร้องเพลงหรอกหรือ?
ก่อนที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้น เจี่ยนเยวยังมองว่าเฉียวอี่เจินเป็นไอดอลของเธออยู่เลย
เมื่อกี้นี้ เฉียวอี่เจินได้โพสต์ภาพถ่ายประจำวันมาเซ็ตหนึ่งบนเวยป๋อ ซึ่งในภาพถ่ายเธอสวมชุดอยู่บ้านแบบนี้ของแบรนด์นี้เลย
เหอะ ๆ ไอดอลที่เธอชอบที่สุดกับคุณอาเล็กที่เธอรักที่สุดเนี่ยนะ......
แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พวกเขาก็ยังสวมชุดอยู่บ้านคู่กันได้ แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหัวใจของพวกเขาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะต่างกันด้วยสถานที่และเวลา แต่ความหวานระหว่างพวกเขาก็ไม่มีจางลงเลย
ไม่คาดคิดเลยว่าคุณอาเล็กของเธอจะชอบผู้หญิงแบบที่มีอายุมากกว่า
จริงสิ ก็เฉียวอี่เจินสวยซะขนาดนั้นนี่ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอล้วนดูมีเสน่ห์ไปซะหมด
เจี่ยนเยวมองดูตัวเอง แม้ว่าผิวของเธอจะขาวอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าก็งดงาม แถมตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสาวงามประจำมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด แต่เธอก็เหมือนกับเต้าหู้แกะสลักนั่นแหละ แม้ว่าสวยมาก แต่กลับจืดชืดไร้ซึ่งรสชาติ เธอแตกต่างจากเฉียวอี่เจินอย่างสิ้นเชิงเลยจริง ๆ
หัวใจของเจี่ยนเยวเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
แม้แต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็ยังไม่ใช่แบบที่โหลวยวี่ชอบเลย
เมื่อโหลวยวี่ได้ยินเสียงดังขึ้นมา เขาจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็ทำราวกับว่าไม่เห็นความเปราะบางของเธออย่างไรอย่างนั้น จากนั้นเขาก็เชิดคางขึ้นไปทางโซฟาฝั่งตรงข้าม “มานี่สิ”
เจี่ยนเยวเดินไปช้า ๆ แล้วก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา
เขาเปิดแฟ้มเอกสารออกและเลื่อนมาตรงหน้าเธอ “ทำไมไม่เซ็นล่ะ?”
เจี่ยนเยวกำปากกาในมือแน่น ก่อนที่จะเซ็น เธอยังคงไม่ยอมแพ้ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “เฉียวอี่เจินคือแฟนของคุณเหรอ? พวกคุณจะแต่งงานกันไหม?”
โหลวยวี่เอาตัวเอนพิงโซฟา ทำท่าทางผ่อนคลาย จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “ผมยังไม่ถามคุณเลยนะว่า ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงได้แสดงปฏิกิริยาเวอร์ขนาดนั้นล่ะ? ในทีวีก็น่าจะมีฉากเลิฟซีนเร่าร้อนแบบนี้นะ คุณอายุเท่าไหร่แล้ว? คงไม่ได้ยังไม่เข้าใจอะไรเลยหรอกใช่ไหม?”
รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของโหลวยวี่บาดตาบาดใจเธอมาก เจี่ยนเยวกำปากกาในมือแน่น
เขาสามารถพูดคุยกับเธอในเรื่องฉากที่เขากำลังมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนอย่างยิ้มแย้มได้ แบบนี้ก็แสดงได้แล้วว่า จริง ๆ ในใจเขามองเธอเป็นแค่หลานสาวคนหนึ่งเท่านั้น
หรือบางทีในสายตาของโหลวยวี่ เธออาจจะไม่ใช่ผู้หญิงเลยด้วยซ้ำก็ได้
ตอนที่โหลวยวี่พูดถึงเรื่องเฉียวอี่เจิน ท่าทีเขาดูผ่อนคลาย ซึ่งก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาชอบเธอมากแค่ไหน
ชอบมากถึงขนาดที่มีเซ็กส์กับเฉียวอี่เจินกันโดยไม่สนใจเลยว่าเธออาจจะอยู่ที่บ้าน
แล้วพวกเขาก็อาจจะแต่งงานกันก็ได้.....
“คุณไม่ชอบมีป้าสะใภ้เหรอ?”
พอเห็นว่าเจี่ยนเยวไม่ตอบ โหลวยวี่ก็ถามขึ้นมา
เหมือนเขาเอามีดแทงเข้าไปในหัวใจของเธออีกครั้ง แถมยังแม่นยำมากด้วย
คำว่าป้าสะใภ้เป็นคำที่แปลกหน้าสำหรับเธอมาก เจี่ยนเยววาดฝันว่าอยากจะเป็นผู้หญิงของเขา แล้วก็ไม่เคยคิดเรื่องการมีป้าสะใภ้มาก่อนเลย
เจี่ยนเยวก้มหน้าลง ซ่อนความเจ็บปวดในแววตาเอาไว้ แล้วก็เซ็นชื่อตัวเองลงในเอกสารอย่างรวดเร็ว
เธอจะรีบไปต่างประเทศ แล้วเธอก็จะไม่กลับมาอีกเลย
โหลวยวี่เก็บเอกสารและพูดว่า “อีกสองเดือน คุณจะต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว พรุ่งนี้คุณจะกลับไปที่บ้านเก่าก่อนไหม”
เจี่ยนเยวตอบว่า “ค่ะ” กลับไปแค่คำเดียว แล้วก็เข้าไปในห้องของตัวเองทันที เธอกลัวว่าหากช้าไปแค่วินาทีเดียว น้ำตาอาจจะไหลออกมาไม่หยุดก็เป็นได้
โหลวยวี่มองตามแผ่นหลังของเธอที่เดินเข้าห้องไป จากนั้นก็ดึงสายตากลับมา เขาถอดแว่นตาออก แล้วก็นวดคิ้วที่กำลังปวดไปมา
หลังจากที่เจี่ยนเยวอาบน้ำเสร็จก็ล้มตัวนอนบนเตียง แม้ว่าเธอจะเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่เธอก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี หลังจากพลิกตัวไปมาอยู่หลายตลบในสมองของเธอก็ยังมีภาพที่หวานชื่นนั้นอยู่อีก
วินาทีต่อมา จู่ ๆ เธอก็ลุกขึ้นมานั่งอยู่เตียงอย่างรวดเร็ว
พอมองไปทางตู้เสื้อผ้า เจี่ยนเยวก็กลอกตาไปมา
เธอนึกขึ้นมาได้ว่าครั้งที่แล้วที่เธอไปช้อปปิ้งกับอันหนาน อันหนานซื้อชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวที่เซ็กซี่เป็นพิเศษมาชุดหนึ่ง แล้วเธอก็บังเอิญเอากลับบ้านมาด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ
คุณอาเล็กจะไม่ชอบเธอเลยจริง ๆ เหรอ?
ไหน ๆ ก็จะไปแล้ว ก่อนไปหากไม่ได้ลองสักหน่อย แล้วเธอจะเต็มใจไปได้ยังไงล่ะ?
คุณอาจจะชอบ





