ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย  의사 CHOCOLATE CYST หมอคะ หนูป่วย ช่วยเป็นแฟนหนูที

의사 CHOCOLATE CYST หมอคะ หนูป่วย ช่วยเป็นแฟนหนูที

เมื่อหญิงสาวได้รับคำวินิจฉัยเรื่องอาการป่วยอย่างไม่คาดฝัน แพทย์เจ้าของไข้ได้เสนอทางเลือกในการรักษาให้เธอสามรูปแบบ คือการใช้ยา การผ่าตัด หรือการตั้งครรภ์ หลังจากนิ่งอึ้งไปกับเงื่อนไขสุดท้าย เธอกลับตัดสินใจเลือกวิธีที่น่าตกใจที่สุดด้วยการขอให้คุณหมอเป็นคนช่วยรับผิดชอบการรักษาด้วยวิธีนี้ให้แก่เธอด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักวุ่นๆ ระหว่างคนไข้สาวจอมตื้อกับคุณหมอหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในโรงพยาบาลแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

“เป็นอะไรมาคะเนี่ย” เสียงหวานๆ ของผู้ชายในชุดกาวน์สีขาวทำให้ใจฉันชื้นขึ้นมานิดหน่อย ฉันนั่งตัวงออยู่บนเก้าอี้ในห้องตรวจโรคทั่วไป เป็นเพราะฉันปวดท้องแบบแปลกๆ มาหลายครั้งทั้งในช่วงมีประจำเดือนและก่อนประจำเดือน ตอนแรกฉันก็เข้าใจว่าทุกคนเป็นแบบนี้ แต่ไปๆ มาๆ ฉันว่ามันไม่ใช่ มันมากเกินไปสำหรับการปวดท้องประจำเดือน

หน้าฉันซีดและเต็มไปด้วยเหงื่อ หายใจไม่ถนัดนัก เพราะความรู้สึกปวดมันเริ่มตั้งแต่ท้องน้อยไปยันเรียวขา ราวกับถูกสูบแรงไปซะหมด

“ปวดท้องค่ะหมอ” ฉันทำเสียงเหมือนจะร้องไห้พร้อมกับใช้มือปาดเหงื่อ “ปวดมากเลย แต่ก่อนก็ปวดแค่ตอนประจำเดือนมา ตอนนี้ประจำเดือนไม่มาก็ปวด ปวดลงไปถึงขาเลยค่ะ”

ฉันอธิบายอาการ ก่อนที่นัยน์ตาจะสบกับป้ายชื่อที่ปักด้วยไหมสีแดง ‘พชร อัครโภคิน’ และเป็นคราเดียวกับที่คุณหมอถอดแมสก์ออก อาการปวดท้องของฉันก็หายไปชั่วครู่

“ปวดตรงท้องน้อยเหรอคะ”

ฉันตะลึงกับความเนียนใสของใบหน้าคนตัวสูงกว่า ฉันอยู่แถวนี้มาตั้งหลายปี มีแต่หมอแก่ๆ ไม่ก็หมอรุ่นแม่ แต่ฉันไม่เคยเห็นหมอวัยใสที่หน้าเบ้าเกาหลีขนาดนี้มาก่อน

โอ๊ย น่ารัก หล่อ ฉลาด แถมยังพูดจาคะขา หน้าตาก็ผ่าน ฉันเผลอมองหน้าหมออยู่นาน นานจนหมอสะกิดและเรียกชื่อฉันอีกรอบ

“คนไข้คะ”

“คะ? อ๋อ ใช่ค่ะ”

โอ๊ย ปวดท้องก็ปวด อยากกรี๊ดหมอก็อยาก

“หมอเป็นหมอใหม่ที่นี่เหรอคะ” ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงสงสัย เขายิ้มให้เล็กน้อย

“เปล่าหรอก เป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ปีสุดท้าย เพิ่งมาฝึกที่นี่เอง ถ้าไม่เก่งพอก็ขอโทษด้วยนะ” หมอว่าอย่างถ่อมตัว ก่อนจะโฟกัสที่อาการปวดท้องของฉันอีก จู่ๆ คนตัวสูงก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนฉันสะดุ้งเล็กๆ “เหงื่อออกเต็มเลย ปวดมากเลยสิคะ”

“อะ อ๋อ ใช่ค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น คงเพราะหน้าหมอใกล้มาก ใกล้กว่านี้ก็จูบกันแล้ว

“คนไข้ชื่อเล่นว่าอะไรนะคะ จะได้เรียกถูก”

“ตะ เตยค่ะ” ฉันตอบก่อนจะเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ใบหน้าร้อนขึ้นมาหนึ่งระดับเพราะได้กลิ่นน้ำหอมของหมอลอยเข้ามาแตะจมูกฉัน และไม่รู้ฉันประสาทหรือเมากลิ่นของมัน ฉันจ้องหมอด้วยสายตาวอนนาบีและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ “เอาเบอร์บ้านกับเบอร์มือถือไปด้วยเลยไหมคะ”

“คะ? อ๋อ คนไข้กรอกเบอร์ไว้ในแฟ้มประวัติแล้วนี่นา” เขาหัวเราะ

“งั้นถ้าหมอมีเบอร์เตยแล้วก็อย่าลืมโทรนะคะ จะรอค่ะ” ฉันมองหมอด้วยสายตามีเลศนัย มือข้างที่ว่างเกลี่ยผมไปทัดหู

“...” หมอย่นคิ้วงง

“หมายถึงโทรมาถามอาการเตยไงคะ แต่ถ้าอยากถามอื่นเตยก็สามารถตอบหมอได้ทุกข้อเลยนะคะ เช่นสถานะโสด...อะไรแบบนี้ค่ะ เตยหมายถึงเตยไม่มีแฟนค่ะ”

“แล้วตอนนี้คนไข้ที่สถานะโสดหายปวดท้องละเหรอคะ” คนตรงหน้าหัวเราะกับท่าทีของฉัน บางทีเพราะหน้านางเบ้าเกาหลีจ๋าเหมือนโอปป้าที่พร้อมเดบิวต์ คงจะเจอลูกไม้อ่อยมาทุกแบบเลยเฉยชากับสิ่งที่ฉันพยายามก็เป็นได้

ฉันอยากตอบว่าเห็นหน้าหมอ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง แต่มันดูจะแรดไปหน่อย ไม่ค่อยเป็นกุลสตรี ฉันเลยเม้มริมฝีปากพลางกดท้องน้อยให้หนักขึ้น

“ยังเลยค่ะ”

“แล้วนอกจากปวดท้องน้อยนี่มีอาการอื่นร่วมด้วยไหมคะ”

“อาการรักค่ะ” ฉันว่าพลางปรายสายตาโปรยสเน่ห์ให้หมอ เล่นทุกมุก เก็บทุกเม็ด บาทสองบาทฉันก็เอา หากแต่หมอก็ไม่เข้าใจฉันอีก

“คะ?”

“ก็มันปวดไปหมดเลยค่ะ ปวดมากสุดก็ท้องน้อย บางทีก็เหมือนท้องอืด ท้องเสีย ท้องไส้แปรปรวนไปหมดเลย... ถ้ามีคนดูแลสักคนก็คงดีนะคะ” ฉันว่าแล้วก็เหล่สายตาไปที่หมออีก

“สงสัยหมอคงต้องขอตรวจเพิ่มหน่อยนะ”

“ถอดเลยไหมคะ” ฉันถามและนั่นทำให้หมอชะงัก

“อะไรนะคะ”

“ก็เวลาตรวจเขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้ากันเหรอคะ” ฉันมองหมอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม หุบยิ้มไม่ได้ ดีนะที่เมื่อเช้าฉันเลือกชุดชั้นในวิคตอเรียซีเคร็ตที่ลายน่ารักกุ๊งกิ๊งเหมาะสำหรับการเผด็จศึกมาใส่

“ใจเย็นนะคนไข้ เดี๋ยวหมอเรียกพยาบาลให้นะ” หมอหัวเราะก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วเรียกเจ๊พยาบาลที่หน้าตาควรเกษียณไปแล้วเข้ามาหาฉัน เธอตีหน้าถมึงทึงเล็กน้อย

“พี่แป๊ว คนไข้จะตรวจภายใน รบกวนจัดการให้หมอหน่อย พาคนไข้ไปเข้าห้องน้ำ ทำอะไรให้เรียบร้อยด้วยนะคะ” เสียงของหมอหวานมาก หวานจนฉันเคลิ้ม แม้แต่อีเจ๊พยาบาลหน้าดุที่ตีหน้าเหมือนจะกินหัวฉันเมื่อกี้ก็อมยิ้มขึ้นมาบางๆ

“ได้ค่ะหมอมีน” เจ๊พยาบาลรับคำ

“อ้าว หมอชื่อเล่นว่ามีนเหรอคะ” ฉันหันมองด้วยสายตาต้องการคำตอบ หมอยิ้มรับ

“ใช่ค่ะ ทำไมเหรอ”

“บังเอิญจังเลยค่ะ”

“หืม ยังไงเหรอคะ มีคนรู้จักชื่อมีนเหรอ” หมอย่นคิ้วนิดหน่อยขณะที่ฉันอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

“อ๋อ ก็วันก่อนแม่ไปหาหมอดูที่หน้าโรงพยาบาลมาค่ะ เค้าบอกว่าเนื้อคู่เตยชื่อมีนค่ะ”

“หมอคะ พี่ว่าคนไข้น่าจะมีอาการเพ้อเจ้อร่วมด้วย ทำเรื่องส่งไปตรวจแผนกจิตเวชด้วยเลยไหมคะ”

อ๊าย อีป้า อย่ามาขัดจินตนาการฉันสิ! ฉันเคืองนะ! แผนกจิตเวชอะไรวะ ฉันปกติดีโว้ย!

ฉันเบ้ปากเล็กๆ และสบตากับหมอที่ยืนอมยิ้มแต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

“นี่ อีหนู หมอเขาโดนสาวแอ๊วทุกวัน เขาชินแล้ว มานี่ มาห้องน้ำกับพี่ ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยแล้วเปลี่ยนผ้าถุงมาขึ้นขาหยั่ง หมอเค้าจะได้ตรวจให้เสร็จๆ”

ฉันโดนลากไปเปลี่ยนผ้าถุงแบบเสร็จสรรพ ได้แต่มองตามหมอตาละห้อยก่อนจะกลับมาที่ห้องเดิมและขึ้นนั่งเตียงแปลกๆ ที่พยาบาลเรียกว่าขาหยั่ง จากความกล้ามากมายในตอนแรกเริ่มหดเล็กลงตามกาลเวลา เพราะว่าฉันกำลังจะถูกตรวจโดยหมอที่หน้าตาหล่อมาก ฉันเลยเกร็งจัด

ให้ตายเถอะ เกิดมาฉันยังไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนได้เห็นเลยนะ นี่เจอหน้ากันครั้งเดียวก็ขอแหกแข้งแหกขาฉันเลยอะ ฉันพยายามหลับตาและตั้งสติก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหมอพูดขึ้น

“พี่แป๊ว ขอถุงมือสเตอร์ไรด์หน่อยค่ะ”

อ๊ากกกก หมอมาแล้ว! ฉันตื่นเต้นหนักและหลับตาปี๋เพราะฉันไม่รู้จะตีสีหน้ายังไงใส่หมอ เมื่อกี้แอ๊วไปตั้งเยอะ พอถึงเวลาฉันดันไม่กล้าสบตา

“ไม่ต้องเกร็งนะคะ” หมอว่าและทำให้ฉันเกร็งหนักกว่าเก่าด้วยการเปิดผ้าถุงดังพรึ่บ สัมผัสลมเย็นๆ จากอากาศก็ปะทะเข้าสู่ผิวอ่อนไหวของฉันทันที

แค่ฉันจินตนาการว่าหน้าหมออยู่ตรงกลางระหว่างขาของฉันและกำลังจดจ้องบริเวณนั้น ฉันก็ประสาทจะกิน และหมอก็ยังทำให้ฉันตะลึงมากขึ้นเมื่อเขาพูดประโยคต่อมา

“ปวดท้องมาเนอะ เดี๋ยวหมอจะตรวจด้วยนิ้วนะคะ คนไข้ไม่ต้องเกร็งนะ”

นะ นิ้ว!

บอกไม่ให้เกร็งแต่ฉันเกร็งหนักกว่าเดิมอีก

หมอหน้าหล่อขนาดนี้แถมยังจะใช้นิ้วเข้ามาข้างใน ใครจะไม่เกร็งเล่า! แง้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BOY TOXIN พิษรักเซซัส
9.2
สำหรับเซซัสผู้หญิงคือหมากฝรั่งที่หมดรสก็ต้องคายทิ้ง จินที่ตั้งใจจะใช้เขาเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจจากคนที่แอบรัก กลับกลายเป็นฝ่ายติดกับดักหัวใจเสียเอง ยิ่งร่วมภารกิจลับด้วยกัน ความรู้สึกต้องห้ามต่อผู้ชายอันตรายคนนี้ยิ่งก่อตัวชัดเจน เธอต้องรีบจบเรื่องนี้ก่อนจะถลำลึกไปกว่าเดิม แม้เขาจะกล่าวหาว่าเธอเป็นฝ่ายล่อลวงเขาขึ้นเตียงก่อนก็ตาม ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยความรู้สึก ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกฟันแล้วทิ้งในเกมรักที่เต็มไปด้วยพิษสงครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]
8.8
ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
หน้าปกนวนิยาย ผู้ถูกทอดทิ้ง, ผู้ไม่อาจหยุดยั้ง
9.3
หลังสิบปีในบ้านเด็กกำพร้า ฉันถูกครอบครัวดึงตัวกลับมาเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือหาเงินเลี้ยงดูคริส แฝดสาวผู้สมบูรณ์แบบ แม้แต่เจสันแฟนหนุ่มเพียงคนเดียวก็ยังถูกพ่อแม่บงการให้ขอเธอแต่งงานต่อหน้าฉัน พร้อมส่งข้อความบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย เมื่อความจริงเปิดเผยว่าฉันคือความอับอายที่พวกเขาอยากกำจัด คริสจึงใส่ร้ายว่าฉันผลักเธอตกบันไดจนพ่อทำร้ายและโยนฉันทิ้งข้างถนนอย่างไม่ใยดี พวกเขาแจ้งตำรวจจับฉันเพื่อลบตัวตนทิ้ง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือการจุดชนวนสงครามที่จะย้อนกลับมาทำลายทุกคน
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวเบอร์ตอง
9.7
ชานนท์พยายามหาทางเลี่ยงการคลุมถุงชนที่ปู่จัดหาให้ จนได้พบกับปุณณิศา สาวบาร์ที่กำลังขัดสนเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างหนัก เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตู้กระจกในฐานะสาวเบอร์ตองเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ชานนท์ที่แอบสนใจเธออยู่แล้วจึงฉวยโอกาสนี้จ้างเธอมาสวมบทบาทแฟนกำมะลอเพื่อตบตาครอบครัว ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้ความรู้สึกจอมปลอมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาอยากครอบครองไว้คนเดียวตลอดไป โดยไม่ยอมให้สถานะนี้เป็นเพียงแค่เรื่องสมมติอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ป่าป๊าคือผู้บัญชาการรักอันดับหนึ่ง
9.5
เมื่อซีอีโอสาวสุดแกร่งต้องหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของภรรยาตัวร้ายของผู้บัญชาการหนุ่มมาดเข้ม พร้อมพ่วงตำแหน่งคุณแม่ของลูกชายวัยกำลังซน จากเดิมที่เจ้าของร่างเก่าเคยเอาแต่หึงหวงไร้สาระ งานบ้านไม่เคยจับ แถมยังปฏิเสธความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาอย่างเย็นชา แต่ไฉนตอนนี้เธอกลับต้องมานอนระบมไปทั้งตัวเพราะฝีมือเขาเสียได้ การต้องคอยดูแลเอาใจใส่สองหนุ่มต่างวัยในบ้านหลังนี้ช่างเป็นภารกิจที่ใช้พลังงานมหาศาลและทำเอาเธอเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจจริงๆ