
คุณหมอสองรัก
ตอน 2
แปดเดือนต่อมา โรงพยาบาลจิตเวชเอกชล...
หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในวันนั้นญะญ๋าก็อาการป่วยแย่ลง เธอคิดฆ่าตัวตายทุกวันในช่วงสองอาทิตย์แรกที่เข้ารับการรักษาตัวอย่างจริงจัง เธอได้รับการรักษาด้วยหลากหลายวิธี ทั้งกินยา ฉีดยา ช็อตไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น เธอต่อต้านทุกการรักษาจนทำให้เธอกลายเป็นคนเสียสติในที่สุด
และนั่นก็นำพาให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ (โรงพยาบาลจิตเวช) นี้ อาการของเธอก็เหมือนจะดีขึ้น อาจจะเพราะความทรงจำในช่วงเลวร้ายในใจเธอถูกลบเลือนหายไปหมด ซึ่งนั่นเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้า ทำให้เหลือเพียงแค่ความจำในช่วงวัยเด็กจนถึงช่วงอายุสิบแปดเท่านั้น และแน่นอนว่าช่วงที่เธอเรียนแพทย์และช่วงที่ได้รักกับอาหมอของเธอนั้น เธอก็ลืมมันไปจนหมดสิ้น…
“แม่คะ เมื่อไหร่ญ๋าจะได้กลับบ้าน...” เสียงญะญ๋าในชุดคนไข้จิตเวชเอ่ยถามกับแม่ของเธอ
“ใกล้แล้วล่ะลูก”
“แล้วญ๋าต้องกินยาอีกถึงเมื่อไหร่คะ” เธอมองยาในมือที่ต้องทานทุกครั้งหลังอาหารด้วยแววตาเบื่อหน่าย
“หมอบอกกับแม่ว่าญ๋าต้องกินยาไปตลอดจนกว่าจะหายดี แล้วพอออกจากโรงพยาบาลลูกจะต้องไปอยู่ที่บ้านอาปืนก่อนนะ”
“บ้านอาปืนเหรอคะ?”
“ใช่ ลูกต้องไปอยู่รักษาตัวที่นั่นนะ อาปืนของญ๋าจะเป็นคนดูแลญ๋าเอง”
สาวป่วยจิตไม่ได้ติดอะไรที่จะต้องไปอยู่บ้านของอาหมอของเธอ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อกับชีวิต ซึ่งหมอรวมถึงพ่อกับแม่ของเธอก็พยายามบอกกับเธอว่าตอนนี้เธอมีอายุจริงที่เท่าไหร่ เรียนจบแล้วทำงานอะไร ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่พวกเขากุขึ้นเพื่อรักษาอาการป่วยของเธอให้คงที่ และเธอก็เข้าใจไปว่าตัวเองเป็นคนไข้ความจำเสื่อมจากอุบัติเหตุไม่ใช่คนไข้ป่วยจิตอย่างที่เป็นอยู่
“…ก็ได้ค่ะ แล้วทำไมวันนี้แสนดีไม่มาด้วยล่ะคะ?”
“แสนดีติดธุระน่ะ อาจจะมาหาญ๋าช้าหน่อย” วันนี้เป็นวันที่แสนดีไปงานรับปริญญา เธอเรียนจบหมอตามฝันแต่น่าเสียดายที่ญะญ๋าลูกสาวของฉันไปไม่ถึงความฝันของเธอ
“เหรอคะ...”
ญะญ๋าพูดด้วยสีหน้าน้อยใจเพราะเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้อีกทั้งเพื่อนรักก็มาช้ากว่าที่เธออยากให้มา แต่อีกไม่นานฝันร้ายและความโดดเดี่ยว ณ.ที่แห่งนี้กำลังจะจบลง
ห้องฟังผลตรวจ...
“อาทิตย์หน้าญ๋าก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่ไหม?” หมอปืนเอ่ยถามกับเพื่อนหมอของตน จิตแพทย์ประจำตัวของญะญ๋า
“อือ อาการญ๋าไม่น่าเป็นห่วงเหมือนช่วงแรก กลับไปรักษาต่อที่บ้านได้แล้ว”
“แล้วเรื่องที่ญ๋าจำอะไรที่ผ่านมาไม่ได้ล่ะครับ..จะทำยังไง?” พ่อของญะญ๋าที่นั่งอยู่ข้างหมอปืนเอ่ยถามอย่างให้ความสนใจ
“ผมคิดว่านี่เป็นผลดีแล้วนะครับ ให้เธอจำได้เพียงเท่านี้จะดีกว่า หากว่าเธอกลับมาจำเรื่องแย่ๆ ที่เคยเกิดขึ้นได้ ผมกลัวว่าเธอจะคิดทำร้ายตัวเองขึ้นมาอีก และถ้าเป็นแบบนั้นเราคงต้องเริ่มแผนการรักษาใหม่ตั้งแต่ต้น”
“แล้วลูกสาวผมจะหายกลับมาเป็นปกติไหมครับ?” คนเป็นพ่อถามอย่างมีความหวัง
“โอกาสหายก็มีครับ แต่จะกลับมาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ไหมอันนี้หมอคิดว่าไม่...”
“แค่เธอไม่กลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นก็ดีแล้วล่ะครับพี่” หมอปืนพูดปลอบใจพ่อของญะญ๋าที่มีสีหน้าเป็นกังวล
“ใช่ครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว แค่เธอยอมกินข้าวกินยาทุกวันเหมือนช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ รับลองว่าอีกไม่นานญ๋าจะกลับมาใช้ชีวิตในสังคมเหมือนคนปกติได้แน่”
เพนท์เฮ้าหมอปืน เวลาต่อมา...
“อีกสามวันจะย้ายออกจากที่นี่ใช่ไหม?” พ่อของญะญ๋าเอ่ยถามกับหมอปืน
“ใช่ครับ ตอนนี้ผมกำลังให้คนทำความสะอาดบ้านใหม่อยู่”
ในช่วงที่ญะญ๋าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานแปดเดือน ผมปรับเปลี่ยนตารางงานให้น้อยลง และตั้งใจจะซื้อบ้านหลังใหม่ที่มีสนามหญ้ารอบบ้าน บอกลาตึกสูงแห่งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวญ๋าเองในอนาคต เพราะมันไม่เป็นผลดีหากว่าเกิดเหตุการณ์แบบวันนั้นขึ้นซ้ำอีก อย่างน้อยบ้านสองชั้นก็ไม่ทำให้เธอบาดเจ็บถึงชีวิต
“ตอนนี้ญ๋าไม่ใช่ญ๋าคนเดิมแล้ว ปืนจะเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ...” ผู้เป็นแม่ยื่นโอกาสที่จะทำให้หมอปืนหลุดพ้นจากเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้เขามาเสียเวลาติดอยู่กับลูกสาวของเธอที่มีอาการป่วยจิต
“เธอยังเป็นญ๋าคนเดิมสำหรับผมครับ แล้วผมก็จะไม่ทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด...”
“แน่ใจนะปืน” พ่อญะญ๋าถามย้ำ
“ครับ ผมแน่ใจ” เขาพูดตอบกลับอย่างมุ่งมั่น
“ฮึก ขอบใจนะปืนที่ยังรักญ๋า” คนเป็นแม่อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทั้งรู้สึกตื้นตันและขอบคุณที่เขาไม่ปล่อยมือจากลูกสาวของเธอ แม้ในเวลาที่เธอยื่นโอกาสให้
“ไม่เป็นไรครับ ถึงญ๋าไม่หายก็ไม่เป็นไร...”
“ขอบใจมากไอปืน”
พ่อญะญ๋าเดินเข้าไปกอดเพื่อนรุ่นน้องด้วยความขอบคุณจากใจจริง หากไม่ใช่เพราะเขา ญะญ๋าคงไม่ได้รับการรักษาที่ดีมาตลอดในช่วงที่เธอพักอยู่โรงพยาบาล อีกทั้งค่าใช้จ่ายร่วมๆ ล้านหมอปืนก็ยังเป็นคนดูแลให้ทั้งหมด
โรงพยาบาลจิตเวชเอกชล ในอาทิตย์ต่อมา...
วันนี้เป็นวันที่ทุกคนมารับญะญ๋าออกจากโรงพยาบาล และกลับไปยังบ้านหลังใหม่ที่หมอปืนตั้งใจซื้อไว้เป็นเรือนหอเพื่ออยู่กับแฟนสาวของเขาในอนาคต
“บ้านของอาปืนอยู่ไหนเหรอคะ ญ๋าจำไม่ได้?”
“เป็นบ้านหลังใหม่น่ะ อาเพิ่งซื้อกะว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นพร้อมกันกับญ๋า” หมอปืนพูดบอกกับสาวสวยคนรักของเขาอย่างนุ่มนวลถึงคำตอบที่เตรียมไว้แม้เธอจะจำไม่ได้ว่าเขาคือคนรักของเธอ
“ที่นั่นมีแค่อากับญ๋าอยู่เหรอคะ หรือว่าแฟนอาอยู่ด้วย เอ่อแฟนอาชื่ออะไรนะ?” เธอพูดไปพรางทำท่าทางนึกถึงภาพความทรงจำที่หายไป
“อาเลิกกันแล้วครับ เลิกไปนานหลายปีแล้ว” หมอปืนรีบพูดเพื่อไม่ให้ญะญ๋าถามถึงเรื่องอดีต
“อ้าวเหรอคะ…ว่าแต่แสนดีไม่มารับญ๋าด้วยเหรอคะ?” คนติดเพื่อนเอ่ยถามกับพ่อของเธอ เมื่อไม่เจอหน้าแสนดีมากับทั้งสามคน
“ญ๋า~”
“แสนดี^^” เธอวิ่งเข้าไปหาเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอเปิดประตูเข้ามาด้านในห้องพักผู้ป่วย “คิดว่าจะไม่มาซะแล้ว”
“ต้องมาสิ ตอนนี้ฉันมีเวลาให้แกแล้วนะ ว่างถึงสามเดือนเลย...”
“จริงเหรอ?”
“อือ^^” เธอมีเวลาว่างสามเดือนก่อนจะกลับไปเรียนแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งก็เป็นความตั้งใจเดิมของเธอนั่นคือเรียนจิตแพทย์เพื่อรักษาคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและคนรักอย่างญะญ๋า
“งั้นแบบนี้ต้องเรียกว่าคุณหมอแสนดีแล้วใช่ไหม...ดีจังที่แกได้เป็นหมอ”
“ฉันเป็นหมอได้ก็เพราะแกเลยนะ”
“เพราะแกเก่งต่างหาก” ญะญ๋าพูดชมเพื่อนสนิทของเธออย่างภาคภูมิใจแทนความสำเร็จนั้นของเพื่อน “งั้นถ้าแกมีเวลาว่างแล้ว ไปอยู่เป็นเพื่อนฉันที่บ้านอาหน่อยสินะ นะแสนดี~”
ญะญ๋าเอ่ยถามอย่างตั้งตารอคำตอบ ซึ่งหมอปืนที่ได้ยินแบบนั้นก็พยายามจะขัดขวางความต้องการของเธอ เพราะรู้ว่าแสนดีคิดกับญ๋าเกินเพื่อนไปแล้ว จึงเกิดอาการหึงหวงขึ้นเล็กๆ
“อาว่าแสนดีคง...”
“ได้สิ ฉันไปได้” แสนดีพูดสวนหมอปืนขึ้น
“ไปได้เหรอ?” หมอปืนถามย้ำแสนดีเพราะต้องการให้เธอเปลี่ยนคำตอบ
“ค่ะ ถ้าหมอไม่ว่าอะไร หนูขอไปอยู่เป็นเพื่อนญ๋าที่บ้านได้ไหมคะ?”
“...”
“นะคะอา~” คนหน้าหวานเกาะแขนล่ำอ้อนอาปืนของเธอเพื่อขอร้องให้เขายอมใจอ่อน
“ได้สิครับ อาตามใจญ๋าอยู่แล้ว”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
คุณอาจจะชอบ





