ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

ความผิดพลาดในห้องฉุกเฉินกลายเป็นตราบาปที่เขาโยนใส่เธออย่างเลือดเย็น ศัลยแพทย์หนุ่มปักใจเชื่อว่าสายเรียกเข้าของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียสมาธิจนไม่อาจยื้อชีวิตคนไข้เอาไว้ได้ เขาจมอยู่กับความโกรธแค้นและคำต่อว่า โดยหารู้ไม่ว่าในนาทีเดียวกันนั้น หญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวก็กำลังเผชิญกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และเธอก็ต้องการเขาในวินาทีที่หัวใจสลายที่สุดเช่นกัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ครูปิ่นคร้าบ ครูปิ่นช่วยด้วยออมสินล้มหัวมีแต่เลือดเลยครับ” ไออุ่นเด็กชายวัยเก้าขวบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องเรียนในเวลาสิบห้านาฬิกา

“อะไรนะไออุ่น ค่อยๆ พูดแล้วนั่นทำไมเสื้อมีแต่เลือด”

“ออมสินครับครู ออมสินล้มหัวมีแต่เลือดเต็มเลย” เด็กชายตอบพร้อมกับหอบเหนื่อย

“แล้วล้มอยู่ที่ไหน ไออุ่นพาครูไปหน่อย”

“สนามฟุตบอลครับครู”

ปิ่นปินัทธ์ครูสาววัยยี่สิบห้าปีรีบวางการบ้านที่กำลังตรวจอยู่แล้ววิ่งตามเด็กชายไออุ่นไปยังบริเวณสนามฟุตบอลซึ่งตอนนี้เด็กๆ เด็กกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่

“หลบหน่อย ครูปิ่นมาแล้ว”ไออุ่นตะโกนบอกเพื่อน

เมื่อเด็กๆ กระจายตัวกันออกแล้วปิ่นปินัทธ์ก็เห็นว่าตอนนี้เด็กชายออมสินนักเรียนห้องของเธอนั่งอยู่บนพื้นและกำลังร้องไห้ เสื้อสีขาวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด

“ออมสินเจ็บตรงไหน เอามือออกก่อนนะขอครูดูหน่อย”

“มันมีแต่เลือดเลยครับครู ผมกลัวผมเจ็บ” เด็กชายร้องไห้จนตัวโยน

“เอาล่ะเด็กๆ ไม่ต้องตกใจนะเดี๋ยวครูจะพาออมสินไปหาหมอพวกเธอก็เตรียมตัวกลับบ้านได้แล้ว ฝากบอกครูที่อยู่หน้าโรงเรียนด้วยว่าถ้าแม่ของออมสินมารับให้ตามไปที่โรงพยาบาล” ปิ่นปินัทธ์สั่งนักเรียนที่กำลังยืนมุงดูอยู่

“ข้าวฟ่างหนูไปหยิบกระเป๋าและกุญแจรถของครูมาให้หน่อยได้ไหมเดี๋ยวครูจะไปรอที่รถ” เธอสั่งนักเรียนที่เคยใช้งานประจำให้ไปเอาของเพราะข้าวฟ่างจะรู้ว่าเธอเก็บไว้ตรงไหนบ้าง

“ค่ะครูปิ่น”

“ข้าวฟ่างอย่าวิ่งนะเดี๋ยวจะหกล้มอีกคน”

เมื่อสั่งข้าวฟ่างแล้วปิ่นปินัทธ์ก็หันมามองออมสินที่ยังคงร้องไห้อยู่

“ใครมีผ้าเช็ดหน้าบ้างครูขอยืมหน่อย”

“ผมมีครับ” เด็กนักเรียนชายตัวผอมส่งผ้าเช็ดหน้าสีตุ่นๆ ของตนเองให้ครู

“มีผื่นที่มันสะอาดกว่านี้ไหม”

“ใช้ของหนูก็ได้ค่ะครู” เด็กหญิงคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ไม่ได้ขาวมากแต่มันก็ยังดีกว่าผืนเมื่อครูให้กับคุณครูสาว

“ขอบใจนะชมพู่ เอาล่ะออมสินเอามือออกเดี๋ยวครูจะกดแผลให้”

“ผมกลัวครับครู เลือดมันจะหมดตัวไหม”

“ไม่หมดตัวหรอกเชื่อครู เอามือออกนะ” ครูสาวค่อยๆ เอามือลูกศิษย์ออกจากนั้นใช้ผ้าเช็ดหน้ากดไปตรงบาดแผล

“เจ็บมากไหม”

“เจ็บครับ”

“เดี๋ยวครูจะพาไปหาหมอนะ ออมสินเดินไหวไหม”

“ผมไม่หาหมอได้ไหมครับครู ผมอยากกลับบ้านอยากไปหาแม่ ไปหายาย”

“ไม่หาหมอได้ยังไงเลือดออกเยอะขนาดนี้ เมื่อกี้บอกว่ากลัวเลือดจะหมดตัวไม่ใช่เหรอไปโรงพยาบาลกับครูก่อน เดี๋ยวครูจะโทรบอกแม่ให้เอง”

“ครับครู”

ปิ่นปินัทธ์พาลูกศิษย์เดินมายังรถของตนเอง ก็พอดีกับข้าวฟ่างถือกระเป๋าและกุญแจรถมาให้

“ขอบใจมากนะข้าวฟ่างหนูก็เตรียมกลับบ้านได้แล้ว”

“หนูขอไปกับคุณครูได้มั๊ยคะ”

“จะไปได้ยังไงล่ะเดี๋ยวแม่ข้าวฟ่างก็มารับแล้ว”

“แต่หนูกลัวออมสินจะตาย”

“ไม่ตายหรอกข้าวฟ่างแค่นี้เองหนู ไปเตรียมกระเป๋ามารอแม่เถอะเดี๋ยวสี่โมงแม่ก็จะมารับแล้ว”

“ค่ะครู”

ระหว่างขับรถมาโรงพยาบาลเด็กชายก็ร้องไห้งอแงจนเธอไม่แทบจะไม่มีสมาธิขับรถ

“ออมสินหยุดร้องก่อนถ้ายังร้องแบบนี้ ครูจะไม่พาไปโรงพยาบาลแล้วเลือดจะไหลหมดตัวนะ”

“ผมเจ็บ ผมกลัวครับครูปิ่น”

“ไม่ต้องกลัวครับ เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ ออมสินเป็นคนเก่งไม่ร้องนะครับ” ปิ่นปินัทธ์ขับรถไปด้วยปลอบลูกศิษย์ไปด้วย ตอนนี้รถติดมากเธอใช้เวลาสิบห้านาทีก็พากันก็มาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้โรงเรียนมากที่สุด

หญิงสาวจอดรถบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินก็มีเจ้าหน้าที่เข็นรถมารอมารอรับ

“เด็กเป็นอะไรครับครู” เจ้าหน้าที่แผนกรับส่งผู้ป่วยจำได้ว่าเธอคือครูที่ประจำอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเคยพาเด็กมารักษาที่นี่อยู่บ่อยๆ

“เด็กหัวแตกค่ะ” ปิ่นปินัทธ์บอกแล้วรีบลงจากรถมาช่วยพาลูกศิษย์ของตนเองไปนั่งบนรถเข็น

"ออมสินเข้าไปข้างในก่อนนะครับเดี๋ยวครูเอารถไปจอดแล้วจะตามไปนะ”

“ผมกลัว”

“ไม่ต้องกลัวครับพี่เวรแปลเขาใจดี”

“ไปกับพี่นะครับ เข้าไปหาหมอกันนะ”

“ฝากด้วยนะคะฉันขอเอารถไปเก็บแล้วจะโทรแจ้งผู้ปกครอง เด็กมีประกันโรงเรียนนะคะ ชื่อตามเสื้อที่เขาใส่ค่ะ”

หญิงสาวขับรถไปจอดยังบริเวณด้านหน้าซึ่งโชคดีว่ามันยังมีที่ว่างเหลืออยู่ หลังจากจอดรถแล้วหญิงสาวก็โทรศัพท์ไปบอกแม่ของเด็กชายออมสิน

“คุณแม่น้องออมสินใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ คุณครูมีอะไรหรือเปล่าคะ แม่กำลังจะไปรับออมสินหรือว่าคนอื่นเขากลับหมดแล้ว”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ ครูปิ่นจะโทรมาบอกเรื่องออมสิน”

“ออมสินทำไมคะ”

“คือออมสินเขาหกล้มหัวแตกค่ะ ตอนนี้ครูพามาโรงพยาบาลแล้วค่ะ”

“อะไรนะคะครู” มารดาของออมสินตกใจและเป็นห่วงมาก

“คุณแม่ใจเย็นๆ นะคะตอนนี้ออมสินถึงโรงพยาบาลแล้วครูจะโทรมาบอกให้คุณแม่มารับออมสินที่นี่ค่ะ คุณแม่ขับรถดีๆ นะคะไม่ต้องรีบ”

“แล้วออมสินเป็นอะไรมากไหม เขาสลบหรือเปล่า”

“ไม่หรอกค่ะ ออมสินยังพูดได้คุยได้เพียงแต่ร้องไห้เพราะกลัวเลือดนิดหน่อยค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ”

“ลูกชายของแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ ใช่ไหมคะครูปิ่น”

“ไม่หรอกค่ะเขาแค่มีเลือดออกครูดูแล้วแผลไม่ได้ลึกอะไร คุณแม่ไม่ต้องตกใจนะคะ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวแม่จะรีบไปเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะครูที่โทรบอก”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย ประธานหัวใจเต้นแรง
9.6
ทายาทคนที่สองของตระกูลมหาเศรษฐีต้องเติบโตในบ้านเด็กกำพร้าจากความผิดพลาดทางการแพทย์ แม้ได้กลับคืนสู่ครอบครัวเมื่อสามปีก่อน ทว่าเธอกลับถูกปฏิบัติราวกับคนแปลกหน้า ซ้ำร้ายยังถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยถูกผลักไสให้วิวาห์กับดนุนัยแทนพี่สาว การแต่งงานที่ถูกบีบบังคับครั้งนี้กลับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็นเงื่อนงำ ชีวิตที่เคยคิดว่าเป็นตลกร้าย แท้จริงแล้วคือแผนการที่ใครบางคนจงใจสร้างขึ้น เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวสายละมุน
8.4
เณศรา หญิงสาววัยยี่สิบหกปีผู้เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทอันงดงาม เธอเคยติดอยู่ในความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพี่ชายของเพื่อนสนิทมายาวนานถึงสามปีเต็ม ทว่าความผิดหวังอย่างรุนแรงจากความรักในครั้งนั้นกลับกลายเป็นบาดแผลใหญ่ที่ทำให้เธอหวาดกลัวการเปิดใจให้ใครคนใหม่และเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากความรู้สึกรัก จนกระทั่งโชคชะตาได้เริ่มถักทอเส้นทางชีวิตของเธอใหม่อีกครั้งผ่านเหตุการณ์บุพเพสันนิวาสที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย อหังการซาตานเถื่อน ชุด ซาตานเมดิเตอเรเนียน
8.8
เพเรอคลิส ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรีซ ถูกล่อลวงให้ติดกับดักสวาทของแสนดี ลูกสาวแม่บ้านผู้ทะเยอทะยาน แม้จะรู้ว่าเป็นแผนร้าย แต่มังกรหนุ่มกลับยินดีขย้ำเหยื่อสาวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าหลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนจบลง เขากลับเปลี่ยนร่างเป็นซาตานผู้ไร้หัวใจ ตอกย้ำสถานะนางบำเรอและเหยียดหยันความรักของเธออย่างเลือดเย็น ทิ้งให้แสนดีที่ถูกแม่แท้ๆ นำมาประเคนให้ต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดในขุมนรกที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นเพียงชั่วนิรันดร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักคนไร้ใจ
8.7
คำเตือนสุดเย็นชาจากชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจย้ำเตือนหญิงสาวถึงสถานะที่เธอเป็นเพียงผู้หญิงขายตัวแลกเงิน เขาประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการป้องกันและสั่งให้เธอจัดการตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ เพราะเขาไม่มีวันรับผิดชอบชีวิตที่เกิดมาและไม่อาจยอมรับให้เธอเป็นแม่ของลูกได้ หากเธอยังดื้อรั้นจนพลาดพลั้งมีพยานรักขึ้นมาจริงๆ เขาพร้อมจะลงมือจัดการกำจัดเด็กในท้องด้วยน้ำมือของตนเองอย่างไร้ความปรานี เพื่อทำลายพันธะที่เขาไม่เคยต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต