
สยบแค้นรักซาตาน
ตอน 3
“ว๊าย! ไอ้บ้า ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ มันจะทำร้ายฉันช่วยด้วย”
ร่างบางถูกอุ้มไปยังรถสปอร์ตคันหรูเขาโยนร่างนุ่มนิ่มลงยังเบาะนั่งข้างคนขับอย่างรุนแรงทำเอาหญิงสาวถึงกับจุกท้องกันเลยทีเดียวจากนั้นก็ล็อกเข็มขัดนิรภัยให้กับเธอแล้วปิดประตูวนกลับมานั่งยังตำแหน่งคนขับสตาร์ทรถยนต์แล้วขับออกจากโรงพยาบาลศัลยกรรมไปอย่างรวดเร็ว
“นี่คุณจะพาฉันไปไหนปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ อ๊า…อึบ อื้อ”
กฤษณะรำคาญเสียงของหญิงสาวจึงใช้เทปปิดปากเธอเอาไว้มือทั้งสองข้างก็ถูกเขาพันธนาการด้วยเชือกผูกปมอย่างแน่นหนาและใช้พาพันรอบศีรษะเพื่อปิดดวงตาของเธอไม่ให้มองเห็นสิ่งรอบข้าง
“น่ารำคาญ ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้เมฆมันไม่เอาเธอ”
พูดจบเขาก็หันกลับไปประจำตำแหน่งแล้วขับรถออกไปจากที่ตรงนั้นทันทีปล่อยให้ธัญญ่าร้องอู้อี้อยู่ในลำคอค้างคาใจกับสิ่งที่เขาพูด
“อื้อ….อื้อ”
รถสปอร์ตแล่นออกจากตัวเมืองกรุงแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่ลับของเขาที่เตรียมการไว้สำหรับรองรับหญิงสาวจากนี้ไปเขาจะเป็นคนที่กุมชีวิตของเธอถ้าเขาไม่อนุญาตให้ตายเธอก็จะไม่มีสิทธิ์ตาย!
กริ๊ง~~~
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นส่งสัญญาณบอกว่ากฤษณะได้กลับมาถึงบ้านแล้วหญิงสาวที่กำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ในครัวได้ยินก็รีบรุดออกไปที่หน้าบ้านเพื่อต้อนรับตำรวจหนุ่มกลับมาจากทำภารกิจ
“พี่เกรทมาแล้ว”
กานหรือกศิยา ดวงสุดสว่าง เธอเป็นน้องสาวแท้ๆของเกดมณี ดวงสุดสว่าง อดีตคนรักของสารวัตรกฤษณะมีดีกรีเป็นถึงดาราสาวชื่อดังตัวท็อประดับหนึ่งในวงการบันเทิงแต่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมหลังจากที่สูญเสียพี่สาวไปกศิยาก็ได้มาพักอาศัยอยู่กับกฤษณะอย่างถาวรจนกว่าเธอจะมีครอบครัวใหม่เป็นของตนเองเพราะความสงสารและเห็นว่ากศิยาไม่เหลือใครแล้วประกอบกับก่อนหน้านี้ทั้งกศิยาและเกดมณีก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของกฤษณะมานานจึงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและเขาเองก็เอ็นดูกศิยาเหมือนน้องสาวแท้ๆคนหนึ่งจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องผลักไสไล่ส่งให้เธอไประหกระเหินอยู่ที่อื่น
“นั่นพี่เกรทพาใครมาด้วย”
กศิยาเห็นตำรวจหนุ่มพาหญิงสาวร่างบอบบางมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบได้เธอแต่งกายด้วยชุดของโรงพยาบาลถึงจะปิดหน้าปิดตาและมองเผินๆแล้วก็ดูไม่ยากเลยว่าเธอคนนั้นมีหน้าตาสะสวยอย่างกับดารา
“พี่เกรทคะ กลับมาแล้วเหรอคะ เอ่อแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรือคะทำไมต้องพามาที่บ้านของเราด้วย”
“ไว้พี่จะเล่าให้ฟังนะแต่ตอนนี้กานช่วยไปบอกป้าพรให้ทำความสะอาดห้องชั้นบนให้พี่ที”
“คะ? ห้องชั้นบน? เอ่อ ดะ ได้ค่ะสักครู่นะคะ”
ธัญญ่าขัดขืนคนตัวโตทุกช่องทางเธอพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของชายแปลกหน้าให้ได้แต่ก็ไม่เป็นผลกฤษณะตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าแล้วพาไปยังห้องชั้นบนที่เคยเป็นห้องนอนของแม่นมเขามาก่อนแต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้ห้องนอนนั้นเพื่อเก็บซ่อนผู้หญิงคนนี้เอาไว้
“อื้อ….อื้อ….”
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
กำปั้นเล็กๆทุบไปที่แผ่นหลังหนาอย่างเต็มแรงแต่กฤษณะไม่มีสีหน้าของความเจ็บปวดใดๆเลยเขาอุ้มหญิงสาวขึ้นไปยังห้องชั้นบนและไม่รีรอให้ป้าพรได้ทำความสะอาดใดๆทั้งนั้น
“ป้าพรครับ ไม่ต้องทงต้องทำมันแล้วความสะอาดปล่อยยายนี่อยู่ในสภาพแบบนี้แหละ”
ป้าพรและกศิยาตกใจที่กฤษณะรีบรุดขึ้นห้องมาอย่างเร่งรีบเขาโยนร่างเพรียวบางลงบนเตียงนุ่มที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนหรือทำความสะอาดใดๆเลยจากนั้นก็ปิดประตูห้องอยู่กับหญิงสาวสองต่อสองไม่ให้ใครมาช่วยอะไรเธอได้
“เอ่อ…คุณเกรทคะให้ป้าทำความสะอาดก่อนดีไหมคะ”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละครับป้าผมขอเวลาสักครู่จัดการยายนี่ก่อนทุกคนมีอะไรไปทำก็ไปทำกันได้เลยผมไม่รบกวนแล้ว”
ปัง!
ประตูถูกปิดและลงกลอนอย่างสนิทคนข้างนอกที่กำลังตกตะลึงและยืนงงอย่างไม่เข้าใจกันอยู่ก็ต่างสงสัยถึงผู้หญิงแปลกหน้าที่กฤษณะพามาที่บ้านแถมยังให้ไปอยู่ในห้องนอนของแม่นมเขาได้อีกต่างหากทั้งที่ห้องนี้กฤษณะไม่อนุญาตให้ใครได้ใช้เลยแม้กระทั่งกศิยาก็ไม่เคยได้เข้าไปเลยสักครั้ง
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันทำไมคุณเกรธถึงพามาที่บ้านแบบนี้ละแถมยังเข้าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองอีก”
พุดจีบที่เป็นหลานสาวของป้าพรก็ได้เอ่ยปากขึ้นทำให้กศิยาที่ได้ยินถึงกับหันขวับมามองเธอด้วยสายตาเชิงดุด่า
“พุดจีบ! มีอะไรไปทำก็ไปเถอะพี่เกรทคงมีเหตุผลบางอย่างแหละมุทะลุแบบนี้ทุกที”
พุดจีบก้มหน้าเจื่อนเมื่อโดนกศิยาดุส่วนป้าพรที่เข้าใจดีว่าคุณหนูของเธอชอบทำเรื่องอะไรแปลกๆแบบนี้ประจำก็เลยไม่สนใจและได้ชักชวนทุกคนให้ไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่าไปสนใจเรื่องของเจ้านาย
ภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ไม่ได้ถูกทำความสะอาดเตรียมไว้ก่อน ธัญญ่าจึงมีอาการสำลักฝุ่นเล็กน้อยกฤษณะแก้ผ้าปิดตาและดึงเทปออกจากปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็วไม่มีการถนอมเลยสักนิด
“โอ๊ย! ไอ้บ้าฉันเจ็บนะ อี๋แล้วที่นี่มันที่ไหนสกปรกก็สกปรก นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
“แหกปากร้องเลยจะร้องให้คออักเสบเลยก็ได้นะเพราะที่นี่ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอกธัญญ่า”
คุณอาจจะชอบ





