
สัญญารักซาตานร้าย
ตอน 2
“นายน้อย” มินตราเอ่ยเรียกเสียงพร่า ริมฝีปากสั่นระริก พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนกับการกระทำของเจ้านายหนุ่ม
“สร้อยบนคอนี้มันเป็นคำตอบที่เธอบอกฉันไม่ใช่หรือมิ้นท์ ว่าเธอเองก็รักฉัน...เหมือนที่ฉันรักเธอ” ภาคินเอ่ยถามพร้อมตวัดสายตาขึ้นมามองสบดวงตากลมโตที่ยามนี้หยาดเยิ้มไปด้วยอารมณ์วาบหวาม
“นายน้อย... ”
“ในเมื่อเธอสวมสร้อยเส้นนี้ไว้ สร้อยที่เป็นสัญญาใจจากฉันว่าฉันจะกลับมาและเพื่อยืนยันคำตอบจากเธอ ...ว่าเธอคิดยังไงกับฉัน สร้อยที่อยู่บนคอเธอเวลานี้มันคือคำตอบจากใจเธอไม่ใช่หรือมิ้นท์ แล้วทำไม... ทำไมจึงอยากผลักไสให้ฉันไปจากเธอล่ะมิ้นท์”
ภาคินเอ่ยถามทั้งที่ริมฝีปากหยักได้รูปยังคลอเคลียวนเวียนเฉียดไปมาบริเวณริมฝีปากอวบอิ่ม ความปั่นป่วนในกายสาวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว มินตรารู้สึกวูบไหว สมองมึนงงไม่สั่งการ เปลือกตาคู่สวยหลุบต่ำลงก่อนค่อยๆปิดลงเมื่อเจ้าของรู้สึกหนักอึ้ง
“นายน้อย... ” เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มแผ่วเบาเต็มที หญิงสาวพยายามฝืนความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง มือน้อยพยายามยื้อยุดฝ่ามือแข็งแรงที่วนเวียนลูบไล้ตรงบริเวณลำคอ แต่ทว่าดูจะไม่เป็นผล... เพราะเพียงฝ่ามือหนาเลื่อนหลุดไปริมฝีปากร้อนๆ ก็ทาบทับเข้าแทนที่
“พี่คินคะ สุมาหิวแล้วไปกันหรือยังคะ”
เสียงกังวานใสของหญิงสาวผู้ก้าวเข้ามาในห้องดังขึ้นก่อนที่ไฟปรารถนาจะเผาไหม้หนุ่มสาวทั้งสอง เจ้านายหนุ่มและลูกน้องสาวผละออกจากกันแทบทันที สองหนุ่มสาวอุทานขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย
“คุณสุมา! / สุมา!”
“เอ่อ... สุมาเข้ามาผิดเวลาหรือเปล่าคะ” กุสุมาเอ่ยถามเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของคนทั้งคู่
ฝ่ายหญิงนั่งหน้าซีดสีหน้าตกใจราวกับเห็นเธอเป็นตัวประหลาด ส่วนคู่หมั้นหนุ่มของเธอแม้ว่าจะยังคงสีหน้าปกติ แต่อาการยืนนิ่งเอามือล้วงกระเป๋าสีหน้าเคร่งเครียดก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ชายหนุ่มชอบแสดงออก แต่ก็อีกนั่นแหละกุสุมามักจะเห็นเขาทำท่าทางแบบนี้เสมอยามอยู่ต่อหน้าเลขาฯคนสวย
“ไม่นี่คะ นี่ก็ได้เวลาพอดี สุมาหิวแล้วใช่ไหมคะ พี่คินว่าจะโทรไปตามอยู่พอดี” ชายหนุ่มหันมาฝืนยิ้มเก๋ให้คู่หมั้นสาวพร้อมกับเดินเข้ายืน เคียงข้างใช้ฝ่ามือแข็งแรงโยกศีรษะหญิงสาวผู้เข้ามาใหม่อย่างเอ็นดู
“ค่ะ สุมาท้องร้องมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วล่ะค่ะ นี่ก็เลยเที่ยงแล้วสุมาคิดว่าพี่คินทำงานจนลืมทานข้าวก็เลยเข้ามาตาม ไปทานข้าวด้วยกันไหมคะคุณมิ้นท์” กุสุมาบอกพร้อมทำท่าลูบท้องประกอบก่อนหันไปชวนเลขาฯคนสวยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงใบหน้างามซีดเซียว
“ไม่ล่ะค่ะ มิ้นท์ต้องขอบคุณคุณสุมาค่ะที่ชวน มิ้นท์นัดกับคุณวายุไว้น่ะค่ะ” มินตราพยายามฝืนยิ้มเอ่ยปฏิเสธออกไป พยายามหลบสายตาคมที่จ้องมองมา หญิงสาวพยายามฝืนบังคับไม่ให้น้ำตาไหลรินออกมา
“งั้นสุมาไปก่อนนะคะ ไปเถอะค่ะพี่คิน” กุสุมาบอกลาเมื่อมินตราเอ่ยปฏิเสธ
สองมือยกขึ้นเกาะกอดท่อนแขนแข็งแรงอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ กุสุมาชะงักเล็กน้อยเมื่อคล้ายกับมองเห็นแววตาเศร้าหมองของหญิงสาวอีกคน แต่ก็เพียงเท่านั้นหญิงสาวก็ตัดบทชักชวนคู่หมั้นหนุ่มออกไปรับประทานอาหารกลางวัน กุสุมาคิดว่าเธอคงคิดไปเองเรื่องระหว่างมินตรากับภาคิน ในเมื่อมินตราคบหาดูใจอยู่กับวายุแล้วภาคินเองก็มีคนที่รักอยู่แล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองคนจะมีบางสิ่งบางอย่างต่อกัน
“ไปค่ะ” ภาคินยิ้มให้กุสุมาก่อนส่งสายตาเข่นเขี้ยวไปให้อีกคนที่ห่างออกไป ทว่าชายหนุ่มก็ต้องอึ้งไปเมื่อสบเข้ากับสายตาที่มองตอบกลับมาอย่างตัดพ้อ ภาคินอยากดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดปลอบโยน แต่สิ่งที่ทำได้คือตัดใจเบือนหน้าหนีแล้วรีบพาคู่หมั้นสาวหลีกหนีออกมา
‘แล้วมิ้นท์ต้องทำยังไงเหรอคะนายน้อย... มิ้นท์ควรตัดใจหรือควรรอ เฝ้ารอ... ทั้งที่รู้ว่าเรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ มันไม่เคยเป็นไปได้มาตั้งแต่ต้นแล้ว’
มินตราทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แต่ก่อนที่ความเศร้าจะครอบครองจิตใจมากไปกว่านี้เสียงทุ้มของอดีตหัวหน้าหนุ่มก็ดังขัดขึ้น
“รอนานไหมครับน้องมิ้นท์”
“คุณวายุ” มินตราเรียกขานชื่อเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงทุ้มเป็นใคร
“พี่บอกแล้วใช่ไหมครับว่าถ้ามีแค่มิ้นท์กับพี่แค่สองคนให้เรียกพี่วายุห้ามเรียกคุณ”
“ขอโทษค่ะมิ้นท์ลืมไปน่ะค่ะ”
“ว่าแต่มิ้นท์ไม่สบายหรือเปล่าครับทำไมตาแดงๆ ”
“เหรอคะ... สงสัยเป็นเพราะขนตาเข้าตามั้งคะ มิ้นท์เพิ่งเขี่ยออกเมื่อกี้นี้เอง”
“ไม่เป็นไรพี่ก็สบายใจ พี่นึกว่ามิ้นท์ถูกพีเคดุเอาซะอีก งั้นไปเถอะนี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว เดี๋ยวพี่พามิ้นท์กลับมาทำงานช้า พีเคดุมิ้นท์แล้วพี่ช่วยอะไรมิ้นท์ไม่ได้ พี่คงเสียเซลล์แย่ แต่ครั้งนี้พี่ว่าคงไม่ถูกดุหรอกมั้งพี่เห็นพีเคกับคุณสุมาเพิ่งออกไปตอนที่พี่มาหามิ้นท์นี่ใช่ไหมครับ”
“คงงั้นมั้งคะ... งั้นเดี๋ยวมิ้นท์หยิบกระเป๋าก่อนนะคะ” มินตราตอบรับเสียงเศร้าแม้จะพยายามทำให้ร่าเริง แต่อาการเหม่อลอยที่แสดงออกชัดเจนทางดวงตากลมโตคู่นั้นก็ไม่อาจเล็ดลอดจากสายตาของวายุไปได้
เขาสังหรณ์ใจบางอย่างในตัวมินตราตั้งแต่ภาคินก้าวเข้ามาที่นี่ แม้ว่าตอนนี้มินตราจะเปิดโอกาสให้เขามากขึ้นแต่ก็ยังไม่เปิดใจยอมรับเขาสักที วายุได้แต่ภาวนาขอให้เรื่องราวระหว่างมินตรากับภาคินไม่เป็นไปตามที่เขาคิด หรือหากเป็นเช่นนั้นเขาเองจะเป็นฝ่ายดึงมินตราให้ออกมาจากความเศร้าโศกนั้น
*****************************************
“พี่คินคะดูนั่นสิคะ คุณมิ้นท์กับคุณวายุนี่คะ เขาเหมาะสมกันจังเลยนะคะ” กุสุมาชี้ชวนให้คู่หมั้นหนุ่มดูหนุ่มสาวที่เดินเคียงคู่กันออกมาจากตัวอาคาร
“ไม่เห็นจะเหมาะกันตรงไหน” ภาคินแค่นเสียงตอบอย่างไม่อาจเก็บซ่อนอารมณ์หึงหวงที่ผุดขึ้นมาได้เมื่อสายตาคมมองตามคำเชิญชวนของคู่หมั้นสาวแล้วพบภาพบาดตาบาดใจ เขาอยากจอดรถแล้วลงไปกระชากทั้งสองให้ห่างจากกัน แม้จะไม่ได้เดินเกาะเกี่ยวแขนแต่อาการคอยระมัดระวังความปลอดภัยให้หญิงสาวของผู้จัดการหนุ่มเชื้อสายจีนนั่นมันขัดตาขัดใจเขาไม่น้อย
“แหม... นี่ถ้าสุมาไม่รู้จักพี่คินดี สุมาจะคิดว่าพี่คินกำลังหึงคุณมิ้นท์กับคุณวายุนะคะเนี่ย” กุสุมาเอ่ยแซวเมื่อได้ยินคำตอบที่เจือด้วยอารมณ์ขุ่นมัวของคู่หมั้นหนุ่ม หญิงสาวหันมายิ้มล้อเลียนเพราะไม่ได้คิดอะไรมากกว่าหยอกล้อ
“ก็พี่เห็นว่าเขาไม่เหมาะสมกัน พี่ก็พูดตามความจริง หรือสุมาอยากให้พี่โกหกคะ” ภาคินเริ่มรู้ตัวว่าพลั้งเผลอแสดงความรู้สึกเบื้องลึกในใจออกไป ก็รีบกลบเกลื่อนทันที
“เจ้าค่ะ สุมารู้ค่ะว่าพี่คินน่ะปากกับใจตรงกันเสมอ คุณชายภาคินผู้หล่อเลิศไม่เคยสนใจว่าใครจะคิดยังไง สุมาสงสัยจังค่ะว่าเมื่อตอนวัยรุ่นเนี่ยพี่คินจีบสาวยังไงคะ สาวๆถึงได้หลงนักหลงหนา ทั้งที่พี่คินของสุมาเป็นคุณชายปากร้ายซะขนาดนี้” กุสุมายิ้มประจบแต่ไม่วายหยอกเย้าเมื่อยังเห็น สีหน้าเกือบบึ้งตึงของคู่หมั้นหนุ่ม
“ถึงพี่จะปากร้ายกับคนอื่น แต่พี่ก็ไม่เคยปากร้ายกับสุมานี่คะ จริงไหม” ภาคินพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง เขาต้องใจเย็นกว่านี้ เขาจะให้ใครล่วงรู้เรื่องของมินตราไม่ได้หากภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น
“เจ้าค่ะ ถ้าพี่คินปากร้ายกะสุมา สุมาก็ไม่รักหรอก เพราะพี่คินคงได้เป็นอสูรร้ายสำหรับสุมาแทนอัศวินขี่ม้าขาวที่คอยช่วยเหลือสุมาตลอด ว่าแต่ใครกันนะที่เป็นคนกุมหัวใจคุณชายปากร้ายคนนี้ได้ สุมาอยากรู้จักจังค่ะ” กุสุมาเอียงคอถามยิ้มอย่างประจบหวังให้ภาคินเปิดเผยความลับที่เก็บซ่อนไว้
“ไม่แน่นะบางทีสุมาอาจรู้จักเขาก็ได้” ภาคินเอื้อมมือหนามาขยี้ศีรษะสวยของคนข้างกาย ยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์
“สุมาสงสารคุณวายุจังค่ะ พี่คินไปแยกเลขาฯ คุณวายุมาแบบนี้ เขาคงเสียใจแย่นะคะที่ต้องทำงานคนละที่กับหวานใจ”
“ก็คงไม่ถึงตายหรอกมั้งคะ” ภาคินสบถอย่างหัวเสียอีกครั้งเมื่อจู่ๆกุสุมาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนามาที่ตัวต้นเหตุของอารมณ์ขุ่นมัวอีกครั้ง
“พี่คินน่ะสุมาไม่พูดด้วยแล้ว ยิ่งพูดสุมาก็ยิ่งรู้สึกว่าพี่คินมีอคติกับคุณวายุ” กุสุมานึกขึ้นได้ว่าตัวเองพลาดไปทั้งที่พยายามออกนอกเรื่องให้ภาคินอารมณ์ดี แต่ก็มาวกกลับเข้าเรื่องให้ภาคินหัวเสียอีกจนได้ หญิงสาวจึงแกล้งกระเง้ากระงอดให้คู่หมั้นหนุ่มเบี่ยงเบนความสนใจ
“ไม่งอนนะคะเด็กดี ถึงร้านแล้วพี่คินว่าเราไปหาอะไรทานกันเถอะ สุมาของพี่น่าจะใกล้เกิดอาการโมโหหิวแล้วล่ะ ไปค่ะ” ภาคินรีบตัดบทก่อนที่จะเผลอเผยความรู้สึกลึกๆในใจออกไป เขาไม่อยากให้กุสุมารับรู้ เพราะเท่ากับว่าทุกอย่างที่ผ่านมาอาจผิดพลาดและยิ่งยืดเยื้อต่อไปไม่มีวันจบสิ้น
ภาพหนุ่มสาวที่เดินเคียงคู่กันออกจากอาคารผ่านหน้ารถไปหยุดยืนอยู่ริมฟุตบาทเพื่อข้ามถนนไปอีกฟากผุดเข้ามาในห้วงคำนึงสร้างความเจ็บปวดร้าวลึกให้หัวใจชายหนุ่ม เขาต่างหากที่ควรยืนเคียงคู่มินตราไม่ใช่ไอ้หนุ่มหน้าตี๋ผู้จัดการฝ่ายการตลาดนั่น เขาจะทำอย่างไรดี ยิ่งนานวันมายมิ้นท์ของเขายิ่งทำท่าจะห่างไกลเขาออกไปทุกที เขาจะยึดเหนี่ยวเธอไว้ได้หรือไม่ด้วยสัญญาใจที่มีให้กัน ในเมื่อวันนี้เขามีภาระพันธะผูกพันที่ไม่รู้วันสิ้นสุดว่าพันธะนี้จะหยุดลงเมื่อใด
‘ขอโทษนะมายมิ้นท์ วันหนึ่งเธอจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันทำ อดทนและรอฉันก่อนนะ อย่าเพิ่งด่วนจากไปไหน ที่ฉันบอกว่า... ฉันรักเธอ... ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ ’
คุณอาจจะชอบ





