ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนี้เสน่หาจอมมาร

หนี้เสน่หาจอมมาร

อารัญต้องทนทุกข์เจียนตายเมื่อถูกรัชนีกรทิ้งไป ความแค้นที่ฝังลึกทำให้เขาตั้งมั่นจะเอาคืน แม้เธอจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เขากลับเลือกชำระหนี้แค้นกับ พรบุหลัน ลูกสาวผู้ไร้เดียงสาแทน หญิงสาวหลงรักอารัญตั้งแต่แรกเห็นโดยไม่รู้เลยว่าไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้คือกับดักแสนอันตราย เขาพร้อมทวงคืนทั้งต้นและดอกอย่างเร่าร้อน ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นกลับมีความเสน่หาที่หอมหวานแทรกซึมเข้ามา จนอารัญเริ่มหวั่นไหวกับเหยื่อสาวที่เขาตั้งใจทำลาย สุดท้ายแล้วรักหรือแค้นจะเป็นฝ่ายชนะในเกมหัวใจครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

นิ้วมือยกขึ้นแตะซับที่หน้าผากด้านซ้ายภายใต้ไรผมปกปิด ความรู้สึกวาบลึกวิ่งเร้าอยู่ภายใต้ร่องรอยแผลเป็นจางๆ เพราะเสียงร่ำร้องในหัวใจบอกว่าบาดแผลนี้ไม่มีวันหายขาด แม้ด้านนอกจะแทบไม่เห็นรอย แต่ใครจะรู้เล่าว่าความเจ็บปวดนั้นหยั่งรากลงลึกจนถึงหัวใจ

เปรี๊ยะ!

แก้ววิสกี้เนื้อดีถูกบีบจนแตกคามือ เลือดสีแดงสดซึมออกมาตามร่องนิ้ว ทว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ได้แสดงความเจ็บปวดเลยสักนิด มีเพียงดวงตาคมเข้มเท่านั้นที่กร้าวขึ้นแลดูเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก บาดแผลแค่นี้ไม่ทำให้เจ็บได้หรอก เพราะสิ่งที่เจ็บอยู่นี้มากมายเกินกว่าแล้ว

ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ในโลกที่เขาจะทนไม่ได้อีก เพราะความเจ็บจากการโดนกระชากหัวใจออกจากร่างทั้งที่ยังมีชีวิตเกินกว่าที่คนจะทนไหว แต่ที่เขายังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะมี ‘ความแค้น’ และ ‘ความอดสู’ ที่ถูกทอดทิ้ง เป็นเหมือนเชื้อเพลิงให้ร่างกายยังหายใจ และไม่บ้าบอคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปก่อน

ดวงตาคมกร้าวขึ้นตวัดมองภาพเคลื่อนไหวนั้นต่อ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนทั้งคู่ยังดังต่อเนื่อง เด็กหนุ่มทำโจทย์ข้อยากๆ ได้โดยง่าย เขาตั้งใจเรียนอย่างเต็มความสามารถเพราะอยากเรียนให้จบโดยเร็ว อยากเติบโต ทำงานที่มั่นคง เพื่อให้ตัวเขาพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ และคาดหวังว่าเธอคงคิดไม่ต่างกัน เพราะคำหวานให้กำลังใจนั้นทำให้เขาหลงเชื่อ

‘มองอยู่ได้ค่ะคุณไม้ ทำไปสิ ถ้าข้อนี้ทำผิดอีก พี่ไม่ทวนให้แล้วนะ’

เธอชูนิ้วคาดโทษที่เขามัวแต่มองใบหน้าอ่อนเยาว์ดุจสาวแรกรุ่นของเธอ จนไม่ทันได้ฟังคำอธิบาย ก็ใบหน้าอ่อนโยนไร้เครื่องสำอางนี้ช่างน่ารักเสียยิ่งกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกันกับเขาเสียอีก ไม่ว่าเธอจะยิ้มหรือจะทำสีหน้าบึ้งตึงเพราะเขาไม่ตั้งใจเรียน เธอก็ดูน่ารักจนเขาไม่อยากถอนสายตา เหมือนเขาเห็นพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า เพราะรอยยิ้มของเธอทำให้หัวใจของเขาสว่างไสวและเต็มไปด้วยความสุข ไม่ต่างจากแสงจันทร์ที่ส่องทางในยามค่ำคืน

‘คุณไม้ ถ้าไม่ฟัง พี่จะไม่สอนแล้วนะ’

‘เดือนจะใจร้ายจริงๆ เหรอ’

‘นี่! คุณไม้ เรียกเดือนเฉยๆ ไม่ได้นะ ต้องเรียกพี่เดือนสิคะ’

‘แล้วใครเขาเรียกแฟนว่าพี่กันบ้างล่ะ ยังไม่แก่สักหน่อย’

‘เอ่อ... ไม่รู้ละ ต้องตั้งใจเรียนก่อน จะได้สอบได้คะแนนดีๆ’

‘ถ้าสอบได้จะให้เรียกแฟนมั้ย’

‘ต้องดูผลสอบก่อน’

‘งั้นสอบเสร็จจะทวงคำตอบ’

เด็กหนุ่มอมยิ้มเมื่อเห็นแววเอียงอายจากใบหน้าอ่อนกว่าวัยนั้น เป็นใครก็คงคิดว่าเธอมีใจ แม้เธอจะไม่เคยบอกรักหรือยืนยันว่าหัวใจสองดวงตรงกัน แต่การไม่ปฏิเสธหรือกิริยาเขินอายทุกครั้งยามที่เขาพูดคำหวานจะให้เข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไรกัน แต่สิ่งที่ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่อยู่ดี แม้จะดึงดันเอาไว้กับตัว สักวันก็ต้องจากลาไปอย่างไร้ค่า ไร้คำ ‘ร่ำลา’

ความเจ็บแปลบรับรู้ได้ที่หัวใจ เพราะสิ่งที่มองเห็นไม่ต่างจากหนามที่ทิ่มตำหัวใจตนเอง หัวใจที่ถูกกระชากทิ้งอย่างไม่ไยดีจนเจ้าของเกือบตาย ต้องซมซานไปหาที่พักพิงหัวใจไกลถึงอีกซีกโลก

แม้จะพยายามบอกตัวเองให้ลืม และหวนหาความรักครั้งใหม่เพื่อกลบร่องรอยแห่งความเจ็บช้ำนี้ ทว่าเมื่อไรก็ตามที่ความรักเยี่ยมหน้ามาทักทาย อาการเจ็บแปลบจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ความรัก’ ก็กลับมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ได้รับเชิญ

เขากลายเป็นคนที่หวาดหวั่นรักครั้งใหม่ เพราะบาดแผลที่คิดว่าหายสนิทไม่เป็นดังใจหวัง มันเป็นเหมือนเศษเสี้ยนหรือหนามน้อยๆ ที่บ่งเท่าไรก็ไม่ออก ยิ่งหัวใจเต้นรัวเร็ว หนามน้อยๆ นั้นก็คล้ายจะทิ่มตำให้ลงลึกไปในหัวใจมากขึ้น

ความเจ็บของเขามันเจ็บแปลบๆ ปลาบๆ ไม่มีวันจางหาย คือความหวาดหวั่นว่ารักครั้งใหม่คงลงเอยด้วยความเจ็บช้ำดั่งเคย สำนึกที่บอกตัวเองก็คือความเจ็บครั้งนั้นไม่ได้ลดจางลงเลย ทว่ามีแต่จะเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทบทวี เพราะมันคือ ‘หนี้แค้น’ ที่รอคอยวันเวลาสะสาง แต่เขาจะไม่ดิ้นรนค้นหาลูกหนี้ เพราะเขาเชื่อในพรหมลิขิต หากครั้งหนึ่งท่านเคยลิขิตให้เขาต้องเจ็บปวดเจียนตาย ก็คงมีสักครั้งที่เขาจะได้ ‘ชำระ’

ตลอดระยะเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา เขาจึงไม่เคยมอบหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนอีกเลย คบใครก็เพียงปลดเปลื้องความต้องการเท่านั้น เพราะความจริงที่แท้ที่สุดก็คือ ‘ความรักคือเรื่องลวงโลก’ และ ‘ผู้หญิงทุกคนซื้อได้ด้วยเงิน ถ้าเธอพอใจกับตัวเลข’

แต่หากจะถามเขาว่าทำไมไม่ลบหลักฐานแห่งความเจ็บปวดนี้ทิ้งไปซะ ทำไมต้องเก็บเอาไว้เพื่อตอกย้ำให้เจ็บยิ่งขึ้น คำตอบก็คือ เก็บไว้เตือนใจตนเองจะได้ ‘ไม่เจ็บซ้ำ’ และให้จดจำว่าผู้หญิงหน้าตาอ่อนโยนดูราวไร้เดียงสานั้นภายในไม่ต่างจากนางฟ้าใจร้ายที่สวมหน้ากากสโนว์ไวต์เอาไว้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สวาทรักสลักใจ
9.2
"รอวันที่ 'รุ้งอ้วน' จะเชื่อมแผ่นดินและผืนฟ้าไว้ด้วยรัก" ‘แผ่นภพ เคลย์ วิลคินสัน’ ฝันว่าได้ร่วมรักกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างถึงพริกถึงขิง เมื่อตื่นก็พบว่าฝันเป็นจริง เธอคือ ‘อิงฟ้า’ เด็กในปกครองของเขาเอง ไฟโกรธโชนแสงพร้อมกับไฟราคะโลดแล่น เมื่ออิงฟ้าทำงานแต่งของเขาล่มไม่เป็นท่า วางแผนให้คู่หมั้นของเขามาเห็นฉากร่วมรักอัปยศ เธอต้องชดใช้อย่างสาสม! อยากเป็นเมียฉันนักใช่มั้ย! ได้!! ‘เมียเก็บ’ เท่านั้นที่เธอจะได้เป็น อิงฟ้าจะได้รู้ว่าอย่าคิดมาเล่นกับไฟ คนอย่างเขา ดีมาดีตอบ แต่ถ้าร้ายมา เขาจะร้ายกลับไปเป็นร้อยเท่า “ปล่อยฟ้านะ! ปล่อย!” “ทำไม! ทีอยู่กับผัวทำสะดีดสะดิ้ง ทีอยู่กับชู้ สั่นสู้ไม่ถอย ร่าน!” “ใช่! ฟ้าร่าน! รู้อย่างนี้แล้วอาภพจะมายุ่งกับฟ้าทำไม ปล่อยฟ้า! อย่ามายุ่งกับฟ้าอีก ปล่อย! อยากมากก็ไปหาผู้หญิงไม่ร่านของอาภพ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงร่านๆ อย่างฟ้า ปล่อยนะ! ปล่อย! ปล่อยฟ้า!” “ทำไมล่ะ คันมากฉันก็จะช่วยยังไงล่ะ เธอจะได้ไม่ไปเสนอให้ใครเกาซ้ำอีก และอย่าหวังว่าจะมีไอ้เด็กเวรนั่นออกมาด้วย เพราะฉันไม่มีวันมีลูกกับผู้หญิงร่านอย่างเธอแน่ เธอก็จะไม่มีวันท้อง! จำเอาไว้อิงฟ้า! เธอจะไม่มีวันท้องกับฉัน ไม่มีวัน!” #เด็กในปกครองกลายเป็นเมีย #ไม่รักแต่ขาดไม่ได้ #ตบจูบ #เจ้านายร้าย
หน้าปกนวนิยาย แพ้รักนางบำเรอชั่วคราว
8.8
วีรยาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อภาระหนี้สินของบิดากลายเป็นกรงขังที่บีบให้เธอต้องชดใช้ด้วยร่างกาย ในฐานะนางบำเรอชั่วคราวแทนที่น้องสาวตามความต้องการของพ่อเลี้ยง การเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะดิ้นรน ท่ามกลางความทุกข์ทนที่ดูเหมือนไร้ทางออก ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างผิดที่ผิดเวลาอาจเป็นได้ทั้งยาพิษที่ทำลายชีวิตหรือเป็นหยาดน้ำชุบเลี้ยงหัวใจให้ก้าวผ่านโชคชะตาอันโหดร้ายนี้ไปได้
หน้าปกนวนิยาย บำเรอสวาททาสรักอสูร
9.1
ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบเหงา หญิงสาวผู้เปราะบางต้องตกเป็นเชลยภายใต้เงื้อมมือของอสูรร้ายอย่างทัพเทวินทร์ เขาใช้ไฟแค้นและความเสน่หาแผดเผาทำลายความบริสุทธิ์ของเธอจนบอบช้ำไปทั้งกายใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอสุดท้ายให้เธอปรนเปรอความสุขแก่เขาในค่ำคืนนี้ เพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวเธอและพี่สาว แม้จะหวาดกลัวสายตาที่จ้องจะกลืนกินเพียงใด แต่เธอกลับต้องเลือกระหว่างการยอมจำนนต่อราคะหรือการดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการรักที่โหดร้ายนี้
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอไร้ราคี
9.0
ทัดดาวจำต้องเดินทางไกลมาเป็นสาวใช้ในสเปนเพื่อปากท้อง แม้จะต้อยต่ำแต่เธอยังคงยิ้มสู้ จนกระทั่งโชคชะตาพาให้พบกับอีเกร์ มาทาดอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สยบเธอไว้ในฐานะนางบำเรอลับๆ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์ถูกเปิดโปง เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจนเธอต้องหนีไปพร้อมหยาดน้ำตาและลูกในท้อง เมื่อทัดดาวหายไปอีเกร์กลับคลุ้มคลั่งด้วยความโหยหา เขาจึงต้องออกตามหาเมียและลูกเพื่อขอโอกาสแก้ตัว ท่ามกลางกระแสสังคมที่ดูแคลนความรักต่างชนชั้นครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย HELLO BITCH ฉันมันวายร้าย
7.9
เมื่อความซื่อสัตย์คือสิ่งที่ผู้หญิงโหยหามากกว่าความสมบูรณ์แบบ แต่เธอกลับต้องเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด เมื่อชายคนรักเริ่มเปลี่ยนไปและเผยธาตุแท้ที่แสนปลิ้นปล้อน กะล่อน และเจ้าชู้ ความรักที่เคยมีให้กันค่อยๆ จืดจางลงตามกาลเวลา จนเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่เกินจะแบกรับ หากเขาไม่เห็นค่าและไม่รักกันแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสียน้ำตาให้คนพรรค์นี้ ถึงเวลาที่เธอต้องพักและก้าวออกไปหาคนใหม่ที่ดีกว่าเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด