ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักเทพบุตรมาร

พ่ายรักเทพบุตรมาร

เมื่อสี่สาวงามอย่างดารากานต์ ศศิกานต์ ใบหลิว และน้ำฟ้า ต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายจากเงื้อมมือของสี่หนุ่มหล่อ อัคนี น่านน้ำ วาโย และพสุธา ผู้ซ่อนความร้ายกาจไว้ใต้รูปลักษณ์เทพบุตร เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออัคนีและดารากานต์ต้องเข้าพิธีวิวาห์โดยไร้ซึ่งความเต็มใจ ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง เปลวไฟแห่งเสน่หากลับค่อยๆ หลอมรวมใจของทั้งคู่เข้าหากัน แม้ฝ่ายหญิงจะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่ความจริงจังและเล่ห์เหลี่ยมของชายหนุ่มก็ทำให้เธอยิ่งพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอน ที่ 1. เพลิงเสน่หา1

ดารากานต์ในชุดเจ้าสาวสีขาวซึ่งเป็นแบบเกาะตัวกระโปรงสุ่มไก่ฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงจำต้องปั้นยิ้มเดินเคียงคู่เจ้าบ่าวของน้องสาว ซึ่งตอนนี้ตัวเธอเองได้สวมรอยกลายเป็นเจ้าสาวกำมะลอให้อีกฝ่าย ดวงตากลมสวยแอบลอบมองชายหนุ่มร่างสูงในชุดทักซิโด้สีขาวอย่างสำรวจ เธอเพิ่งเจอหน้าเขาก่อนวันงานหนึ่งวัน หลังจากที่ศศิกานต์น้องสาวฝาแฝดซึ่งควรจะเป็นเจ้าสาวในวันนี้ได้หายตัวไป หญิงสาวถูกบิดามารดาเรียกเข้าไปคุย ทั้งๆ ที่เพิ่งเดินทางมาถึงก่อนวันงานแต่งงานของน้องสาวเพียงสองวัน เพื่อมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้น้องสาวฝาแฝด

“หนูดาว นึกว่าเห็นแก่หน้าของพ่อกับแม่ ช่วยแต่งงานแทนน้องด้วยนะลูก”

นางเพ็ญทิพย์ผู้เป็นแม่เอ่ยขอร้องลูกสาว หลังจากเล่าเรื่องที่ศศิกานต์ได้หายตัวจากบ้านให้ลูกสาวคนโตฟัง

“หนูบอกพ่อกับแม่แล้วไม่ใช่หรือคะ ว่าอย่าบังคับยายเดือน เป็นไงล่ะน้องไม่อยากแต่งงานกับไอ้พ่อเลี้ยงไร่กาแฟนั่น จนหนีไปแบบนี้” ดารากานต์กอดอก มองพ่อกับแม่ด้วยความโมโห

ท่านทั้งสองจับลูกสาวคลุมถุงชนให้แต่งงานกับลูกชายของเพื่อน ที่เป็นเจ้าของไร่กาแฟและรีสอร์ท โดยไม่ถามความสมัครใจของลูกเลย

ศศิกานต์เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดมากปากไวเหมือนพี่สาว ได้แต่จำยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่ พอจะถึงวันแต่งจริงๆ เจ้าตัวกลับทนรับสภาพไม่ไหว หนีงานแต่งงานไปโดยทิ้งจดหมายบอกลาสั้นๆ ว่า

... หนูเดือนขอโทษด้วยนะคะ ที่อกตัญญู แต่หนูเดือนไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก ยกโทษให้หนูเดือนด้วยนะคะ...

“แกจะให้พ่อแม่ขายหน้าชาวบ้านเขาหรือไงยายดาว เอาสิพ่อกับแม่ไม่ได้เลี้ยงแกมานี่ แกคงไม่เห็นหัวหรอก” นายสุเมธตัดพ้อลูกสาวอย่างเสียใจ

เมื่อหลายปีก่อนเขายกดารากานต์ให้พี่สาวกับพี่เขยที่ไม่สามารถมีลูกได้เป็นลูกบุญธรรมเพราะสงสารที่ทั้งสองไร้ทายาท ดารากานต์ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจ จึงมีนิสัยเอาแต่ใจดื้อรั้นไม่ยอมคน ต่างจากศศิกานต์ที่อ่อนหวานเรียบร้อยอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ ลูกสาวฝาแฝดของเขาทั้งสองรักใคร่กันมากเพราะไปมาหาสู่กันเสมอ

“หนูดาว แม่ขอร้องเถอะลูก ยอมแต่งงานแก้หน้าให้พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แม่จะคุยกับผู้ใหญ่ทางโน้น ให้แต่งกันแต่ในนาม”

นางเพ็ญทิพย์พยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวหัวดื้อของตนอีกครั้ง นางรู้ดีว่าดารากานต์รักและห่วงใยพ่อแม่ หากใจเย็นพูดให้ลูกเห็นใจ ลูกของนางต้องรับปากแน่

“ทำไม่ล้มเลิกงานแต่งไปคะ ง่ายกว่ากันเยอะ” ดารากานต์เสนอทางออกที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่ ต้องมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า

“ไม่ได้เด็ดขาด ฉันเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งจังหวัด แกจะให้ฉันไปบอกล้มเลิกงานแต่งได้ยังไง ไหนจะแขกฝั่งเจ้าบ่าวอีก แกจะให้พ่อกับแม่ถูกสังคมประณามหรือไง ยายดาว” นายสุเมธโอดครวญ

“หนูดาว แม่กับพ่อขอร้องหนูเถอะนะลูก หนูเดือนหายตัวไปแบบนี้ ชาวบ้านลูกเข้า เขาจะนินทาน้องได้นะลูก หนูอยากให้น้องถูกนินทาว่าหนีตามผู้ชายไปหรือไงลูก ไม่เห็นแก่พ่อแม่ก็เห็นแก่ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลของเราเถอะลูก”

นางเพ็ญทิพย์ใช้ไม้ตาย เพราะรู้ว่าดารากานต์รักน้องสาวมาก คงไม่ยอมให้น้องถูกนินทาแบบนี้แน่

ดารากานต์นิ่งไปครู่หนึ่งคิดตามที่มารดาบอก ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ารับอย่างจำใจ

“ก็ได้ค่ะ ดาวจะเห็นแก่ยายเดือนนะคะ แต่หลังจากแต่งงานแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ต้องให้ดาวหย่ากับเขานะคะ”

“ได้ลูก ได้ทุกอย่าง ขอบใจมากนะลูกที่ยังเห็นแก่หน้าพ่อแม่”

นางเพ็ญทิพย์เข้ามากอดลูกสาวไว้ ส่งยิ้มโล่งอกให้สามีที่มีสีหน้าดีขึ้น ขอเพียงดารากานต์ยอมรับปาก เรื่องอนาคตค่อยว่ากันอีกที

หลังจากตกปากรับคำเป็นเจ้าสาวแทนน้องสาว วันรุ่งขึ้นทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็พากันมาปรึกษาหารือเรื่องนี้ นั่นทำให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำมะลอได้เจอหน้ากัน ดารากานต์ขอตัวคุยกับอัคนีเพียงลำพังเพื่อตกลงกันก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่แผนวาห์กำมะลอเพื่อกู้หน้าให้สองตระกูล

“นี่คุณอัคนี ที่ฉันยอมแต่งงานกับคุณแทนยายดาวเพราะเห็นแก่ชื่อเสียงของพ่อแม่ฉันและพ่อแม่คุณ ดังนั้นเราต้องตกลงกันก่อน” ดารากานต์เป็นคนตรงๆ จึงไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา

“ก็ว่ามาสิครับคุณดาว ผมรอฟังอยู่”

อัคนียิ้มรับด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ในสวนหลังบ้าน ท่าทางดูไม่มีกังวลกับเรื่องนี้สักนิด เหมือนเขาไม่ได้สนใจว่าจะแต่งงานกับใครไม่ว่าจะเป็นพี่สาวหรือน้องสาว ทำเอาคนคุยด้วยรู้สึกไม่พอใจเล็กๆ แต่จำต้องข่มความรู้สึกนั้นไว้ เจรจาความให้รู้เรื่อง

“เราจะ...” แก้มนวลร้อนวูบขึ้นมาเมื่อต้องเอ่ยเรื่องสำคัญ “เราจะแต่งงานแต่กันในนาม พอพ้นคืนแต่งไปก็ต่างคนต่างอยู่”

“อืม... เรื่องนี้ผู้ใหญ่ของเราเขาตกลงกันแล้ว”

เขายกยิ้มมุมปาก มองหน้าของเธอด้วยสายตาพราวระยับ ราวกับขบขันกับท่าทีกังวลเกินเหตุของเจ้าสาวตัวแทน

“รู้แบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ แต่ฉันมีเรื่องคุยกับคุณเรื่องยายเดือนด้วย”

ดารากานต์ หลบสายตาคมวาวของอีกฝ่าย รู้สึกหายใจติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชายอะไรหน้าหล่อคมเข้มดวงตาคมกริบเหมือนเพชร แค่เผลอไปสบตาด้วยเธอก็แทบจะเข่าอ่อน หล่อบาดตาแบบนี้ทำไมถึงไม่มีแฟนแล้วยังยอมแต่งงานแบบคลุมถุงชนอีก มันน่าจะมีอะไรผิดปกติสักอย่าง หญิงสาวอดนึกในแง่ร้ายไม่ได้

“ว่ามาครับ ผมรอฟังอยู่”

เขาพูดประโยคเดิมอีก ขยับกาย นั่งตัวตรง ท่าทีตั้งอกตั้งใจ แต่สายตาคมๆ ของเขาไม่ละจากดวงหน้างามของเธอ

ดารากานต์สูดลมหายใจแรงๆ ลดสายตาลงมองแผงอกของเขาแทนใบหน้า เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากความควบคุม เจอผู้ชายมาก็เยอะไม่เคยใจเต้นแรงหรือประหม่าเขินอายแบบนี้มาก่อน แต่ทำไมดันมาตกม้าตายกับเจ้าบ่าวของน้องสาวได้

“ถ้ายายเดือนกลับมา คุณจะแต่งงานกับยายเดือนอีกไหม”

เธอถามเขาเสียงเบา แม้ตาจะไม่มองสบตาเขาแต่หัวใจก็ดันเต้นแรงเมื่อเปลี่ยนมามองแผงอกหนาที่ลอดผ่านกระดุมเสื้อของเขาแทน คนอะไร หล่อไม่พอยังล่ำบึกชนิดนายแบบชิดซ้าย ผู้ชายที่มีรูปร่างแบบนี้ได้ต้องขยันออกกำลังกายสม่ำเสมอ ท่าทางของเขาดูบึกบึนแข็งแกร่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศจนคนมองโพรงจมูกร้อนผ่าวขึ้นมา ต้องเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่อื่นเกร็งเลือดกำเดาจะพุ่งเพราะหุ่นทรมานสายตานั้น

“เรื่องของผมกับคุณเดือนจบลงแล้วตั้งแต่เธอหนีไป ผมไม่อยากบังคับคนที่ไม่เต็มใจหรอกครับ” เขาบอกเสียงเข้ม

“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ”

ดารากานต์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รู้สึกดีกับชายหนุ่มที่เขาเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่คิด

“ฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่เป็นเจ้าสาวกำมะลอของคุณ ไม่ให้คุณเสียชื่อเสียง”

คำสัญญานั้นทำให้ดารากานต์มาเดินเคียงข้างอัคนี สุริยะกุลในวันนี้ เธอถอนหายใจแรงปัดความคิดกังวลใจทิ้งไป ตั้งหน้าตั้งตาฉีกยิ้มเดินเคียงคู่กับเขาทักทายแขกเหรื่อในงานต่อไป

“นี่คุณ จะหนีออกจากห้องหอ ตั้งแต่คืนแรกเลยหรือไง”

อัคนีเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นเจ้าสาวหมาดๆ ของเขาทำท่าย่องออกนอกห้อง งานวิวาห์เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อยงดงาม พิธีส่งตัวเข้าหอก็ทำครบถ้วน พ่อญาติผู้ใหญ่ออกไปกันหมดเจ้าบ่าวอย่างเขาก็เข้าไปอาบน้ำ พอออกมาก็เห็นเจ้าสาวของเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดกางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ๊ตแบบผู้หญิงสีขาว กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องหอไป

“ฉันไม่ได้หนี แต่ฉันจะกลับบ้านฉันย่ะ”

ดารากานต์หันมามองหน้า เจ้าบ่าวของเธอตาเขียวปั้นหน้าให้ดูเคร่งขรึม ทั้งๆ ที่ในใจประหม่าขัดเขินเหลือคณา ตั้งแต่เกิดมาโตเป็นสาวเธอไม่เคยร่วมห้องกับผู้ชายมาก่อน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  นมัสการความรัก บรรณาการความเศร้า |บทกวีไร้ฉันทลักษณ์
8.8
ขอความเคารพจงมีแด่ความรักอันทรงพลังและยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด พลังแห่งความรู้สึกที่หยั่งรากลึกลงในจิตใจมนุษย์จนยากจะถอนตัว ทว่าภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ความรักนี้เองที่เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ระทมและเป็นผู้ที่คอยเติมเต็มห้องหัวใจให้เปี่ยมล้นไปด้วยมวลความเศร้าโศกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่คือเรื่องราวบทกวีที่บอกเล่าถึงการคารวะต่อห้วงอารมณ์ที่ทำให้หัวใจต้องบอบช้ำจากความรักในโลกยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรัก
8.6
ภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่มีรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและเป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ กลับซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงอันดำมืดและน่าเกรงขามเอาไว้อย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ ความลับของมาเฟียร้ายที่ใช้ความใจดีเป็นฉากบังหน้ากำลังรอวันที่จะถูกเปิดเผยออกมาในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและเล่ห์เหลี่ยมของวงการสีเทา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ออร่าที่ดูแสนดีนั้นจะสามารถสั่นคลอนทุกความเชื่อใจที่มีได้
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย สาบสาว
9.8
สาวน้อยตกหลุมรักดวงตาสีมรกตอันทรงเสน่ห์ของหนุ่มต่างชาติร่างยักษ์ แม้จะเคยหวาดกลัวเขาในค่ำคืนที่ผ่านมา แต่สัมผัสจากคนตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบเสียอาการ ฝ่ายชายหนุ่มเย้าแหย่เรื่องขนาดตัวที่ดูจะใหญ่เกินกว่าเตียงนอนของเธอ พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำพูดสองแง่สองง่ามที่ชวนให้หญิงสาวเขินอายจนต้องเบือนหน้าหนี ก่อนที่เขาจะเริ่มบทรักครั้งใหม่ด้วยจูบอันเร่าร้อนอย่างโหยหาเพื่อเป็นการทิ้งทวนก่อนออกไปทำงาน
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายยั่วรัก
8.0
ลูกแพรแอบรักชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์แต่กลับถูกเขาปฏิเสธอย่างเย็นชาเพียงเพราะเธอยังเป็นเด็กสาวไร้เดียงสา เธอจึงให้คำมั่นว่าจะกลับมาหาเขาอีกครั้งหลังเรียนจบ เมื่อเวลาผ่านไปลูกแพรกลับมาพร้อมเสน่ห์ที่เย้ายวนกว่าเดิมเพื่อพิชิตใจเขา ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงของเขาที่จ้องจะกำจัดเธอให้สิ้นซาก ในเมื่อความรักถูกขัดขวางด้วยอันตราย เธอจึงจำเป็นต้องสลัดภาพลักษณ์เดิมแล้วกลายเป็นนางร้ายที่ลึกซึ้งเพื่อแย่งชิงหัวใจและปกป้องรักแท้ของตนเองให้สำเร็จ