
โซ่รักเล่ห์เทพบุตร
ตอน 2
“ครับนาย” บรูทตอบก่อนที่จะรีบวิ่งตามหลังเจ้านายไปอย่างรวดเร็ว
“คนบ้าใหญ่มาจากไหนเชียว เชอะ... อย่าให้เอาเอกสารคืนมาได้นะจะหนีหายหน้าไปเลย” สาวน้อยพูดบ่นตามหลังชายหนุ่มทั้งสองด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่เธอจะรีบเข้าไปในห้างเพื่อซื้อสินค้าอีกครั้งหลังจากที่โดนลากมาจนเกือบถึงลานจอดรถ
โรงแรมเทอร์ราซซิโน่ สาขาวอชิงตัน
เป็นตึกสูงนับร้อยชั้นสามตึกติดกันตกแต่งอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือภายในเรียกว่าเวอร์วังอลังการราวราชวังเลยทีเดียว พนักงานทุกคนที่จะผ่านเข้ามาทำงานต้องผ่านขั้นตอนอย่างมากมาย ไม่ใช่เพียงมีผลการเรียนที่ดีเท่านั้น แต่ต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนกว่าจะผ่าน แต่ก็คุ้มกับรายได้ผลตอบแทนที่เกินคาดเพราะที่นี่ให้มากกว่าที่อื่นถึงสองเท่า
“บรูท นี่ยัยเด็กตุ๊กตากระเบื้องยังไม่มาอีกเหรอ นี่มันกี่ทุ่มแล้ว”
“เออ... สามทุ่มกว่าแล้วครับ แฮ่... ผมว่าเจ้านายจีบสาวมุกนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ”
“ฉันไม่ได้จีบใครเสียหน่อยนายอย่ามาเดามั่ว”
“ที่เธอไม่มาเพราะเธอคงรู้ว่าเจ้านายไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เจ้านายพูดไป หลอกเด็กสามขวบเด็กยังไม่เชื่อเลยครับ”
“แกหาว่าฉันโง่หรือไงฮะบรูท” คาร์ลอสกล่าวด้วยสีหน้าที่ถมึงทึงโมโหเสียงคมเข้มดุเอาการ แต่บรูทชินเสียแล้วกับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเจ้านาย
“เปล่าครับเปล่า ผมแค่สันนิฐานเฉย ๆ ครับ ใครจะไปกล้าว่าคุณคาร์ลอสโง่ล่ะครับ นั่นเท่ากับคิดฆ่าตัวตายชัด ๆ“
“นายรู้ตัวก็ดี ส่วนยัยเด็กนั่นคงนึกว่าหนีฉันพ้นสินะ”
“ดึกแล้วผมว่าเจ้านายไปนอนเถอะครับ ป่านนี้แล้วเธอคงไม่มาขืนรอไปเสียเวลาซะเปล่านะครับเจ้านาย”
“อืม ฉันจะนอนแล้ว นายเองก็รีบไปนอนซะไม่ต้องเฝ้ายามหรอก ที่นี่ก็ถิ่นฉันไม่มีใครกล้ามาทำร้ายฉันหรอก”
“ครับเจ้านาย”
ด้านหน้าเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมที่ตอนนี้หญิงสาวร่างเล็กตามฉบับสาวเอเชียกำลังยืนคุยกับพนักงานอยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะไม่รู้นามสกุลของคนที่เธอจะมาหา แขกที่เข้าพักก็มีชื่อเหมือนกันมากมายเธอมายืนคุยอยู่ตรงนี้นับชั่วโมงแล้ว ก่อนที่เธอจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วตัดสินใจเดินออกไปจากโรงแรมเพื่อกลับที่พัก
“หวังว่านายยักษ์ใจร้ายนั่นจะไม่เผาเอกสารสำคัญของเราทิ้งไปนะ ไม่งั้นยุ่งแน่เลยแต่จะโทษเราก็ไม่ผิดอยากไม่บอกนามสกุลเองนี่นา”
เมื่อคิดได้เช่นนี้หญิงสาวจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้นยิ้มได้อย่างเต็มที่ถึงแม้ในใจจะยังคงกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเอกสารของตนเองอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าคงไม่เป็นไรไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน เมื่อเธอตัดสินใจได้แล้วจึงรีบเดินไปโบกรถเพื่อกลับที่พักของตนเอง
“แท็กซี่ จอด จอดด้วยค่ะ”
“ไปไหนครับคุณ”
“ไปคอนโดที่อยู่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟค่ะ”
“ครับ กรุณารัดเข็มขัดด้วยครับ”
บริษัท แฮนสันกรุ๊ป จำกัด
เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ตึกสูงแปดสิบชั้น โดยมีชั้นของท่านประธานบริษัทอยู่ชั้นบนสุด
“สวัสดีค่ะพี่แอนนา”
แพรอัปสรกล่าวทักทายรุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่าเธอหลายปีผู้เป็นเลขานุการของท่านประธานบริษัท ซึ่งตอนนี้แพรอัปสรมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขา เพราะคุณแอนนาที่เป็นเลขาเพียงคนเดียวมีงานค่อนข้างมากแทบล้น เมื่อมีนักษาฝึกงานเข้ามาเธอจึงยื่นเรื่องไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อขอมาช่วยงานในช่วงนี้
“สวัสดีจ๊ะสาวน้อย ทำไมวันนี้เธอถึงเหนื่อยหอบแบบนี้ล่ะ”
“พอดีหนูตื่นสายไปหน่อยค่ะ เกือบมาไม่ทันเข้างานเสียแล้วโชคดีที่ยังมาทันเหลือเวลาอีกห้านาที”
สาวน้อยกล่าวอย่างอาย ๆ พร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อเบา ๆ ตามใบหน้าและลำคอที่ขาวนวลเนียน
“วันนี้มีงานอะไรที่จะให้หนูช่วยทำบ้างคะ”
“เอานี่นำเอกสารในแฟ้มนี้ไปถ่ายอย่างละสองแผ่น แล้วนำเข้าไปให้ท่านประธานเซ็นต์ในห้องด้วยนะ”
“ได้ค่ะพี่แอนนา”
แพรอัปสรกล่าวตอบรับแล้วก้มหยิบแฟ้มจากโต๊ะของเลขาสาวรุ่นพี่ไปส่งมอบให้กับฝ่ายบุคคลตามคำสั่งของเลขาสาวรุ่นพี่
หน้าห้องฝ่ายบุคคลพรอัปสรเปิดประตูห้องเข้าไปในแผนกด้วยสีหน้าที่ยิ้ม ๆ
“ว่าไงสาวน้อยน่าเสียดายจังที่เธอไม่ได้ฝึกงานกับแผนกของพี่”
ชายหนุ่มร่างสูงหุ่นดีที่ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการในแผนกนั้นกล่าวแกล้งหยอกพร้อมส่งสายตาเจ้าชู้มาให้กับเธอแพรอัปสรจึงทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างเจื่อน ๆ ไปให้เพราะเธอรู้ว่าชายหนุ่มที่แกล้งแหย่เธอนั้นคิดยังไงกับเธอ คนที่เข้ามาฝึกงานร่วมกันเพื่อนของเธอบอกให้กับเธอแล้วว่ามีชายหนุ่มหลายคนในบริษัทนี้สนใจและอยากจะจีบเธอรวมถึงขอนัดเลี้ยงทานข้าวหลังเลิกงานเพื่อออกเดท โดยฝากเพื่อน ๆ ของเธอมาบอก แต่แพรอัปสรก็เลือกที่จะปฏิเสธไป
“สวัสดีค่ะพี่เเม็กไม่ทราบว่าผู้จัดการอยู่หรือเปล่าคะ”
“เอามาให้พี่ก็ได้นะครับน้องแพท เดียวพี่ช่วยจัดการให้”
แม็กผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลผู้ได้ชื่อว่าหนุ่มนักรักและเจ้าชู้ที่สุดในแผนกกล่าวออกมาให้กับสาวน้อยด้วยสายตาที่เธอเองก็สามารถมองไปเห็นถึงหัวใจของเขาได้เลยทีเดียว ว่าเค้ากำลังต้องการสื่ออะไรกับเธออยู่
“พอดีเป็นเอกสารสำคัญน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะเอกสารในแฟ้มนี้ไม่สามารถให้ผ่านคนอื่นได้ค่ะ นอกจากผู้จัดการเพียงคนเดียวเท่านั้นนี่เป็นคำสั่งของพี่แอนนาค่ะ”
ในระหว่างที่แพรอัปสรกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นประตูห้องผู้จัดการก็เปิดออกมาพร้อมกับร่างของหญิงร่างท้วมอายุประมาณสี่สิบสวมแว่นตาโต
“ว่าไงหนูแพทมีอะไรกันหรือเปล่า” เธอถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกครับผู้จัดการ พอดีน้องแพทเขาจะเอาเอกสารนี้มาให้ผู้จัดการเซ็นแค่นั้นล่ะครับ”
“จริงเหรอหนูแพท”
“จริงค่ะคุณลีน่า คุณแม็กไม่ได้โกหกหรอกค่ะ พี่แอนนาให้หนูนำแฟ้มนี้มาให้คุณลีน่าเซ็นแล้วอยู่รอรับเพื่อนำไปให้ท่านประธานค่ะ”
“งั้นก็รีบนำเข้ามาสิเธอมัวยืนชักช้าอยู่ทำไมล่ะ”
แพรอัปสรรีบนำแฟ้มเข้าไปในห้องของผู้จัดการ ก่อนยื่นวางแฟ้มบนโต๊ะด้านหน้าของผู้จัดการฝ่ายบุคคล เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีเอกสารทุกหน้าในแฟ้มก็ถูกเซ็นอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะยื่นแฟ้มนั้นให้กับเธอ แพรอัปสรเมื่อรับแฟ้มแล้วก็หันหลังเตรียมที่จะเดินออกจากห้องฝ่ายบุคคลนั้น
“เดี๋ยวก่อนแม่สาวน้อย”
“เออ… มีอะไรหรือเปล่าคะคุณผู้จัดการ”
“ฉันขอเตือนเธอนะช่วยอยู่ให้ห่าง ๆ ผู้ช่วยหนุ่มของฉันด้วยฉันเห็นแก่อนาคตของเธอ ไม่อยากให้เธอเหมือนเด็กฝึกงานรุ่นก่อน ๆ ถ้าเธอยังอยากมีอนาคตที่ดี ผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นไม่เหมาะกับเธอหรอก”
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดตรง ๆ กับเธอพร้อมกับยกมือขึ้นจับแว่นของเธอลงมาเช็ดทำความสะอาด และมองจ้องหน้าสาวน้อยขณะที่กล่าวกับเธอทั้งที่ไม่ได้สวมแว่นตา
คุณอาจจะชอบ





