ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักเล่ห์เทพบุตร

โซ่รักเล่ห์เทพบุตร

เมื่อความลับเรื่องพ่อกลายเป็นคำถามที่บีบหัวใจ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงจำใจปั้นเรื่องโกหกเพื่อปกปิดความจริงที่แสนเจ็บปวด โดยบอกลูกสาวตัวน้อยว่าพ่อของเธอได้จากโลกนี้ไปแล้วด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก แต่ความไร้เดียงสาของเด็กหญิงกลับทำให้สถานการณ์ยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อเธอสงสัยว่าพ่อผู้ล่วงลับนั้นเป็นคนดีจนได้ขึ้นสวรรค์หรือเป็นคนเลวที่ต้องตกนรกกันแน่ ท่ามกลางคำถามที่ไร้คำตอบ ความทรงจำเรื่องชายคนนั้นยังคงตามหลอกหลอนและรอวันเปิดเผย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ครับนาย” บรูทตอบก่อนที่จะรีบวิ่งตามหลังเจ้านายไปอย่างรวดเร็ว

“คนบ้าใหญ่มาจากไหนเชียว เชอะ... อย่าให้เอาเอกสารคืนมาได้นะจะหนีหายหน้าไปเลย” สาวน้อยพูดบ่นตามหลังชายหนุ่มทั้งสองด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่เธอจะรีบเข้าไปในห้างเพื่อซื้อสินค้าอีกครั้งหลังจากที่โดนลากมาจนเกือบถึงลานจอดรถ

โรงแรมเทอร์ราซซิโน่ สาขาวอชิงตัน

เป็นตึกสูงนับร้อยชั้นสามตึกติดกันตกแต่งอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือภายในเรียกว่าเวอร์วังอลังการราวราชวังเลยทีเดียว พนักงานทุกคนที่จะผ่านเข้ามาทำงานต้องผ่านขั้นตอนอย่างมากมาย ไม่ใช่เพียงมีผลการเรียนที่ดีเท่านั้น แต่ต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนกว่าจะผ่าน แต่ก็คุ้มกับรายได้ผลตอบแทนที่เกินคาดเพราะที่นี่ให้มากกว่าที่อื่นถึงสองเท่า

“บรูท นี่ยัยเด็กตุ๊กตากระเบื้องยังไม่มาอีกเหรอ นี่มันกี่ทุ่มแล้ว”

“เออ... สามทุ่มกว่าแล้วครับ แฮ่... ผมว่าเจ้านายจีบสาวมุกนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ”

“ฉันไม่ได้จีบใครเสียหน่อยนายอย่ามาเดามั่ว”

“ที่เธอไม่มาเพราะเธอคงรู้ว่าเจ้านายไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เจ้านายพูดไป หลอกเด็กสามขวบเด็กยังไม่เชื่อเลยครับ”

“แกหาว่าฉันโง่หรือไงฮะบรูท” คาร์ลอสกล่าวด้วยสีหน้าที่ถมึงทึงโมโหเสียงคมเข้มดุเอาการ แต่บรูทชินเสียแล้วกับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเจ้านาย

“เปล่าครับเปล่า ผมแค่สันนิฐานเฉย ๆ ครับ ใครจะไปกล้าว่าคุณคาร์ลอสโง่ล่ะครับ นั่นเท่ากับคิดฆ่าตัวตายชัด ๆ“

“นายรู้ตัวก็ดี ส่วนยัยเด็กนั่นคงนึกว่าหนีฉันพ้นสินะ”

“ดึกแล้วผมว่าเจ้านายไปนอนเถอะครับ ป่านนี้แล้วเธอคงไม่มาขืนรอไปเสียเวลาซะเปล่านะครับเจ้านาย”

“อืม ฉันจะนอนแล้ว นายเองก็รีบไปนอนซะไม่ต้องเฝ้ายามหรอก ที่นี่ก็ถิ่นฉันไม่มีใครกล้ามาทำร้ายฉันหรอก”

“ครับเจ้านาย”

ด้านหน้าเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมที่ตอนนี้หญิงสาวร่างเล็กตามฉบับสาวเอเชียกำลังยืนคุยกับพนักงานอยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะไม่รู้นามสกุลของคนที่เธอจะมาหา แขกที่เข้าพักก็มีชื่อเหมือนกันมากมายเธอมายืนคุยอยู่ตรงนี้นับชั่วโมงแล้ว ก่อนที่เธอจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วตัดสินใจเดินออกไปจากโรงแรมเพื่อกลับที่พัก

“หวังว่านายยักษ์ใจร้ายนั่นจะไม่เผาเอกสารสำคัญของเราทิ้งไปนะ ไม่งั้นยุ่งแน่เลยแต่จะโทษเราก็ไม่ผิดอยากไม่บอกนามสกุลเองนี่นา”

เมื่อคิดได้เช่นนี้หญิงสาวจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้นยิ้มได้อย่างเต็มที่ถึงแม้ในใจจะยังคงกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเอกสารของตนเองอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าคงไม่เป็นไรไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน เมื่อเธอตัดสินใจได้แล้วจึงรีบเดินไปโบกรถเพื่อกลับที่พักของตนเอง

“แท็กซี่ จอด จอดด้วยค่ะ”

“ไปไหนครับคุณ”

“ไปคอนโดที่อยู่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟค่ะ”

“ครับ กรุณารัดเข็มขัดด้วยครับ”

บริษัท แฮนสันกรุ๊ป จำกัด

เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ตึกสูงแปดสิบชั้น โดยมีชั้นของท่านประธานบริษัทอยู่ชั้นบนสุด

“สวัสดีค่ะพี่แอนนา”

แพรอัปสรกล่าวทักทายรุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่าเธอหลายปีผู้เป็นเลขานุการของท่านประธานบริษัท ซึ่งตอนนี้แพรอัปสรมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขา เพราะคุณแอนนาที่เป็นเลขาเพียงคนเดียวมีงานค่อนข้างมากแทบล้น เมื่อมีนักษาฝึกงานเข้ามาเธอจึงยื่นเรื่องไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อขอมาช่วยงานในช่วงนี้

“สวัสดีจ๊ะสาวน้อย ทำไมวันนี้เธอถึงเหนื่อยหอบแบบนี้ล่ะ”

“พอดีหนูตื่นสายไปหน่อยค่ะ เกือบมาไม่ทันเข้างานเสียแล้วโชคดีที่ยังมาทันเหลือเวลาอีกห้านาที”

สาวน้อยกล่าวอย่างอาย ๆ พร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อเบา ๆ ตามใบหน้าและลำคอที่ขาวนวลเนียน

“วันนี้มีงานอะไรที่จะให้หนูช่วยทำบ้างคะ”

“เอานี่นำเอกสารในแฟ้มนี้ไปถ่ายอย่างละสองแผ่น แล้วนำเข้าไปให้ท่านประธานเซ็นต์ในห้องด้วยนะ”

“ได้ค่ะพี่แอนนา”

แพรอัปสรกล่าวตอบรับแล้วก้มหยิบแฟ้มจากโต๊ะของเลขาสาวรุ่นพี่ไปส่งมอบให้กับฝ่ายบุคคลตามคำสั่งของเลขาสาวรุ่นพี่

หน้าห้องฝ่ายบุคคลพรอัปสรเปิดประตูห้องเข้าไปในแผนกด้วยสีหน้าที่ยิ้ม ๆ

“ว่าไงสาวน้อยน่าเสียดายจังที่เธอไม่ได้ฝึกงานกับแผนกของพี่”

ชายหนุ่มร่างสูงหุ่นดีที่ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการในแผนกนั้นกล่าวแกล้งหยอกพร้อมส่งสายตาเจ้าชู้มาให้กับเธอแพรอัปสรจึงทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างเจื่อน ๆ ไปให้เพราะเธอรู้ว่าชายหนุ่มที่แกล้งแหย่เธอนั้นคิดยังไงกับเธอ คนที่เข้ามาฝึกงานร่วมกันเพื่อนของเธอบอกให้กับเธอแล้วว่ามีชายหนุ่มหลายคนในบริษัทนี้สนใจและอยากจะจีบเธอรวมถึงขอนัดเลี้ยงทานข้าวหลังเลิกงานเพื่อออกเดท โดยฝากเพื่อน ๆ ของเธอมาบอก แต่แพรอัปสรก็เลือกที่จะปฏิเสธไป

“สวัสดีค่ะพี่เเม็กไม่ทราบว่าผู้จัดการอยู่หรือเปล่าคะ”

“เอามาให้พี่ก็ได้นะครับน้องแพท เดียวพี่ช่วยจัดการให้”

แม็กผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลผู้ได้ชื่อว่าหนุ่มนักรักและเจ้าชู้ที่สุดในแผนกกล่าวออกมาให้กับสาวน้อยด้วยสายตาที่เธอเองก็สามารถมองไปเห็นถึงหัวใจของเขาได้เลยทีเดียว ว่าเค้ากำลังต้องการสื่ออะไรกับเธออยู่

“พอดีเป็นเอกสารสำคัญน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะเอกสารในแฟ้มนี้ไม่สามารถให้ผ่านคนอื่นได้ค่ะ นอกจากผู้จัดการเพียงคนเดียวเท่านั้นนี่เป็นคำสั่งของพี่แอนนาค่ะ”

ในระหว่างที่แพรอัปสรกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นประตูห้องผู้จัดการก็เปิดออกมาพร้อมกับร่างของหญิงร่างท้วมอายุประมาณสี่สิบสวมแว่นตาโต

“ว่าไงหนูแพทมีอะไรกันหรือเปล่า” เธอถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอกครับผู้จัดการ พอดีน้องแพทเขาจะเอาเอกสารนี้มาให้ผู้จัดการเซ็นแค่นั้นล่ะครับ”

“จริงเหรอหนูแพท”

“จริงค่ะคุณลีน่า คุณแม็กไม่ได้โกหกหรอกค่ะ พี่แอนนาให้หนูนำแฟ้มนี้มาให้คุณลีน่าเซ็นแล้วอยู่รอรับเพื่อนำไปให้ท่านประธานค่ะ”

“งั้นก็รีบนำเข้ามาสิเธอมัวยืนชักช้าอยู่ทำไมล่ะ”

แพรอัปสรรีบนำแฟ้มเข้าไปในห้องของผู้จัดการ ก่อนยื่นวางแฟ้มบนโต๊ะด้านหน้าของผู้จัดการฝ่ายบุคคล เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีเอกสารทุกหน้าในแฟ้มก็ถูกเซ็นอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะยื่นแฟ้มนั้นให้กับเธอ แพรอัปสรเมื่อรับแฟ้มแล้วก็หันหลังเตรียมที่จะเดินออกจากห้องฝ่ายบุคคลนั้น

“เดี๋ยวก่อนแม่สาวน้อย”

“เออ… มีอะไรหรือเปล่าคะคุณผู้จัดการ”

“ฉันขอเตือนเธอนะช่วยอยู่ให้ห่าง ๆ ผู้ช่วยหนุ่มของฉันด้วยฉันเห็นแก่อนาคตของเธอ ไม่อยากให้เธอเหมือนเด็กฝึกงานรุ่นก่อน ๆ ถ้าเธอยังอยากมีอนาคตที่ดี ผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นไม่เหมาะกับเธอหรอก”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดตรง ๆ กับเธอพร้อมกับยกมือขึ้นจับแว่นของเธอลงมาเช็ดทำความสะอาด และมองจ้องหน้าสาวน้อยขณะที่กล่าวกับเธอทั้งที่ไม่ได้สวมแว่นตา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเงาพยาบาท
8.6
ชีวิตของคณานางค์พังทลายลงทันทีเมื่อ มิเกล บาร์น ก้าวเข้ามา พ่อของเธอตัดสินใจจบชีวิตตนเองทิ้งให้บุตรสาวเผชิญกับหนี้สินมหาศาลและความสิ้นเนื้อประดาตัว แม้เขาจะแสดงตัวเป็นผู้ช่วยชีวิตในยามยาก แต่เธอกลับไม่เชื่อใจและพยายามสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ยิ่งพยายามเกลียดเขามกเท่าไร หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มหวั่นไหวให้กับเจ้าหนี้จอมเจ้าเล่ห์คนนี้ที่จ้องจะครอบครองทั้งชีวิตของเธออย่างสมบูรณ์แบบในฐานะเจ้าของหัวใจคนใหม่
หน้าปกนวนิยาย หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
รอยร้าวระหว่างสองตระกูลนำมาซึ่งเกมล้างแค้นที่ไม่มีใครยอมใคร แต่อลินกลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อกลายเป็นคนกลางระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุดเมื่อบิดาของเธอวางแผนกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเพื่อทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก ท่ามกลางศึกสายเลือดและแรงพยาบาทที่โหมกระหน่ำ อลินจะเลือกนิ่งเฉยยอมจำนนต่อโชคตระกูล หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยจากน้ำมือของพ่อตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ใจร้าย
9.3
ท่ามกลางความหนาวเหน็บใต้ผืนน้ำ ร่างที่กำลังจมดิ่งเลือกที่จะละทิ้งการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อความตายคือสิ่งเดียวที่อิสร์ปรารถนา เอมจึงยอมมอบจุดจบนี้ให้เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย หวังเพียงให้ความแค้นที่แสนทรมานพังทลายลงไปพร้อมกับลมหายใจที่ขาดช่วง คำไล่ให้ไปตายจากปากคนที่เธอรักกลายเป็นหนทางดับทุกข์ที่เจ็บปวดที่สุด แม้หัวใจจะบอบช้ำจนเกินเยียวยา แต่เธอก็พร้อมจะจากไปเพื่อให้เขาได้พบกับความสุขที่ต้องการเสียที ลาก่อนความรักที่แสนใจร้าย
หน้าปกนวนิยาย อาญาจอมมาร
8.5
อาญาจอมมาร (ซีรีส์เสน่หาเริงไฟ ลำดับที่1) เพราะเธอมันร้ายนัก จอมมารอย่างเขาจึงต้องลงอาญาคนผิดให้ได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม! เพราะเพื่อนรักถูกเลสเบี้ยนหลอกลวงจนเกือบตาย ด้วยความเสียใจ เอริก จึงเกลียดชังผู้หญิงผิดเพศเข้าไส้ แต่ชะตาฟ้าลิขิตให้เขาต้องพบเจอกับ โรสิตาผู้หญิงที่เขาเข้าใจว่าเป็นเลสเบี้ยน! “ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเป็นพวกนั้น ฉันอยากรู้นักว่ามันดียังไงถึงทำตัวแบบนั้น” เขาเขย่าร่างบางด้วยแรงอารมณ์ ในที่สุดยายทอมบ้านี่ก็ยอมรับความจริง! “โอ้ย! ฉันเจ็บนะ คุณมันบ้า ฉันขอบอกไว้นะ ว่าฉันไม่มีวันเลิกคบกับยายไอรีน ต่อให้คุณทำอะไรฉันก็ไม่เลิกคบกับน้องสาวคุณ” ความเจ็บทำให้โรสิตาถึงกับน้ำตาซึม โมโหคนป่าเถื่อนหนักกว่าเดิม จึงสาดคำพูดใส่เขาอย่างไม่คิด คำพูดนั้นกวนตะกอนขุ่นมัวของคนได้ยินขึ้นมา เอริกโกรธจนหูอื้อ เขากระชากร่างบางมาชิดตัว “ฉันไม่มีทางยอมให้เธอ ทำให้น้องสาวฉันเสียคนหรอกนะ” เขาเอ่ยเสียงรอดไรฟัน “คุณมีปัญญาทำให้ฉันเปลี่ยนหรือไง” โรสิตากัดฟันโต้ตอบเขา แม้รู้ว่าคนตัวโตกำลังเดือดปุดด้วยความโมโห แต่เธอยังกล้ายั่วให้เขาโกรธอีก “งั้นก็ลองดู ว่าฉันจะเปลี่ยนเธอได้ไหม” เอริกมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตา ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อคนตัวเล็กให้หายแค้น เขาบีบปลายคางอีกฝ่ายไว้ก่อนจะก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของผู้หญิงปากดีอย่าง ไม่ปราณี “รู้หรือยัง เป็นผู้หญิงแท้ๆ มันเป็นยังไง”
หน้าปกนวนิยาย Doctor.Love me love my dog.
9.7
หมอใบบัวคือแพทย์หญิงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถที่เลือกใช้ชีวิตโสดท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างเกี่ยวกับลูกน้อยที่เป็นเสมือนโซ่ทองคล้องใจ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าพ่อของเด็กคือใครหรือเธอตั้งครรภ์ตอนไหน จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อพิสูจน์ความรักครั้งใหม่นี้ ทว่าการจะชนะใจเธอนั้นเขาต้องยอมรับพันธะที่เธอมีให้ได้ ตามเงื่อนไขสำคัญที่ว่าหากจะรักเธอแล้วก็ต้องรักลูกของเธอด้วยเช่นกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเป็นเครื่องนำทาง