
หมอฟันคลั่งรัก
ตอน 2
หกโมงตรงเซบาสเตียนก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วสวมกางเกงขายาวจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ชายหาดเพื่อวิ่งออกกำลังกาย อากาศริมทะเลสดชื่นไม่มีสิ่งใดเทียบได้ อยากตื่นมาเจอฟ้าสวยน้ำใสแบบนี้ทุกวัน
เมื่อวิ่งจนเหงื่อโทรมกายก็ลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายร้อน ชายหนุ่มดำผุดดำว่ายแล้วพาตัวเปียกโชกกลับไปที่ห้องพัก
“ตรงเวลาเป๊ะเลย ขอบคุณมากครับ” เจ็ดโมงครึ่งพนักงานก็นำอาหารมื้อเช้ามาส่ง
“เดี๋ยวผมวางไว้ที่เดิมนะแล้วก็ไม่ต้องทำห้องนะครับ”
“วันนี้ใช่ไหมคะ”
“ทุกวันเลยครับ มานอนแค่ห้าวันเอง ผ้าเช็ดตัวก็มีตั้งสามผืนเกินพอแล้วครับ เตียงก็ปล่อยมันรกไปเถอะนอนคนเดียวไม่ต้องเรียบร้อยก็ได้”
“ได้ค่ะ ดิฉันจะแจ้งแม่บ้านให้ ขอให้คุณเซบาสเตียนมีความสุขกับวันพักผ่อนค่ะ”
“นี่จะไม่มีใครยอมเรียกชื่อเล่นจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย” ชายหนุ่มพูดไปขำไปที่โดนเรียกด้วยชื่อเต็มยศ
“ดิฉันกลัวจะเป็นการไม่เหมาะสมค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ เรียกตามที่พวกคุณสะดวกใจแล้วกัน ผมขอตัวไปกินข้าวก่อนนะ ต้องอร่อยมากแน่ๆ”
“ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ” พนักงานยกมือไหว้แล้วเดินไป
เซบาสเตียนเข็นรถอาหารเช้าเข้าไปด้านในแล้วไปอาบน้ำก่อนเพราะนั่งทั้งตัวเปียกๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย น้ำที่นี่รู้สึกว่าอาบแล้วสดชื่นกว่าน้ำที่เมืองกรุงไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่ผมหลงรักเกาะนี้เข้าให้แล้วอยากย้ายสำมะโนครัวมาเป็นชาวเกาะจริงๆ ให้ตายสิ
เริ่มสายสนทนา
ปรีชา: ตื่นรึยังธีร์
เซบาสเตียน: ตื่นแล้วพี่ป๊อก กำลังจะออกไปนี่แหละ เพิ่งกินข้าวเสร็จ
ปรีชา: อ้าว ! บ้านนี้ทำแกงไว้หม้อเบ้อเร่อ
เซบาสเตียน: กินแล้วก็กินอีกได้ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกินจุ
ปรีชา: เออๆ แล้วเจอกัน ก้อนเมฆร้องหาแกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
เซบาสเตียน: บอกหลานเลยว่าคุณอาสุดหล่อกำลังจะไป
จบสายสนทนา
เซบาสเตียนไม่ลืมหยิบของสำคัญไปด้วยนั่นก็คือของขวัญวันเกิดของหลานสาวคนเล็ก วันนี้ฝนโปรยอายุครบหนึ่งขวบพ่อแม่จึงจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ให้ซึ่งมีแต่คนในครอบครัว ผมดีใจมากที่ได้รับเชิญด้วย
ปรีชาคือรุ่นพี่แม้อายุจะห่างกันเป็นสิบปีแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใดๆ พี่เขามาทำฟันแล้วคุยกันเรื่องฟุตบอล ยิ่งคุยยิ่งถูกคอจนสุดท้ายนับถือกันเหมือนพี่น้อง
ตอนนั้นพี่เขาเพิ่งมีลูกคนแรกก็เด็กชายก้อนเมฆที่ร้องหาผมนั่นแหละ ผมถูกชะตากับพี่แล้วก็เอ็นดูก้อนเมฆมากๆ ผมชอบเด็กผมอยากมีลูกมาตลอดแต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่
มันอาจเป็นการตัดสินที่เห็นแก่ตัวไปสักหน่อยแต่สำหรับผมถ้าได้สบตากันแล้วไม่ชอบขี้หน้าผมก็จะไม่ยุ่งด้วยเลยแต่กับพี่ปรีชาผมเปิดใจให้ตั้งแต่คุยกันครั้งแรก ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีไม่มีนอกไม่มีในแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
พี่เขามีลูกนำผมไปแล้วสามหน่วยถ้าไม่ปิดอู่คิดว่าคงมีเป็นสิบตั้งทีมฟุตบอลได้แน่นอนเพราะพี่กับภรรยายังหวานไม่เปลี่ยนเหมือนเพิ่งคบกันได้สามเดือน
“อิจฉาชะมัด” เซบาสเตียนงึมงำกับกล่องของขวัญสีชมพูแล้วหยิบกุญแจรถ
“ว้าย ! ขอโทษค่ะ” ผมกำลังวุ่นวายกับโบว์บนกล่องเพราะมันคอยจะหลุดอยู่เรื่อยแล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบตรงหน้าอก
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวฉันหาผ้ามาเช็ดให้นะคะ” แสงจันทร์หน้าซีดเป็นไก่ต้มเมื่อรู้ตัวว่าเดินชนลูกค้าแถมไม่ได้ชนธรรมดาทำกาแฟเย็นหกใส่ด้วย
“ไม่ …” เซบาสเตียนมองรอยสีน้ำตาลบนเสื้อแล้วมองคนตรงหน้า อยู่ๆ ก็ลืมว่าจะพูดอะไร ช็อกเพราะโดนน้ำเย็นเหรอไม่หรอกใครจะหนาวตายเพราะกาแฟใส่น้ำแข็งแค่ไม่กี่ก้อน
แต่ผมกำลังจะตายเพราะหัวใจเต้นรัวมากกว่า เธอโผล่มาจากไหนไม่รู้แต่เราสองคนก็เจอกันจนได้ ผู้หญิงคนนี้แหละคนที่ผมเฝ้ารอมาแสนนานคนที่ทำให้ใจด้านชากลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง
นัยน์ตาของเธอสีน้ำผึ้ง ริมฝีปากมีลิปสติกสีอ่อนเคลือบไว้ ผมยาวดำขลับมัดเป็นมวยแล้วคลุมด้วยตาข่ายเพื่อความเรียบร้อยแม้เธอจะแต่งตัวเหมือนพนักงานคนอื่นแต่เธอโดดเด่นกว่าใคร
ผมละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
“ไม่อะไรคะ” แสงจันทร์ถาม
“ไม่เป็นไรครับ ผมไปเปลี่ยนเสื้อง่ายกว่า” แล้วเซบาสเตียนก็เดินงงๆ กลับไปที่ห้องตัวเอง เธอชื่อแสงจันทร์เพราะมีเข็มกลัดติดอยู่บนหน้าอก
แสงจันทร์แสนสวยของผม
“แกๆ เห็นลูกค้าที่เสื้อเปื้อนกาแฟเมื่อกี้ไหม” ฉันงงมาก ทำไมเขาทำหน้าเหมือนเห็นผีก็ไม่รู้แล้วอยู่ๆ ก็เดินหนีไปเลย ไม่ใช่โทรไปฟ้องผู้จัดการแล้วเหรอ
“เห็น อย่าบอกนะว่ากาแฟบนเสื้อนั่นแกเป็นคนทำ” อมราถาม
“ไม่ได้ตั้งใจไหมล่ะ เขาอยู่ห้องไหนแกรู้ไหม”
“คุณเซบาสเตียนไง”
“เออๆๆ ไม่ได้อยากรู้ชื่อ อยากรู้ว่าห้องไหน”
“หนึ่งศูนย์หนึ่ง ถามทำไม”
“จะไปขอโทษอีกที ถ้าเขาไปบอกผู้จัดการฉันซวยแน่” แสงจันทร์รีบเดินให้เร็วที่สุดกว่าจะถึงก็เหงื่อผุดเต็มหน้าผากเพราะไกลพอสมควรแล้วก็กลัวด้วย
ถ้าเขาแจ้งเรื่องไปที่ฝ่ายบริหารฉันงานเข้าแน่นอน เห็นว่ารู้จักกับผู้จัดการด้วย
“แสงจันทร์เอ๊ย ! ลูกค้ามีเป็นร้อยแกก็ต้องมาซวยชนคนนี้ด้วยนะ” สาวน้อยบ่นกับตัวเอง
เมื่อมาถึงหน้าห้องพักฉันก็ยืนรอจะกดกริ่งเรียกก็ไม่กล้าคิดว่าถ้ารอสักสิบนาทีแล้วไม่มีใครออกมาค่อยกดแล้วกันแต่ก็ไม่ต้องรอนานเลย
“คุณ !” เซบาสเตียนตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว
“ขอโทษค่ะ” เขาทำหน้าเหมือนเห็นผีอีกแล้ว ฉันน่าเกลียดขนาดนั้นเลยเหรอ
“เอ่อ … คุณมาทำไมเหรอ”
“ฉันมาขอโทษอีกทีค่ะ คุณคงโกรธมากใช่ไหมคะเพราะเดินหนีมาเลย”
“เปล่าๆๆ ไม่ใช่แบบนั้น” เซบาสเตียนปฏิเสธเป็นการใหญ่
“ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็นไร ผมก็ผิดด้วยที่เดินไม่มองทาง … ไม่ต้องคิดมากนะ” ผมย้ำเพราะเธอหน้าซีดแถมเม้มปากแน่น
“ให้ฉันเอาซื้อไปซักได้ไหมคะ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวกลับมาค่อยซักก็ได้”
“ทิ้งไว้นาน คราบมันจะฝังแน่นจนซักไม่ออกนะคะ ให้ฉันซักเถอะอย่างน้อยก็เพื่อเป็นการไถ่โทษ”
“โอเคผมจะเอาเสื้อมาให้แต่ไม่ใช่เพราะต้องการให้คุณไถ่โทษนะเพราะกลัวซักคราบไม่ออกมากกว่า”
“เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านเอาไปวางไว้บนเตียงนะคะ ไม่น่าเกินเที่ยงค่ะ” แสงจันทร์รับเสื้อมาถือแล้วค่อยโล่งใจขึ้นหน่อย
“พรุ่งนี้คุณทำงานไหม”
“ทำค่ะ”
“เข้างานกี่โมงเหรอ”
“แปดโมงค่ะ”
“งั้นเจ็ดโมงครึ่งเอาเสื้อมาส่งให้ผมแล้วกัน ผมอยากดูความเรียบร้อยอีกที”
“ได้ค่ะ” แสงจันทร์ตอบแล้วก็งงอีกรอบเพราะเขาเดินหนีไปอีกแล้ว
คุณอาจจะชอบ





