ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย การเริ่มต้นใหม่ของอดีตจอมมาร

การเริ่มต้นใหม่ของอดีตจอมมาร

โชคชะตาเล่นตลกส่งชายหนุ่มจากโลกปัจจุบันย้อนเวลากลับไปสู่ร่างของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ทว่าท่ามกลางสถานการณ์บีบคั้นที่ยากจะหลีกเลี่ยง เขาจึงจำเป็นต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงด้วยการปลอมตัวเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลหลิน ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่เคยห้ำหั่นกับจอมมารมาอย่างยาวนาน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะที่คาดไม่ถึงท่ามกลางเหล่าศัตรูจึงอุบัติขึ้นพร้อมกับความขัดแย้งที่ต้องเผชิญในโลกแฟนตาซีแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

"อึก.. ย่า~ ปวดหัวชะมัดเลย"

ใบหน้างัวเงียลืมตาตื่นขึ้นหลังจากแสงอาทิตย์ส่องเข้ามายังด้านในหน้าต่าง ร่างฉงนผละหน้าออกจากหนังสือที่นอนหนุนมาตลอดทั้งคืน

"อ้าาา บ้าเอ๊ย หน้าฉัน... บ้าหรือเปล่าเอาหนังสือมาลองหน้าคนอื่นตอนหลับเนี่ย"

สายตากวาดมองไปรอบๆห้อง แต่ดูเหมือนจื่อฝานจะออกไปตั้งนานแล้ว

"อ่ะ.. เสื้อ? โห๊.. ก็ไม่ได้ปากร้ายซะทีเดียวหรอกนะ คุณชายจื่อฝาน~"

จือหานผละตัวลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ขณะมือกำเสื้อคลุมที่อีกฝ่ายเอามาคลุมตัวทิ้งไว้ให้ระหว่างที่หลับ

"เอาล่ะ อาบน้ำดีกว่า ว่าแต่.. ห้องอาบน้ำอยู่ตรงไหน.." ร่างเดินจ้ำอ้าววิ่งตรงมายังประตูค่อยๆ เปิดออกอย่างระมัดระวังเหมือนกำลังคิดทำการร้ายบางอย่าง "ไม่มีใครอยู่แถวนี้สินะ"

"ใช่ไหมล่ะ! คิคิ"

"อึก" ร่างหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องทันทีเมื่อได้ยินเหล่าข้ารับใช้กำลังเดินผ่านเข้ามาทางนี้

"เมื่อวานนี้ เห็นสีหน้าของคุณชายจื่อฝานหรือเปล่าล่ะ?"

"ใช่ๆ ข้าเห็น คุณชายรองทำหน้าตึงคิ้วขมวดตลอดทั้งงานเหมือนกับไม่อยากแต่งงาน ทำไมกันนะ ทั้งคู่แทบไม่ได้พบกันทำไมถึงจับแต่งงานกันล่ะ?"

"ข้าเห็นว่า สกุลเฉิน เป็นฝ่ายมัดมือชกล่ะ"

"เอ๊ะ? สกุลเฉินนี่ดีเด่นแต่เรื่องไม่ดีเสียจริง"

พวกเขาคิดกันบ้างหรือเปล่า ว่ากำลังนินทาเสียงดังแล้วมาอยู่ส่วนไหนของที่นี่น่ะ แถมยัง..มาว่าสกุลเฉินหน้าตาเฉย ทั้งที่เจ้าสาวอยู่ในห้องเนี่ยนะ?

"ยามเหม่าข้าเห็นคุณชายออกมาจากห้องหอ ทิ้งให้นางอยู่คนเดียวในห้อง สงสัยเมื่อคืนคงแทบจะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกันด้วยซ้ำ" เฮ้ยๆ ... นินทากันระยะเผาขนเลยนะยัยพวกนี้

จือหานแหงนมองหาอุปกรณ์แก้แค้น แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการเอาตัวเองเข้าไปแหย่ มือเล็กยกขึ้นขยี้ผมของตัวเองให้ดูฟูฟ่องเหมือนผ่านสมรภูมิรบมาอย่างดุเดือด นิ้วไล่ปาดลิปสติกให้ดูเลอะเทอะเล็กน้อยก่อนผละตัวเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางสะลึมสะลือ "อะแฮ่ม!"

"หว๊าย! ค..คุณหนู"

พวกเธอทำหน้าตาปะหลับปะเหลือกทันทีเมื่อจือหานในคราบหมิงเยี่ยนเดินออกมาจากห้องแบบกะทันหันทั้งที่พวกเธอกำลังนินทากันสนุกปากในระยะเผาขน

"ขอโทษนะที่ข้าตื่นสาย พอดีเมื่อคืนควบม้ากันหนักไปหน่อย พอจะบอกได้ไหมว่าห้องอาบน้ำอยู่ตรงไหน?"

"ท..ท...ทะ.."

สีหน้าสับสนวุ่นวายจ้องหน้ากันไปมาแล้วกลอกตาด้วยความกลัว "ท....ทะอะไร?"

"ทางนั้นเจ้าค่ะ! ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"

ฝีเท้าสองสาววิ่งหลบหายออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังหายออกไปเรื่อยๆด้วยท่าทางกระสับกระส่ายตื่นตกใจยิ่งเสียกว่าเจอผี

"ฮิฮิ ฮ่า ฮ่า.... ให้มันรู้ซะบ้างว่าตรงนี้ถิ่นใคร... เอาล่ะ ไปอาบน้ำกันดีกว่า!"

...

หลังจากอาบน้ำจัดแจงชุดเสื้อผ้าได้ไม่นานนัก ฝีเท้าเดินก้าวตรงออกมายังทางเดินกว้างที่เงียบสงบไร้ผู้คนเดินผ่าน

"อ้า.. ยังดีนะเนี่ยที่ได้สกิลวิชาแต่งหน้าทำผมมาจากน้องสาวตัวเองน่ะ มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าครอบครัวนี่มันได้ประโยชน์ตรงนี้นี่เอง"

จากประสบการที่ตัวเองนั้นใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวและแม่ของตัวเองมาอย่างโชกโชนนั้น จึงทำให้เรื่องการแต่งหน้าทำผมที่หลีเหว่ยมักเป็นหนูทดลองให้น้องสาวตัวเองละเลงหน้าเล่นจนได้ความสามารถติดตัวมาด้วย

"จะว่าไป บรรยากาศรอบๆ ของที่นี่เขียวไปหมด ใครไม่รู้คงนึกว่าที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์ไม้แหง๋ๆ นู่นก็ต้นไม้ นี่ก็ดอกไม้ นั่นก็ใบหญ้า ตรงนู้นก็ต้นไม้อีก"

ชายหนุ่มในคราบหญิงสาววิ่งเตร่ชมสถานที่รอบๆ ระหว่างที่ไม่รู้ว่ามีอะไรให้ตัวเองทำเมื่ออยู่ที่นี่ สายตาสนใจใคร่รู้จ้องมองไปหาเหล่าข้ารับใช้ที่เดินตรงไปยังด้านในห้องครัวเพื่อเตรียมตัวทำสำรับอาหารในเช้าของวันนี้

"วู้ว กลิ่นหอมเตะจมูกดีแฮะ"

กลิ่นอาหารนำพามายังห้องครัวที่กำลังวุ่นวาย สายตาจ้องมองเหล่าอาหารวางตรงหน้าเพื่อรอเตรียมตัวเข้ากระเพาะน้อยๆ ของใครหลายคน

"อ่ะ คุณหนูหมิงเยี่ยน"

เมื่อรู้ถึงการมาของคุณหนูหมิงเยี่ยน ทุกคนที่ตั้งหน้าตั้งตากันอยู่นั้นจึงผละเวลาเพื่อกล่าวทักทาย

"ม..ไม่เป็นไร ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ว่าแต่.. ทำอะไรกันอยู่หรอ?"

"สำรับอาหารของเช้าวันนี้เจ้าค่ะ"

หน้าชะโงกมองอาหารที่ถูกจัดอย่างสวยงาม แต่สีสันมันกลับดูจืดชืดพิกล

"ขอข้าลองกินเจ้านี่ได้ไหม?"

ใบหน้าซุกซนยื่นมือชี้ไปยังสำรับอาหารถ้วยหนึ่งที่กำลังร้อนๆ

"เอ๊ะ? ม..ไม่ได้เจ้าค่ะยังไม่ถึงเวลา คุณหนูอดใจรอก่อนนะเจ้าคะ"

"อ..อะไรกัน แค่ชิมนิดนึง งั้นผลไม้นี่ล่ะ"

"ไม่ได้เจ้าค่ะ ตอนนี้.."

"ทำไมล่ะ แค่ชิมเองนะ"

"พวกเธอบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิเจ้าคะคุณหนู"

เสียงหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นจากด้านหน้าประตู แต่เมื่อหลีเหว่ยหันกลับไปยังต้นตอของเจ้าของน้ำเสียงนั่น มันกลับทำให้เขาอ้าปากค้างจนไปไม่เป็น

"ม...ม...แม่? " หญิงรับใช้ที่ดูเหมือนจะมีตำแหน่งสูง เธอเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม แต่ใบหน้าของเธอนั้นกลับคล้ายกับแม่ของหลีเหว่ยเมื่อครั้งปัจจุบันก่อนมาที่นี่

"ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา รบกวนคุณหนู โปรดอดใจรอก่อน จนกว่าจะถึงเวลาอาหารเถอะนะเจ้าคะ"

"เพราะเห็นเป็นคุณ..ท..ท่านหรอก.... ก..ก็ได้" ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าชาตินี้ฉันจะได้เจอท่านที่นี่ ถึงจะไม่ใช่แม่ตัวจริงของฉันก็เถอะ ร่างเล็กยิ้มเจื่อนๆ ก้มหน้าก้มตาเดินกลับออกไปเงียบๆ ก่อนหันกลับมามองหญิงคนนั้นอีกครั้งให้แน่ใจ "..... อย่างน้อย แม่ในตอนนี้ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนอยู่บ้านล่ะนะ"

จือหานยอมถอยออกมาแต่โดยดี

"นี่!!! เหมี่ยนซิ่ว!! ใครใช้ให้เธอหันผักไปแบบนั้นกันห้ะ มันป่นขนาดนั้นจะกินลงเข้าไปยังไง? อยากโดนไม้ฟาดใช่ไหม!!"

"กรี๊ด! ข..ขอโทษเจ้าค่ะ!!"

แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงตะโกนด่าดังลั่นมาจากในครัว

".... ข...ขอคืนคำเมื่อกี้ดีกว่า" เอาล่ะ จะไปไหนกันดี เดินไปไหนก็เจอแต่ต้นไม้ หมดอารมณ์จะเดินจริง

ฝีเท้าเดินตรงออกมาจากหน้าห้องครัว แทนที่ตนเองจะมายืนน้อยใจอยู่แต่หน้าประตูนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเงียบสงบแตกต่างจากที่เคยเป็น ผ่าน มา

"จะว่าไป อากาศที่นี่ดีจริงๆ หอมกลิ่นดิน กลิ่นน้ำชื้นๆ เย็นด้วย~"

"เหมียว~"

"เอ๊ะ.." ใบหน้ากวาดตามองรอบๆ เมื่อได้ยินเสียงของสัตว์ชนิดหนึ่งที่ร้องดังอยู่ไม่ไกล "เสียง..แมว? " เท้าเร่งเดินตามหาเจ้าตัวเจ้าของเสียงร้องครางยาวๆ นั่น แต่มันกลับไร้วี่แววของมันเลย

"เหมียว~"

"เสียงอยู่แถวนี้นี่ มันจะไปอยู่ไหน.. อ่ะ หวา~"

ใบหน้าแหงนมองต้นไม้สูง ถึงได้รู้ว่าเจ้าแมวตัวน้อยที่เอาแต่ร้องเสียงครวญครางอยู่นั้น กำลังร้องขอความช่วยเหลือ

"ตายห่าแล้ว แล้วทำไมแกถึงไปอยู่บนนั้นนะเจ้าเหมียว ร..รอแปบนะ ฉันจะปีนขึ้นไป!"

...

"อ่ะ! คุณชายจื่อฝาน อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ"

"....." ใบหน้าพยักตอบรับเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร ท่าทางสง่างามเดินอย่างองอาจเรื่อยๆ มายังสวนด้านในไร้ผู้คนเพื่อหาที่สงบเงียบไว้พักพิงร่างกาย ร่างหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่สีเขียวสดซึ่งเป็นที่ที่จื่อฝานสามารถมาหยุดพักเรื่องราวความกังวลลงที่นี่ ใบหน้าไร้อารมณ์ นั่งอิงลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่พลางหยิบขลุ่ยไม้คู่กายที่มักถือติดตัวเป็นประจำขึ้นมาเป่าบรรเลงทำนองอ่อนๆ ที่ฟังแล้วชวนสงบจิตใจได้เป็นอย่างดี

"ย้าส์ๆ เจ้าพุงน้อย!"

"....." ดนตรีดังไพเราะหยุดชะงักลงเมื่อบรรยากาศแสนสงบถูกรบกวน ใบหน้าหันมองหาต้นตอของการรบกวนอันน่าหงุดหงิดนี้ขณะที่เสียงนั่นก็ยังดังอยู่

"ย้าๆ ขอจกพุงหน่อย เจ้าแมวอ้วน ฉันขึ้นมาช่วยแกบนต้นไม้ แต่ลืมไปเลยว่าฉันปืนขึ้นมาได้แต่ลงไม่ได้ ฮ่า ฮ่า ชิบหายจริงๆ ...."

ร่างถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแหงนหน้ามองไปยังด้านบนของต้นไม้ ถึงได้เห็นชายกระโปรงที่สั่นไหวยุกยิกไปมาอยู่บนนั้น

"ระหว่างรอคนมาช่วย เราอยู่บนนี้กันเถอะนะเจ้าพุงน้อย"

ใบหน้าเล็กไล่ซุกลงบนหน้าท้องของเจ้าแมวขนปุกปุยสีขาวนวลตัวอ้วนปุกอย่างซุกซนทั้งที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองทั้งคู่อยู่บนต้นไม้

".....ไม่มีสตรีที่ใดทำตัวประหลาดเยี่ยงเจ้าหรอกนะหมิงเยี่ยน"

"เหวอ! พระเจ้าโคตรแม่ผีหลอก ท..ท่านจื่อฝาน!"

ใบหน้าหอบหายใจแฮกหลังสะดุ้งตัวด้วยความตกใจเมื่อพึ่งรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายที่อยู่ใต้ต้นไม้

"ท..ท่าน มาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ! เอ๊ะ ย..อย่าบอกนะว่ามาแอบดูใต้กระโปรง!"

"....เหลวไหล... ข้ามาอยู่ที่นี่เป่าขลุ่ยเสียงดัง แต่เจ้ากลับไม่รู้ว่าข้ามาหรือ?"

"ส..เสียงเพลงเพราะๆ นั่นของท่านหรอกหรอ? โถ่ ก็นึกว่าใครมาเปิดเพลงรำไทเก๊กอยู่"

"...พูดจาเหลวไหลฟังไม่รู้ความเลยสักนิด ลงมา"

จื่อฝานกล่าวด้วยเสียงนิ่งแบบทุกครั้งพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

"ข้าขึ้นมาช่วยเจ้าแมวนี่ แต่ลงไปไม่ได้ ช่วยข้าลงไปทีสิ นะนะนะ นะคะนะนะ"

"...ขึ้นเองได้ เจ้าก็ต้องลงเองได้" ก็ตูลงไม่ได้ไงเล่า!!

"อ่ะ ..ข..ข้าลงไม่ได้ T T"

จื่อฝ่านจ้องมองแล้วถอนหายใจอีกครั้ง

"เอ๊ะ? อะไรของท่านเนี่ย? ข้าบอกให้พาข้าลงไป ไม่ใช่ให้ถอนหายใจ ตั้งแต่เมื่อวาน พอท่านเห็นข้าท่านก็ถอนหายใจ ถอนหายใจจนข้านับได้แล้วเนี่ยว่ากี่ครั้ง รู้สึกจะ..เมื่อวานสามรอบ วันนี้อีกสองรอบ"

"...เฮ้อ..."

"น่ะ ถอนหายใจอีกแล้ว!"

"....." ใบหน้าหงุดหงิดหลับตาเพื่อกดกลั้นความโกรธก่อนตั้งท่าเดินผละออกไป

"ด..เดี๋ยวก่อน ท่าจะไปไหนน่ะ? อ้ะ อ้า!!"

ร่างพลิกตัวตกลงมาจากต้นไม้เต็มแรง แต่กลับรู้สึกเหมือนตกลงมาบนเบาะนุ่มๆ เสียมากกว่า "อึก..หัวๆ .."

"..ถอย..ออก..ไป"

"เอ๊ะ"จือหานเงยหน้าขึ้นมองขณะพึ่งรู้ตัวว่ากำลังล้มคร่อมร่างอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าหงุดหงิดพร้อมเดือดเต็มทน

"อ่ะ อะไรกัน นึกว่าหล่นใส่เบาะรองนุ่มๆ ซะอีก ที่ไหนได้ คุณชายจื่อฝานสามีข้านี่เอง" จือหานพูดเย้าหยอกเล่นตามนิสัยของตัวเอง แต่อีกฝ่ายนั้นกลับมองด้วยสีหน้าที่เริ่มหมดความอดทนเรื่อยๆ

"ลุกออกไป..จากตัวข้า"

"ไม่ลุก" จือหานยกยิ้มกอดแมวไว้แน่น "...นี่เจ้า!"

"คุณชายเจ้าคะ ได้เวลา... เอ่อ..."

ข้ารับใช้เดินโพล่งเข้ามาไม่ทันมอง ใบหน้าซีดเซียวจ่องสถานการณ์ที่ไม่อาจตีไปในทิศทางอื่น

"เอ่อ..คือ..ขออภัยเจ้าค่ะ เชิญทั้งคู่ต่อกันได้เลย..."

ร่างรีบก้มหน้าก้มตาเดินผละออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับที่จื่อฝานพยายามจะทักท้วงหญิงสาวตรงหน้าแต่ไม่ทันการ

"ฮิฮิ ย่าส์ ตายแล้วมีคนมาเห็น"

"ลุกออกไป"

"เอาข้าออกไปเองสิ"

คุณชายจื่อฝานถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่จนนับครั้งไม่ได้ ใบหน้าขมวดคิ้วจ้องมองอีกฝ่ายที่ยังคงทำตัวเหมือนเล่นไปเรื่อยจนกระทั่งมือหนาจับไหล่ที่กำลังสั่นด้วยอาการขำผละร่างนั่นล้มลงใส่พื้นหญ้าแล้วขึ้นคร่อมเสียเอง

"อึก จ..เจ็บ"

"...."

"คุณหนูเจ้าคะ อาหารพร้อม..แล้ว.. เอ่อ.."

เป็นครั้งที่สองที่มีผู้เคราะห์ร้ายเดินเข้ามาเห็น แววตาเบิกกว้างอ้าปากค้างก่อนหัวเราะแห้ง

"เอ่อ..ข้า..ข้าไม่รับกวนดีกว่าเจ้าค่ะ แฮะ แฮะ..."

"จ..เจ้า ไม่ใช่..อย่างที่.."

หญิงสาวปลีกตัววิ่งหายออกไปเป็นรายที่สองขณะร่างเล็กนอนหัวเราะคิกคักให้กับความโมโหของอีกฝ่ายที่ออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน

"ฮิฮิ แหมะ คุณชาย คร่อมข้าไม่ยอมลุกเลยนะ"

"อึก! ...." ร่างสูงรีบผละตัวลุกขึ้นยืนแล้วกำมือไว้แน่น "เจ้ามันน่ารำคาญ..."

ฝีเท้าเดินย่ำหายออกไปจากสวนด้วยท่าทางหงุดหงิด เหลือไว้เพียงคุณหนูหมิงเยี่ยนหรือจือหาน ที่กำลังลุกขึ้นยืนกอดแมวตัวน้อยแล้วหัวเราะด้วยความสนุก

"อ้า~ คอยดูเถอะนะ ฉันจะทำให้ความหยิ่งอีโก้ของเขามันหายไปให้หมดเลย ฮิฮิ.. เอาล่ะเจ้าแมว กลับไปหาเจ้าของได้แล้ว"

...

ยามซวี ราตรีเข้าครอบคลุม ผู้คนในตระกูลหลิน ตอนนี้กำลังรวมตัวกันเพื่อทำพิธีบางอย่างที่ทำเป็นประจำในทุกๆ วันเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและไอปีศาจที่ครอบคลุมร่างกาย ใบหน้าฉงนจ้องมองเหล่าผู้คนที่กำลังตั้งมั่นกับพิธี จดจ้องด้วยแววตาสนอกสนใจ จนกระทั่งหญิงผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาหา

"เป็นอย่างไรบ้างหมิงเยี่ยน?"

"อ่ะ...ท่านหลินเป้ยอี๋"จือหานค่อยๆก้มโค้งกล่าวทักทายเมื่อหญิงสาวท่าทางสง่างามเดินตรงเข้ามากล่าวทักทาย นางคือหลินเป้ยอี๋ผู้เป็นมารดาของคุณชายจื่อฝาน

"อย่าเรียกข้าแบบนั้นสิ เจ้าอยู่ที่นี่ เรียกข้าว่าแม่เถอะ"

"เอ๊ะ อ่ะ..ค..ค่ะ"

"กับอาฝานเป็นยังไงบ้าง? พวกเจ้าเข้ากันดีหรือไม่? "

หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนถาม

"อ่า... เอ่อ... ข้าว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าข้าเท่าไหร่ แบบว่า..ฮ่าฮ่า ข้าอาจทำตัวไม่สมกับเป็นสตรีที่ดี"

"ข้าคิดว่าอาฝานชอบเจ้านะ ถึงเขาจะเป็นคนที่ถือทิฐิ ไม่ค่อยชอบยุ่งกับใคร แต่เขาไม่ใช่คนที่มักจะหลุดอารมณ์ของตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแค่การยั่วยุเล็กน้อย"

"เขาอาจจะเกลียดข้ามากก็ได้นะเจ้าคะ"

จือหานยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป ก่อนมืออ่อนนุ่มของผู้เป็นแม่อย่างเป้ยอี๋จะค่อยๆ ยกมือของเขาขึ้นมาทาบและลูบมันอย่างอ่อนโยน

"คนสองคนมีชะตาลิขิตต้องกัน ต่อให้อีกฝ่ายพยายามต้านมากเท่าไหร่ สุดท้ายกำแพงที่สร้างขึ้นจะค่อยๆ พังทลายลงและเชื่อมสัมพันธ์ของทั้งคู่เอง"

"....เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว" จือหานพยักหน้าเบาๆ แล้วยิ้มเป็นการตอบกลับ

"เอาล่ะ ข้าเกรงว่าเจ้าคงเบื่อเสีย ทำไมไม่ไปเดินเที่ยวในเมืองดูล่ะ เวลานี้น่าจะกำลังคึกคัก ออกไปกับผู้ติดตามสิ"

"เอ๊ะ ได้หรือเจ้าคะ?"

"แน่นอนสิ"

"อืม..งั้นข้าไม่เกรงใจนะ"

ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างก่อนกล่าวลาแล้ววิ่งกลับออกไปจากพิธี ชายหนุ่มวิ่งตรงไปยังห้องของตัวเองแล้วลื้อค้นชุดเสื้อผ้าชายหอบกลับออกไป

"เอาล่ะ หิ้วชุดไปเปลี่ยนข้างนอกดีกว่า เปลี่ยนในนี้แล้วเดินออกไปโท่งๆ มีหวังโดนคนสงสัย"

จือหานวิ่งหิ้วห่อเสื้อผ้าแอบหลบหนีออกไปข้างนอกอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้มีผู้คนสงสัย

"เอาล่ะนะ ทีนี้จือหานก็เริ่มออกโรง! อึก.."

ระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จนั้น ร่างกายกลับเริ่มสั่นเทาเหมือนกับครั้งที่สัมผัสกระบี่จักรพรรดิมารนั่น

"...อ..อีกแล้ว.." ฝีมือที่เริ่มแผงไอหมอกสีดำออกมา ราวกับว่ามันกำลังหาสิ่งมีชีวิตมาเติมเต็ม "บ้าน่า..อย่าพึ่งมาเป็นตอนนี้ได้ไหม.."

"ว๊าก!!! ปีศาจ!!!"

เสียงกรีดร้องดังมาจากในเมืองเหมือนกำลังเกิดความวุ่นวาย ร่างกระเสาะกระแสะค่อยๆ ค้ำกำแพงในมุมแคบๆ เพื่อตรงไปยังตำแหน่งของเสียงกรีดร้องนั่น ชาวบ้านวิ่งกันให้อลหมาดเมื่อพบกับชาวบ้านคนหนึ่งที่มีท่าทางแปลกๆ เหมือนถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงสู่

"อึก..อ๊าก!!! "

"ทุกคนถอยออกไป!!"

ชายหนุ่มวิ่งประจันหน้ากับปีศาจชั่วร้ายที่กำลังทำร้ายชาวบ้าน มือถือกระบี่กำไว้แน่นชักกระบี่ขึ้นมาพร้อมต่อกรกับมัน

"ค..คุณชาย! ร..ระวัง!"

"อึก! บ้าเอ้ย!"

ร่างกายเสียศูนย์ล้มตัวคุกเข่าเพื่อตั้งหลัก ครั้งนี้การต่อกรกับมันไม่ใช่เรื่อง่ายเลย

"ปีศาจอะไรกัน..ไอปีศาจรอบๆ ตัวนั่นไม่ใช่เล่นๆ เลย ต้องลง...สะกดวิญาณไว้ชั่วคราวก่อน.."

มือกำแน่นวาดอักษรบนอากาศพุ่งตรงไปยังศัตรูที่ไม่อาจเดาความสามารถได้ ปีศาจหยุดชะงักนิ่งอย่างที่อาคมนั่นได้ตรึงไว้ แต่ไม่นานนัก มันกลับพังทลายออกมาอย่างง่ายดาย

"ชิ.. สะกดไว้ไม่อยู่ คงต้องต้านเอาไว้จนกว่าคนของตระกูลหลินจะมาที่นี่"

"ค..คุณชายเสี่ยวเซียน แบบนี้ไม่ไหวแน่ พลังของมันมีมากเกินกว่าที่จะรับไหวนะขอครับ"

"มันไม่มีทางอื่นนี่! อึก.."

ร่างหลบจังหวะการจู่โจมของปีศาจได้อย่างง่ายดาย แต่การโจมตีของมันนั่นรวดเร็วมาก จึงมีโอกาสที่จะพลาดขึ้นได้

"อ..อั๊ก!"

"คุณชาย!"

"พาชาวบ้านไปหลบที่ปลอยภัยก่อนเถอะน่า!! อ้ะ!! อ้า!!"

"คุณชาย!!"

มันเข้ามาจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวและไม่มีทีท่าว่าจะหลบไปได้ทัน สายตาหลับลงเตรียมใจที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่อาจต้านทานได้ แต่ในตอนนั้นเองที่เวลาผ่านไปนาน แต่ร่างกายกลับไร้การถูกจู่โจม เสี่ยวเซียนค่อยๆ ปลือตาขึ้นมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงได้รู้ว่ามีใครบางคนยืนขวางเอาไว้ พร้อมกับใช้เพียงแค่มือเปล่า จู่โจมเข้าไปที่คอของปีศาจที่กำลังอาละวาด บีบไว้แน่นจนร่างของมันลอยเหนือพื้นดิน

"อึก... อ่ะ.." ไอหมอกสีดำหลุดลอยระเหยออกมาจากร่างของชาวบ้านที่ไร้สติ เข้าสู่ร่างกายของชายอีกคนที่เข้ามาช่วยเหลือ จนปกคลุมไปทั้งร่างกายของเขาคนนั้น

"...น..นี่มัน.. ทำไมเขาถึง..ดูดไอปีศาจนั่น..ข..เข้าร่างตนเอง"

ปีศาจโอญร้องด้วยความทรมาณจนกระทั่งไอหมอกสีดำมืดนั่นหายออกไปจากร่างกาย เหลือเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่หมดสติจากการถูกมันควบคุม ชายปริศนาผละมือออกจากคอนั่นทันทีก่อนหอบหายใจหนักพลางกุมขมับตัวเองเพื่อคืนสติ

"ค..คุณชาย ปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ? "

เสี่ยวเซียวพยุงตัวลุกขึ้นจ้องมองชายตรงหน้าอย่างสังสัยใคร่ครวญ

"เจ้า..เจ้าน่ะ!"

เขาตะโกนทักชายตรงหน้าที่หันหลังให้เขาก่อนชายผู้นั้นจะหันกลับมามอง "เจ้ามีนามว่าอะไร? "

"เอ่อ.. อึก.. อื้อ.. ชื่อหรอ... ข้าชื่อจือหาน"

"หมิง..จือหาน.. ห..ห้ะ! เฉินจือหาน! เจ้าคนคิดก่อกบฏ เข้าวิถีมารนั่นหรือ!!"

ร่างกระโตกกระตากคว้ากระบี่ขึ้นจ่ออีกฝ่ายด้วยท่าทางตกใจกลัวต่อชื่อเสียงที่เคยได้ยิน "โว๊วๆ ใจเย๊น ใจเย็น เอ่อ..ข้าไม่ได้จะมาทำอะไรเจ้า โอเคไหม"

"เฉินจือหาน เจ้ามันปีศาจร้ายอย่างที่ใครกล่าวไว้! "

"เห้ย อะไรของนายเนี่ย? คนมาช่วยไม่คิดจะขอบคุณแต่มาบอกว่าเป็นปีศาจร้ายเนี่ยนะ? บ้าหรือเปล่า นี่ ถ้าฉัน.. ถ้าข้าจะฆ่าเจ้า สู้ข้าปล่อยให้เจ้านั่นจัดการเจ้าไม่ดีกว่าหรือไง?"

แววตาคิดเป็นศัตรูเริ่มลดลงเพื่อฉุกคิด เป็นจริงอย่างที่ว่า ถ้าหากเฉินจือหานจะจัดการใครสักคน เขาไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยซ้ำ

"...จริงอย่างว่า.. แต่ แต่เจ้ามัน!"

"จะคิดอะไรก็ช่างเถอะ ที่รู้ๆ ข้าไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบสมัยนั้นแน่ ถ้ารู้ว่าคนจะพากันเกลียดขนาดนี้อ่ะนะ ไปล่ะ"

จือหานทำหน้าเบื่อหน่ายพลางหันหลังกลับ แต่ตอนนั้นเองที่เสี่ยวเซียนวิ่งเข้ามาฉุดรั้งไว้

"ท..ท่าน.. ตกลง ตกลง ข้าไม่คิดร้ายกับท่านก็ได้ อย่างน้อยให้ข้าได้เลี้ยงเหล้าท่านเป็นการขอบคุณที่ท่านช่วยชีวิตข้า"

"เอ่อ..." เหล้าหรอ? จะว่าไป ยังไม่เคยลองเหล้าของคนสมัยนี้เลยนี่นา แต่.. นี่มันก็นานแล้วที่ฉันออกมาโดยไม่บอกใคร พวกเขาต้องโกรธแน่ๆ

"ขออภัยด้วย ข้าไม่อาจอยู่ให้ท่านเลี้ยงเหล้าได้ ขอรับเป็นคำขอบคุณก็เพียงพอ"

"อ้าๆ งั้น.. เผิงจ้าน!"

"ขอรับคุณชาย"

"เอาเหล้าของสกุลอู๋ของข้าให้ท่านจือหาน"

"อ..เอ๊ะ แต่..เหล้านี่ท่านชอบ.."

"เถอะน่า ข้ากลับไปเอาที่เฟิงเยว่ก็ได้" เผิงจ้านพยักหน้าเบาๆ วิ่งกลับไปยังรถม้าเพื่อหยิบเหล้าส่วนตัวของเสี่ยวเซียนมาให้ "รับไว้เถอะ" เสี่ยวเซียนยิ้มเล็กน้อยขณะยื่นเหล้าที่ได้รับมาจากเผิงจ้าน "อ่ะ..อ้า ขอบคุณท่านมาก"

"ข้าลืมแนะนำตัวข้าไปเลย ข้าอู๋เสี่ยวเซียน บุตรชายคนโตของตระกูลอู๋ ไว้ครั้งหน้าหากเราพบกันอีก โปรดเรียกข้าเซียนจื่อ"

"อ่ะ.. ข้าจะจำไว้นะ ข้าขอตัวก่อนล่ะ"

จือหานก้มโค้งด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนมองท้องฟ้าที่เวลาเริ่มผ่านมานานแล้วก่อนรีบก้าวเท้ายาวๆ เดินหายออกไป "....เผิงจ้าน"

"ครับคุณชาย"

"จดจือหานลงไปในรายชื่อด้วย ข้าจะเอาเขาเป็นศิษพี่ข้าล่ะ"

"เอ๊ะ? ต..แต่ท่านมีรายชื่อคนที่ท่านอยากได้เป็นศิษพี่สามสิบสองรายชื่อแล้วนะขอรับ"

"หรอ..." เสี่ยวเซียวล่นคิ้วอย่างเสียดายจ้องมองสมุดเล่มหนาอย่างคิดพิจารณา "งั้น! ลบสามสิบสองคนนั้นออก เอาศิษพี่จือหานเข้าไปแทน ข้าอยากได้เขาเป็นศิษพี่คนเดียวของข้าล่ะ"

"อ..เอ๊ะ ข..คุณชาย~~ นี่หนังสือเล่มที่ห้าที่ข้าต้องทิ้งเพราะหน้ามันเต็มไปด้วยรายชื่อของท่านนะขอรับ T_T"

...

"แฮกๆ อ้า เหนื่อย..."

ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ วิ่งมาด้วยท่าทางลนลานหอบชุดเสื้อผ้าที่เปลี่ยนกลับมาไว้ที่เดิม

"เฮ้อ.. จากในเมืองวิ่งมานี่เกือบๆ ครึ่งชั่วโมง ไม่ได้เดินดูอะไรสักนิด แต่.. ฮิฮิ ได้เหล้ามาด้วยแหละ"

จือหานยิ้มอย่างมีความสุข เดินตรงหอบไหเหล้ากับห่อเสื้อผ้าลักลอบเข้ามาข้างในจนถึงห้องของตัวเอง

"เอาล่ะ เข้าห้องๆ ไปกินเหล้าดีกว่า~" มือเลื่อนเปิดประตูห้องด้วยใบหน้ายิ้มกว้าง แต่ใครจะไปรู้กันว่า ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา จื่อฝานกลับมายืนต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ช..ชิบหาย"

*ยามเหม่า คือช่วงเวลา 05:00-06:59

*ยามซวี คือช่วงเวลา 19:00-20:59

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Project N8
7.9
ในอนาคตอันใกล้ที่นวัตกรรมก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแพทย์ พลังงาน และอวกาศ มนุษย์ต่างชื่นชมความล้ำหน้าจนอาจลืมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่ตามมา ปัญหาใหม่ที่แฝงมากับทางออก และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ Project N8 หรือชื่อที่พ้องกับจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังท้าทายว่าโลกพร้อมรับมือกับปลายทางของความก้าวหน้าจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนถึงการสิ้นสุดของยุคสมัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกความจริง
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชะตาของลั่วฟางหยุนในโลกขนานพังพินาศจนถึงขีดสุด ทั้งถูกขายเป็นทาสและโดนย่ำยีอย่างโหดร้าย ลั่วฟางหยุนจากอีกเส้นเรื่องที่จบสิ้นไปแล้วจึงต้องหวนกลับมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์และนำพาทุกอย่างไปสู่บทสรุปที่ควรจะเป็น ทว่าแผนการกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาตื่นขึ้นมาสวมรอยแทนร่างเดิมในจังหวะที่น่าอับอายที่สุด นั่นคือตอนที่เจ้าของร่างกำลังสิ้นใจคาสนามรักบนเตียงกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย สยบรักมาเฟีย
9.1
ความบาดหมางยาวนานแปดทศวรรษระหว่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่า สองขั้วอำนาจแห่งกรุงโรมกลับมาระอุอีกครั้งหลังเหตุลอบวางเพลิงโกดังสินค้า ท่ามกลางเพลิงสงครามที่ปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อตามหาและปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลของเฟรโด การกระทำที่ท้าทายนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่คำสั่งล้างแค้นด้วยการเผาคฤหาสน์คืน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรักและหยดเลือดที่ยากจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย สิงห์เสน่หา
8.2
เมื่อพยัคฆ์หนุ่มได้พบกับหญิงสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์และมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน เขาจึงตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองเธอโดยไม่ยอมให้หลุดมือไปเด็ดขาด แม้การพิชิตใจครั้งนี้จะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง ทั้งการบีบบังคับ การรุกรานอย่างหนักหน่วง หรือต้องผ่านบททดสอบที่เร่าร้อนและดุดันเพียงใด ชายหนุ่มก็พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาแนบกาย เพราะสำหรับเขาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มานั้นถือว่าคุ้มค่าเกินกว่าจะประเมินราคาได้ในเกมนักล่าครั้งนี้