![หน้าปกนวนิยาย ยอดพธูเทพบุตร [Demigod’s Bride]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffe3c55b5001834806830390390/bh6a8l4r2KIA.webp!15491.webp)
ยอดพธูเทพบุตร [Demigod’s Bride]
ตอน 3
ปิ่งป่อง ปิ่งป่อง เสียงอ็อดเรียกคนในบ้านให้ต้องตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ ณรงค์ลืมตา คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน มีบางอย่างไม่ปกติ แต่เสียงเรียกจากอ็อดหน้าบ้านทำให้ณรงค์ต้องทิ้งความกังวลนี้ไปก่อน
“พวกคุณคือ”
“คุณณรงค์ จำผมได้มั้ย” เสียงชายวัยเลยห้าสิบเอ่ยขึ้นมา ณรงค์เบิกตาขึ้น นานแล้ว...นานแล้วจริงๆ
“คุณทนายจงกล” ผู้ที่ถูกเอ่ยนามยิ้มออกมา
“ต้องขอโทษที่มารบกวนตั้งแต่เช้า”
“ไม่เป็นไรครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ มีข่าวเกี่ยวกับคุณนักรบหรือครับ”
ทนายจงกลยิ้มละมุนอย่างใจดี “นายท่านพูดเสมอว่าคุณเป็นคนไทยที่จริงใจและใจดีมาก”
“เพราะความช่วยเหลือจากพวกคุณ ผมซาบซึ้งใจมาก” ทนายจงกลยิ้มอีกครั้ง “ในวันนี้ที่ผมมาพบคุณ ผมมาทำตามคำสั่งของนายท่าน” ณรงค์ตั้งใจฟังต่อ “ในอีกสองวันทายาทนารัตน์จะมีอายุครบยี่สิบเอ็ดปี พินัยกรรมฉบับที่สองจะถูกเปิด ท่านนักรบมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผมมาเชิญคุณและบุตรสาว...” ทนายจงกลยื่นส่งจดหมายให้กับนายณรงค์
“พินัยกรรมฉบับที่สอง เกี่ยวอะไรกับพวกผมด้วยล่ะครับ” ความเคร่งเครียดเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ได้อ่านจดหมายที่นักรบเขียนถึงตน
“ในวันมะรืนนี้ผมจะส่งรถมารับพวกคุณ...เกี่ยวอะไรด้วยนั้น คงต้องไปฟังพร้อมๆกัน” ณรงค์พยักหน้า แต่แล้ว...บางอย่างไม่ปกติ
“ผมขอตัวสักครู่นะครับ” ณรงค์ลุกไปทันที
ก็อก ก็อก ก็อก ประตูห้องนอนบุตรสาวถูกเคาะครั้งแล้วครั้งแล้ว ณิชาไม่ใช่เด็กที่ยนอนขี้เซา ผลั๊วะ ประตูถูกผลักเข้าไป ภายในห้องว่างเปล่า ผลั๊วะ! ตู้เสื้อผ้าถูกเปิด พึ่บ ตะกร้าผ้าถูกค้น
ตึก ตึก เสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดลงมา เขาเข้าไปในห้องครัว “ไม่มี!”
“เกิดอะไรขึ้น” ทนายจงกลเอ่ยถามเมื่อเห็นอาการร้อนใจของนายณรงค์
“ลูกสาวผมหายไป”
“หมายความว่าไง” ตึกตึกตึก นายณรงค์วิ่งไปหน้าบ้าน เขาจำได้ว่าความทรงจำครั้งสุดท้ายของเขาอยู่ที่ต้นไม้ที่เขากำลังจะจัดการกับมัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย
“ณิชา หายไป”
“วันนี้ไม่ใช่วันหยุด เธออาจจะไปโรงเรียนแล้วก็ได้” ณรงค์ส่ายหน้า ปฎิเสธทันที “ณิชาไม่มีทางไปไหนโดยไม่บอกผม เมื่อวานมีบางอย่างไม่ปกติ” ณรงค์บอกเล่ารายละเอียดที่เท่าที่เขาจำได้ “อาหารเย็นเมื่อวานก็หายไป ขยะก็ไม่มี”
“ในพินัยกรรมมีอะไรกันแน่” ทนายจงกลส่ายหน้าอีกครั้ง “เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณชายภีมะหรือเปล่า”
“คุณณรงค์ คุณอาจจะได้ยินข่าวไม่ดีมากมายเกี่ยวกับคุณชายของเรา แต่มันก็คือข่าว มันไม่ยุติธรรมถ้าเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้น ทุกคนล้วนแล้วแต่จะกล่าวหาว่าเป็นฝีมือคุณชาย ผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับพินัยกรรมอย่างแน่นอน...เป็นความจริงถ้าผมจะแจ้งคุณตรงนี้เลยว่า มีพินัยกรรมฉบับที่สองนั้น คุณชายไม่ทราบเรื่องนี้อย่างแน่นอน” ณรงค์นิ่งไป เมื่อสิบปีก่อนคือครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอกับเด็กชายภีมะ แววตาของเขาในตอนนั้น...เขาไม่มีวันลืมลงได้เลย
“ให้พวกเราช่วยเถอะนะ” ณรงค์เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะขอความช่วยเหลือจากทนายจงกลแล้วเขาก็ไม่มีทาางอื่น เขานั่นเป็นเพียงจิตรกรธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น กำลังคนอำนาจบารมีเขาก็ไม่มี มีแต่คนตรงหน้าเท่านั้นที่จะสามารถตามหาณิชาได้ ซึ่งเขาไม่เชื่อเลยสักนิดว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับคุณชายภีมะ เด็กคนนั้นสายตาแบบนั้น
คฤหาสน์นารัตน์ ในวันครบรอบอายุยี่สิบเอ็ดปีของทายาทนรารัตน์ ภายในไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเครื่องดื่มสำหรับแขกที่มีหน้าที่ต้องมา หัวโต๊ะยาวด้านหลังคือผนังที่มีประติมากรรมเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่ทุกคนเรียกว่ามังกร แต่ใครก็ตามที่เข้ามาต่างก็รู้ว่ามังกรตัวนี้ถูกหล่อขึ้นมาด้วยทองคำจำนวนมหาศาล
ภีมะนั่งนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา แม้คนตรงหน้าเขาจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพียงเขาที่มีเบื้องหลังและชื่อเสียงที่ไม่ดี เชื้อไม่ทิ้งแถวเพราะสิ่งเหล่านี้มันคงสืบทอดกันมาทางสายเลือด เพราะพ่อผู้ล่วงลับของเขาก็เป็นที่เกลียดชังของเหล่าญาติพี่น้อง แต่ทุกคนทำได้เพียงแค่เกลียดด้วยความรู้สึก ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
“สวัสดีครับทุกคน ผมปีแอร์ ทนายผู้รับมอบอำนาจโดยตรงจากท่านนักรบ และนี่คือทนายจงกลผู้ช่วยผมและพยานในพินัยกรรมฉบับที่สอง ผมขออนุญาตเปิดผนึกจดหมายที่แจ้งตำแหน่งพินัยกรรมดังกล่าวครับ” ทนายปีแอร์หยิบกล่องขนาดเล็กออกมา
ภีมะยื่นส่งกุญแจเปิดกล่องดังกล่าว กุญแจที่เขาต้องพกติดตัวไว้ตั้งแต่อายุสิบเจ็ดตามพินัยกรรมฉบับแรกเมื่อสี่ปีก่อน ทนายปีแอร์โชว์กล่องที่ทำจากไทเทเนียมให้กับพยานทั้งหมดในห้องได้เห็นว่ากล่องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก่อนจะลงมือไขกุญแจออกมา
คุณอาจจะชอบ





