ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สุลต่านร้ายขังรัก ชุด ทัณฑ์ทราย

สุลต่านร้ายขังรัก ชุด ทัณฑ์ทราย

จิรัชยา ลูกนอกสมรสผู้ต่ำต้อยแอบหลงรักองค์สุลต่านแห่งฟาดิลาห์มาเนิ่นนาน แม้จะรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงข้ารับใช้ของฮันนาว่าที่มเหสี แต่ในคืนอภิเษกสมรสที่สุลต่านถูกวางยาปลุกกำหนัด โชคชะตากลับเหวี่ยงให้เธอต้องทอดกายอยู่ใต้ร่างชายผู้สูงศักดิ์แทนที่เจ้าสาวตัวจริง ทว่าค่ำคืนที่แสนหวานกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเขาตื่นมาพร้อมความโกรธแค้นและตราหน้าว่าเธอคือคนวางแผนชั่วร้ายนี้ จิรัชยาถูกขับไล่อย่างไร้ปรานีท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเข้าใจผิดที่ยากจะลบเลือน
ตอน
แชร์

ตอน 3

ความเจ็บปวดทำให้น้ำตาของจิรัชยาเอ่อคลอเบ้า แต่กลับไม่ได้รับความเมตตาจากฮันนาเลยแม้แต่น้อย เพราะอุ้งมือของฮันนายังคงกำเส้นผมนุ่มสีดำขลับของหล่อนแน่นหนา

“แกกล้าดียังไงไปอ่อยพี่ฮูเซ็น!”

“เปล่านะ ฉันไม่ได้ทำอย่างที่พี่ฮันนากล่าวหานะคะ”

“ก็ฉันเห็นกับตา นังสารเลว แกจะแรดจะร่านอะไรนักหนา”

ฮันนาเค้นเสียงเดือดดาลลดหน้าน้องสาว ก่อนจะผลักร่างอรชรของจิรัชยาที่ดูอวบอิ่มกว่าตนเองลงไปกระแทกพื้นถนนอย่างแรง จากนั้นก็ตามเข้าไปเอาเท้าเหยียบที่ข้อมือเล็ก

“โอ๊ย... พี่ฮันนา... อย่าทำฉันเลย ฉันเจ็บ...”

“ฉันจะทำยิ่งกว่านี้อีก” แล้วฮันนาก็จิกเส้นผมของจิรัชยาอีกครั้ง ขยุ้มและดึงแรงๆ ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนแก้มนวลสุดแรง

“โอ๊ย...”

ใบหน้าของจิรัชยาสะบัดไปตามแรงปะทะจากฝ่ามือเล็กของฮันนา หยาดเลือดทะลักซึมออกมาจากมุมปากอิ่มหนา น้ำตาของจิรัชยาไหลรินเป็นทางด้วยความเจ็บปวด

“อย่าทำฉัน... พี่ฮันนา... อย่าทำฉันเลย ฉันกลัวแล้ว...”

แม้น้องสาวต่างมารดาจะวิงวอนสักแค่ไหน แต่ฝ่ามือและฝ่าเท้าของฮันนาก็ยังไม่หยุดกระทำแม้แต่น้อย ความริษยาในรูปโฉมของจิรัชยาอัดแน่นเต็มอก เพราะหล่อนรู้ดีว่าหากจิรัชยาแต่งหน้าแต่งตัว น้องสาวจะต้องงามหาใครเทียมได้ แม้กระทั่งหล่อนก็เช่นกัน

“ฉันเกลียดแก! แกมันก็แค่ลูกไพร่...”

“พี่ฮันนา... ฉันกลัวแล้ว... อย่าทำฉันเลย อย่าทำฉันเลย... ได้โปรดหยุดเถอะค่ะ ได้โปรด...”

จิรัชยาถูกทั้งตบทั้งกระทืบจนสะบักสะบอม แต่ฮันนาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หญิงใจร้ายก้มลงหยิบไม้กวาดที่จิรัชยาใช้กวาดถนนมาถือเอาไว้ หล่อนเงื้อสูงกลางอากาศ และกำลังจะฟาดใส่ร่างของผู้เป็นน้องสาว แต่แล้วก็มีร่างของใครคนหนึ่งถลาเข้ามากอดร่างของจิรัชยาเอาไว้

“คุณหนูเจ้าคะ ได้โปรดอย่าทำร้ายจินนี่เลยเจ้าค่ะ อย่าทำจินนี่เลย...”

นางผู้นั้นคือจันจิรา มารดาไพร่ที่บังอาจยั่วยวนบิดาของหล่อนจนเกิดมีมารหัวขนอย่างจิรัชยาขึ้นมานั่นเอง ฮันนากำด้ามไม้กวาดแน่น ก่อนจะแค่นยิ้มร้ายกาจ

“แกห้ามใคร นังไพร่!”

“แม่จ๋า... แม่ออกไปเถอะจ้ะ อย่าเข้ามาเลย” จิรัชยาพยายามดันร่างของมารดาออกไป แต่ผู้เป็นมารดาไม่ยอม ยังกอดรัดร่างของหล่อนเอาไว้แน่น

“ไม่ แม่ไม่ไปไหน แม่จะไม่ยอมให้ลูกถูกตีตาย”

“หึ ดี... งั้นก็ถูกฉันตีทั้งสองคนก็แล้วกัน” แล้วฮันนาก็เงื้อด้ามไม้ฟาดขึ้นสูง ก่อจะฟาดลงมาไม่ยั้ง ร่างของจันจิราพยายามรับแรงกระแทกจากด้ามไม้กวาดแทนลูกสาว จนจิรัชยาร้องไห้คร่ำครวญเพราะสงสารมารดา

“พี่ฮันนา... อย่าตีแม่... อย่าตีแม่ของจินนี่ ได้โปรด... หยุดเถอะค่ะ ได้โปรดเถอะค่ะ...”

“ฉันจะตีพวกแกให้ตาย” เสียงไม้กระทบกับร่างของมนุษย์ดังสนั่นหวั่นไหว จนกระทั่งฮาริสได้ยิน และลงมาห้ามปราม เพราะเกรงว่าเมียทาสกับลูกสาวที่ตัวเองไม่ต้องการจะตายคามือของฮันนา

“ฮันนา หยุดเดี๋ยวนี้”

“ท่านพ่อ” ฮันนาชะงักมือที่จะตีลงบนร่างของสองแม่ลูก หันไปมองบิดาที่เดินเข้ามาหา

“หยุดเถอะ ตีไปพวกมันก็ตายเปล่าๆ”

“แต่ฉันโมโหนี่คะท่านพ่อ”

ฮาริสดึงไม้กวาดออกจากมือของลูกสาวคนโปรด และพยายามคลี่คลายสถานการณ์

“ไหนว่าเจ้าจะต้องนำพานอาหารคาวหวานไปถวายองค์สุลต่านยังไงล่ะ นี่ก็เกือบจะได้เวลาที่พระองค์จะเสวยพระกระยาหารเที่ยงแล้วนะฮันนา”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ นังพวกไพร่!” ฮันนายืนกัดฟันแน่น มองสองแม่ลูกที่ตอนนี้สภาพยับเยินด้วยความเกลียดชัง

“งั้นฉันไปก่อนนะคะท่านพ่อ”

เมื่อฮันนาเดินกระฟัดกระเฟียดมุ่งหน้าเข้าไปในพระราชวังแล้ว ฮาริสก็มองสภาพสองแม่ลูกทาสของตนเอง วูบหนึ่งก็รู้สึกสงสารขึ้นมา แต่ไม่ช้ามันก็จางหายไป

“ไปทายาให้เรียบร้อย แล้วออกมาทำงานต่อ”

จิรัชยาช้อนตามองบิดาของตนเอง บิดาที่ไม่เคยยอมรับว่าหล่อนคือลูกแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยความปวดร้าวทรมาน ท่านแค่ทำให้หล่อนเกิดมา แต่ไม่เคยรัก ไม่เคยเมตตา และไม่เคยแม้แต่จะกอดให้ความอบอุ่นเลยสักครั้ง

หล่อนโหยหาอ้อมกอดของบิดาเสมอมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะมอบให้ มีเพียงความเย็นชา ห่างเหินเท่านั้นที่หล่อนได้รับจากฮาริสทุกเมื่อเชื่อวัน

แม่บอกกับหล่อนเสมอว่า หล่อนเป็นลูกที่เกิดมาจากความผิดพลาด แต่แม่ก็รักหล่อนยิ่งกว่าดวงใจ ในขณะที่พ่อ ไม่เคยหยิบยื่นแม้แต่เสี้ยวเศษของความรักให้เลย

“ไปสิ ยังจะมามองอยู่อีก หรือว่าอยากถูกฉันเฆี่ยน” ฮาริสตวาดไล่อย่างไม่ไยดี

“เจ้าค่ะ ท่านเสนาฯ”

แม่ของหล่อนตอบรับด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง ก่อนจะพาหล่อนคลานออกจากตรงนั้น หอบร่างกายบอบช้ำกลับไปยังเรือนพักคับแคบทั้งน้ำตา

“แม่จ๋า... ทำไมพวกเขาถึงต้องทำกับเราอย่างนี้ด้วยจ๊ะ ทำไมเขาถึงไม่เห็นเราเป็นญาติพี่น้องบ้างเลย”

หล่อนรู้ดีว่าตนเองถามมารดาแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่ถามออกไป แม่ก็ทำได้แค่เพียงร้องไห้ และมอบคำตอบเดิมๆ ให้กับหล่อนเสมอ

“เราเป็นไพร่ลูก” แม่ตอบเหมือนเดิมอีกครั้ง

“แล้วเมื่อไหร่... เราถึงจะหลุดพ้นจากความทุกข์นี้เสียทีจ๊ะแม่ ฉันทรมานเหลือเกิน”

“คงจนกว่าชีวิตของพวกเราจะหาไม่”

“แต่ฉัน... อยากไปจากฟาดิลาห์ ฉันไม่อยากทนอยู่ที่นี่อีกแล้ว แม่ไปกับฉันนะจ๊ะ”

มารดาของหล่อนส่ายหน้าปฏิเสธเหมือนเช่นเคย “แม่ไปไม่ได้หรอก แม่รักพ่อของลูก”

“แต่ท่านพ่อ... ไม่เคยเห็นแม่เป็นภรรยาเลยนะคะ” แม่ของหล่อนร้องไห้เงียบๆ ขณะทำแผลให้กับหล่อนอย่างเบามือ หล่อนมองแม่ด้วยความสงสาร และก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาอีก เพราะรู้ดีว่าแม่ไม่มีทางเปลี่ยนใจ

ภายในอุทยานของฟาดิลาห์ถูกประดับตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างประณีตสวยงาม ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งขันกันผลิดอกแตกใบเบ่งบานรับภมรหนุ่ม เสียงน้ำตกจำลองดังกังวานคลอเคลียราวกับเสียงเครื่องดนตรีที่ถูกบรรเลงด้วยนางสวรรค์ และเหตุผลนี้เองทำให้องค์สุลต่านลูฟาสแห่งฟาดิลาห์ชื่นชอบการรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ยิ่งนัก

“ถวายบังคมเพคะ องค์สุลต่าน”

เสียงอ่อนหวานไม่ต่างจากระฆังแก้วของฮันนาดังขึ้น เจ้าหล่อนระบายยิ้มหวานไม่ต่างจากน้ำเสียงให้กับเขา หล่อนมักจะมาหาเขาเวลานี้เสมอ พร้อมกับอาหารคาวหวานรสเลิศที่หล่อนเป็นคนทำเองกับมือมาถวาย

“เราคิดว่าเจ้าจะไม่นำอาหารอร่อยๆ มาให้เราเสียแล้ว”

“หม่อมฉันมัวแต่เข้าครัวน่ะเพคะ ก็เลยลืมเวลาไปเลย หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยด้วยนะเพคะ”

ลูฟาสระบายยิ้ม มองฮันนาด้วยความเอ็นดู เพราะเจ้าหล่อนงามทั้งกาย งามทั้งกิริยามารยาท แถมฝีมือทำอาหารก็ยังยอดเยี่ยม จนเขาเสพติดอาหารฝีมือของหล่อนเสียแล้ว

“เราไม่เคืองเจ้าหรอก แค่กำลังรอเท่านั้นแหละ”

“ขอบพระทัยเพคะ” ฮันนายิ้มหวานอย่างมีจริต

“เจ้าขึ้นมานั่งกับเราเถอะ แล้วก็มากินด้วยกัน” ลูฟาสตบที่นั่งข้างๆ และเชื้อเชิญ

“เอ่อ... หม่อมฉันเกรงว่าจะไม่งามน่ะเพคะ”

“เจ้ากำลังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์สุลตาน่าของเราในไม่ช้านี้แล้วนะฮันนา ไม่มีอะไรไม่งามหรอก”

“แต่ว่า... องค์หญิงมารีอาห์ทรง...” ฮันนาได้ทีก็อดที่จะกล่าวหามารีอาห์ไม่ได้ “เอ่อ... ทรงไม่โปรดหม่อมฉันเพคะ”

“เรื่องนั้นเรารู้อยู่เต็มอก แต่เจ้าอย่าไปใส่ใจอะไรมารีอาห์เลย นางยังเยาว์นัก”

“หม่อมฉันไม่เคยบังอาจโกรธเคืององค์หญิงมารีอาห์หรอกเพคะ ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว” ฮันนาแสดงท่าทางเป็นคนดีที่น่าสงสารได้อย่างแนบเนียนจนน่าได้รางวัลออสการ์ “เพราะหม่อมฉันรู้ดีว่าองค์หญิงทรงฟังความจากผู้ใดมา”

ใบหน้าหล่อจัดของลูฟาสดุกระด้างขึ้น เมื่อสมองมีชื่อของจิรัชยาดังขึ้น

“น้องสาวของเจ้าสินะ”

“ความจริงหม่อมฉันก็ไม่อยากจะพูดถึงน้องสาวในทางที่ไม่ดีหรอกนะเพคะ แต่ว่านาง... นิสัยแย่จริงๆ เมื่อคืนก็เพิ่งจะหนีออกไปเที่ยวนอกวังมา ท่านพ่อจับได้ก็เลยเฆี่ยนนางเพคะ หม่อมฉันสงสารก็เข้าไปห้าม แต่ก็ช่วยอะไรนางไม่ได้มากนัก...”

“คงออกไปพร้อมกับมารีอาห์สินะ” ลูฟาสเค้นเสียงเดือดดาลเล็ดลอดไรฟันออกมา

“เมื่อคืนองค์หญิงมารีอาห์เสด็จออกนอกวังอีกแล้วเหรอเพคะ” ฮันนาแปลกใจ

“ใช่ เราเตือนเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง” ลูฟาสถอนใจยาวๆ

“องค์สุลต่านอย่าทรงตำหนิองค์หญิงมารีอาห์เลยเพคะ เพราะถ้าหม่อมฉันเดาไม่ผิด ผู้ที่ชักชวนองค์หญิงจะต้องเป็นจินนี่แน่ๆ เพราะนางชอบเที่ยวกลางคืน”

ยิ่งได้ฟังคำพูดของฮันนา ความเกลียดชัง ความขยะแขยงของลูฟาสที่มีต่อจิรัชยาก็ยิ่งเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น และเขาก็คิดว่าตัวเองจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อหยุดความเกเรของสตรีนางนี้

“เลิกพูดถึงนางเถอะ เดี๋ยวเราจะกินอาหารอร่อยๆ ของเจ้าไม่ได้”

“เพคะ องค์สุลต่าน”

“เจ้าขึ้นมานั่งข้างเรา มาเร็วสิ”

เมื่อลูฟาสออกปากเรียกอีกครั้ง ฮันนาก็ยิ้มกว้าง และเดินขึ้นไปนั่งข้างเรือนกายกำยำของจ้าวผู้ครองแคว้นทันที จากนั้นก็ปรนนิบัติชายหนุ่มด้วยมารยาหญิงพันเล่มเกวียน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GTW” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GTW
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย THE GIRL พ่อติจ๋า
9.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากคนรู้จักที่ต้องมาร่วมกันดูแลเด็กหญิงตัวน้อยในฐานะพ่อและแม่ แม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกินเลย แต่ความผูกพันที่เกิดขึ้นผ่านการเลี้ยงดูลูกทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจเอ่ยถามถึงโอกาสในการขยับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะเขาไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแค่พ่อของลูกเท่านั้น แต่เขายังปรารถนาที่จะก้าวเข้าไปเป็นสามีเคียงข้างเธออย่างเต็มตัวในอนาคต
หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย ความรักหลายปีสุดท้ายกลายเป็นความเกลียดชัง
9.2
เมื่อเสียวจิ่งเหิงรู้ตัวว่าเหลือเวลาเพียงเจ็ดวันสุดท้ายของชีวิต เขาจึงอ้อนวอนขอโอกาสจากฉินจั่วเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ก่อนหน้านี้เขาเคยสารภาพอย่างเลือดเย็นว่ารักเพียงยวี่โหรวและไม่ต้องการฝืนใจอยู่กินกับเธออีกต่อไป เขาบีบให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อไปใช้ชีวิตตามใจชอบโดยไม่สนลูกเมีย แต่ในท้ายที่สุด ชายที่เคยทอดทิ้งครอบครัวอย่างไม่ใยดีกลับเป็นฝ่ายที่ต้องหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักและความเมตตาให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งในวาระสุดท้าย
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์สายน้ำผึ้ง
8.9
ในค่ำคืนที่แสนจงใจ หญิงสาวลึกลับก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาและมอบความบริสุทธิ์ให้บนเตียงอย่างมีแผนการ แต่สิ่งที่เธอทำมากกว่านั้นคือการขโมยหัวใจของชายหนุ่มไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อแม่หัวขโมยตัวน้อยกล้าท้าทายอำนาจของเขาด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน เขาจึงตัดสินใจมอบบทลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและยากจะต้านทาน เตรียมตัวรับมือกับความปรารถนาที่เขากำลังจะโหมกระหน่ำใส่เธอในฐานะนักโทษของหัวใจที่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวลวงสวาท
7.9
หญิงสาวผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้งและไร้ซึ่งความรัก กำลังเผชิญกับวิบากกรรมครั้งใหญ่เมื่อถูกบังคับให้วิวาห์กับชายชราเพื่อผลประโยชน์ ทว่าโชคชะตาที่พลิกผันกลับนำพาให้เธอได้ครองคู่กับมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามผู้เพียบพร้อมและพร้อมมอบความรักให้อย่างหมดหัวใจ ท่ามกลางความสุขที่ได้รับ ความลับอันดำมืดในอดีตที่เคยถูกกลบฝังไว้ค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา นำไปสู่การค้นพบความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังชีวิตของเธออย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน