ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนต์ปาริชาต

มนต์ปาริชาต

มนทิพย์มักตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันถึงชายหญิงคู่หนึ่ง โดยเฉพาะสายตาอันเปี่ยมล้นด้วยรักของ ‘คุณนพ’ ที่ทำให้เธอหวั่นไหวอย่างประหลาด ทุกความรู้สึกและนามเรียกขานว่า ‘ปาริชาต’ กลับสั่นสะเทือนถึงตัวตนข้างในของเธออย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อดอกปาริชาตสีแดงเพลิงจากสรวงสวรรค์คือสัญลักษณ์แห่งการระลึกชาติที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจสัมผัสกลิ่นหอมได้ มนตราแห่งดอกไม้ชนิดนี้จะสามารถกลายเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงอดีตชาติที่แสนตราตรึงให้หวนคืนกลับมาสู่หัวใจของเธออีกครั้งได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ไยน้องมิมา... ปาริชาต ไยปล่อยให้พี่คอย รอคอยแต่เจ้า มิอาดูรอันใดพี่เลยรึนี่... ยามจากเป็นเจ้ายัง... มิห่วงหา หากแม้นจากตายเล่าเจ้าจักเป็นฉันใด เจ้าจะห่วงหาพี่บ้างหรือไม่ เจ้า... ปาริชาต... ดอกงาม...”

น้ำตาปริ่มไหลลงจากหน่วยตาคมเข้ม ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ หรี่ลงๆ อย่างสุดระงับความง่วงงุนนั้นไว้ได้ แม้จะรู้ว่าหลับครั้งนี้คงมิได้พานพบ แต่อาการชาวาบจากปลายเท้าที่ส่งมาจนทำให้ทุกประสาทสัมผัสค่อยๆ ดับลงนั้น ก็ไม่อาจหยุดยั้งหัวใจที่โลดแล่นแลเจ็บช้ำนั้นไว้ได้ กลีบดอกไม้งามสมชื่อเจ้าของดวงใจปลิดปลิวลงจากต้นแลรายล้อมร่างสูงที่นอนทอดกายอยู่ใต้ร่มไม้ดังจะรองรับและซึมซับทุกห้วงคำนึงสุดท้ายนั้นประดับไว้ทั่วทุกกลีบบางที่พร่างพรมห่มกาย

กรุ่นกลิ่น “ปาริชาต” โชย...โหยไห้

หอมเอย... หอมกรุ่นกลิ่นไม้

หอมนานรำลึก... ตรึงใจ

แม้นชาติภพข้ามไปกรุ่นกลิ่นอาย... มิลืม

ร่มเอย... ร่มปาริชาตแดงชูช่อ

อดีตล้อ... เหินห่างเกินคว้า

ผู้รอเฝ้าหมายเจ้า... ช่อชีวา

เจ้าดอกงามโน้มมา... ให้ชิดชม

สัตย์คำมั่นรำลึก... มิลืมเลือน

แม้นใจจักเชือดเฉือน... ตรมรัก

ดวงใจพี่สยบแล้ว... แม่พุ่มภักดิ์

แต่หวานรักจักร้างลา... ให้ห่างไกล

ในภพหน้าชาติหน้า... ให้พี่พบ

ให้ร่วมเรียงเคียงจบ... ได้ชมชื่น

พี่จะเมินพี่จะหมาง... เจ้ากล้ำกลืน

พี่จะชื่นรอเจ้าช้ำ... ระทมเคียง

ดวงตาคมเข้มเบิกโพลงในความมืด เหงื่อชื้นที่ประปรายตามใบหน้าและไรผมทำให้ท่อนแขนแกร่งต้องเอื้อมขึ้นเหนือหัวเตียงและควานหารีโมทแอร์เพื่อปรับอุณหภูมิภายในห้องให้ลดต่ำลง ฝ่ามือแกร่งปิดกระชับและกดย้ำๆ อยู่ที่ใบหน้าพยายามเรียกสติของตนเองที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา

“อีกแล้ว...”

ครั้งที่เท่าไรแล้วที่เขาฝันแบบนี้ซ้ำๆ กันไปมา ความฝันที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจอยู่ลึกๆ ความเจ็บปวดจนทำให้เขารู้สึกหนาวไปถึงต้นขั้วหัวใจ ความหนาวลึก... เจ็บลึก... สิ่งที่รับรู้ได้ทำให้เขาบอกตัวเองแบบนั้น

เสียงจอกแจกจอแจจากด้านล่างคอนโดฯ ทำให้รู้ว่าใกล้สว่างเต็มที เสียงอาโกเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่เขาเป็นลูกค้าขาประจำเร่งให้เจ้าบิ๊กลูกจ้างตัวน้อยที่ไม่บิ๊กสมชื่อสักนิดรีบจัดโต๊ะเก้าอี้ให้เรียบร้อยเพราะประเดี๋ยวลูกค้าขาประจำ จำพวกวินมอเตอร์ไซด์และคนขับรถสองแถวรับจ้างก็จะทยอยกันมาหากินข้าวเช้ากันแล้ว

ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียงฝ่ามือขวาวางทาบอยู่เหนืออกด้านซ้าย เสียงที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นปนตื่นกลัวในความฝันยังคงมีอยู่และมันคงทำให้หลับต่อไม่ลงแล้ว แสงสลัวที่ส่งผ่านมาจากระเบียงทำให้พอมองเห็นทุกสิ่งภายในห้องพัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทั้งเรือนกายมีเพียงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว กล้ามเนื้อหน้าขาแข็งแรงก้าวยาวสู่ห้องด้านข้างเพื่อจัดการตัวเอง

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เนื้อกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างผู้ที่ดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างดี เส้นผมเรียบลู่น้ำดำขลับ แนวคิ้วหนารับกับดวงตาคมเข้ม สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางได้รูป ภาพที่สะท้อนออกมาจากบานกระจกใหญ่ภายในห้องน้ำ คือ ชายหนุ่มผู้ที่จัดว่าหล่ออย่างไม่มีที่ติ แต่ทว่าดวงตาคมเข้มนั้นมันกลับดูเงียบขรึมและเจือไปด้วยความเศร้าโศกอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ติกรานต์จ้องมองตนเองในกระจกบานใหญ่อย่างไม่อยากเชื่อว่านี่คือตัวตนของเขาจริงๆ ปัญหาที่ค้างคาในจิตใจของเขาไม่สามารถบอกใครได้... ไม่สามารถบอกใครได้จริงๆ

ผ้านุ่มผืนหนาถูกยกขึ้นซับใบหน้าและเรือนผมที่เปียกน้ำอย่างเบามือ ห้วงความคิดคำนึงถึง... หญิงสาวใบหน้างดงามและรอยยิ้มพิมพ์ใจติดตรึงตราตั้งแต่แรกเห็น ภาพแห่งความสุขฉายให้เห็นยามเธอนั้นบรรจงเช็ดหยดน้ำตามเรือนผมเขาอย่างเบามือ ภาพเธอเอียงอายยามเขายื้อฝ่ามือบอบบางนั้นไว้และจุมพิตไปตามนิ้วมือน้อยๆ อย่างหยอกเย้า

วาบ...

“อีกแล้ว... เจ็บ...”

อีกครั้งแล้วที่เขารู้สึกเจ็บ ทุกครั้งที่หวนคิดถึงเธอ ทุกครั้งที่ภาพความทรงจำหวนคืนมันมักจะปะปนมากับความเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เสมอ สาเหตุที่ทำให้เขาต้องปลีกตัวออกห่างจากเธอทั้งที่เป็นเวลาที่เธอนั้นต้องการเขามากที่สุด ยิ่งอยู่ใกล้เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวด ยิ่งเห็นหน้ายิ่งเหมือนหัวใจจะขาดเสียให้ได้ และเมื่อในยามห่างไกลไม่เห็นหน้าไม่ได้ยินเสียงเขากลับเป็นปกติดีทุกอย่าง แต่ใครจะรู้ได้ว่าสิ่งที่เห็นว่าปกติดีนี้ แท้จริงแล้วเขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดเสียดลึกเสียมากกว่าการได้เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน เพราะความรู้สึกหนึ่งที่มันร่ำร้องบอกเขาอยู่ภายใน

ความรู้สึกที่ว่าตนเองเป็นผู้ชายไร้ความรับผิดชอบทิ้งภรรยาให้เลี้ยงลูกตามลำพัง เขาจะทำอย่างไรได้ จะทำอย่างไร หรือมีเขาอีกคนที่มีความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจยามรำลึกได้ว่าหัวใจนี้รักเธอยิ่งนัก หรือทั้งหมดนี้เขาเพียงคิดไปเอง หรือแท้ที่จริงแล้ว... เขาควรไปพบจิตแพทย์น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แววตาเจ็บช้ำที่สะท้อนออกมาจากบานกระจกใหญ่นั้นทำให้เขาต้องปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยล้าจิตใจ สิ่งที่ต้องเผชิญโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง สิ่งที่ใจหนึ่งโหยหา... แต่อีกใจหนึ่งอยากหลีกหนี...ให้ไกล

“พรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้ว...”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
9.3
ฮวาเย่ห์หยวนธิดาจิ้งจอกเก้าหางผู้เลอโฉมจำต้องรับโองการสวรรค์เพื่อหยุดยั้งมหาสงคราม หน้าที่ของนางคือการใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารลี่เซี่ยนผู้ไร้ความปรานี ทว่าในระหว่างภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย นางกลับได้รับความช่วยเหลือจากอาเซี่ยนบุรุษลึกลับผู้แสนดีจนเริ่มสั่นคลอน แม้แผนการยั่วยวนจอมมารจะสัมฤทธิ์ผล แต่ฮวาเย่ห์หยวนกลับติดกับดักหัวใจจนกลายเป็นทาสรักของศัตรูเสียเอง นางจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อต้องติดอยู่ท่ามกลางความรักที่แสนอันตรายและบุรุษที่แสนอบอุ่น
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ
7.9
เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต