ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง

จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง

จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

ภายในตลาดในเมืองหลานหยูที่เต็มไปด้วยร้านค้าเต็มสองข้างทาง มีร้านค้าไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายยา ร้านขายของชำและสินค้าอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในอาคารไม้สองชั้นอีกนับสิบร้าน หากเดินไปอีกหน่อยก็จะเป็นท่าเรือ ที่มีระบบขนส่งครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือโดยสาร ท่าเรือเพื่อการค้าขาย

หนึ่งในเรือหลายลำที่แล่นมาจอดเทียบท่า เป็นเรือไม้กลางเก่ากลางใหม่ มีผู้โดยสารมาสามคน และเมื่อเรือจอดสนิท บุรุษทั้งสามได้ก้าวลงมาจากเรือ บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตารูปงาม ท่าทางมีอำนาจวาสนาน่าเกรงขาม ผิวพรรณดูดีราวกับเป็นบุตรคนมีตระกูล ซึ่งก็น่าใช่ ดูได้จากเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ต่างกับชาวบ้านทั่วไป เขาสะบัดพัดในมือแล้วโบกเข้าตัวช้าๆ

“เมืองนี้ใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ” องค์รัชทายาทบอกจวนจูเหลียงกับติงเสี่ยว องครักษ์และเป็นเพื่อนรักของตน “เจ้าสองคนอย่าลืมที่ข้าสั่งนะ ห้ามเรียกข้าว่า องค์รัชทายาทเด็ดขาด และให้พูดกับข้าเป็นภาษาชาวบ้านด้วย”

การเดินทางมาต่างเมืองแบบส่วนตัวในครั้งนี้ องค์รัชทายาทไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน เขาต้องการท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ เยี่ยงบุคคลธรรมดา หากเขามาในฐานะองค์รัชทายาท การเที่ยวก็จะไม่มีอรรถรส และเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะจะมีเหล่าเจ้าเมืองและขุนนางประจำเมืองนั้นล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งเขาไม่มีความชอบเลยสักนิดเดียว

บุรุษทั้งสามเดินเข้าไปในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการค้าขายรองลงมาจากเมืองหลวง ซึ่งของที่ขายก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองหลวง หรือเมืองอื่นๆ ที่เขาเคยไป แต่ที่จะต่างก็คงจะเป็นผ้าแพรสินค้าขึ้นชื่อของเมืองนี้ เขายังจำได้ว่า เจ้าเมืองหลานหยูส่งเสื้อคลุมทองคำให้บิดาเป็นของกำนัล บิดาโปรดเสื้อคลุมตัวนั้นมาก มักใส่ว่าราชการบ่อยครั้ง

ระหว่างที่สามหนุ่มกำลังเดินดูข้าวของตามร้านต่างๆ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน จางม่านอวี้กับหลินหลิน สาวใช้คนสนิทกำลังเดินอยู่ในตลาด ก่อนจะแวะร้านขายซาลาเปาและหมั่นโถวริมข้างทาง

“คุณหนูสี่รับอะไรดีขอรับ” คนขายถามจางม่านอวี้อย่างคุ้นเคย

“เอาซาลาเปาสามลูก” สั่งเสร็จ จางม่านอวี้ก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้ลูกค้านั่ง หลินหลินรินน้ำชาใส่จอก แล้วจัดวางไว้ตรงหน้าเจ้านายสาว

“คุณหนูสั่งมาทำไมตั้งสามลูกเจ้าคะ เรามากันสองคนนะเจ้าคะ คนละลูกก็พอ หรือไม่ก็สั่งซาลาเปาสองลูกกับหมั่นโถวหนึ่งลูกก็ได้เจ้าค่ะ”

“ข้าหิวนี่นา ข้ากินสองลูก เจ้ากินหนึ่งลูกไง แล้วที่ข้าไม่สั่งหมั่นโถว เพราะไม่มีหมั่นโถวที่ไหนอร่อยเท่าฝีมือต้าเหว่ย ในเมื่อกินแล้วไม่อร่อยข้าจะสั่งมากินทำไม”

การพูดคุยของแม่นางทั้งสองหยุดลง เมื่อคนขายนำซาลาเปาที่สั่งมาให้ สองสาวลงมือกินซาลาเปา ขณะกินอยู่นั้น เสียงเอะอะก็ดังขึ้น ไม่นานนักชายหนุ่มคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งมาทางร้านขายซาลาเปา พร้อมกับเสียงตะโกนของพ่อค้าขายปลา

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยจับขโมยที มันขโมยปลาข้ามา”

จางม่านอวี้หันไปมองต้นเสียง แล้วเห็นชายหนุ่มคนนั้นวิ่งหนีมา นางจึงยื่นขาออกไปตรงทางเดิน หัวขโมยไม่ได้วิ่งดูทางจึงสะดุดขาจางม่านอวี้ล้มหัวคะมำไปวัดพื้น ชาวบ้านที่อยู่ใกล้จึงพากันมารุมล้อมหัวขโมย และจับตัวไว้ องค์รัชทายาทที่ยืนอยู่ใกล้ร้านซาลาเปาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เขาจึงเดินไปยังร้านขายซาลาเปา

“เจ้าฉลาดจังที่ยืนขาไปสกัดหัวขโมย” จางม่านอวี้หันมองเจ้าของเสียงที่เดินมายืนไม่ห่างนัก นางมองหน้าคนแปลกหน้าที่เข้ามาทักทาย

“แน่นอนอยู่แล้ว เมืองนี้ข้าฉลาดที่สุด” นางได้ทีคุยโวตัวเอง พร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร

องค์รัชทายาทนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของสาวตรงหน้า นางไม่ใช่คนสวยจนต้องเหลียวมอง นางสวยไม่ได้ครึ่งของหญิงสาวที่ตนเคยเห็น นางกำนัลหรือนางในรับใช้บางคนยังสวยกว่านางเสียอีก แต่ที่ทำให้ถึงกับอึ้งคือรอยยิ้มของนางต่างหาก ขณะองค์รัชทายาทเห็นรอยยิ้มนของนาง เขารู้สึกว่าความทุกข์ ความเคร่งเครียดในจิตใจหายฉับพลัน เสมือนมีพลังดึงดูดมหาศาลให้เพ่งมองริมฝีปากคู่นั้นที่กำลังคลี่ยิ้ม เขาอมยิ้มเมื่อเห็นเศษซาลาเปาติดอยู่บนเรียวปากนางแล้วการที่มองเจ้าของรอยยิ้มนานเกินไป ทำให้คนถูกมองเริ่มรู้สึกไม่ดี

“เจ้ามองอะไรข้านานอย่างนี้ หน้าข้ามีอะไรติดอยู่เหรอ”

“ปากเจ้าน่าอร่อยจัง” องค์รัชทายาทตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ

“เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง เจ้าจะมาทำท่าทางทะลึ่งกับข้างั้นหรือ”จางม่านอวี้ยั้วใส่

“เจ้าคิดมากไปหรือเปล่า ที่ข้าบอกว่าปากเจ้าน่าอร่อย เพราะตอนนี้มีเศษซาลาเปาติดอยู่ตรงปากของเจ้าไงล่ะ” คนได้รับคำตอบอึ้งไป รีบหันไปหาสาวใช้

“จริงเหรอหลินหลิน มีเศษซาลาเปาติดอยู่ที่ปากข้าจริงหรือ”

“จริงเจ้าค่ะคุณหนู” หลินหลินตอบตามจริง จางม่านอวี้รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปาก

“เจ้าไม่ใช่คนเมืองนี้นี่ มาจากไหนล่ะ”

“เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าไม่ใช่คนเมืองนี้” องค์รัชทายาทถาม

“ข้ารู้จักคนเมืองนี้ดี เจ้าไม่ใช่คนเมืองนี้แน่ๆ เจ้าเป็นพ่อค้าต่างเมืองใช่ไหม”

องค์รัชทายาทเลิกคิ้ว นางมองเขาเป็นพ่อค้า รูปร่างหน้าตาเขาออกจะหล่อเหลา แต่งตัวด้วยผ้าแพรชั้นดี นางมองเขาเป็นพ่อค้าได้อย่างไร

“ใช่ ข้าเป็นพ่อค้า” ไหลตามน้ำ “ข้าเอาสินค้ามาลงที่ท่าเรือ ระหว่างรอขนย้ายข้าก็มาเดินเที่ยวในตลาด แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร มาค้าขายหรือว่าอยู่ที่นี่”

“ข้าเป็น...” จางม่านอวี้ยังไม่ทันตอบจบ พ่อบ้านหวังเดินมาหยุดยืนใกล้ๆ

“คุณหนูสี่ขอรับ คุณท่านให้มาตามคุณหนูไปพบขอรับ” พ่อบ้านหวังทำตามหน้าที่

“ท่านพ่อมีเรื่องด่วนอะไรถึงได้ให้ท่านมาตามข้า” คุณหนูสี่สงสัย

“ข้าเองก็ไม่รู้ครับ คุณหนูรีบไปเถอะครับ ท่าทางท่านจะมีเรื่องสำคัญคุยกับคุณหนู”

“ได้สิ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

จางม่านอวี้ลืมเรื่องตอบคำถามชายแปลกหน้า นางหมุนตัวเดินกลับไปยังบ้านโดยมีหลินหลินกับพ่อบ้านหวังเดินตามไป องค์รัชทายาทไม่ได้รั้งตัวจางม่านอวี้เพื่อหวังคำตอบ เขาสะบัดพัดในมือ โบกเข้าตัวช้าๆ นัยน์ตาสีนิลมองร่างสาวแปลกหน้าที่รู้สึกพอใจตั้งแต่แรกเห็น นางเป็นคนไม่สวยแต่เป็นคนที่มีเสน่ห์เหลือเกิน เขาเองก็ไม่คิดว่า คนอย่างองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจ้านที่มีสาวงามล้อมหน้าล้อมหลัง แต่กลับเปิดประตูหัวใจให้สาวคนนี้ เจ้าของรอยยิ้มงดงามดุจแสงจันทร์ที่ส่องสว่างยามราตรี

ความพอใจจะเปลี่ยนเป็นความรักในไม่ช้านี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน
8.6
ตลอดสามปีในฐานะคู่ชีวิต มาร์ค อัลฟ่าผู้เย็นชาใช้ความบอบบางของฉันเป็นข้ออ้างเพื่อเหินห่าง ในวันครบรอบที่แสนเจ็บปวด เขาเลือกทิ้งฉันไว้กลางสายฝนเพื่อไปหาหญิงอื่นที่เขาบอกรักอย่างเต็มหัวใจ ท่ามกลางพายุที่พัดพาความหวังสุดท้ายให้พังทลาย ฉันกลับพบกับอัลฟ่าลึกลับผู้มีพลังอำนาจเหนือกว่าสามีเก่าอย่างมหาศาล สายตาคมกริบสีเงินคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันด้วยความโหยหา พร้อมคำประกาศกร้าวที่เปลี่ยนโชคชะตาของฉันไปตลอดกาลว่าฉันคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย มนตร์ตาละวัน
7.9
ชายหนุ่มนามว่า ‘จัน’ ผู้ต้องคำสาปมนตร์ตาละวัน นั่นก็คือเขาจะต้องกลายเป็นจระเข้ในเวลากลางคืน เป็นบุรุษรูปงามผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในเวลากลางวัน เจ้าสาวจระเข้เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากคำสาป แน่นอนว่าความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่ใช่ความตาย ตัวเขาและบ่าวคนสนิทจึงใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายร้อยปี จนได้พบเจ้าของพรหมลิขิตผู้ชี้ชะตาชีวิตอย่าง ‘กัญญาวีร์’ ทว่าเธอดันเป็นถึงพนักงานขายอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตหนังจระเข้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... จระเข้หน้ามึนอย่างนายจันจะต้องตายหรือไม่? ฤาจะโดนกุดหาง ถลกหนังไปเป็นกระเป๋าให้แม่แก้วตาดวงใจ ร้ายที่สุดคงได้กลายเป็นสเต๊กจระเข้ในยุคข้าวยากหมากแพง “เนื้ออิ่มอวบแนบเนื้อ นวลนาง ขยับถอดสอดแท่งกาม เข้าไซร้ เคลื่อนอีกท่าคว้าดารา ได้ต่อ หนอแม่ กี่ราตรีควบขี่ข้าง พี่นี้ ดุร้าย นำพา” “ลามกจกเปรต! ผู้ชายที่ไหนเขาแต่งกลอนแนว Sexual Harassment จีบสาวกัน” กระแทกเสียงบริภาษว่า ทั่วทั้งวงหน้าหวานเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แก้มแดงก่ำเพราะโกรธและอับอาย หนุ่มใหญ่กลับยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้วน้องต้องการเยี่ยงไร?” “สายเปย์ค่ะ พ่อบุญทุ่มหมดตัวหมดใจ กลับบ้านตรงเวลา ไปไหนกับใครส่งข้อความบอก สำคัญที่สุดคือไม่เจ้าชู้มีหลายเมีย กันไม่ชอบ ไม่เอาเด็ดขาด กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผัวร่วมกับใคร มีไม่ดีไม่มีดีกว่า...” กัญญาวีร์หน้าบึ้งตึงใส่คนข้างกายที่อยู่ในชุดโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีดำ อกกว้างกำยำเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวเหลืองนวลทอประกายสีทองอ่อนราวสีสันของแสงอรุณยามเช้า สตรีนางไหนได้เห็นคงต้องตาต้องใจทันทีเว้นเพียงเธอ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสติสำนึกรู้ตน ไม่สบตา ไม่แม้แต่จะสนใจเส้นผมดำขลับมัดเกล้าแซมสีขาวเทาเป็นปอย ขนานไปกับกรามแกร่งราวม่านน้ำ บุรุษรูปงามราวกับว่าเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ ทว่าคงไม่ใช่... ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย คู่ทาสของกษัตริย์ผู้โหดร้าย
9.7
เมื่ออาณาจักรถูกรุกรานเพื่อกวาดต้อนมนุษย์ไปเป็นทาสกาม ฉันจึงต้องปลอมตัวเป็นเจ้าชายเพื่อปกป้องพี่สาวและยอมติดตามพวกเขากลับไปยังดินแดนเถื่อน แม้จะวางแผนพาพี่หนี แต่คุกที่แน่นหนากลับขังเราไว้ท่ามกลางศัตรูที่โหดร้าย ทว่ากษัตริย์ผู้ทรงอำนาจและไร้ความปรานีกลับเริ่มสนใจในตัวเจ้าชายน้อยผู้น่ารักคนนี้ ความลับที่ฉันปกปิดไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ เมื่อต้องกลายเป็นของเล่นบำเรอแค้นในเงื้อมมือราชาผู้ป่าเถื่อน ท่ามกลางอันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในนิยายโรมานซ์แฟนตาซีสุดเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ