ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รอยจันทร์ลวงใจ

รอยจันทร์ลวงใจ

แม้ว่าเขาจะดูสูงส่งเกินเอื้อมเพียงใด แต่ในที่สุดดวงจันทร์ที่เธอเฝ้ามองมาตลอดกลับโน้มลงมาหา ทว่าความน่ายินดีนี้กลับแฝงไปด้วยความขมขื่น เมื่อความจริงเปิดเผยว่าทุกอย่างคือฝันร้ายที่ทำลายหัวใจจนยับเยิน ในวันที่เธอตัดสินใจจะละทิ้งทุกอย่าง ความเย็นชาที่เคยคุ้นกลับหวนคืนมาสั่นคลอนความรู้สึกอีกครั้ง เธอจึงต้องเลือกระหว่างการยอมจำนนต่อโชคชะตาหรือจะใช้ความเจ็บปวดในอดีตเป็นเกราะกำบังเพื่อหลีกหนีจากเขาไปให้พ้นทาง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

หทัยรัตน์ถือกีต้าร์กำลังเตรียมร้องเพลงแต่รู้สึกปวดประจำเดือนจึงขอตัวเพื่อนสนิทเข้าห้องน้ำ

“ไม่ไหวก็ไม่ต้องขึ้นนาวให้เบสร้องแทนนะ” เพื่อนนักร้องที่มีน้ำใจพามาหารายได้ตบไหล่มะนาว

“ไหวสิ เดี๋ยวมา ไม่อยากกินแรงนาย ยังไงก็ขอบใจนะ”

“ตามใจ” หนุ่มผมยาวเหน็บผมไว้ที่ใบหูตามนิสัย ร่างบางคล้ายผู้หญิงเดินไปบนเวที มะนาวรีบไปห้องน้ำ ในห้องน้ำมะนาวตกใจเห็นพี่สาว “พี่มิรา พี่มิราจริงๆ ด้วย พี่มากรุงเทพเมื่อไหร่คะ”

มิราไม่รู้สึกตื่นเต้นเห็นหทัยรัตน์ “แกทำงานที่นี่หรือ ทำอะไร น่าอายจริงไม่ต้องมาทำเป็นรู้จักฉันนะ แล้วกลับไปเรียนเมื่อไหร่ ”

หทัยรัตน์หน้าเจื่อน “พี่ ทำไม เอ่อ… ใช่นาวกลับไปเรียนแล้วค่ะ”

“ก็ดี เออจะบอกว่าเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ซะหน่อย อีกอย่างเสียใจด้วยเรื่องการหมั้นหมายของแกและขอให้เรียนจบนะยะคราวนี้” มิรายิ้มเติมแป้งบนใบหน้า

“พี่รู้”

“เด็กน้อย ตื่นจากฝันเถอะ เขารับหมั้นแกเพราะประชดฉันเท่านั้น ศศินเขารักฉันมาก แต่แม่เขาน่าเบื่อมาก ฉันเลยไม่อยากทน เคยบอกแกไปแล้วนี่น่า แกยังหลงเพ้อหรือไง ว่าเรื่องที่เขาเอาแกเพราะรัก ช่างน่าสมเพช”

ทำไมใครไม่คิดบอกเรื่องนี้เธอบ้าง ผ่านมาหลายเดือนหทัยรัตน์ไม่เคยลืมเรื่องนี้ ทุกเรื่องราวยังตอกย้ำความไร้ค่าของตน หญิงสาวเหลือบมองพี่สาวที่เคยคิดว่ารักกัน เข้าใจกัน ฉะนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วตอนนี้ เรื่องที่เธอใช้ชีวิตกับแม่อย่างลำบาก มิราคงไม่คิดใส่ใจ

“ยังไงก็ขอบใจที่พี่ยังอุตสาห์บอกนาว ลาก่อนนะพี่มิรา” หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำไม่หันมองข้างหลัง ต่อไปนี้เธอต้องลืมอีกเรื่องสินะ ลืมว่าเคยมีพี่สาว แม้มึนงงกับท่าทีมิราแต่มะนาวก็ยังเข้มแข็งเดินขึ้นทำหน้าที่บนเวที

ศศินกุลมาเที่ยวผับเพื่อนสนิทตามคำเชิญ หยุดดื่มหันมองนักร้องบนเวที เสียงเพราะๆ กับเพลงเศร้าๆ สะกดหัวใจเขาจนเพื่อนสะกิด “ชอบหรือวะ แบบนี้ไม่ใช่ดารานางแบบ แค่เด็กสาวปอนๆ ฉันไม่เคยเห็นแกมองวะ”

ศศินกุลจ้องบนเวที “นักร้องชื่ออะไร”

“อย่าไปยุ่งกับเด็กมันเลย เขาไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใคร ฉันหมายถึงแขก เขายังเรียนอยู่ด้วย”

“ชื่ออะไรกูถามแค่บอกมา”

สมาการรีบบอก “ชื่อนาว หน้าบึ้งเชียวนะไอ้นักเรียนนอก ขัดใจเป็นไม่ได้เรื่องสาว”

“ยายเด็กนั่นทำไมมาร้องเพลงที่นี่”

“นายว่าอะไร” สมาการถามเห็นเพื่อนพึมพำบางอย่าง

“ทำงานนานหรือยัง”

“สามสี่เดือน ลูกค้าชอบนะ ฉันเองก็ชอบ”

“สรุปว่าที่ไม่บอกกูว่าชื่ออะไรเพราะเป็นเด็กมึงหรือ ไอ้สมภาร”

“บ้าหรือ แค่ชอบเขา ขึ้นมึง กูทำไมวะ บอกแล้วมึงอย่ามายุ่ง โน่นของมึงมาแล้วดาราชื่อดังและที่สำคัญมะนาวเขามีเจ้าของแล้วไอ้เศรษฐี”

ศศินกุลวางแก้ว สายตาไม่ละจากเวที มองหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆ

“มีเจ้าของหรือวะ?”

“มีคู่หมั้นเขาบอกแบบนั้น”

ศศินกุลเงียบไปแต่สายตามองหทัยรัตน์อยู่อย่างนั้น แทบจำไม่ได้เมื่อเธอแต่งตัวแบบนี้ แต่ก็ยอมรับว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลาน่ามองรับกับน้ำเสียงใสๆ ที่กำลังขับขานกล่อมแขกในร้านมากทีเดียว

เสียงปรบมือดังมะนาวลุกขึ้นขอบคุณลูกค้า โค้งคำนับก่อนถือกีต้าร์ถามพนักงานในร้านว่าเห็นสมาการหรือเปล่า

“จะลากลับก่อนใช่ไหมเดี๋ยวไปส่งเอง” ศรันย์อาสาเดินมายืนข้างหลังมะนาว

“ไม่ต้องหรอกนายยังต้องเอนเตอร์เทนสาวๆ ในร้านฉันกลับเองได้” ว่าแล้วมะนาวเดินไปยังโต๊ะที่นายจ้างนั่งอยู่โดยมีเบสมองตามด้วยความเป็นห่วง

“คุณสมาคะ”

การพูดคุยที่โต๊ะหยุดลง ศศินกุลคุ้นน้ำเสียงนี้ดีเลิกสนใจเบลินดา หันมองต้นเสียง มะนาวตกใจมากเห็นว่าเธอพบใครเข้า แต่พยายามไม่มองใบหน้านั้น

“มีอะไรหรือนาว”

“นาวจะขอกลับก่อนค่ะ”

“เป็นอะไรหรือ ไม่สบายหรือเปล่าแล้วกินยาหรือยัง”

“ขอบคุณค่ะ กินแล้ว”

“ใครมารับ คู่หมั้นเหรอ” สมาการถามเพราะเป็นห่วง ศศินกุลมองที่นิ้วนางข้างซ้ายหญิงสาวจำได้แม่นแหวนวงนั้นเขาบรรจงสวมให้เธอเอง แปลกใจที่เธอยังใส่อยู่ หทัยรัตน์เห็นสายตานั้นเข้ารีบเอามือขวาปิดนิ้วเสีย

“เปล่าคะ นาวกลับเอง”

“ไหวนะ”

“ไม่ไหวก็ไปส่งสิคุณสมา” เบลินดาจำมะนาวไม่ได้ยิ้มให้สมาการ

“กูว่ามึงอย่าไปยุ่งกับคนมีเจ้าของเลยวะ มันเสี่ยงต่อหัวใจนะ เสี่ยงต่อโรคด้วย” ศศินกุลหัวเราะยกเหล้าดื่ม มองตาหญิงสาวที่มองตนด้วยแววตาเศร้า ชายหนุ่มหยุดหัวเราะ ทำไมรู้สึกไม่ชอบใจเลยเห็นสายตาแบบนี้ เธอไม่มีสิทธิมองเขาแบบนี้ ยายเด็กหัวอ่อนแต่รู้สึกหน้าจะหนา

มะนาวเดินออกจากโต๊ะมือจับหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำไมนะต้องมาเจอเขาอีก หลายเดือนพยายามลืม ยังมาเจอสายตาเย็นชาเหมือนคนแปลกหน้า หญิงสาวป้ายน้ำตาที่ไหลอาบแก้มรีบเดินออกจากร้าน

ศศินกุลขอตัวคู่ควงและสมาการที่มองอย่างไม่พอใจอยู่แต่เขาไม่สนใจ เดินตามหทัยรัตน์ออกไป รู้สึกสนุกเพราะเหลือบเห็นว่ามิราเองก็อยู่ในร้านนั่นเองและดูเหมือนฝ่ายนั้นกำลังมองตนและมองน้องสาวเธออยู่เช่นกัน

3…ยิ่งใกล้ยิ่งน่ามอง

“ใครมารับ?” ศศินกุลถามคนที่ยืนใจลอยเหมือนกำลังรอใคร “ไม่กลับกับมิราหรือ?”

มะนาวหันมองด้านหลังไม่คิดว่าศศินกุลจะตามเธอมา หญิงสาวเช็ดน้ำตา “คุณ”

“ลืมชื่อฉันแล้วหรือไง?” ศศินกุลล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ยืนมองใบหน้าหวานสายตาไม่กระพริบ

“ มันสมควรเป็นอย่างที่พวกคุณต้องการไม่ใช่หรือคะ” ว่าเพียงเท่านั้นมะนาวก็โบกรถแท็กซี่แต่ไม่มีคันไหนว่างจึงเดินหนีศศินกุล แม้อยากคุยแต่อย่าเลยยิ่งเจอยิ่งลืมยาก สู้ห่างกันเสียดีกว่า ทำได้มาหลายเดือนต้องทำได้ต่อไป

“ลืมชื่อฉันแต่ยังสวมแหวนเนี่ยนะ โกหกไม่เนียน”

มะนาวหันมองใบหน้าคนด้านหลัง เม้มปาก “ใส่เพื่อเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเคยเชื่อใจคน คนหนึ่ง จนกลายเป็นเครื่องมือให้คนที่หัวใจกำลังเจ็บซ้ำใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้หัวใจตนเองดีขึ้นก็เท่านั้นค่ะ”

ศศินกุลหน้าแดง “เธอ ว่าใคร”

เธอต่อว่าเขาช่างกล้าพูดจริงๆ แถมกล้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวเขา!

“ทำไมคะคุณรู้จักผู้ชายคนนั้นเหรอไง?”

ศศินกุลอึ้งคราวนี้ หญิงสาวตรงหน้าใช่คนที่เขาเคยรู้จักจริงหรือนี่ ปากคอไม่ธรรมดา

“อย่ามาเล่นลิ้นสำบัดสำนวนกับฉันแม่เด็กน้อย” ศศินกุลกัดกราม

“ฉันไปล่ะคุณ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุยแล้ว รถว่างพอดี” มะนาวทำเป็นไม่เห็นใบหน้าบูดบึ้ง ศศินกุลจับมือเล็กไว้ทัน “กล้าเดินหนีฉันคิดว่าจะไปง่ายๆ หรือ ครอบครัวหมดสิ้นทุกอย่างยังกล้าทำแบบนี้ รู้ไหมนายศศินกุลไม่ชอบให้ใครทำแบบนี้”

“ฉันจะเป็นยังไงคุณมีสิทธิอะไรมาต่อว่ากัน ใช่ครอบครัวฉันหมดสิ้นทุกอย่าง หมดสิ้นทรัพย์สินก็ไร้เพื่อนบ้าน โดนเทเหมือนคนไม่เคยมีเพื่อนเลยสักคนแต่เราอยู่ได้และยังไม่ตายหรอกคะ เป็นยังไงคะได้ยินแล้วเสียใจไหมที่บ้านฉันยังอยู่มาได้” หทัยรัตน์เริ่มกลั้นน้ำตาไม่ได้ อยู่มาได้แต่สำหรับเธอเหมือนตายทั้งเป็น

ครอบครัวเขาใช้เงินฟาดหัวคนไร้ค่าเช่นเธอ ลืมยากเหลือเกิน สมเพชตนเองไม่มีวันลืมเลือน

“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับฉัน ที่ฉันไม่พอใจเธอเพราะกล้าเดินหนีทั้งที่ฉันพูดไม่จบ จำไว้คนในครอบครัวเธอไม่ว่าใครก็ทำอะไรฉันไม่ได้ กับเธอฉันไม่ได้ใช้เพื่อทำให้ใครเจ็บก็แค่สนองเมื่อเธอเสนอ”

“ถ้าการที่คนเมามายคนนั้นเข้ามาหาฉันถึงในห้องนอน ใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ฉันสมยอมเป็นของเขาเรียกว่าเป็นการเสนอก็แล้วแต่เขาจะคิด เขาหลอกตนเองได้ คนอื่นอาจจะเชื่อเขา แต่ฉันรู้ดีที่สุดอะไรเป็นอะไร”

“ฮือๆๆๆ” หทัยรัตน์ร้องไห้จนได้ เบือนหน้าไปทางอื่น

“ “

“ลาอีกครั้ง เจอกันก็อย่าทักทายให้เสียเวลาเลยถ้ามาพูดทำลายน้ำใจกันแบบนี้ สมใจคุณแล้วก็ปล่อยฉันไป และถ้าคุณคิดเสียว่าเด็กสาวคนนั้นตายไปเสียแล้ว ตายไปนานแล้วตามที่ครอบครัวคุณต้องการก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทักทาย”

“เธอ” ศศินกุลเลิกอึ้ง “มานี่คิดเหรอจะได้ไปง่ายๆ พูดไม่เข้าหูขนาดนี้แล้ว” ศศินกุลไม่คิดจะโดนตอกกลับมาอย่างนี้จากใบหน้าอ่อนเยาว์ ลากมือเล็กไปที่รถตน

“ปล่อยนะปล่อยฉัน” มะนาวร้องมองหาคนช่วย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HVE” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HVE
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียที่เคยรัก
8.7
ชาติภพก่อนเธอคือหญิงสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์ เป็นที่หมายปองของบุรุษมากหน้าหลายตาที่ต่างมอบความรักให้ ทว่าเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอเกิดใหม่อีกครา ทุกสิ่งกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิง ความหวังที่จะเป็นยอดดวงใจพังทลายลง เธอต้องตื่นมาพบกับความจริงอันแสนโหดร้ายในฐานะภรรยาที่สามีหมางเมินและลืมเลือน ด้วยความเจ็บช้ำ เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ เลือกก้าวถอยออกมาเพื่อเป็นเพียงอดีตภรรยาของเขาเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์อันแสนหวานที่เคยถักทอในอดีตจะเลือนหายไปและไม่มีวันหวนคืนมาได้อีกเลยจริงๆ หรือ
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายหวนรัก
8.6
ความผิดพลาดในอดีตที่เธอเคยฝากบาดแผลลึกไว้ในใจของเขา กลายเป็นกำแพงสูงชันที่ยากจะพังทลายลงได้ แม้ว่าในวันนี้เธอจะสำนึกผิดและพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีเพียงใด แต่ในสายตาของเขานั้น เธอก็ยังคงเป็นนางร้ายที่แสนเย็นชาและไม่เคยน่าไว้วางใจอยู่เสมอ ความพยายามที่จะกอบกู้ความรักและความเชื่อใจกลับคืนมาจึงกลายเป็นบทพิสูจน์อันแสนเจ็บปวดว่ารอยร้าวในใจจะสามารถประสานให้กลับมางดงามได้ดังเดิมหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
8.2
ดารณานั่งมองแผ่นหลังของจอมที่กำลังแสดงอาการงอนอย่างเห็นได้ชัด แม้ชายหนุ่มจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้หึงหวงและตะคอกใส่อย่างดุดันเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก แต่หญิงสาวที่รู้จักเขาดีกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เธอยังคงใช้ความอ่อนหวานเข้าสู้และถามซ้ำด้วยรอยยิ้มจนคนตัวโตยิ่งโมโหที่ถูกรู้ทัน จอมได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจว่าหากไม่ติดว่ารักผู้หญิงตรงหน้าสุดหัวใจ เขาคงจะอาละวาดให้หนักกว่านี้ไปแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศพ่อแง่แม่งอนที่แสนอบอวล
หน้าปกนวนิยาย สยบรักยัยคู่หมั้นตัวร้าย
8.2
ซนซน สาวน้อยร่างเล็กต้องตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวาย เมื่อเธอถูกจับหมั้นหมายกับเอคาร์ มาเฟียหนุ่มมหาเศรษฐีผู้ทรงเสน่ห์ แม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่ดูเหมือนความรักครั้งนี้จะมีอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะคู่หมั้นหนุ่มนอกจากจะเย็นชาและปากร้ายแล้ว เขายังแสดงท่าทีรังเกียจเธออย่างชัดเจน ซนซนจะสามารถทลายกำแพงหัวใจและเอาชนะความโหดเถื่อนของมาเฟียหนุ่มคนนี้เพื่อมัดใจเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่มีท่าทีจะสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ลวง
8.1
ห้าปีของชีวิตสมรสพังทลายลงเมื่อฉันพบความจริงที่ตลาดวัวควาย สามีที่แสนดีอยู่กับลูกพี่ลูกน้องที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว พร้อมลูกชายที่เป็นพยานรักของพวกเขา งานแต่งงานนี้เป็นเพียงฉากบังหน้าที่สามีและย่าของฉันร่วมมือกันสร้างเพื่อปกป้องฆาตกรที่เคยหมายเอาชีวิตฉัน ในวันที่พวกเขาวางแผนวางยาฉันเพื่อไปฉลองวันเกิดลูกอย่างมีความสุข ฉันจึงตัดสินใจเซ็นยกมรดกทั้งหมด ยื่นฟ้องหย่า และอันตรธานหายไปจากชีวิตลวงโลกนี้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย แฟนหนุ่มนอกใจผู้หญิงบ้านรวย แต่ไม่รู้ว่าฉันคือบุตรสาวคนเดียวของมหาเศรษฐี
8.1
หลังคบหากันสามปี แฟนฉันแอบแต่งงานกับทายาทเศรษฐีโดยอ้างเรื่องฐานะลูกนอกสมรสที่ต้องการการยอมรับจากตระกูล เมื่อฉันขอเลิกเขากลับกักขังฉันไว้ราวกับนกในกรงทอง พร้อมดูถูกว่าฉันไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองได้สุขสบายเท่านี้ ท้ายที่สุดเขายอมบีบคั้นให้ฉันกระโดดตึกชั้น 17 เพียงเพื่อเอาใจภรรยาใหม่ โดยหารู้ไม่ว่าผู้หญิงที่เขาคิดว่ากระจอกคนนี้ แท้จริงแล้วคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่เขามิอาจเอื้อมถึง