ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์

ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์

เมื่อเลขาฯ สาวต้องกลับมาทำงานร่วมกับเจ้านายหนุ่มผู้แสนเย็นชา ซึ่งเคยเป็นคู่ปรับตัวฉกาจในสมัยเรียน ความทรงจำครั้งเก่าเริ่มหวนคืนพร้อมความรู้สึกที่เขาแอบซ่อนไว้มานานแสนนาน แม้ในอดีตทั้งคู่จะชอบกลั่นแกล้งและปะทะคารมกันเพียงใด แต่การกลับมาพบกันครั้งนี้กลับทำให้ความใกล้ชิดกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความขัดแย้งและความสับสน พวกเขาต้องยอมรับความจริงว่าไม่อาจหลีกหนีเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

สัมผัสสั้น ๆ นั้น ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงกว่าการโต้ตอบประเด็นต่างๆ กันในห้อง

สาย ๆ ในห้องทำงาน

หลังการประชุม กฤษณ์เดินกลับห้องพร้อมเลขาคนสวย เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบทอดมองเอกสาร แต่ปากเอ่ยออกมาอย่างชัดเจน

“คุณทำได้ดีกว่าที่คิด”

“ขอบคุณค่ะ”

“แต่ยังไม่พอ” เขาเงยหน้าขึ้น

“ผมต้องการคนที่ตามผมทันทุกอย่าง ไม่ใช่แค่บันทึก”

เธอสูดลมหายใจ

“ดิฉันจะพยายามค่ะ”

กฤษณ์โน้มตัวมาข้างหน้า ศอกวางบนโต๊ะ

“ไม่ใช่แค่พยายาม คุณต้องทำให้ได้”

สายตาคมจ้องลึกเหมือนกำลังทดสอบ เธอรู้สึกทั้งท้าทายทั้งกดดัน แต่ก็ไม่ยอมหลบ

“ค่ะ” เธอตอบอย่างหนักแน่น

ริมฝีปากของเขายกยิ้ม

“อย่างนี้สิ ถึงคุ้มค่าที่รับเข้ามา”

ทั้งบ่ายกฤษณ์เรียกใช้งานเธอแทบไม่หยุด บางครั้งแค่ให้จดหมายเวียน บางครั้งให้วิ่งลงไปฝ่ายการเงินเพื่อตรวจยอด บางครั้งให้แก้พาวเวอร์พอยต์ใหม่ภายในสิบนาที

ลินินเหนื่อยจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่ก็ทำทุกอย่างทัน เสียงชื่นชมจากคู่ค้าในห้องประชุมดังขึ้นบ่อยครั้ง

“เลขาคุณเก่งนะครับ”

กฤษณ์เหลือบสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจมาทางเธอ

ช่วงบ่ายสาม การประชุมใหญ่ครั้งสุดท้ายจบลง ลินินแทบหมดแรง แต่กฤษณ์ยังดูสดชื่นราวไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย

“คุณกลับไปพักได้” เขาพูดเสียงเรียบ

เธอเก็บเอกสารใส่แฟ้ม กำลังจะลุก เสียงของเขาตามมาอีกประโยค

“แต่หกโมงเย็น เจอกันที่ล็อบบี้โรงแรมแกรนด์ไลท์”

“มีงานต่อเหรอคะ”

“ดินเนอร์กับนักลงทุน” เขาหยุดนิดหนึ่ง

“คุณไปในฐานะเลขา”

หกโมงตรง ลินินมาถึงโรงแรมหรูในชุดเดรสสุภาพเรียบ เธอตั้งใจเลือกสีเรียบเพื่อไม่ให้โดดเด่น แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในล็อบบี้ สายตาหลายคู่หันมามองอย่างสนใจ

กฤษณ์ยืนรออยู่แล้วในสูทสีเข้ม เขากวาดสายตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาหลุบลงชั่ววูบก่อนยกยิ้ม

“อย่างน้อยคุณก็รู้กาลเทศะ”

“ดิฉันมาเพื่อทำงานค่ะ” เธอเน้นเสียง

“ดี ผมก็เหมือนกัน”

ดินเนอร์คืนนั้นเต็มไปด้วยการสนทนาธุรกิจที่เข้มข้น ลินินนั่งข้าง ๆ กฤษณ์ คอยกระซิบเตือนเรื่องเอกสารและข้อมูลตัวเลข เขาเองก็แสดงความมั่นใจจนอีกฝ่ายคล้อยตาม บทสนทนาสลับกับเสียงแก้วไวน์กระทบกัน

ระหว่างพักเบรกสั้น ๆ กฤษณ์โน้มลงกระซิบใกล้หูของเธอ

“คุณทำให้ผมไม่ต้องเหนื่อยเกินไป”

ลมหายใจอุ่น ๆ ข้างหูทำให้เธอสะท้านวูบ เธอหันไปสบตา แต่เขาก็หันกลับไปยกแก้วไวน์ทันที ราวกับไม่ได้พูดอะไร

เมื่อการดินเนอร์สิ้นสุด เกือบสี่ทุ่ม ลินินลุกตามกฤษณ์ออกมาหน้าโรงแรม เธอกำลังจะเอ่ยขอตัวกลับ แต่เขากลับพูดขึ้นก่อน

“ผมให้คนขับไปส่งคุณเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันกลับเองได้”

“อย่าดื้อเหมือนสมัยเรียนอีกเลย” น้ำเสียงเขาแผ่วลง

“คืนนี้คุณเหนื่อยทั้งวันแล้ว”

เธอชะงักไม่ชอบคำว่าดื้อ แต่ก็รู้สึกถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ จึงพยักหน้ารับแบบไม่เต็มใจนัก

รถหรูแล่นออกจากโรงแรม ลินินมองไฟผ่านกระจก ความเหนื่อยผสมความสับสนทำให้เธอถอนหายใจ เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่ากฤษณ์ยังคงเป็นตัวตนที่เธอคุ้นเคย กวน ประชด เจ้าเล่ห์ แต่ก็มีบางแง่มุมที่อ่อนโยนมากกว่าที่คิด

เช้าวันจันทร์ ออฟฟิศบนชั้นสูงสุดยังคงเต็มไปด้วยเสียงโทรศัพท์และเสียงคีย์บอร์ด ลินินเริ่มคุ้นกับงานมากขึ้น เธอวางเอกสารตามโต๊ะ จัดคิวประชุมตามที่กฤษณ์สั่งตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ มือที่เคยสั่นเพราะความกดดัน ตอนนี้กลับมั่นคงขึ้น

แต่ความมั่นคงนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากประตูห้องผู้บริหาร

“คุณเลขา วันนี้เย็นว่างหรือเปล่า”

ลินินเงยหน้าจากปฏิทิน

“ดิฉันมีเอกสารต้องสรุปค่ะ”

กฤษณ์ยกคิ้วขึ้น ยิ้มตรงมุมปาก

“ดี งั้นทำที่ร้านอาหารก็ได้”

“คะ”

“ผมมีนัดดินเนอร์กับคู่ค้ารายใหม่ คุณไปด้วย จัดเอกสารตรงนั้นเลย” เขาพูดเรียบง่ายเหมือนเป็นเรื่องปกติ

ลินินเม้มปาก จะปฏิเสธก็ยาก เพราะในฐานะเลขา งานของเธอคืออยู่ข้างเขาเสมอ

ช่วงบ่ายงานถาโถมเข้ามาไม่หยุด กฤษณ์เรียกเธอเข้าออกห้องประชุมเกือบทุกชั่วโมง บางครั้งแค่ให้ถือแฟ้ม บางครั้งให้กระซิบตัวเลขกำไรสุทธิ เขาใช้เธอเหมือนเป็นแขนขาที่สอง

จนบ่ายสามโมง ระหว่างพักหายใจเพียงไม่กี่นาที เธอเปิดโน้ตบุ๊กบนโต๊ะส่วนตัว กำลังพิมพ์อีเมล กฤษณ์ก็เดินออกมาจากห้อง พร้อมกาแฟถ้วยโปรดในมือ

“ไปเดินด้วยกัน”

“ตอนนี้เหรอคะ”

“ใช่”

เธอแอบถอนหายใจ แต่ก็ลุกตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทั้งคู่ลงลิฟต์มายังลานกาแฟชั้นล่าง พนักงานหลายคนหันมามองด้วยสายตาสงสัย บางคนกระซิบกระซาบ แต่กฤษณ์กลับเดินอย่างไม่สนใจ ราวกับตั้งใจให้ทุกคนเห็นว่าเลขาคนใหม่ต้องอยู่ข้างเขา

เขาสั่งเอสเปรสโซเหมือนเดิม แล้วหันมาถามเธอ

“คุณเอาอะไร”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่หิว”

“งั้นเอาเหมือนเดิม ลาเต้ร้อนหนึ่ง” เขาสั่งแทนหน้าตาเฉย

เมื่อแก้วกาแฟถูกวางลงตรงหน้า ลินินกัดริมฝีปาก จะบอกว่าไม่อยากกินก็สายเกินไป เธอได้แต่นั่งจิบเงียบ ๆ

“เห็นไหม” เขาพูดขำ ๆ

“ผมยังจำได้ว่าคุณชอบลาเต้ตั้งแต่ม.ปลาย”

เธอวางแก้วลงแรงกว่าที่ตั้งใจเล็กน้อย

“คุณยังไม่เลิกนิสัยล้อเลียนเลยสินะคะ”

กฤษณ์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“ถ้าไม่ล้อคุณ ผมจะล้อใคร”

หัวใจเธอสะดุดวูบ แต่พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบ

ตกค่ำ ลินินตามกฤษณ์ไปยังร้านอาหารหรูใจกลางเมือง โต๊ะวีไอพีถูกจัดไว้เรียบร้อย คู่ค้าชาวต่างชาติสองคนรออยู่แล้ว กฤษณ์ทำหน้าที่เจ้าบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนเธอก็จัดเอกสาร สรุปตัวเลข เสริมข้อมูลตามที่ซักถาม

แต่ระหว่างคุยธุรกิจ สายตากฤษณ์กลับเหลือบมองเธอเป็นระยะ จนเธอรู้สึกได้ ไม่ใช่แค่สายตาของเจ้านายต่อเลขา แต่เป็นสายตาที่มีอะไรซ่อนอยู่

เมื่อการเจรจาสิ้นสุดลง กฤษณ์ขับรถพาเธอกลับเอง เขาหยุดที่ไฟแดงกลางเมือง แสงนีออนสะท้อนกระจกหน้ารถ

“คุณเก่งขึ้นกว่าที่ผมคิด” เขาพูดเสียงทุ้ม

“ก็ทำตามหน้าที่ค่ะ”

“หน้าที่อย่างเดียว หรือเพราะคุณอยากพิสูจน์ว่าคุณไม่แพ้ผมอีกแล้ว”

ลินินชะงัก มองออกไปนอกหน้าต่าง

“คุณยังเหมือนเดิม ชอบหาเรื่องให้คนอื่นหงุดหงิด”

กฤษณ์หัวเราะเบา ๆ

“แต่คุณก็ยังตอบผมทันกันทุกครั้ง”

ไฟเขียวปรากฎ รถเคลื่อนตัวไปต่อ บรรยากาศในรถเงียบลง แต่หัวใจของลินินกลับเต้นแรงกว่าตอนอยู่ในห้องประชุมเสียอีก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JZK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JZK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ดวงใจแค้นแสนรัก
9.1
พรธีราต้องตื่นจากฝันหวานด้วยความสับสน เมื่อนวินเอ่ยปากไล่เธอออกจากห้องทันทีหลังเสร็จสิ้นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง คำยืนยันที่ว่าเขาไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนค้างคืนด้วย แม้แต่ตัวเธอเอง เปรียบเสมือนตบหน้าให้หญิงสาวได้สติ ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายตรงหน้าทำให้เธอเริ่มใจเสีย เมื่อความจริงปรากฏว่าสถานะแฟนที่เธอทึกทักไปเองนั้นไม่เคยหลุดออกมาจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในค่ำคืนที่แสนโหดร้ายนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์   (เซดริก-มาลารินทร์)
9.8
เซดริกคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในฝันของสาวๆ ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวยมหาศาล ทว่าชีวิตของมาลารินทร์กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้เธอจะมีความสวยติดตัวมาแต่กำเนิด แต่โชคชะตาอันโหดร้ายกลับทำให้เธอต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อยื้อชีวิตแม่ที่รักเอาไว้ ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก เธอจึงต้องตัดสินใจแลกพรหมจรรย์ของตนเองเพื่อเงินที่จะนำมาต่อลมหายใจให้ผู้เป็นแม่ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่บีบคั้น
หน้าปกนวนิยาย กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)
9.8
รุจาภาจำต้องก้าวเข้าสู่กรงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักเธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ของพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะปราบพยศเธอด้วยความแค้น แม้รุจาภาจะปากร้ายและดื้อรั้นเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะสั่งสอนยัยเด็กแสบคนนี้ให้สำนึกในฐานะทาสแห่งไร่กันตา การปะทะกันระหว่างเสือร้ายกับหญิงสาวผู้ไม่ยอมคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไฟสวาทที่แผดเผาทุกสิ่ง
หน้าปกนวนิยาย Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
9.8
ละอองฟองต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่ตัดขาดความช่วยเหลือทางการเงินจนเธอต้องหาทางเรียนต่อเอง ซ้ำร้ายยังตกงานและถูกทวงค่าเช่าห้องในวันเดียวกัน ท่ามกลางความมืดแปดด้านเธอกลับได้รับข้อเสนอให้เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้มาพร้อมเงื่อนไขสุดหินคือห้ามหวั่นไหวหรือตกหลุมรักลูกศิษย์โดยเด็ดขาด หากทำไม่ได้นอกจากจะชวดเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลถึงสิบเท่าซึ่งเป็นเดิมพันที่เธอจะพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย เมื่อความรักนิรันดร์พังทลาย – สัจธรรมอันโหดร้ายของความรัก
8.9
ภาคินสามีมหาเศรษฐีที่เคยแสนดีของฉันกลับเปลี่ยนไปเมื่อคนรักเก่าปรากฏตัวพร้อมลูกชายที่ป่วยหนัก ในนาทีวิกฤตที่ฉันล้มลงจนแท้งลูก เขากลับเมินเฉยแล้ววิ่งไปหาลูกชายคนนั้น ทิ้งให้ฉันสูญเสียลูกไปอย่างโดดเดี่ยว ซ้ำร้ายเขายังกลับมาพร้อมรอยจูบของหญิงอื่นและขอให้ฉันยอมให้เขาจัดงานแต่งปลอมๆ กับเธอเพื่อเติมเต็มคำขอสุดท้ายของเด็ก ฉันจึงตอบตกลงด้วยความเย็นชาเพื่อปิดฉากความรักที่พังทลายนี้ลงตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
9.0
ทิชา นักแสดงหนุ่มชื่อดังต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อตกหลุมรักจันทร์หอม พ่อค้าขายผักผู้มีชีวิตเรียบง่าย ทว่าช่องว่างทางฐานะกลับกลายเป็นกำแพงขวางกั้น โดยเฉพาะเมื่อมารดาของทิชาต่อต้านอย่างรุนแรง เธอไม่ยอมรับคนรักที่มาจากครอบครัวธรรมดาและทำทุกวิถีทางเพื่อกีดกัน สถานการณ์ถึงจุดวิกฤตเมื่อผู้เป็นแม่ใช้ตัวเองเป็นเครื่องต่อรอง พร้อมออกคำสั่งเด็ดขาดให้ทิชาเข้าพิธีวิวาห์กับหลานชายของเธอเองเพื่อตัดความสัมพันธ์นี้ ชายหนุ่มจึงต้องเผชิญทางแยกที่เจ็บปวด เขาจะยอมก้มหัวให้ความกตัญญู หรือจะสู้เพื่อปกป้องคนรัก