ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์

ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์

เมื่อเลขาฯ สาวต้องกลับมาทำงานร่วมกับเจ้านายหนุ่มผู้แสนเย็นชา ซึ่งเคยเป็นคู่ปรับตัวฉกาจในสมัยเรียน ความทรงจำครั้งเก่าเริ่มหวนคืนพร้อมความรู้สึกที่เขาแอบซ่อนไว้มานานแสนนาน แม้ในอดีตทั้งคู่จะชอบกลั่นแกล้งและปะทะคารมกันเพียงใด แต่การกลับมาพบกันครั้งนี้กลับทำให้ความใกล้ชิดกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความขัดแย้งและความสับสน พวกเขาต้องยอมรับความจริงว่าไม่อาจหลีกหนีเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

เช้าแรกของสัปดาห์ ตึกไฟแนนซ์ “คีรีภัทร โฮลดิ้ง” สะท้อนสกายไลน์เมืองด้วยประกายเข้ม ลินินสูดลมหายใจลึกๆ มือกำแน่นรวบรวมความกล้าไว้สุดแรง ซองเอกสารสมัครงานถูกรั้งอยู่ในอ้อมแขน เธอรู้ดีว่านี่คือไพ่ใบสุดท้ายหลังเกิดวิกฤติครอบครัวอย่างไม่ให้ตั้งตัว

“ถ้าทำที่ไหนไม่ได้ ก็ต้องทำที่นี่” เธอบอกตัวเองเบา ๆ

เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ต้อนรับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ก่อนส่งบัตรผู้มาติดต่อให้ ลิฟต์กระจกพาเธอไต่สูงขึ้นทีละชั้น จนประตูเปิดสู่โถงสำนักงานผู้บริหารชั้นบนสุด

“คุณลินินใช่ไหมคะ เชิญทางนี้ค่ะ” ผู้ช่วยฝ่ายบุคคลนำเธอไปยังห้องกระจกทางฝั่งตะวันออก โลโก้บริษัทฝังอยู่บนบานประตูเหมือนตราประทับ

เมื่อประตูเลื่อนเปิด เสียงหัวใจของลินินเหมือนตกลงพื้น

ผู้ชายหลังโต๊ะไม้สีเข้มเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นบางสะท้อนแสง รอยยิ้มเอาแน่เอานอนไม่ได้ ลมหายใจเธอสะดุดวูบ

กฤษณ์ เขาคือคู่กัดสมัยมัธยมของเธอ คนที่ชอบดึงยางรัดผมของเธอแล้วทำหน้ากวน ๆ คนที่ชอบทำเสียงยียวน จนเธออยากฟาดหนังสือการบ้านใส่หน้า คนที่เธอคิดว่าคงไม่มีวันได้เจออีก

“สวัสดี” เขาพูดเสียงเรียบ

“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่”

ลินินยืดตัวตรงเพื่อตั้งสติ

“ดิฉันมาสมัครงานตามประกาศ ในตำแหน่งเลขาฯ ค่ะ”

“เห็นแล้ว” กฤษณ์เคาะปลายนิ้วบนแฟ้มใบสมัคร

“เรซูเม่คุณสะอาด ตรงสเป็ก และ” เขาเงยหน้าขึ้นอีก

“ความจำผมก็ดี”

เสี้ยววินาทีที่สายตาสบกัน ลินินรู้สึกเหมือนอดีตกับปัจจุบันชนเข้าหากัน เธอไม่เปิดช่องให้เขาได้คุมเกมง่าย ๆ

“ถ้าคุณจะทบทวนเรื่องในอดีต ดิฉันขอทบทวนเรื่องงานแทนดีกว่าค่ะ”

มุมปากของกฤษณ์ยกยิ้ม คล้ายพึงพอใจ

“ดี งั้นเริ่มเลย คุณรับแรงกดดันได้แค่ไหน”

“เท่าที่งานต้องการค่ะ”

“งานนี้อยู่ใกล้ผมมาก ทุกอย่างจะผ่านมือคุณก่อนออกจากห้องนี้ ตารางนัด เอกสารดีลใหญ่ จดหมายโต้ตอบ ตลอดจนการประสานงานกับบอร์ด” เขาพูดไป เปิดแฟ้มข้อมูลไปด้วยด้วยท่วงท่าที่ชำนาญ

“เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง คุณจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด”

“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ

“ถ้าค่าตอบแทนคุ้มกับความรับผิดชอบ”

เขาหลุดหัวเราะในคอ

“คมเหมือนเดิม”

การสัมภาษณ์ไม่ได้ยาวนานเท่าที่ลินินกังวล เขาถามตรง เธอตอบตรง วัดกันด้วยความนิ่งของน้ำเสียงมากกว่าความคมคายของสำนวน จนท้ายที่สุด ผู้ช่วยฝ่ายบุคคลที่นั่งจดบันทึกอยู่เงียบ ๆ เอ่ยขอเอกสารเพิ่มเติม กฤษณ์จึงปิดแฟ้มพลิกกลับมา

“เริ่มงานพรุ่งนี้ได้ไหม”

ลินินชะงัก

“พรุ่งนี้”

“บริษัทนี้ต้องการคนทำงานเร็วและเก่ง” เขาว่าเสียงเรียบ

“คุณบอกว่ารับแรงกดดันได้ แสดงให้เห็นหน่อยสิ”

ความจริงคือเธอไม่มีตัวเลือกอื่น เงินค่ารักษาแม่ และค่าเทอมของน้องชายไม่รอใคร ลินินพยักหน้า

“ได้ค่ะ”

ดวงตาของกฤษณ์ทอประกาย ไม่ใช่แววเยาะ ไม่ใช่แววเมตตา แต่เป็นบางอย่างที่อ่านยาก ทว่าคล้ายรอคอยมานาน

“ดี ยินดีต้อนรับเลขาคนใหม่”

บ่ายวันเดียวกัน ลินินกลับบ้านพร้อมสัญญาจ้างงานชุดหนา แนบท้ายด้วยข้อกำหนดความลับและผลประโยชน์ คำศัพท์ทางกฎหมายเรียงตัวกันแน่น เธอนั่งหน้าพัดลม เก็บรายละเอียดทีละข้อ สะดุดกับเงื่อนไขสองสามบรรทัดที่ถูกทำตัวหนา

“ระยะเวลาการจ้างห้ามยุติสัญญาก่อนครบกำหนด เว้นแต่ ต้องจ่ายค่าชดเชย”

เธออ่านซ้ำ ๆ พอให้รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่ตั๋วชั่วคราว แต่เธอคำนวณในใจแล้ว ยังไงก็ต้องผ่านทั้งหมดนี้ให้ได้

หลังเซ็นชื่อ เธอมองรูปครอบครัวบนตู้โชว์ มารดายิ้มจาง ๆ นัยน์ตาอ่อนล้า เธอสูดลมหายใจ ไม่ว่ากฤษณ์จะเป็นใครในอดีต วันนี้เขาคือเจ้านาย พรุ่งนี้เธอคือเลขา

เช้าวันถัดมา โถงชั้นผู้บริหารครึกครื้น เสียงรองเท้าและแป้นคีย์บอร์ดผสมคลอไปกับกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ ลินินมาถึงก่อนเวลา เธอจัดโต๊ะใหม่ เช็กอีเมล เปิดปฏิทิน จัดเรียงวาระประชุมตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อคืนประทับใจตัวเองเล็ก ๆ ที่จับจังหวะได้เร็ว

“กาแฟคุณกฤษณ์ครับ” บาริสต้าส่งถุงผ้าพรีเมียมมาให้ เธอรับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ รู้สึกถึงสายตาบางคู่ที่มองมาไม่วางตา

“ขอบคุณค่ะ” เธอก้มศีรษะน้อย ๆ แล้วหันกลับสู่โต๊ะทำงาน ตรงหน้าคือประตูห้องผู้บริหารบานใหญ่ เธอสูดลมหายใจ เคาะสองครั้ง

“เชิญ” กฤษณ์ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ม่านกรองแสงทำให้เงาเขาดูสูงกว่าเดิม เขาหันมา สายตาไล่จากถ้วยกาแฟก่อนจะมองสบตาเธอ

“เริ่มงานก่อนเวลา ดีมาก”

“วันนี้ดิฉันจัดเอกสารตามลำดับเร่งด่วนไว้แล้วค่ะ รายที่สามต้องเซ็นก่อนสิบเอ็ดโมง เพราะอีกฝั่งต้องยื่นที่ธนาคารตอนบ่าย”

“อืมดี” เขารับแฟ้ม

“คุณจำได้ด้วยว่าเอสเปรสโซผมไม่เอาฟองนม”

“คุณยังมีรสนิยมเหมือนสมัยเรียนหรือคะ” เธอหลุดถามออกไป ก่อนจะนึกได้ว่าไม่ควรพูดมันออกไปเลยสักนิด

กฤษณ์เลิกคิ้ว เหมือนแปลกใจเล็กน้อย

“ก็มีบางอย่างที่ไม่เปลี่ยน” เขาหยุดนิดหนึ่ง

“เช่นความดื้อของบางคน” เขาพูดไปอีกทาง

“ดิฉันเรียกว่าความตั้งใจค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ เมื่อรู้ว่าเขากำลังประชดหรือพูดแดกดันอะไรสักอย่าง

ดวงตาเขาหรี่ลง เหมือนเป็นการวัดใจ จากนั้นก็หันกลับไปที่แฟ้มงานอย่างรู้หน้าที่ อารมณ์ในห้องเปลี่ยนกลับไปเป็นโหมดธุรกิจร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็ว

ตลอดทั้งเช้า ลินินรับสาย ประสานคิว คอยยื่นเอกสารเซ็นและชี้จุดสำคัญให้สั้น กระชับ เธอพบว่าเมื่องานคือประเด็น ทุกอย่างไหลลื่นเกินคาด แม้บางจังหวะสายตาของกฤษณ์จะดุเข้มเมื่อพนักงานบางคนตอบช้า แต่เขาไม่ข้ามเส้นของใคร เขาเพียงคาดหวังมาตรฐานสูง และเธอก็ทำได้

เที่ยงตรง ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิด ผู้บริหารอาวุโสสามคนเข้ามาพร้อมเอกสารดีลใหญ่ ลินินส่งสัญญา ชี้โพสต์อิทเครื่องหมายสีให้

“หน้านี้บอร์ดขอคำยืนยันอีกข้อค่ะ ดิฉันสรุปไว้ท้ายแฟ้ม” กฤษณ์เหลือบมองเธอนิดหนึ่ง เหมือนจะชม แต่เปลี่ยนเป็นขอบคุณสั้น ๆ อย่างมืออาชีพ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ดวงใจแค้นแสนรัก
9.1
พรธีราต้องตื่นจากฝันหวานด้วยความสับสน เมื่อนวินเอ่ยปากไล่เธอออกจากห้องทันทีหลังเสร็จสิ้นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง คำยืนยันที่ว่าเขาไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนค้างคืนด้วย แม้แต่ตัวเธอเอง เปรียบเสมือนตบหน้าให้หญิงสาวได้สติ ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายตรงหน้าทำให้เธอเริ่มใจเสีย เมื่อความจริงปรากฏว่าสถานะแฟนที่เธอทึกทักไปเองนั้นไม่เคยหลุดออกมาจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในค่ำคืนที่แสนโหดร้ายนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์   (เซดริก-มาลารินทร์)
9.8
เซดริกคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในฝันของสาวๆ ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวยมหาศาล ทว่าชีวิตของมาลารินทร์กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้เธอจะมีความสวยติดตัวมาแต่กำเนิด แต่โชคชะตาอันโหดร้ายกลับทำให้เธอต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อยื้อชีวิตแม่ที่รักเอาไว้ ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก เธอจึงต้องตัดสินใจแลกพรหมจรรย์ของตนเองเพื่อเงินที่จะนำมาต่อลมหายใจให้ผู้เป็นแม่ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่บีบคั้น
หน้าปกนวนิยาย กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)
9.8
รุจาภาจำต้องก้าวเข้าสู่กรงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักเธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ของพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะปราบพยศเธอด้วยความแค้น แม้รุจาภาจะปากร้ายและดื้อรั้นเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะสั่งสอนยัยเด็กแสบคนนี้ให้สำนึกในฐานะทาสแห่งไร่กันตา การปะทะกันระหว่างเสือร้ายกับหญิงสาวผู้ไม่ยอมคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไฟสวาทที่แผดเผาทุกสิ่ง
หน้าปกนวนิยาย Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
9.8
ละอองฟองต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่ตัดขาดความช่วยเหลือทางการเงินจนเธอต้องหาทางเรียนต่อเอง ซ้ำร้ายยังตกงานและถูกทวงค่าเช่าห้องในวันเดียวกัน ท่ามกลางความมืดแปดด้านเธอกลับได้รับข้อเสนอให้เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้มาพร้อมเงื่อนไขสุดหินคือห้ามหวั่นไหวหรือตกหลุมรักลูกศิษย์โดยเด็ดขาด หากทำไม่ได้นอกจากจะชวดเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลถึงสิบเท่าซึ่งเป็นเดิมพันที่เธอจะพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย เมื่อความรักนิรันดร์พังทลาย – สัจธรรมอันโหดร้ายของความรัก
8.9
ภาคินสามีมหาเศรษฐีที่เคยแสนดีของฉันกลับเปลี่ยนไปเมื่อคนรักเก่าปรากฏตัวพร้อมลูกชายที่ป่วยหนัก ในนาทีวิกฤตที่ฉันล้มลงจนแท้งลูก เขากลับเมินเฉยแล้ววิ่งไปหาลูกชายคนนั้น ทิ้งให้ฉันสูญเสียลูกไปอย่างโดดเดี่ยว ซ้ำร้ายเขายังกลับมาพร้อมรอยจูบของหญิงอื่นและขอให้ฉันยอมให้เขาจัดงานแต่งปลอมๆ กับเธอเพื่อเติมเต็มคำขอสุดท้ายของเด็ก ฉันจึงตอบตกลงด้วยความเย็นชาเพื่อปิดฉากความรักที่พังทลายนี้ลงตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
9.0
ทิชา นักแสดงหนุ่มชื่อดังต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อตกหลุมรักจันทร์หอม พ่อค้าขายผักผู้มีชีวิตเรียบง่าย ทว่าช่องว่างทางฐานะกลับกลายเป็นกำแพงขวางกั้น โดยเฉพาะเมื่อมารดาของทิชาต่อต้านอย่างรุนแรง เธอไม่ยอมรับคนรักที่มาจากครอบครัวธรรมดาและทำทุกวิถีทางเพื่อกีดกัน สถานการณ์ถึงจุดวิกฤตเมื่อผู้เป็นแม่ใช้ตัวเองเป็นเครื่องต่อรอง พร้อมออกคำสั่งเด็ดขาดให้ทิชาเข้าพิธีวิวาห์กับหลานชายของเธอเองเพื่อตัดความสัมพันธ์นี้ ชายหนุ่มจึงต้องเผชิญทางแยกที่เจ็บปวด เขาจะยอมก้มหัวให้ความกตัญญู หรือจะสู้เพื่อปกป้องคนรัก