ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวัสดี คุณชายเย่

สวัสดี คุณชายเย่

เธอถูกบีบให้สวมรอยเป็นเจ้าสาวของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแต่มีร่างกายพิการ ชีวิตคู่เริ่มด้วยความขมขื่นเมื่อเขาประกาศชัดว่าจะไม่มีวันยอมรับหญิงที่อุ้มท้องลูกของชายปริศนาเด็ดขาด แม้วิวาห์นี้จะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ เธอกลับเผลอมอบหัวใจให้เขาจนต้องเจ็บปวดและตัดสินใจหนีไป หลายปีผ่านไป เธอหวนคืนมาพร้อมเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเขาเป๊ะ เจ้าหนูจอมแสบใช้ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดศีรษะชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมท้าทายว่าพ่อใจร้ายคนนี้ยังกล้าตราหน้าว่าเขาเป็นเด็กไร้พ่ออีกหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ตอนที่ 2 งั้นมาเอาใจฉันสิ

เสิ่นเฉียวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา

เธอมองเห็นแววตาอันสุขุมและเย็นชาคู่หนึ่ง

คิ้วของผู้ชายคนนั้นคมเข้ม ดวงตาสุขุมลุ่มลึกราวกับหมาป่า จมูกของเขาสูงโด่ง เขาเม้มริมฝีปากอันเรียวบางเอาไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่มันก็ทำให้เธอรับรู้ถึงความกดดันบางอย่าง เขาเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่อาจจะเข้าถึงได้ง่าย

“เสิ่นโย่ว?”

เสิ่นเฉียว อึ้งไปชั่วครู่จากนั้นก็รีบลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง เธอทำตัวไม่ถูกแล้วจ้องมองผู้ชายคนนั้น

เสิ่นเฉียว พยักหน้าด้วยความตื่นตระหนก

เดิมทีเธอแต่งงานเข้าตระกูลเย่แทนเสิ่นโย่ว เธอจึงไม่กล้าที่จะเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมา

“อืม” แววตาของเย่โม่เซินแลดูเย็นชามากขึ้น เขาหยิบเอาจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนให้เสิ่นเฉียว เสิ่นเฉียวรีบหยิบจดหมายนั้นขึ้นมาอ่าน เธอพบว่าข้อมูลในจดหมายนั้นคือเอกสารข้อมูลและรูปของเสิ่นโย่วน้องสาวของเธอ

เขาได้ตรวจสอบข้อมูลของคนที่เขาต้องแต่งงานด้วยไว้แล้ว

แต่ทว่า ทำไมตอนที่แต่งงานกันเขาถึงไม่เอ่ยปากแย้งอะไรออกมา?

เสิ่นเฉียวกำจดหมายในมือไว้แน่น กัดริมฝีปากล่างของเธอ จ้องมองเย่โม่เซินแล้วไม่พูดอะไรออกมา

“ตระกูลเสิ่นคิดว่า ฉันเย่โม่เซินคนนี้ขามีปัญหา แล้วหาใครก็ได้มาแต่งกับฉันก็ได้อย่างนั้นหรือ?”

เสิ่นเฉียวยืดตัวยืนขึ้นมา จ้องมองไปที่เขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ฉันเองก็เป็นลูกสาวของตระกูลเสิ่น”

“ผู้หญิงที่พึ่งจะหย่ามาน่ะหรอ? ตระกูลเสิ่นคิดว่า ตระกูลเย่เป็นถังขยะรีไซเคิลรึไง?”

คำพูดที่ตรงและแรงของเขาทำให้เสิ่นเฉียวเริ่มมองหน้าเขาไม่ติด เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น ผู้หญิงหม้ายมักจะโดนผู้คนรังเกียจอยู่แล้ว

เป็นเพราะเหตุนี้ เธอจึงโดนพ่อแม่ของเธอบังคับให้แต่งเข้าตระกูลเย่

ยังไม่ทันที่เสิ่นเฉียวจะเปิดปากพูด น้ำเสียงอันเย็นชาของผู้ชายคนนี้ก็ดังขึ้นมา ราวกับสาดน้ำเย็นเข้ามาที่เธอ

“ฉันให้เวลาเธอห้านาที เธอออกไปอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน แล้วออกไปจากตระกูลเย่ซะ”

อะไรนะ?

เสิ่นเฉียว เงยหน้ามองไปที่ตาของเขา

“ไม่ได้นะ!”

เธอจะไปไม่ได้! หากว่าเธอออกไปยอมรับทุกอย่างแล้วก็เท่ากับว่าตระกูลเสิ่นได้ทำให้ตระกูลเย่ ขุ่นเคืองใจ แล้วทีนี้ตระกูลเสิ่นจะปักหลักอยู่ในเมืองเป่ยยังไง?

เสิ่นเฉียว ตั้งสติขึ้นมา ยกชายกระโปรงของชุดเจ้าสาวขึ้นแล้วเดินมาตรงหน้าของเย่โม่เซิน พูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า “น้องสาวฉันมีแฟนแล้ว เธอไม่ยอมแต่งเข้าตระกูลเย่ แน่นอน”

“ดังนั้น เธอก็เลยคิดเองเออเอง ตัดสินใจแต่งงานแทนน้องสาวอย่างนั้นหรอ?” เย่โม่เซินยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากแล้วพูด ภาพนั้นช่างบาดตาบาดใจเธอเป็นอย่างมาก

เสิ่นเฉียวรวบรวมความกล้า จ้องมองไปที่แววตาอันเย็นชาคู่นั้น

“ฉันรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นการแต่งที่พ่อแม่ได้จัดเตรียมไว้ให้ สำหรับคุณแล้ว แต่งกับใครนั้นไม่สำคัญ ไม่เช่นนั้นคุณก็คงไม่ตอบรับหรือยินยอมเรื่องแต่งงานครั้งนี้หรอก”

เสิ่นเฉียว ไม่รู้ว่าการที่เธอพูดเช่นนี้จะสามารถทำอะไรเขาได้มั้ย

“ถ้าเทียบกับการที่คุณต้องแต่งงานใหม่ คุณให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อ ฉันสัญญาว่าพวกเราจะไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายต่อกัน” เมื่อพูดจบ เสิ่นเฉียวก็ยกมือสองข้างขึ้นมาสัญญา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ สีหน้าที่ระแวดระวังสื่อผ่านใบหน้าเล็กๆที่ขาวผ่องของเธอ เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอนี้

สีหน้าเช่นนี้……

เย่โม่เซินหรี่ตาลง จ้องมองและครุ่นคิดไปที่ตัวเธอ

เมื่อเธอพูดจบ เย่โม่เซินก็หัวเราะ หึ ออกมาอย่างเย็นชาแล้วพูด “เธอคิดว่าฉันไม่มีผู้หญิงแบบที่อยากได้งั้นหรอ? ฉันต้องมาเอาผู้หญิงอย่างเธอเนี่ยนะ?”

สีหน้าของเสิ่นเฉียว ขาวซีดทันที ปากของเธอนั้นสั่น เธอยังไม่ทันได้เปิดปากพูด เย่โม่เซินก็หมุนกลับรถเข็นแล้วหันหลังให้เธอ เขาจะหมุนล้อรถเข็นออกไปจากห้องนี้

เสิ่นเฉียว ตกใจจนอยากจะเดินไปขวางทางข้างหน้าของเขาเอาไว้ แต่โดนแขนของเขาขวางเอาไว้ก่อน

“คุณหนูเสิ่น กรุณารู้ว่าอะไรควรไม่ควรทำด้วย!”

เธอจ้องมองแผ่นหลังของเย่โม่เซินที่กำลังขยับออกไปจากเธออย่างไร้เยื่อใย เสิ่นเฉียวเครียดเป็นอย่างมาก ตะโกนเรียกเย่โม่เซินจากด้านหลังของเขา “ถ้าคุณไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อ ฉันจะบอกทุกคนว่าคุณไร้น้ำยา!”

เธอใช้ไม้แข็งกับเขาราวกับโยนระเบิดมือใส่เขา เสิ่นเฉียวได้พยายามดึงรั้งตัวเขาเอาไว้สุดๆแล้ว

คำพูดของเธอทำให้มือที่หมุนขยับรถเข็นของเย่โม่เซินหยุดชะงัก ร่างกายของเขาไม่ขยับ แต่เขาหันหน้ามามองเธอ แววตาของเขาช่างเย็นชาแล้วพูด “เธอบอกว่าใครไร้น้ำยานะ?”

แววตาที่น่ากลัวและแฝงไปด้วยความดุร้ายของเย่โม่เซินราวกับสัตว์ร้ายจ้องมองเธออย่างไม่กะพริบตา จ้องเธอราวกับว่าหากเธอกล้าที่จะพูดแม้แต่อีกคำเดียว เขาก็พร้อมจะพุ่งเข้าไปตะครุบกัดเธอให้ตายซะเลย

นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทั้งทั้งที่เขาเป็นคนขามีปัญหา แต่ทำไมเขาจึงส่งรังสีอำมหิตอันแรงกล้าออกมาได้เช่นนี้?

เมื่อเหตุการณ์มันเป็นเช่นนี้ เสิ่นเฉียว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว

เธอกัดฟันแล้วกำหมัดในมือแน่น จ้องมองเย่โม่เซินอย่างดุดัน

“นอกจากซะว่าคุณจะให้ฉันอยู่ต่อ”

เซียวซู่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งอ้าปากค้างอึ้งกับสิ่งที่เห็น นึกไม่ถึงว่าคุณนายน้อยตัวเล็กๆคนนี้ จะใจกล้าได้เพียงนี้ เธอกล้าหือกับคุณชายเย่สองของพวกเขา

เย่โม่เซิน หมุนรถเข็นกลับมาแล้วค่อยๆหมุนล้อรถเข็นขยับเข้ามาหาเธอ แววตาของเขาแลดูมืดหม่น

เสิ่นเฉียวตกใจถอยหลังไปสองก้าว

เย่โม่เซินหมุนล้อรถเข็นมาอย่างไวแล้วจอดอยู่ตรงหน้าเธอ ยกมือขึ้นจับข้อแขนอันขาวบางของเธอเอาไว้

“เมื่อตะกี้เธอพูดว่าใครไร้น้ำยา?”เย่โม่เซินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา จ้องมองเธอด้วยสายตาที่แหลมคมดุดัน

“คุณ คุณปล่อยฉันนะ…..”

การที่เขาเข้ามาใกล้เธอเช่นนี้ ทำให้เสิ่นเฉียวทำตัวไม่ถูกในทันที ไอร้อนจากตัวผู้ชายค่อยๆโอบล้อมเธอเอาไว้

เธอรับรู้ถึงอันตรายบางอย่าง

ความรู้สึกนี้…

ทำให้เสิ่นเฉียวนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว

นึกถึงผู้ชายที่อยู่ในรถวันนั้น ไอร้อนจากร่างกายของผู้ชายคนนั้นช่างคล้ายกับผู้ชายตรงหน้าเธอคนนี้

ใบหน้าของเสิ่นเฉียวนั้นขาวซีด ทำไมอยู่ๆถึงนึกถึงผู้ชายในคืนนั้นด้วย

สำหรับเสิ่นเฉียวแล้ว เรื่องในค่ำคืนนั้นคือเรื่องที่น่าอับอายในชีวิตของเธอ

“อยากจะเป็นคุณนายเย่มากจนไม่เลือกวิธีแล้วสินะ?”

เสียงของผู้ชายดึงเอาสติของเธอกลับมา เสิ่นเฉียวลืมตาโต

หน้าผากของเสิ่นเฉียวเต็มไปด้วยเหงื่อ “คุณเองก็ยอมให้งานแต่งนี้จัดขึ้นมาถูกมั้ย? คุณรู้มาตั้งนานว่าฉันไม่ใช่เสิ่นโย่ว แต่คุณเองก็ไม่ได้เปิดเผยความจริงให้คนอื่นรู้ในงานแต่งงาน”

“แล้วยังไงล่ะ?”

“คุณปล่อยฉันก่อน”เสิ่นเฉียว ผลักเขาออก

“หึ”เย่โม่เซินหัวเราะอย่างเย็นชา “เป็นผู้หญิงหม้ายแท้ๆยังต้องตื่นตัวขนาดนี้อีกหรอ? เธอไม่เคยทำเรื่องพวกนี้รึไง?”

เสิ่นเฉียว จ้องหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ

“คุณอย่ามากดขี่ข่มเหงคนอื่นแบบนี้นะ! ”

“อยากอยู่ต่องั้นหรอ ได้ เธอเอาใจฉันสิ ทำให้ฉันชอบเธอให้ได้สิ”

ผู้หญิงที่แต่งงานแทนน้องตัวเองแล้วพยายามจะแต่งเข้าครอบครัวที่ร่ำรวยเพื่อจับสามีรวยเช่นนี้ เย่โม่เซินเจอมานักต่อนักแล้ว

สีหน้าของเสิ่นเฉียวขาวซีด ปากของเธอสั่น

“ทำไม่ได้?”แววตาของเย่โม่เซินแลดูสุขุมลุ่มลึก มือข้างหนึ่งของเขายื่นมาจับคางของเธอ ริมฝีปากอันเรียวบางของเขาค่อยๆพูด “จากที่ฉันดู ไม่ใช่เป็นเพราะว่าฉันไร้น้ำยาหรอก แต่เธอนั่นแหละที่ไร้เสน่ห์ ไม่ทำให้ฉันรู้สึกหลงใหลอะไร”

เมื่อพูดจบ เย่โม่เซินก็ผลักเธอออก

ร่างของเสิ่นเฉียว เซไปข้างหลังชนเข้ากับประตู เธอจ้องมองเย่โม่เซินด้วยความโกรธ

เย่โม่เซิน บอกกำชับให้ผู้ช่วยของเขาเข็นเขาออกไป เสิ่นเฉียวจ้องมองหลังของทั้งสองที่เดินออกห่างเธอไป เธอกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย

เธอทำสำเร็จมั้ย?

เธอจะได้อยู่ที่นี่ต่อมั้ย?

เสิ่นเฉียวเอามือลูบจับคางที่รู้สึกเจ็บเบาๆ เดินกลับเข้าไปในห้องใหม่ของเธอ

สิบนาทีผ่านไป

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เสิ่นเฉียวถอนหายใจออกมา เธอน่าจะทำสำเร็จแล้วล่ะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ขอคืนดีได้ไหม
8.3
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ เสิ่นเนียนอันพยายามทำทุกทางเพื่อให้โฮ่วอวินโจวรักเธอ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขายังคงฝังใจกับรักแรกไม่เสื่อมคลาย ในวันที่เธอต้องเผชิญกับนาทีชีวิตขณะคลอดบุตร สามีของเธอกลับเลือกทอดทิ้งเธอไปต่างประเทศพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างถาวรเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่เคยมี ทว่าในวันที่เธอจากไปแล้ว โฮ่วอวินโจวกลับเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เจ็บแต่ไม่ยอมปล่อยมือ
9.2
ถังหว่านใช้เวลาสองปีเคียงข้างเสิ่นติงหลานด้วยความหวังว่าเธอคือคนสำคัญ แต่ความจริงที่ได้รับกลับมีเพียงความเย็นชาและการถูกมองเป็นแค่ของเล่นไร้ค่า เมื่อเธอได้เห็นเขารับผิดชอบดูแลหญิงอื่นที่กำลังตั้งครรภ์ ความอดทนของเธอก็สิ้นสุดลง ทว่าในวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ มหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาถึงขั้นยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสจากเธออีกครั้ง แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยเชื่อใจเธอเลยก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย Happy ที่โสดอีกครั้ง
8.8
ตลอดสามปีในชีวิตสมรส เสิ่มชูพยายามทุ่มเทความรักเพื่อละลายน้ำแข็งในใจของป๋อมู่เหนียน แต่ความหวังกลับพังทลายเมื่อเขาบีบบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าหอบรรพบุรุษอย่างไร้เยื่อใย เหตุการณ์นี้ทำให้เธอรู้ซึ้งว่าเขาไม่มีหัวใจให้เธอเลยแม้แต่น้อย เมื่อถูกยื่นคำขาดให้เลือกระหว่างการยอมคุกเข่าหรือเซ็นใบหย่า เสิ่มชูจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์นี้ทันทีโดยไม่ลังเล เธอเลือกทิ้งอดีตอันขมขื่นเพื่อกลับไปใช้ชีวิตโสดที่สวยงามและสืบทอดมรดกพันล้านของครอบครัวอย่างภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ดอกไม้ในมือมาร
8.9
เมื่อความงดงามและเสน่ห์อันเย้ายวนของพลอยพัตราได้ปรากฏแก่สายตาของเฟอเดอริค มอโร มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขาก็เกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียว นักธุรกิจผู้ร่ำรวยและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงคนนี้จึงไม่ลังเลที่จะทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อดึงดูดให้เธอเข้ามาติดกับและกลายเป็นดอกไม้ประดับเตียงของเขา การรุกรานที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์จึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อคว้าตัวหญิงสาวที่เขาหมายปองมาเชยชมให้ได้ตามที่ใจต้องการ