
จากเบี้ยของเขา สู่ควีนของเธอ
ตอน 3
เขาพาเธอกลับไปที่เพนต์เฮาส์ของเขา เพนต์เฮาส์เดียวกับที่เธอหนีออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน แสงไฟของเมืองแผ่กระจายอยู่เบื้องล่างเหมือนพรมของดวงดาวที่ร่วงหล่น แต่คืนนี้ มันไม่ได้ให้ความสบายใจใดๆ มีแต่ความรู้สึกเวียนศีรษะและสูญเสีย
เขาไม่พูดอะไรระหว่างทาง เขาแค่นั่งข้างเธอ เป็นการปรากฏตัวที่เงียบขรึมและครุ่นคิดซึ่งเติมเต็มรถด้วยความตึงเครียดที่น่าอึดอัด เมื่อพวกเขามาถึง เขาแบกกระเป๋าเดินทางของเธอเอง การเคลื่อนไหวของเขามีประสิทธิภาพและไม่เป็นส่วนตัว เขาเปิดประตูและผายมือให้เธอเข้าไป
“คุณนอนห้องนอนใหญ่ได้เลย” เขาพูด เสียงของเขาเรียบเฉย
มันเป็นห้องเดียวกับที่พวกเขาเคยใช้เวลาร่วมนับไม่ถ้วน เป็นห้องที่เก็บงำวิญญาณแห่งความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกเขา ความคิดที่จะนอนบนเตียงนั้นคนเดียว โดยมีความทรงจำเกี่ยวกับการทรยศของเขายังคงสดใหม่ในใจ เป็นสิ่งที่ทนไม่ได้
“ฉันจะนอนห้องแขก” เธอพูด เสียงของเธอเย็นชากว่าที่ตั้งใจ “ฉันจะไม่อยู่นาน แค่จนกว่าฉันจะจัดการเรื่องไปเชียงใหม่ได้”
แววตาของเขาฉายแววบางอย่าง—ความผิดหวัง? ความหงุดหงิด?—ก่อนที่เขาจะซ่อนมันไว้ “ตามใจคุณ”
เธอขังตัวเองอยู่ในห้องแขก พื้นที่เล็กๆ ปลอดเชื้อที่ให้ความรู้สึกเหมือนโรงแรม เธอนั่งบนขอบเตียง จ้องมองผนังที่ว่างเปล่า นับถอยหลังวันแต่งงานของเธอ อีกสิบเอ็ดวัน สิบเอ็ดวันจนกว่าเธอจะเป็นของผู้ชายที่เธอไม่เคยพบหน้า มันให้ความรู้สึกเหมือนโทษประหารและอิสรภาพในเวลาเดียวกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอพบเขาในห้องครัว ความตึงเครียดจากคืนก่อนยังคงลอยอยู่ในอากาศ หนาทึบและไม่มีใครพูดถึง
เธอตัดสินใจทำลายมัน
“คุณกับกมลากลับมาคบกันแล้วเหรอ” เธอถาม เสียงของเธอจงใจทำเป็นสบายๆ ขณะที่เธอรินกาแฟให้ตัวเอง
เขาไม่มองเธอ เขายังคงอ่านข่าวการเงินบนแท็บเล็ตของเขาต่อไป “ผมรู้ว่าเธอเป็นใคร”
คำตอบที่ไม่ใช่คำตอบนั้นคือคำตอบในตัวมันเอง
“ฉันแน่ใจว่าคุณรู้” คีรติพูด น้ำเสียงของเธอแฝงความขมขื่น “คงจะดีนะที่มีคน...เป็นหนี้บุญคุณคุณขนาดนั้น คนที่คุณไว้ใจได้เสมอว่าจะเปราะบางและต้องการความช่วยเหลือ”
ในที่สุดเขาก็มองขึ้นมา ดวงตาของเขาเย็นชา “กมลากับผมมีอดีตร่วมกัน มันซับซ้อน”
“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณมันซับซ้อนไปหมด อธิป”
เขาวางแท็บเล็ตลง “อยู่ห่างๆ เธอไว้ คีรติ เธอผ่านอะไรมามากพอแล้ว ผมจะไม่ยอมให้คุณไปรังควานเธอ”
คำเตือนนั้นชัดเจน เขากำลังปกป้องกมลา จากเธอ
เสียงหัวเราะที่แหลมและเปราะบางหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่มีเจตนาจะเข้าไปขวางทาง...ประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนของคุณหรอก ยังไงซะ ฉันก็มีงานแต่งงานต้องวางแผน”
เธอหยิบกาแฟของเธอและถอยกลับเข้าไปในห้องแขก บทสนทนาทิ้งรสชาติเปรี้ยวไว้ในปากของเธอ เขาได้สร้างป้อมปราการรอบตัวกมลา และคีรติก็อยู่นอกกำแพงอย่างชัดเจน
เธอใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้อง ความเงียบของเพนต์เฮาส์กดทับเธอ คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ เธอเอาแต่คิดถึงนิสัยของอธิป ว่าเขาจะนอนฝั่งซ้ายของเตียงเสมอ เสียงหายใจที่สม่ำเสมอของเขาเคยเป็นสิ่งที่ปลอบโยน ตอนนี้ ความเงียบจากห้องของเขาที่อยู่สุดทางเดินเป็นเครื่องเตือนใจตลอดเวลาว่าเขาไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เขาไม่ได้คิดถึงเธอ เขาไม่ได้มาดูเธอ เขาพาเธอมาที่นี่ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ไม่ใช่ความปรารถนา
วันรุ่งขึ้น เขาเข้ามาหาเธอพร้อมกับคำเชิญ “คืนนี้มีปาร์ตี้ ที่บ้านเพื่อนร่วมงานของผม ผมอยากให้คุณไปด้วย”
“ทำไม” เธอถามอย่างสงสัย
“ผมไม่อยากให้คุณนั่งอยู่ที่นี่คนเดียว คิดฟุ้งซ่าน”
ความคิดที่จะต้องใช้เวลาอีกคืนหนึ่งติดอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เงียบสงัดนี้มันน่าอึดอัด ขัดกับสามัญสำนึกของเธอ เธอตกลง “ก็ได้”
ปาร์ตี้จัดขึ้นที่คฤหาสน์หรูบนเนินเขา เป็นงานที่ส่องประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยชนชั้นสูงของเมือง ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไป ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มสดใสและเป็นมิตรเข้ามาหาพวกเขา มันคือกมลา
“อธิป! คุณมาจนได้!” เธออุทาน พลางโอบแขนรอบคอเขาอย่างคุ้นเคย เธอถอยออกมาและสายตาของเธอก็มาหยุดที่คีรติ รอยยิ้มของเธอจางลงไปชั่วครู่ “อ้อ คุณคีรติ คุณก็มาด้วย”
“สวัสดี กมลา” คีรติพูด เสียงของเธอเย็นเยียบ
“ฉันดีใจมากที่คุณทั้งคู่มาได้” กมลาพูด ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว “มันเป็นปาร์ตี้ต้อนรับกลับบ้าน สำหรับฉัน”
คีรติรู้สึกเหมือนพื้นทรุดลงใต้เท้าของเธอ เขาพาเธอมางานปาร์ตี้เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของคู่แข่งของเธอ ความอัปยศอดสูนั้นเป็นการทำร้ายร่างกาย ขโมยอากาศไปจากปอดของเธอ เธอหันหลังจะจากไป แต่มือของกมลาที่จับแขนเธอไว้หยุดเธอ
“ได้โปรด อย่าไปเลย” กมลาพูด เสียงของเธอแฝงไปด้วยความกังวลจอมปลอม “ฉันรู้ว่าตอนนี้เรื่องต่างๆ คงจะยากสำหรับคุณ ที่พ่อของคุณตัดขาดคุณ คุณคงจะรู้สึกเคว้งคว้างมาก”
คำพูดของเธอดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ผู้คนหันมามอง เสียงกระซิบเริ่มแพร่กระจายไปทั่วฝูงชน
“ฉันสบายดี” คีรติพูดผ่านไรฟัน
ดวงตาของกมลาเต็มไปด้วยน้ำตา “โอ้ คุณคีรติ คุณไม่จำเป็นต้องทำเป็นเข้มแข็งขนาดนั้นก็ได้ ฉันรู้ว่าเราเคยมีเรื่องบาดหมางกัน แต่ฉันอยากจะช่วยคุณจริงๆ นะ” เธอสูดจมูก เป็นเสียงที่สมบูรณ์แบบและบอบบางซึ่งดึงดูดความเห็นใจจากทุกคน
“หยุดนะ” คีรติคำราม ความอดทนของเธอหมดลง
“ได้โปรดอย่าโกรธฉันเลย” กมลากระซิก พลางหันไปหาอธิป ริมฝีปากล่างของเธาสั่นระริก “อธิปคะ เธอน่ากลัวจัง”
อธิปก้าวไปข้างหน้า วางแขนโอบไหล่กมลาอย่างปลอบโยน เขามองคีรติ ดวงตาของเขาแข็งกร้าวด้วยความผิดหวัง “คีรติ พอได้แล้ว”
เขาพากมลาที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นจากไป ทิ้งคีรติให้ยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางสายตาที่ตัดสิน เธอเฝ้ามองเขาพึมพำคำปลอบโยนกับกมลา ศีรษะของเขาโน้มลงใกล้เธอ ภาพนั้นเป็นเหมือนมีดที่กรีดหัวใจของเธอ เขาไม่เคยแสดงการสนับสนุนในที่สาธารณะแบบนั้น การปกป้องที่อ่อนโยนแบบนั้นให้เธอเห็นเลย สำหรับโลก และสำหรับเขา เธอคือตัวร้าย และกมลาคือเหยื่อ
ในที่สุดเธอก็เข้าใจ เขาไม่ได้ปกป้องกมลาเพียงเพราะหนี้บุญคุณ เขาสนใจเธอ บางทีเขาอาจจะรักเธอด้วยซ้ำ และเธอ คีรติ เป็นเพียงสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจ "หายนะที่งดงาม" ที่เขาชอบทำให้เชื่องในที่ลับ แต่จะไม่ยอมรับในที่สาธารณะ
ความรักที่เธอยึดมั่น ความหวังที่เธอบ่มเพาะในความมืด เป็นเรื่องโกหก
เธอหันหลังและเดินไปที่บาร์ การเคลื่อนไหวของเธอแข็งทื่อและเหมือนหุ่นยนต์ เธอต้องการเครื่องดื่ม เธอต้องการทำให้ความเจ็บปวดที่กำลังจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ ชาลง
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย เกมส์บังคับรัก [ A love game ]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78c889235001834806828248056/1UayPbGW9iAA.webp!15491.webp)

