ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กระดังงาสีรุ้ง

กระดังงาสีรุ้ง

"ณัฐวรา" สถาปนิกสาวสวยแม่ม่ายลูกสอง ความน่ารักของเธอถูกตาต้องใจประธานคนใหม่อย่างแรง เขารุก ๆ และรุก แล้วเธอจะหนีทำไม ในเมื่อหัวใจก็เรียกร้องต้องการ ก็เขาตรงตามสเป็กซะขนาดนั้น สูงใหญ่ บึกบึน แถมเป็นลูกครึ่งด้วยสิ คงหนีไม่พ้นเขาแน่ ๆ "เควิน" ---------------- เหตุการณ์บางอย่างทำให้ "สินี" ต้องล้มเหลวกับชีวิตคู่ เธอเริ่มมองเขาที่เคยเป็นกำลังใจและให้ความช่วยเหลือเธออยู่ตลอดเวลา จนมันพัฒนามาเป็นความรักครั้งใหม่ในระยะเวลาสั้น ๆ "นภดล" ผู้ชายที่แอบเฝ้ามอง แอบหลงรักเธอมาตลอดเวลาห้าปี ------------------------------- หญิงสาวฟุบตัวลงกับอกแกร่งอย่างเหนื่อยหอบ เพราะงัดกลยุทธ์ออกมาพิชิตใจเขาจนหมดสิ้น “เควี่คะ” เรียกเขาเสียงหอบ “ว่าไงครับฮันนี่” เขาลูบศีรษะเธอแผ่วเบา “ถูกใจกับของขวัญมั้ยคะ” เธอถามเพราะอยากรู้ว่าตัวเองทำได้ดีพอมั้ยสำหรับครั้งแรก “ถ้าบอกว่าไม่ถูกใจจะขอแก้ตัวมั้ยครับ” แล้วหัวเราะเบา ๆ เมื่อถูกค้อนใส่ “ถูกใจที่สุดเลยครับ ให้ผมบ่อย ๆ นะ ผมรับได้ทุกโอกาส ทุกเทศกาลเลยนะครับ นะครับฮันนี่” เขาอ้อนวอนขอ “ค่ะ ถ้าคุณทำตัวน่ารักกับน้ำผึ้งนะคะ” “ผมจะทำตัวน่ารัก และเป็นสามีที่ดีของคุณภรรยานะครับ” “สามีภรรยาอะไรคะ พูดแบบนี้น้ำผึ้งเขินนะ” แล้วขยับตัวจะลงไปนอนบนที่นอน แต่เขารั้งไว้ไม่ยอมปล่อย “นอนกับอกผมนี้แหละ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหนัก เพราะตัวคุณเบาอย่างกับนุ่น” แล้วกอดเธอกระชับขึ้น “ไม่เอาค่ะ ขอน้ำผึ้งนอนบนเตียงแล้วซบอกคุณดีกว่า อุ่นดี”
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

                   ณัฐวราเดินออกจากห้องประชุมพร้อมเพื่อนร่วมงาน หลังจากที่เข้าไปนั่งประชุมเรื่องการจัดงานเลี้ยงเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนหน้านี้ เธอเคยได้ยินสินีพูดเหมือนกันว่าเขาเป็นลูกชายของท่านประธาน ที่ไปดูแลกิจการในเครือแม็คแคนเลย์ของต้นตระกูลอยู่ที่อเมริการ่วมกับญาติ ๆ ทางฝั่งบิดา

ส่วนธุรกิจในประเทศไทยนั้นเป็นของท่านประธานคนปัจจุบันที่ก่อตั้งขึ้นเอง หลังจากที่เดินทางมาเมืองไทยและได้พบรักกับภรรยาชาวไทย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของท่านถึงต้องไปทำงานให้บริษัทแม่ที่อเมริกานานถึงสิบปี

แล้วเพื่อนเธอยังบอกอีกว่าท่านประธานคนใหม่กลับมาได้สามเดือนแล้ว แต่อยู่ในระหว่างเดินทางไปดูธุรกิจที่มีสาขาอยู่มากมายทั่วประเทศไทย ไม่ได้เข้ามาบริษัทบ่อยนัก ส่วนเธอเองก็ยังไม่เคยเห็นเขาสักครั้ง ได้ยินแต่เพื่อนเธอบอกว่าหล่อมาก ๆ ดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว

“น้ำผึ้ง ท่านประธานเชิญให้ไปพบที่ห้อง” สินิเรียกเพื่อนเอาไว้

“เรื่องอะไรวะแก”

“อยากทราบก็เชิญไปถามท่านดูซิคะคุณเพื่อน” กระซิบตอบแบบกวน ๆ แล้วเดินกลับไป

ภายในห้องท่านประธาน

สมิธมองหญิงสาวรุ่นลูกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความเมตตาและเอ็นดู แล้วพลันคิดถึงคำพูดของภรรยา

‘ชวนหนูน้ำผึ้งมาหาดาที่บ้านให้ได้นะคะสมิธ ดามีเรื่องจะคุยกับเธอ เรื่องเด็ก ๆ น่ะค่ะ’

สมิธขยับตัวเล็กน้อย “วายุเขาเป็นยังไงบ้างหนูน้ำผึ้ง”

“พี่วายุก็เหมือนเดิมค่ะท่าน อาการยังทรงตัว”

"แล้วเด็ก ๆ ล่ะ ช่วงนี้ลุงไม่ค่อยได้เจอพวกเขาเลย หรือว่าหาคนเลี้ยงได้แล้ว" สมิธจะแทนตัวเองว่าลุงทุกครั้งเมื่อคุยกับหญิงสาว แต่เธอไม่เคยเรียกเขาอย่างกันเองเลย

"ไม่ได้ให้ใครเลี้ยงหรอกค่ะ เพราะน้ำผึ้งเลิกไม่เป็นเวลา อีกอย่างไม่ค่อยไว้ใจใครด้วยค่ะ"

"ที่ลุงเรียกให้มาหาเพราะคุณดาเขาฝากมาบอกให้หนูไปหาเขาหน่อย ให้เอาเด็ก ๆ ไปด้วยนะ เขาคิดถึง"

เธอรู้ทันทีเลยว่าคุณท่านคงจะให้เธอเอาเด็ก ๆ ไปอยู่กับท่านช่วงปิดเทอมแน่นอน เพราะเป็นแบบนี้มาตลอดสามปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้น

"ค่ะท่าน พรุ่งนี้เลิกงานแล้วน้ำผึ้งจะพาเด็ก ๆ ไปหาคุณท่านนะคะ" เธอคุยเรื่องงานกับท่านอยู่อีกครู่ใหญ่ก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ

ออกจากห้องก็เห็นเพื่อนรักอยู่ที่โต๊ะทำงานพอดี จึงโบกมือเป็นการบอกลา

"เที่ยงนี้ไปกินส้มตำเจ้าประจำกัน" สินีบอกเพื่อนรัก

"อือ อยากกินอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวเจอกันนะ"

“โอเค”

“อาเบียร์สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ”

เสียงใส ๆ ของเด็กน้อยที่ทักใครบางคน ทำให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาทางประตูด้านหลังบริษัท และกำลังจะกดลิฟต์ต้องหยุดมองด้วยความสงสัย.. เด็กทั้งสองเดินตรงมาที่เขายืนอยู่ แล้วเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่นก็เอื้อมมือไปกดลิฟต์ ส่วนเด็กผู้หญิงที่น่าตาฝรั่งจ๋า ผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า หน้าตาน่ารักยิ่งนัก ก็หันมามองเขาด้วยความสนใจก่อนจะส่งยิ้มมาให้

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งสามก็เดินเข้าไปยืนอยู่ในลิฟต์ เด็กชายเอื้อมมือไปกดที่เลขสาม แล้วจึงหันมาถามเขา

"ชั้นไหนครับ" พร้อมส่งยิ้มผูกมิตร

"ชั้นสามครับ" ความจริงเขาจะไปชั้นห้าเพื่อไปหาบิดา แต่ได้มาเจอกับเด็กหน้าตาน่ารักสองคนนี้ ก็ทำให้อยากรู้ว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่ในเวลางานแบบนี้

"คุณลุงจะไปหาแม่น้ำผึ้งของน้องวาเหรอคะ" เด็กหญิงถามตามความเข้าใจของเด็กสามขวบ

"ถึงชั้นสามแล้วครับเด็ก ๆ"

"คุณลุงยังไม่ได้ตอบน้องวาเลยค่ะ" เด็กหญิงทักท้วงเมื่อออกจากลิฟต์มาแล้ว

"ถ้าคุณลุงจะไปแผนกออกแบบก็อยู่ห้องนั้นครับ แต่ถ้าเป็นแผนกอื่นต้องไปถามอาเบียร์ที่อยู่ฝ่ายต้อนรับข้างล่างครับ"

คำแนะนำของเด็กชายตัวน้อยทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า อาเบียร์คือประชาสัมพันธ์ของบริษัทเขานั่นเอง

"น้องวาจะพาคุณลุงไปหาแม่น้ำผึ้งนะคะ ถ้าคุณลุงอยากได้บ้านก็ต้องให้แม่ของน้องวาวาดรูปบ้านให้ก่อนนะคะ" แล้วเด็กหญิงก็จูงมือเขาเดินไปตามทาง โดยมีเด็กชายเดินตามหลังไปห่าง ๆ

ณัฐวราลุกจากที่นั่งในห้องส่วนตัวที่เป็นกระจกใส รีบเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่กำลังเดินเข้ามาในเข้ามาในแผนกพร้อมกับชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก

"แม่น้ำผึ้งขา" เด็กหญิงวลาลีหรือน้องวาปล่อยมือจากชายหนุ่มแล้ววิ่งไปหามารดาทั้งตัว กอดขาทั้งสองข้างของเธอไว้

"สวัสดีครับแม่น้ำผึ้ง ลุงเควี่เขาจะมาหาแม่เรื่องงานครับ" เด็กชายวาคิมหรือน้องคิมชี้ไปที่ชายหนุ่ม ที่สอบถามชื่อแซ่ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกัน

เควินมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดปกติ เขาเห็นเธอเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวออกมา แสดงว่าเธอต้องใหญ่ที่สุดในห้องนี้ แต่ด้วยหน้าตาและบุคลิก เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว เพราะเธอยังดูเด็กอยู่เลยอายุน่าจะยี่สิบกลาง ๆ

ถึงแม้หน้าตาเธอไม่ได้สวยฉูดฉาดบาดใจเหมือนกับคู่ขาทั้งหลายของเขา แต่เธอก็ดูน่ารักมาก แต่งหน้าบาง ๆ เผยให้เห็นเนื้อแท้ของผิว ปากเคลือบไว้ด้วยลิปมันดูเป็นประกายวาว แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็หุ่นของเธอนี่แหละ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกสองคนแล้ว

"สวัสดีค่ะคุณเควี่ ดิฉันณัฐวราค่ะ หรือจะเรียกน้ำผึ้งก็ได้นะคะ" ณัฐวราทักทายชายหนุ่ม ผู้ชายคนนี้สเป็กเธอเลย สูงใหญ่ บึกบึน ทรงอย่างแบด แต่ถ้าจะเกินสเป็กไปหน่อยก็ตรงความหล่อนี่แหละ เพราะเขาหล่อมาก ๆ ที่สำคัญเป็นลูกครึ่งเสียด้วยสิ กรี๊ดมาก.. น้ำผึ้งเอ๊ย ถ้าชาตินี้แกได้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีคงนอนตายตาหลับ

"เควินครับ หรือจะเรียกเควี่ก็ได้" เขาแนะนำตัวเองบ้าง

"ยินดีค่ะ คุณเควินมาติดต่อเรื่องแบบเหรอคะ จากที่ไหนคะเดี๋ยวน้ำผึ้งเช็คให้" เธอเรียกเขาด้วยชื่อจริง รู้สึกคุ้น ๆ กับชื่อนี้มากแต่นึกไม่ออก

“ไม่ได้ติดต่อครับ วันนี้ผมตั้งใจมาพบท่านประธาน แต่บังเอิญเห็นน้องคิมกับน้องวาขึ้นลิฟต์มาแค่สองคน ก็เลยเดินมาส่งพวกเขาเท่านั้น" ความจริงแล้วตามมาดูมากกว่าว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และพอได้เห็นมารดาของเด็ก ๆ เขากลับคิดว่าคุ้มมาก ๆ ที่ตามมาดู ถึงแม้จะได้แค่ดูแต่ไม่มีสิทธิ์แล้วก็ตาม

"ต้องขอบคุณคุณเควินมาก ๆ เลยค่ะ แต่น้องคิมเขาเก่งค่ะทำอะไรเป็นตั้งหลายอย่าง เรื่องขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์นี่ไว้ใจเขาได้เลยค่ะ" เธอชมลูกชายแล้วลูบศีรษะอย่างเอ็นดู

"จริงครับ ผมขอตัวก่อนดีกว่า โอกาสหน้าเราคงได้เจอกันอีกนะครับ"

“ค่ะ เด็ก ๆ สวัสดีคุณลุงค่ะลูก คุณลุงจะไปแล้ว”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่ผูกรัก
9.7
เมื่อความรักสี่ปีจบลงด้วยความร้าวราน ธีร์กลับสั่งให้คนรักไปทำแท้งอย่างเลือดเย็นเพียงเพราะเขาไม่ต้องการเด็กและไม่ต้องการเธออีกต่อไป แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาเห็นแก่สายเลือดในครรภ์เพียงใด เขากลับสะบัดรักอย่างไม่ใยดีพร้อมโยนเงินชดเชยใส่หน้าเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ เธอถึงขั้นก้มกราบแทบเท้าและยื่นคำขาดว่าจะยอมตายไปพร้อมกับลูกหากถูกบังคับ แต่เขากลับตอบกลับมาอย่างไร้หัวใจว่าชีวิตหรือความตายของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เงื่อนลวง
8.4
อัญมณี ช่างภาพสาวผู้มีชื่อพ้องกับนามปากกานักเขียนดัง ต้องเผชิญอันตรายเมื่อเธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการตายปริศนาของดวงดาว หลังไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนนักเขียน หมอชลทิศน้องชายผู้ตายและหลานสาวต่างสงสัยว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังตามข่าวลือ ขณะที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าสยดสยอง อัญมณีและชลทิศต้องร่วมกันไขปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง ท่ามกลางความลับและเงื่อนงำที่ก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตรายที่ล้อมรอบตัวพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่มีสามีตามบอด
8.2
ลลิล หญิงโสดวัยสามสิบต้องข้ามเวลามาเกิดใหม่ในร่างของไพลิน สาวขี้โรคผู้ซูบผอมในชนบทอีสาน แม้ก่อนตายเธอจะปรารถนาสามีที่เพียบพร้อมและรักเธอจริง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อพี่สาวฝาแฝดอย่างเพียงตาหนีงานแต่งงานไปพร้อมเงินสินสอด ทิ้งจดหมายผลักภาระให้ไพลินต้องเข้าพิธีวิวาห์แทนกับชายหนุ่มผู้พิการทางสายตาที่ไม่เคยต้องการเธอเป็นคู่ครอง ท่ามกลางความวุ่นวายและร่างกายที่ไม่แข็งแรง ลลิลในร่างใหม่ต้องเผชิญกับชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรักในบรรยากาศบ้านทุ่งที่เรียบง่าย
หน้าปกนวนิยาย บาปผัว แค้นหัวใจ
8.0
ชีวิตสมรสที่แสนสุขพังทลายลงเมื่ออาร์ม สามีผู้อ่อนโยนละเมอชื่อเคท พนักงานสาวที่ฉันคอยดูแล การหักหลังทวีความรุนแรงจนเขาวางยาและขังฉันไว้ กระทั่งเคทจัดฉากอุบัติเหตุโยนความผิดให้ฉัน อาร์มทำร้ายร่างกายและบังคับเจาะเลือดฉันไปให้เมียน้อยขณะที่ฉันกำลังแท้งลูก จนทำให้ลูกในครรภ์พิการถาวร เมื่อเขาทิ้งให้ฉันตายอย่างเลือดเย็น ความรักจึงกลายเป็นความแค้น ฉันติดต่อทนายเพื่อฟ้องให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว และขอความช่วยเหลือจากเจตน์ ชายที่แอบรักฉันมาสิบปี เพื่อร่วมกันทำลายปีศาจในคราบสามีคนนี้ให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย เมียเสน่หาอาญาอสูร
8.2
รติพัทร พงศ์พันธ์ ชายหนุ่มผู้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพลิงแค้นที่ฝังลึก เขาเฝ้ารอเวลาที่จะชำระหนี้แค้นกับผู้ที่ทำลายครอบครัวของตนให้พังพินาศ ทว่าท่ามกลางความเกลียดชัง เขากลับมีความรักอันมั่นคงให้แก่พิรวดี หญิงสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดวงใจของเขา แม้เธอจะเป็นลูกสาวของศัตรูคู่อาฆาต แต่รติพัทรกลับเลือกที่จะแยกแยะความแค้นออกจากความรัก โดยมุ่งเป้าจัดการเพียงผู้ที่ทำร้ายเขากับมารดา พร้อมกับตั้งมั่นที่จะปกป้องและรักษาความสัมพันธ์อันงดงามนี้ไว้ตราบนานเท่านาน
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของท่านประธาน และ ภรรยาคุณหมอ
9.4
ในวันแรกของการเป็นหัวหน้าแพทย์ เอลด้าได้พบความลับอันเจ็บปวดเมื่อคนไข้เด็กวัยสี่ขวบคือลูกลับๆ ของภาคิน สามีที่เธอรัก ท่ามกลางความขัดแย้งในงานเลี้ยง ภาคินทำร้ายเธอจนแท้งลูกเพื่อปกป้องเด็กคนนั้นและเมียน้อยอย่างเลือดเย็น เขาเมินเฉยต่อการสูญเสียของเธอจนความรักห้าปีกลายเป็นเพียงคำลวง หลังรอดชีวิตจากการถูกลอบฆ่าที่หน้าผา เอลด้าตัดสินใจทิ้งอดีตที่แหลกสลายและตัวตนเดิมเพื่อบินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ซูริกโดยไม่หวนกลับมามองอีก