
จแมารลงทะเบียนรัก
ตอน 2
อังคณาส่ายหน้า “หมอนั่นไม่ธรรมดาหรอกณิริน ขนาดฉันมีสายดีๆ ยังไม่เคยจับภาพหมอนั่นได้เลย ในนั้นไม่ได้แค่ที่เสพสุขของคนที่อยากมาพักพักผ่อนหรอกนะ เขาแบ่งโซนกันยะ ไอ้หมอนั่นเป็นโคตรเมมเบอร์เลย เขามีที่พักผ่อนส่วนตัวให้ ยิ่งกว่าซูเปอร์VVIP อีกนะ” อังคณาแย้ง
“แล้วฉันต้องทำยังไง??” ณิรินถามเสียงอ่อย
เธออยากจับติณให้ได้แบบจะๆ ตา
“ฉันมีวิธี” อังคณายิ้มเจ้าเล่ห์ “หาที่จอดก่อน เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”
“แต่...” ณิรินท้วง เธอมองตามติณที่เดินเข้าไปในสถานบันเทิงแห่งนั้นด้วยแววตาละห้อย
“เชื่อฉันสิ ฉันมีวิธี” อังคณายืนกราน
ณิรินจำใจเชื่อ เธอไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วนี่
อังคณาใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที เธอแปลงโฉมสาวเฉิ่มที่สวมแว่นตาหนาๆ กับเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ๆ ทรงผมที่เห็นจนชินตามีแค่ทรงเดียว คือขมวดไว้ง่ายๆ เสียบด้วยดินสอหรือไม่ก็ตะเกียบ
หน้าตาที่ไร้สีสัน มีแค่ลิปสติกมันที่ริมฝีปาก นอกนั้นแทบไม่เคยแตะต้องเครื่องสำอาง
“แกแน่ใจนะว่าวิธีนี้ได้ผล?” ณิรินถามกลับเสียงอ่อย
เธอมองเงาตัวเองที่สะท้อนกับกระจกข้างของรถยนต์ด้วยความไม่มั่นใจ ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดเดรสผ้ายืดสีเขียวอ่อนรัดทั้งบนและล่าง มีรองเท้าเปิดส้นสีขาว แถมแต่งหน้าจัดจนแทบไม่หลงเหลือความเป็นตัวเอง ขนตาปลอมหนักอึ้งนั่นเกือบทำให้ณิรินลืมตาแทบไม่ขึ้น
“ถ้าแกเอาดีทางนี้น่าจะรุ่งนะณิริน” อังคณาเดินวนมองทั้งบนและล่าง แถมวิจารณ์เสียงขรม
“บ้าสิ ฉันแขม่วท้องจนเกร็งไปทั้งตัวแล้วนะ” ณิรินส่ายหน้าโวยเสียงแหลม
“นี่ๆ แกดูนั่น ขนาดแกยืนอยู่ตรงนี้ ผู้ชายยังจ้องแกเหมือนแกเป็นขนมเลยนะ” ณิรินมองตาม แล้วก็ทำท่าผวา
“แกดูแขนฉันนี่ ขนลุกเลย” เธอชี้ให้อังคณามองขนบนแขนของเธอ ที่พร้อมใจกันลุกตั้งชัน
“ณิริน ฉันบอกแกแล้ว การที่แกอยู่แต่บ้าน มันจะทำให้แกเป็นโรควิตกจริต แกควรออกมาเผชิญโลกใบนี้บ้าง”
“ไม่ ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย ฉันอยู่แบบนั้นก็สบายดี” หลังจากเรียนจบ และเริ่มเดินบนเส้นทางที่ตัวเองชอบ ความที่ณิรินมีสมบัติเก่าของบิดา มารดาที่ทิ้งเอาไว้ให้ เธอเลยไม่จำเป็นต้องออกมาแก่งแย่งกับใคร เธอใช้ชีวิตแบบสบายๆ มีสตางค์เลี้ยงตัวเอง ทำงานที่ตัวเองรัก
“แกกับฉันน่ะ อายุยี่สิบห้าแล้วนะ หากเลยไปกว่านี้ หนทางขึ้นคานค่อนข้างชัดแล้วแหละ” อังคณาบ่น แล้วก็ลากณิรินเดินไปอีกทาง
“จะพาฉันไปไหนหะ?”
“พาไปสมัครงาน แกแต่งเต็มมาแบบนี้ ที่นั่นไม่มีทางปฏิเสธแน่”
“สมัครงาน?” ณิรินครางเสียงหลง
“การที่แกจะแฝงตัวเข้าไปแบบโคตรเนียนก็มีแค่ทางนี้แหละ”
“แล้วแกละอัง?”
“ฉันจะเข้าไปในฐานะลูกค้า และคอยกันลูกค้าชีกอให้แกเอง” อังคณายืดอก
“ก็คงต้องแบบนั้นแหละ” ณิรินส่ายหน้าเริ่มปลงหน่อยๆ หากเธอต้องการจับให้มั่น คั้นให้ตายในครั้งเดียว การลงทุนแค่นี้ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเลย แลกกับการทำให้ทานตะวันตาสว่าง ที่เธอทำก็แค่เรื่องเล็กน้อย
มันเหมือนที่อังคณาคาดคะเน ทันทีที่เธอยื่นใบสมัคร สถานบันเทิงแห่งนั้นก็รีบตะครุบเธอได้เริ่มงานทันที ตามที่ตัวเองต้องการ ที่นี่มีชุดฟอร์มสำหรับพนักงาน ชุดฟอร์มที่ไม่ต่างอะไรกับเศษผ้า กว่าณิรินจะตัดใจยอมสวมชุดที่วาบหวิวนั่นได้ ก็ต้องทำใจเกือบสิบนาที
ผ้าคาดอกสีดำกับกระโปรงรัดรูปสีเดียวกัน ไม่ว่าจะส่วนโค้งหรือส่วนเว้า ไม่มีทางปกปิดได้เลย เพราะชุดที่เธอสวมมีความยาวช่วงบนหนึ่งคืบ ส่วนล่างนั้น หากไม่เซฟตัวเองดีๆ อะไรๆ ที่ควรเป็นความลับ ก็ไม่น่าจะมีหนทางปิดได้เช่นกัน
“เธอนี่นะ เหลือกินเหลือใช้เหลือเกิน” ผู้ชายวัยเกือบเข้ากลางคน อายุไม่น่าเกินสี่สิบต้นๆ วิจารณ์เธอด้วยท่าทางน่ารังเกียจ สายตาโลมเลียนั่นยิ่งทำให้ณิรินขยะแขยงมากขึ้น “ถ้าเปลี่ยนใจ อยากขายสมบัติเก่าละก็ รีบบอกพี่เลยนะ”
ณิรินแอบผ่นลมหายใจ และแสยะยิ้ม “ตอนนี้ฉันยังไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินค่ะ หากฉันมีความจำเป็นฉันจะรีบมาหาพี่คนแรกเลยค่ะ”
“ปากหวานแบบนี้ น่าจะเป็นตัวท็อปเร็วๆ นี้แหละ”
“ถ้าพี่สนับสนุนฉัน ฉันก็จะสนับสนุนพี่เช่นกันค่ะ”
เพราะความที่ณิรินอยู่ในโลกมโนเป็นประจำ ทุกคำพูดนั่นเลยเหมือนกับว่าเธอรู้จักโลกเป็นอย่างดี ณิรินมองออกว่าเธอควรจัดการกับคนประเภทนี้แบบไหน เธอจับได้ตรงจุด ณิรินเลยพาตัวเองไปยังเป้าหมายได้ แบบไม่มีอะไรติดขัด
ตำแหน่งแรกของเธอไม่ใช่เด็กเสิร์ฟ แต่เป็นเด็กดริ้งแทน...
คุณอาจจะชอบ





