ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ล่ามรักร้ายนายคาสโนว่า

ล่ามรักร้ายนายคาสโนว่า

ชมจันทร์ พยาบาลสาวที่เคยถูกเหยียดหยามเรื่องรูปลักษณ์อย่างรุนแรงจาก อาร์ต เพื่อนสนิทของชายที่เธอแอบรัก เขาเคยปรามาสว่าคนอ้วนและขี้เหร่อย่างเธอไม่มีวันได้หัวใจของคิมหันต์ไปครอง พร้อมเสนอคำแนะนำสุดเจ็บแสบให้เธอไปศัลยกรรมหรือเกิดใหม่เพื่อเปลี่ยนโฉมตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยรอยแค้นและความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในอดีตจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อสาวสวยในวันนี้ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเพลย์บอยหนุ่มปากร้ายที่เคยทำลายความมั่นใจของเธอจนหมดสิ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

กลับมาที่ปัจจุบัน....

สุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านของอาร์ตด้วยความจำใจและจำยอม

"อยากกินอะไรสั่งเลยไม่ต้องเกรงใจ"

"แน่นอนสิฉันจะเกรงใจนายทำไม" ฉันตอบโดยไม่มองหน้าคนถาม สายตาของฉันตอนนี้กำลังหาเมนูที่ชอบกิน อยากจะบอกว่าฉันชอบกินอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เมื่อก่อนตอนที่ยังเรียนอยู่ฉันมักจะชอบไปเดินตลาดนัดแล้วฉันจะซื้อซูชิคำละสิบบาทยี่สิบบาทมากินตลอดเพราะมันอร่อย จนกระทั่งฉันเรียนจบมีงานทำมีเงินเดือนใช้ฉันก็เลยอยากมาลองกินอาหารญี่ปุ่นแพงๆ ดูบ้างว่ารสชาติมันจะต่างกันมาแค่ไหน สรุปคือก็ต่างกันพอสมควรโดยเฉพาะวัตถุดิบและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันก็มักจะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นประจำแต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่ซื้อที่ทำขายตามตลาดนัดนะฉันก็ยังซื้อกินอยู่ดีเพราะมันราคาถูกและอร่อย

"ชม"

"อะไร"

"เธอเคยมีแฟนหรือเปล่า"

"ถามทำไม"

"ก็ถามดูเผื่อว่าฉันจะได้เป็นแฟนคนแรกของเธอไง^^"

"ฝันไปเถอะ"

"ฉันจะทำให้เธอใจอ่อนให้ได้"

"ถ้าทำได้ก็ลองดู"

"อย่าท้านะเว้ย"

"ฉันไม่ได้ท้าเพราะฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีทางชอบผู้ชายแบบนายแน่"

"หึ"

"หึทำไม"

"เปล๊า"

ฉันมองหน้าอาร์ตที่ทำท่าทางกวนๆ ใส่อย่างไม่สบอารมณ์ สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟฉันก็เลยเลิกสนใจเขาแล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย อยากจะบอกว่าอาหารร้านอาร์ตทุกเมนูมันอร่อยมากๆ เหมือนไปกินถึงญี่ปุ่น

"กินเบาๆ ไม่มีใครแย่งหรอกน่า^^"

อาร์ต...

ผมนั่งอมยิ้มอย่างพอใจที่ได้ต่อปากต่อคำกับชมจันทร์เพราะมันทำให้ผมไม่เครียดดี คิดแล้วก็นะผมจะทำยังไงให้ชมจันทร์ยอมใจอ่อนกับผมสักทีผมอยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนถึงผมจะมีสาวๆ ในสต๊อกเยอะแต่ผมก็ไม่เคยเรียกใครว่าแฟน ถามว่าทำไมผมถึงอยากได้ชมจันทร์มาเป็นแฟนนั่นก็เป็นเพราะเธอตรงสเป๊กผมทุกอย่างหมายถึงตอนนี้นะไม่ใช่เมื่อก่อนเพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่เสียเวลามาตามจีบแบบนี้หรอก และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญก็คือแม่ของผมชอบชมจันทร์มากปลื้มมาก ถามว่าแม่ผมรู้จักชมจันทร์ได้ยังไงเรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อปีก่อนแม่ผมไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลที่ชมจันทร์ทำงานอยู่ แล้วทีนี้ชมจันทร์ก็มาดูแลแม่ผมโดยที่เธอไม่รู้ว่านั่นคือแม่ผมและผมก็ไม่รู้ด้วยว่าพยาบาลที่ดูแลแม่คือชมจันทร์จนกระทั่งปีนี้ผมได้พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลอีกครั้งทำให้ผมรู้ว่าพยาบาลที่แม่ปลื้มนักปลื้มหนาก็คือชมจันทร์แม่บอกให้ผมจีบชมจันทร์เพราะแม่อยากมีลูกสะใภ้เป็นพยาบาลแม่กลัวว่าผมจะเอาเด็กที่ผมเลี้ยงดูอยู่มาเป็นเมียแม่บอกแม่รับไม่ได้ผมก็เลยบอกแม่ไปตามตรงว่าผมตามจีบมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ

"แกมันไร้ความสามารถจริงๆ นะตาอาร์ต ไม่รู้ล่ะยังไงแกก็ต้องเอาหนูชมมาเป็นลูกสะใภ้แม่ให้ได้" นั่นคือคำสั่งของแม่

"มองหน้าทำไมนักหนาเนี่ยฉันกินข้าวไม่ลง"

"เหอะนี่ขนาดกินข้าวไม่ลงนะหมดทุกอย่างที่สั่งมา5555" ผมแซวคนตรงหน้าที่ซัดอาหารทุกอย่างจนหมดเกลี้ยงผมเห็นแบบนี้ก็ปลื้มสิเพราะนั่นเท่ากับว่าชมจันทร์ชอบอาหารที่ร้านของผม

"ฉันแค่เสียดายของหรอกย่ะ"

"ว่าแต่เธออิ่มแล้วใช่ไหมจะได้เช็คบิล"

"ทำไมจะเก็บเงินฉันหรือไง"

"เปล่าฉันบอกเลี้ยงก็คือเลี้ยงดิ ฉันเลี้ยงเธอได้ตลอดชีวิตนั่นแล่ะ"

"ไม่ต้องเลี้ยงฉันมีเงิน"

"งั้นแปลว่ามื้อนี้เธอจะจ่ายเอง??"

"นายนี่เลิกกวนโมโหฉันสักวันจะได้ไหมเนี่ย"

"โอเคโอเคไม่กวนแล้ว งั้นเดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอที่โรงพยาบาลนะ"

"อืมม"

หลังจากนั้นผมก็พาชมจันทร์ออกจากร้านแล้วขับรถพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลเพราะใกล้จะบ่ายโมงแล้วระหว่างทางที่ผมกำลังขับรถอยู่จู่ๆ ก็มีสายโทรเข้ามาเป็นเบอร์จากไอ้นัตผู้จัดการผับผมรีบขับรถเข้าข้างทางแล้วรับสายทันทีเพราะปกติมันไม่เคยโทรหาผมเวลานี้

"มึงโทรมามีอะไรไอ้นัต"

"แย่แล้วครับคุณอาร์ตเกิดเรื่องแล้ว"

"เรื่องอะไรของมึงไอ้นัต"

"ไอ้เมฆกับไอ้ชายพนักงานร้านเรามันทะเลาะกันครับคุณอาร์ต"

"ทะเลาะกันเรื่องอะไร"

"เรื่องผู้หญิงครับมันแย่งผู้หญิงคนเดียวกันตอนนี้มันจะแทงกันอยู่แล้วครับคุณอาร์ตไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยเพราะกลัวโดนลูกหลง"

"เออๆ เดี๋ยวกูจะรีบไปที่ผับมึงดูไว้ให้ดีอย่าให้พวกมันแทงกันตายซะก่อน"

"ครับๆ คุณอาร์ตรีบมานะครับ"

"เออๆ" ผมวางสายจากไอ้นัตแล้วหันไปพูดกับชมจันทร์ที่กำลังมองหน้าผมอยู่เหมือนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"ชมเธอไปที่ผับกับฉันก่อนได้ไหมตอนนี้มีเรื่อง"

"อื้มมได้ๆ" จากนั้นผมก็รีบขับรถไปที่ผับทันทีเพราะกลัวจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตกลัวจะมีการฆ่ากันตาย

ผมใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ขับรถมาถึงที่ผับผมไม่รอช้ารีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในผับทันที พอเข้ามาก็เห็นเหตุการผู้ชายสองคนซึ่งเป็นพนักงานร้านผมเองพวกมันกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายใบหน้าแต่ละคนดูแทบไม่ได้โดยที่มือของพวกมันถือมีดกันอยู่คนละเล่มดูๆ แล้วน่าจะเป็นมีดปอกผลไม้ในครัว

"เห้ยพวกมึงหยุด!!!" ผมรีบห้ามมันสองคนที่กำลังถือมีดคนละเล่มแต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้สนใจเพราะเอาแต่จ้องหน้ากันอยู่และก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าใส่กันผมก็เดินลงไปหาพวกมันแล้วขู่

"กูสั่งให้พวกมึงหยุดไงใครไม่หยุดกูจะให้การ์ดเอาไปกระทืบหลังร้าน!!!"

"นายไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้ผมจะไม่ยอมเด็ดขาดมันรู้ทั้งรู้ว่าผมตามจีบน้องฝนอยู่แต่มันก็ยังมาแย่งไป"

"ก็น้องเขาบอกว่าเขาไม่ได้ชอบมึงน้องเขาชอบกูแล้วมึงจะให้กูทำไงไอ้เมฆ"

"มึงอย่ามาโกหกกูไม่เชื่อ"

"พวกมึงจะฆ่ากันเพราะผู้หญิงคนเดียวเหรอวะห๊ะ" ผมถามพวกมันอย่างเหลืออดมีที่ไหนจะฆ่ากันตายเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวบ้าหรือเปล่าวะ

"ผมรักของผมอยู่ดีๆ ไอ้ชายมันก็มาแย่งของผมไปเป็นนายนายจะยอมไหมล่ะ" ไอ้เมฆมันย้อนถามผม

"ไม่จริงครับนายผมไม่ได้แย่งน้องเขามาบอกว่าชอบผมคนเดียว"

"มึงโกหก"

"กูไม่ได้โกหก" ผมถึงกับปวดประสาทไม่รู้จะทำยังไงดีกับพวกมันสองตัว ผมก็เลยให้คนไปตามตัวต้นเหตุนั่นก็คือฝนมาเคลียร์ว่าจะเลือกใครระหว่างไอ้เมฆกับไอ้ชาย

"พวกมึงจะยอมรับความจริงกันไหมถ้ากูจะให้ผู้หญฺิงที่มึงสองตัวแย่งกันมาเลือกว่าจะเลือกใคร" พอผมถามพวกมันก็เงียบ

"ว่าไง ถ้าฝนมันเลือกไอ้ชายมึงไอ้เมฆมึงก็ต้องยอมรับความจริงแต่ถ้าฝนมันเลือกไอ้เมฆมึงก็ต้องยอมรับความจริงนะไอ้ชาย"

"ครับ/ครับนาย" มันสองคนตอบเสียงกระท่อนกระแท่น

"แล้วมีดที่พวกมึงถือเอาโยนลงพื้นเดี๋ยวนี้กูสั่ง"

เพล้ง/เพล้ง พวกมันสองตัวยอมทำตามที่ผมสั่งจากนั้นผมก็ส่งสัญญาณให้ไอ้นัตไปเก็บมีดสองเล่มนั้นออกมา

เวลาต่อมา...

"เลือกมาว่าจะเอาใครระหว่างไอ้เมฆกับไอ้ชาย" ผมถามเด็กเสริฟที่ชื่อฝนที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้า

"คือ..ฝนเลือกพี่..พี่ชายค่ะฝนรักพี่ชาย"

"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงวะฝนที่ผ่านมามันคืออะไร" น้ำเสียงไอ้เมฆสั่นเครือเมื่อได้ยินคำตอบของฝน

"ฉันขอโทษนะพี่เมฆฉันแค่สงสารพี่ฉันก็เลยไม่กล้าบอกความจริงกับพี่ว่าฉันรักพี่ชาย" ผมมองหน้าไอ้เมฆที่ตอนนี้ทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้นอย่างคนสิ้นหวัง ผมเข้าใจความรู้สึกของมันดีว่าเสียใจขนาดไหนฟ

"ตอนนี้มึงก็ได้ฟังจากปากของฝนแล้วกูหวังว่ามึงจะยอมรับความจริงนะไอ้เมฆ" ไอ้ชายเดินไปหาไอ้เมฆที่ยังนั่งอยู่ที่พื้นอย่างคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิตก่อนจะเดินจูงมือคนรักของมันเดินไปหลังร้าน ผมมองดูไอ้เมฆที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมซึ่งผมก็ไม่รู้จะช่วยมันยังไงดี

ตอนนี้ทุกคนกำลังคิดว่าไอ้เมฆมันกำลังนั่งทำใจอยู่ก็เลยแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเองและในขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับจู่ๆ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นไอ้เมฆมันร้องไห้แล้วก็หยิบมีดอีกเล่มออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังมันกำลังจะเอามีดกรีดข้อมือตัวเองผมเห็นก็เลยรีบไปคว้ามีดเล่มนั้นออกมาจากมือของมันโดยไม่ทันระวังทำให้มีดมันบาดเข้ากลางฝ่ามือของผมจนเลือดกระฉูด

"โอ๊ย!!!" ผมร้องลั่นเมื่อความเจ็บแล่นเข้ามา

"นาย!!!ผมขอโทษ" ไอ้เมฆร้องไห้ขอโทษผมเพราะมันคิดว่ามันทำให้ผมเจ็บ

"อาร์ตนายเป็นยังไงบ้าง ใครก็ได้ขอผ้าสะอาดมาให้หน่อยค่ะฉันจะเอาซับแผล" ชมจันทร์ตะโกนถามคนในร้านด้วยน้ำเสียงตกใจเพราะตอนนี้เลือดผมไหลไม่หยุด

ชมจันทร์....

"นี่ครับผ้าสะอาด" เด็กผู้ชายคนนึงวิ่งเอาผ้ามาให้ฉัน

"ขอบใจจ๊ะ" ฉันรับผ้ามาจากนั้นก็รีบเอามันซับเลือดให้อาร์ตที่ตอนนี้เลือดยังไหลไม่ยอมหยุด ฉันคอยซับเลือดให้เขาพอมั่นใจว่าเลือดหยุดไหลบ้างแล้วฉันค่อยๆ ดูบาดแผลของเขาและเห็นว่าแผลของเขาลึกมากน่าจะต้องเย็บหลายเข็ม

"นายไปโรงพยาบาลเถอะแผลใหญ่ขนาดนี้คงต้องเย็บหลายเข็ม"

"เย็บเลยเหรอ ไม่อ่ะฉันกลัวเข็มฉันกลัวหมอ" อาร์ตส่วนหน้าบอกฉันเสียงสั่น

"ตัวโตขนาดนี้กลัวหมอกลัวเข็มเหรอ"

"ก็คนมันกลัวให้ทำไง"

"ถึงนายจะกลัวยังไงนายก็ต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลเข้าใจไหม"

"ถ้าฉันไปเธอจะอยู่ใกล้ๆ ฉันได้ไหมล่ะ" สายตาเว้าวอนทำให้ฉันอดสงสารไม่ได้ก็เลยพยักหน้า

"อืมฉันจะอยู่ข้างๆ นายเอง"

"ถ้าอยู่ใกล้เธอก็ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัว" ฉันถอนหายใจกับคำพูดเสี่ยวๆ ของอาร์ต

"หวานซ้าาาาาา"

"ไอ้นัต!!!"

"โทษครับนาย><"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KGR” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KGR
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แล้วแต่คุณจะการุญ
8.6
เมื่อกลิ่นควันบุหรี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่แฝงไปด้วยความนัยอันตราย ท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและการลองดี ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามหญิงสาวที่พยายามจะห้ามปรามพฤติกรรมของเขาด้วยประโยคที่ชวนให้ลมหายใจสะดุด ว่าหากเขาต้องละทิ้งนิสัยเดิมนี้ไป สิ่งที่จะมาทดแทนได้นั้นจะเป็นสัมผัสจากริมฝีปากของเธอแทนหรือไม่ เรื่องราวความรักฉบับผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและการหักล้างทางอารมณ์จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย พันธะหัวใจ(My Heart)
8.6
วีนัส ผู้ช่วยสาวทรงเสน่ห์วัย 31 ปี ตกอยู่ในความสัมพันธ์ลับกับกิตติ หัวหน้างานที่มีพันธะอยู่แล้ว แม้กิตติจะลุ่มหลงในความเร่าร้อนและอิสระที่วีนัสมอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากเปาวลีผู้เป็นภรรยา จนทำให้เขาอยากจบความอึดอัดในชีวิตคู่ แต่การขอหย่ากลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วีนัสคาดหวัง เมื่อคำสัญญาเรื่องการแต่งงานใหม่ยังคงถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความลุ่มหลงและความเครียดที่รุมเร้า กิตติจะกล้าทิ้งชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาโหยหาได้จริงหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย หยุดยั้งหัวใจ
9.0
ชีวิตคู่ปีที่สามของเจียงหลีกับสืออวี้ต้องสั่นคลอน เมื่อแฟนเก่าหวนกลับมาสร้างข่าวลือเสียหายจนเธอเดือดร้อน ท่ามกลางวงล้อมนักข่าว สืออวี้ปรากฏตัวประกาศสถานะสามีภรรยาพร้อมโชว์ความหวานสยบทุกดราม่า แม้เจียงหลีจะคิดว่าเขาแค่ช่วยตามหน้าที่ แต่เมื่อถูกครอบครัวเร่งรัดเรื่องทายาท เขากลับยืนยันหนักแน่นว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือเขามีใจให้เธอมาโดยตลอด การปกป้องครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแสดง แต่คือความรักที่เขาเก็บงำไว้เนิ่นนาน
หน้าปกนวนิยาย เกสรดอกรัก
8.5
ชุลีพรเปรียบเสมือนเกสรที่ถูกโอบอุ้มด้วยกลีบดอกรักอันอ่อนหวาน เมื่อความรักก่อตัวขึ้นในใจของทัศกรอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกนี้ทิ้งไปได้ และพร้อมจะทะนุถนอมหัวใจดวงนี้ตลอดกาล แม้เขาจะดูเหมือนภูเขาสูงชันที่ยากจะเอื้อมถึง ทว่าหญิงสาวที่คิดว่าตนเองเป็นเพียงละอองเกสรเล็กๆ กลับไม่ได้พยายามแข่งขันกับใคร ความรักที่บริสุทธิ์กลับนำพาเกสรดอกนี้ลอยละลิ่วขึ้นไปจนคว้าหัวใจบนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าได้สำเร็จในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย พฤษภาหวนรัก
7.8
หลังค่ำคืนลึกซึ้งที่ทั้งคู่เผยความในใจต่อกัน โชคชะตากลับพัดพาให้ต้องแยกจาก ทว่าความสัมพันธ์นั้นได้ฝากพยานรักไว้ในครรภ์ของเธอ ขณะที่ชายหนุ่มมีข่าวเตรียมแต่งงานกับหญิงอื่นที่กำลังตั้งท้องเช่นกัน เธอจึงเลือกเก็บงำความลับนี้ไว้เพื่อไม่ให้เขาลำบากใจ แต่เมื่อโรคร้ายรุมเร้าจนรู้ตัวว่ากำลังจะตาย เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพาลูกชายตัวน้อยกลับไปหาพ่อแท้ๆ ของเขา การหวนคืนมาพบกันอีกครั้งในวันที่ชีวิตใกล้สิ้นหวังจะจบลงด้วยน้ำตาหรือความสุข
หน้าปกนวนิยาย My teddy สามีติดดิน
9.4
ดารารินทร์ ไฮโซสาวผู้สูงส่งจำใจตอบตกลงแต่งงานกับชายแปลกหน้าเพื่อกอบกู้สายการบินของครอบครัวที่กำลังวิกฤต แม้รู้เพียงว่าเขาคือทายาทห้างดังและตั้งใจจะหย่าขาดหลังภารกิจสำเร็จ แต่ความฝันที่จะเป็นคุณนายเสวยสุขในคฤหาสน์กลับพังทลาย เมื่อพบว่าสามีหุ่นหมีของเธอกลับหลงใหลชีวิตเกษตรกรที่แสนเรียบง่ายและติดดิน คุณหนูผู้รักความหรูหราจึงต้องเผชิญบททดสอบสุดหินในการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตชาวไร่ที่คาดไม่ถึงใน My teddy สามีติดดิน